บทที่ 15 หมดสนุก (รีไรต์)
คำพูดของเฝิงเสี่ยวฮวา ทำให้ทุกอย่างเงียบกริบ ทุกคนจ้องมองนางด้วยสายตาเ็า
แม้แต่ฉินเยาเยาที่กำลังเล่นกระสอบข้าวอย่างสนุกสนานก็หยุดลง หันกลับมามองนาง
มีคนจะแย่งเอาโสมของนางไปงั้นหรือ
แม่เฒ่าฉินหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ “หน้าไม่อาย!”
“โสมต้นนี้ ลูกชายชายข้าเป็ผู้เห็นก่อน และสามีข้าเป็ผู้ขุดขึ้นมา มันย่อมเป็ของข้า”
“แต่ข้าไม่ใช่คนใจแคบ ข้ายินดีแบ่งให้พวกเ้าหนึ่งร้อยตำลึง”
“เพราะอย่างไร เราก็เป็ญาติกัน”
ยิ่งเฝิงเสี่ยวฮวาพูด นางก็ยิ่งภูมิใจ ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อย มองพวกเขาอย่างกับกำลังให้ทาน
“ข้าจะตีนังหญิงหน้าด้านนี่!”
ฉินเหล่าเอ้อร์พุ่งเข้าไปหมายจะยกเท้าถีบ แต่ถูกแม่เฒ่าฉินคว้าตัวไว้เสียก่อน ฉินเหล่าซานกับฉินเหล่าซื่อเห็นดังนั้นจึงรีบเข้ามาดึงฉินเหล่าเอ้อร์ที่กำลังเดือดดาลออกไป
“พวกเ้าสองคนปล่อยข้า ข้าจะตีหญิงไร้ยางอายผู้นี้ให้ตาย!”
ฉินเหล่าเอ้อร์โกรธหญิงผู้นี้จนแทบคลั่ง คนตาดีเขาดูออกว่าที่นี่ไม่มีทางมีโสมแน่ ๆ ต้องเป็ฝีมือของหลานสาวแน่ แต่หญิงผู้นี้ตาบอดสนิท
“พี่รอง ใจเย็น ๆ ปล่อยให้ท่านแม่จัดการเถิด”
“ตีสิ! เ้าตีข้าเลย ตีข้าตายแล้วเ้าไปหาใหม่ก็สิ้นเื่”
เฝิงเสี่ยวฮวาทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น กรีดร้องโวยวายเสียงดัง
“หรือว่าเป็แม่ม่ายหวังบ้านตรงข้าม เ้าหมายตานางไว้นานแล้วใช่หรือไม่”
“ข้ารู้ เ้าแต่งข้าเข้ามาเป็สะใภ้ตระกูลฉินก็เพื่อให้ข้าให้กำเนิดบุตรชายให้ พอตอนนี้ข้าไม่มีประโยชน์แล้ว พวกท่านก็จะกำจัดข้าทิ้ง”
คำพูดของเฝิงเสี่ยวฮวายิ่งฟังยิ่งไร้สาระ พูดจบประโยคสีหน้าของแม่เฒ่าฉินกับฉินเหล่าเอ้อร์ก็ยิ่งดำคล้ำขึ้น
ฉินลิ่งอวี่ยืนอยู่ข้าง ๆ แบกฉินลิ่งเหวินไว้บนหลัง ใบหน้าแดงก่ำ
เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดมารดาของเขา แม้จะเผชิญกับความยากลำบากมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ยังคงเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเช่นนี้
เมื่อได้ยินนางเอ่ยถึงหลานชายทั้งสอง แม่เฒ่าฉินก็ไม่คิดเกรงใจอีกต่อไป
“เฝิงเสี่ยวฮวา ดูเหมือนเ้าเข้ามาอยู่ในตระกูลฉินของข้านานเกินไป จนลืมไปแล้วกระมังว่าตอนนั้นเ้าเข้ามาได้อย่างไร”
ฉินเยาเยาที่กำลังเล่นน้ำลาย พอได้ยินคำพูดของท่านย่าดวงตาก็เป็ประกาย
มีเื่สนุกให้ดูแล้ว!
แม้แต่สวี่ซิ่วอิงกับสือไห่ถังก็ยังมีท่าทางสนใจ
โดยเฉพาะสือไห่ถัง นางและเฝิงเสี่ยวฮวาเข้าตระกูลฉินมาพร้อมกัน เพียงเพราะเฝิงเสี่ยวฮวาให้กำเนิดหลานชายคนโต สือไห่ถังจึงถูกปฏิบัติเยี่ยงทาสรับใช้มาโดยตลอด
หลายปีมานี้ นางเก็บความคับแค้นใจไว้มากมาย
ส่วนเฝิงเสี่ยวฮวานั้นหน้าซีดเผือด ทรุดตัวลงคุกเข่าทันที วิงวอนขอความเมตตา “ท่านแม่ ข้าผิดไปแล้ว โสมนี้ข้าไม่้าแล้ว ขอท่านอย่าได้เอ่ยถึงเื่นี้อีกเลย”
ที่นางได้แต่งเข้ามาอยู่ในตระกูลฉินได้ วิธีการของนางก็นับว่าไม่ซื่อสัตย์ เรียกว่าต่ำช้าก็ว่าได้
เฝิงเสี่ยวฮวาไม่อยากให้ลูกชายรู้ และยิ่งไม่อยากให้สือไห่ถังกับสวี่ซิ่วอิงรู้ ไม่งั้นนางต้องถูกหัวเราะเยาะจนตายเป็แน่
“ท่านแม่ ขอท่านโปรดเห็นแก่ลิ่งอวี่และลิ่งเฟิงเถิด อย่าได้เอ่ยเลย”
แม่เฒ่าฉินมองดูหลานชายคนโตที่ยังคงงุนงงสงสัย ในที่สุดก็อดใจอ่อนไม่ได้
“เฝิงเสี่ยวฮวา ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกแล้ว หากเ้าอยากไปก็ไปเลย ข้าไม่ห้าม ถือซะว่าเ้าไปอดตายกลางทางก็แล้วกัน”
เฝิงเสี่ยวฮวาเห็นว่าหมดหวังเื่โสมแล้ว ก็ยืดอกพูดอย่างไม่ยอมแพ้ “ข้าไม่ไป ยกเว้นแต่เหล่าเอ้อร์จะเขียนหนังสือหย่าให้ข้า ไม่งั้นข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น”
แม่เฒ่าฉินเย้ยหยันเบา ๆ ในใจคิดว่า ตอนนี้เฝิงเสี่ยวฮวานี่ฉลาดขึ้นนะ ที่รกร้างว่างเปล่าแบบนี้ เหล่าเอ้อร์จะไปหาหมึกกับพู่กันมาจากที่ใด
แต่นางก็ไม่ได้เกรงกลัว หากเฝิงเสี่ยวฮวาคิดจะฝังตนทั้งเป็
หลังจากกวาดตามองนางผู้นั้นแวบหนึ่ง แม่เฒ่าฉินก็เก็บโสมไว้กับตัว แล้วบอกคนอื่น ๆ ให้เดินทางต่อ
ส่วนเฝิงเสี่ยวฮวา เห็นว่าไม่มีผู้ใดสนใจจึงทำทีเป็หน้าด้าน ไล่ตามมาเื้ั
ฉินเยาเยาพลันรู้สึกผิดหวัง เป็เื่ราวที่นางได้ยินเป็ครั้งแรกหลังจากที่นางได้เกิดใหม่ เื่ราวกลับไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดจบ ทำให้นางรู้สึกคันยุบยิบอยู่ในใจ
พอหันกลับไปก็เห็นพี่ใหญ่มีสีหน้าว่างเปล่า เดินอย่างหมดอาลัยตายอยาก
ฉินเยาเยาเห็นพี่ชายเป็เช่นนี้ ก็รู้สึกปวดใจจนทนไม่ไหว
“อื้อ อ้า อื้อ” นางพยายามยื่นมือเล็ก ๆ ออกไปหาฉินลิ่งอวี่
“เล่อเหนียง เ้าอยากให้พี่ชายอุ้มหรือ”
แม่เฒ่าฉินเห็นท่าทางของหลานชายคนโต ในใจก็รู้สึกสงสารจับใจ หลานชายคนโตของนางเป็เด็กดี แต่กลับมีมารดาเช่นนี้
“ลิ่งอวี่ อุ้มน้องสาวเถิด”
ฉินลิ่งอวี่รับฉินเยาเยามาอุ้ม มองดูรอยบวมบนหน้าผาก แล้วจูบเบา ๆ ดวงตาฉายแววเ็ปและรู้สึกผิด
ฉินเยาเยาทนเห็นคนอื่นเป็แบบนี้ไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเื่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเขาแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น ดูจากตอนเด็ก ๆ แล้ว โตขึ้นพี่ชายของนางต้องเป็หนุ่มรูปงามที่สาว ๆ หมายปองเป็แน่
นางเอื้อมมือป้อม ๆ ไปััใบหน้าอ่อนเยาว์ของเขา พร้อมกับยัดลูกอมนมกระต่ายสีขาวเข้าไปในปากของเขา
“อือ!”
ฉินลิ่งอวี่ที่กำลังจมอยู่กับความรู้สึกผิด อยู่ ๆ ก็ถูกยัดอะไรบางอย่างเข้ามาในปาก
รสหวานละลายกระจายไปทั่วปาก เขาประหลาดใจ ก้มลงมองน้องสาว
เห็นเพียงน้องสาวกะพริบตาให้ ฉินลิ่งอวี่จึงยิ้มออกมา
เขาก้มลงจูบที่หน้าผากเล็ก ๆ ของนางอย่างเอ็นดู
รสชาตินั้นหอมหวาน มีกลิ่นหอมของนม
เป็รสชาติที่เขาไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อน ช่างมหัศจรรย์ ความกังวลทั้งหมดก็มลายหายไปกับกลิ่นหอมของนม
ก่อนที่จะหนีภัย ชีวิตของตระกูลฉินก็ถือว่าไม่เลวนัก
ปู่เป็หมอ ท่านพ่อเป็เสมียนบัญชี อาสามขายขนม อาสี่เป็ทหารคุ้มกัน
ทุกครั้งที่พวกเขากลับมาจากข้างนอก มักจะซื้อขนมมาฝากพวกเด็ก ๆ เสมอ
หรือไม่ก็อาห้า หลังจากที่ลงเขาไปขายของที่ตลาด ก็จะซื้อขนมหรือของหวานกลับมาให้พวกเขากิน
เขามองดูเด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมแขน กะพริบตาปริบ ๆ ส่งสายตาเป็นัยให้เขาเก็บเป็ความลับ ฉินลิ่งอวี่ก็อดหัวเราะไม่ได้
พยักหน้าเบา ๆ แล้วก็ปิดปากสนิท กลัวว่ากลิ่นนมจะลอยออกไป
ส่วนลูกอมนมที่จู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมา ฉินลิ่งอวี่ไม่ได้สนใจไต่ถามอะไร เขามั่นใจมานานแล้วว่าเ้าตัวน้อยคือเทพธิดาตัวน้อย ๆ จากสรวง์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนางก็ไม่ใช่เื่แปลก
ไม่ใช่แค่เขาที่คิดเช่นนี้ คนอื่น ๆ ในครอบครัวก็คิดเช่นกัน
ยกเว้นเฝิงเสี่ยวฮวาที่สมองไม่ค่อยดี
แม่เฒ่าฉินมองเห็นการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกเขาอยู่ในสายตา นางรู้ว่าหลานชายคนโตถูกหลานสาวคนเล็กเอาใจไปแล้ว ก็รู้สึกโล่งใจ
หลานชายคนโตอายุสิบเอ็ดขวบ เป็วัยที่อ่อนไหว นางกลัวว่าเขาจะคิดมาก
โชคดีนักที่มีเล่อเหนียงหนูน้อยนำโชคตัวน้อยอยู่เคียงข้าง
เดินทางมาสองวัน ในที่สุดก็พ้นจากเส้นทางบนเขาที่ขรุขระเข้าสู่เส้นทางหลวงมุ่งสู่อำเภอจี้โจว
ระหว่างทางพบผู้อพยพจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม
เดิมทีคิดว่าการเดินทางบนเขาจะรวดเร็วกว่า แต่ไม่คิดว่าบนเส้นทางสู่อำเภอจี้โจวจะมีผู้อพยพมากมายเช่นนี้
เสื้อผ้าขาดวิ่น ริมฝีปากแห้งแตก ดวงตาเลื่อนลอย เห็นได้ชัดว่าหิวกระหาย ใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว
ฉินเยาเยาเห็นผู้อพยพเป็กลุ่ม ๆ ก็นึกถึงผู้อพยพที่พบเจอก่อนหน้านี้ที่เกือบจะกินนาง นางยังรู้สึกหวาดกลัวไม่หาย
ไม่ใช่แค่นางเท่านั้น สวี่ซิ่วอิงเห็นคนเ่าั้ก็ตัวสั่นเทา นางไม่อาจลืมเื่ที่ลูกสาวของนางเกือบจะถูกแย่งชิงไปได้
“เร่งฝีเท้า รีบไปถึงอำเภอจี้โจวให้เร็วที่สุด”
แม่เฒ่าฉินทอดมองเหล่าผู้อพยพพลางเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ท่านแม่ เดินทางมาเนิ่นนานแล้ว พวกเราหาที่พักผ่อนสักหน่อย ต้มอะไรกินกันเถิด”
บนถนนหลวง พอได้ยินว่ามีอาหารกิน เหล่าผู้อพยพต่างพากันแตกตื่น
พวกเขารุมล้อมครอบครัวฉินอ้อนวอนขออาหาร ปากก็ร้องขอไม่หยุด แต่แววตาเต็มไปด้วยความโลภ
บ่งบอกชัดเจนว่า หากพวกเขาไม่ได้ก็จะทำการแย่งชิง!