หลินหยูและหานหลินเดินไปตามทางที่เปิดออกจากการต่อสู้ครั้งล่าสุด ทั้งสองรู้ดีว่าแม้จะผ่านปีศาจแห่งความมืดมาได้ แต่สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าอาจจะยากและท้าทายยิ่งกว่าเดิม
“เรากำลังเดินเข้าไปในอาณาจักรที่ไม่มีใครเคยกลับออกมา” หลินหยูพูดเสียงต่ำ ขณะที่สายตาของเธอมองไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
หานหลินจับมือหลินหยูแน่นและพยักหน้า “ข้ารู้ว่ามันอาจจะไม่ง่าย แต่ข้าจะไม่ยอมให้เราแยกจากกัน”
เสียงของพวกเขากระซิบไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเศษหินร่วงหล่น บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบที่น่ากลัว จนกระทั่งหลินหยูรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่คุ้นเคยในอากาศ กลิ่นของบางสิ่งที่หอมหวานแต่อันตรายเริ่มลอยมา
“สิ่งนี้... มันรู้สึกไม่ดี” หลินหยูพูดเสียงเบา ขณะเธอหันไปมองหานหลิน “เรากำลังเดินเข้าสู่ดินแดนที่ไม่ควรเข้าไป”
หานหลินมองไปที่หลินหยู “เรามาถึงจุดนี้แล้ว เราต้องเดินต่อไปและหาคำตอบ ถึงเวลาที่เราจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงทั้งหมด”
ทันใดนั้น แสงสีทองจากดวงจันทร์ที่ส่องผ่านยอดเขาเริ่มปรากฏให้เห็นราวกับมีบางสิ่งที่คอยเรียกพวกเขาไปข้างหน้า เสียงกระซิบที่ดังขึ้นในอากาศเป็เสียงที่หลินหยูไม่เคยได้ยินมาก่อน ราวกับว่ามีสิ่งบางอย่างกำลังบอกให้เธอเดินไปข้างหน้า
พวกเขามาถึงปลายทางที่มีประตูหินขนาดใหญ่ยืนอยู่ ท่ามกลางความเงียบที่น่าเกรงขาม ประตูนั้นทำจากหินที่ดูเหมือนจะถูกสลักด้วยอักษรโบราณมากมาย ซึ่งมันคอยปกป้องสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน หลินหยูรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่คอยรั้งพวกเขาไว้ ไม่ให้เข้าไปง่ายๆ
“ข้ารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งที่กำลังรอเราอยู่ข้างใน” หลินหยูพูด ขณะที่มือของเธอกำลังััประตูหินเบาๆ
“เราไม่มีทางเลือก” หานหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “เราต้องเข้าไปเพื่อหาคำตอบที่เราตามหามาตลอด”
เมื่อหลินหยูเปิดประตูออกไป เสียงของมันที่กระทบกันดังไปทั่ว เสียงนั้นเหมือนจะเป็การทดสอบเสียงสุดท้ายที่ต้องพิสูจน์ความกล้าหาญของพวกเขา ทุกอย่างรอบตัวเงียบลงทันที และทั้งสองก็พบกับห้องที่เต็มไปด้วยแสงสีทองที่มาจากการสะท้อนของเพชรและอัญมณีที่ตกอยู่รอบๆ บริเวณ
กลางห้องมีแท่นหินใหญ่ตั้งอยู่ มีแสงจากรอยแยกในเพดานห้องที่ส่องลงมา และแสงเ่าั้ก็สะท้อนจากอัญมณีที่วางอยู่บนแท่น ราวกับมันคือสิ่งที่หลินหยูและหานหลิน้าหามานาน
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านในห้อง "เพื่อที่จะได้รับพลังและความจริงทั้งหมดนี้ เ้าต้องผ่านการทดสอบของศรัทธาและความเสียสละ"
หลินหยูหันไปมองและเห็นร่างหนึ่งที่ปรากฏขึ้นในแสงสีทอง ร่างนั้นดูเหมือนจะเป็เทพผู้สูงศักดิ์ ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยอำนาจและความลึกลับ
“ท่านคือใคร?” หลินหยูถามด้วยความสงสัย
เทพผู้สูงศักดิ์ยิ้มบางๆ ก่อนที่จะพูดว่า “ข้าคือผู้พิทักษ์ของอัญมณีแห่งความมืด เ้าทั้งสองจะต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงความจริงในใจของเ้าว่าพร้อมที่จะรับพลังนี้หรือไม่”
เทพผู้สูงศักดิ์ยกมือขึ้นและในทันใดนั้น แสงสีทองก็พุ่งออกมาจากแท่นหิน ภายในแสงนั้นหลินหยูและหานหลินเห็นภาพสะท้อนของตัวเองที่แตกต่างออกไป ภาพสะท้อนนั้นไม่ใช่แค่ตัวตนที่พวกเขาเคยเป็ แต่ยังเป็ภาพของความกลัวและความลังเลในใจที่พวกเขาซ่อนไว้
“เ้าทั้งสองต้องตัดสินใจ” เทพกล่าว “ความรักและความจริงของเ้า จะต้องมาจากการเสียสละบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญที่สุดในชีวิต”
หลินหยูรู้สึกถึงความหนักหน่วงในคำพูดนั้น เธอคิดถึงหานหลิน ความรักที่เธอมีต่อเขาเป็สิ่งที่ทำให้เธอเข้มแข็ง แต่ในขณะเดียวกันเธอก็รู้ดีว่าเธอไม่สามารถทำลายความสมดุลของโลกทั้งสองได้
“เ้าต้องเลือก” เทพกล่าวอีกครั้ง “หากเ้าพร้อมที่จะเสียสละสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต เ้าจะได้รับพลังที่จะช่วยให้เ้าสามารถรักษาสมดุลนี้ได้ แต่หากเ้าไม่ยอมรับการเสียสละ เ้าจะไม่มีวันเข้าใจความจริงที่ซ่อนอยู่”
หลินหยูรู้สึกถึงความเ็ปในหัวใจเมื่อเธอมองไปที่หานหลิน ความรักที่เธอมีต่อเขาทำให้เธอไม่สามารถคิดที่จะยอมเสียสละเขาได้ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้ว่าเธอไม่สามารถทำให้โลกทั้งสองตกอยู่ในอันตรายได้
“ข้าจะเสียสละ...” หลินหยูพูดอย่างหนักแน่น แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบ หานหลินก้าวไปข้างหน้าและพูดว่า
“ไม่... ถ้าเป็สิ่งที่ต้องแลกกับเ้า ข้าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น ข้าไม่ยอมให้เ้าเสียสละอะไรไป”
หลินหยูมองหานหลินด้วยความรักและความเ็ปในดวงตา “หานหลิน...”