“เพลาๆ บ้างเถอะตาลภ”
“นังเจนมันเป็หลานนางหวิลมาจากต่างจังหวัด อายุยังไม่ถึง15เลย” คุณหญิงวาสิฎฐีดักคอ นางรู้ว่าลูกชายกำลังคิดอะไรอยู่
“แม่ไม่อยากเปลี่ยนสาวใช้บ่อยให้เ้าสัวสงสัย”
นางพูดต่อเพราะต้องเปลี่ยนสาวใช้เป็ว่าเล่นเนื่องมาจากความเ้าชู้กินไม่เลือกของลูกชายแม้กระทั่งสาวใช้ในบ้าน หากหน้าตาไปต้องตาพัลลภเข้าก็จะต้องถูกพัลลภเรียกไปใช้งานถึงบนห้องเสมอ บ้างก็ยินยอมบ้างก็ไม่ยินยอมจนนางต้องค่อยให้เงินเป็ค่าทำขวัญปิดปากอยู่ร่ำไปเพราะพัลลภพอได้สิ่งที่้าแล้วก็จะไม่สนใจไยดีพวกหล่อนอีก หนักเข้าหน่อยก็พลาดท้อง ลำบากนางต้องพาไปทำแท้งแล้วให้เงินค่าทำขวัญและจ้างให้ออกอีกเพราะจะปล่อยให้เื่นี้ถึงหูเ้าสัวคิดผู้เป็สามีไม่ได้เด็ดขาด
“โธ่ แม่ก็แค่ให้เงินปิดปากนังพวกนั้นเหมือนที่ทำทุกครั้งก็ได้ ไม่เห็นต้องไล่พวกมันออกแล้วหาคนใหม่มาแทนให้วุ่นวายเลย” พัลลภบอกผู้เป็แม่ราวกับว่าไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรนักหนา
“คุณลุงก็ผู้ชายเหมือนผม ไม่ซีเรียสเื่พวกนี้หรอกน่า” พัลลภพูดต่อเพราะคิดว่าพ่อเลี้ยงก็คงคิดไม่ต่างจากตน
“เงินที่แม่จ่ายให้พวกมันไปก็แค่เศษเงินของเราเท่านั้น”
พัลลภพูดต่อเพราะั้แ่ตนกับแม่เข้ามาอยู่ในบ้านนี้ เงินทุกบาททุกสตางค์ของที่นี่ก็ตกเป็ของตนกับแม่แล้ว อีกอย่างเ้าสัวคิดไม่เคยมาจุกจิกกับเื่ค่าใช้จ่ายในบ้านเพราะยกหน้าที่ให้วาสิฎฐีเป็คนดูแล ส่วนผู้เป็แม่เมื่อได้ยินแบบนั้นก็ทำได้เพียงถอนหายใจเพราะนางไม่เคยจัดการกับลูกชายเื่นี้ได้เลย
“แม่ป่วยการจะพูดกับแกเื่นี้แล้ว”
“ดีครับ” พัลลภสวนกลับเพราะไม่อยากฟังแม่บ่นเหมือนกัน
“เดี๋ยวก่อนตาลภ” วาสิฎฐีเรียกไว้เมื่อลูกชายทำท่าจะเดินหนีขึ้นไปบนห้อง .
“มีอะไรอีกล่ะครับ ผมง่วงจะตายอยู่แล้วเนี่ย” พัลลภจำต้องเดินกลับมาอย่างเหนื่อยหน่าย เมื่อคืนตนไปปาร์ตี้มาทั้งคืน เช้ามาก็เข้าเรียนต่อยังไม่ได้นอนเลยแม้แต่น้อย
“เื่ไปเรียนต่อเมืองนอกที่แกขอน่ะ แม่จัดการให้แล้วนะ”
วาสิฎฐีบอกเพราะพัลลภผู้ไม่อยากน้อยหน้าใครโดยเฉพาะคีรินลูกชายแท้ๆ คนโตของพ่อเลี้ยงที่วาสิฎฐีไปรู้มาว่าเ้าสัวคิดกำลังให้คนสนิทของตนไปจัดการเื่เรียนต่ออเมริกาของคีรินอยู่ พัลลภจึงมาขอให้ตนจัดการเื่ไปเรียนเมืองนอกให้ด้วย แน่นอนด้วยความรักลูกชายจึงไม่มีสิ่งไหนที่พัลลภอยากได้แล้วจะไม่ได้ ส่วนพัลลภเมื่อได้ยินแบบนั้นก็พอใจเป็อย่างมาก .
“แล้วที่อยู่ที่พักของผมล่ะแม่” พัลลภถามต่อ
“แม่จัดการไว้ให้สมฐานะของเราแล้วล่ะลูก”
“ผมอยากได้บ้านที่ใหญ่กว่าดีกว่าไอ้คีริน” แต่พัลลภ้ามากกว่านั้น
“เื่นั้นลูกไม่ต้องห่วง แม้รู้มาว่าไอ้คีรินมันจะสอบชิงทุนไปเรียนต่อเอง”
“แล้วบ้านที่เ้าสัวซื้อให้มันน่ะ เภตราบอกแม่ว่าคงไม่มีใครไปอยู่หรอกเพราะไอ้คีรินมันปฏิเสธ” เภตราที่ว่าก็คือเลขาส่วนตัวของเ้าสัวคิด ซึ่งที่แท้แล้วเภตราเป็คนของนางที่ส่งมาทำงานด้วยโดยที่สามีไม่เคยรู้
“หึ! ก็ถือว่าไอ้คีรินมันรู้กะลาหัวตัวเองว่าอะไรบ้างที่เป็ของมัน อะไรบ้างที่มันไม่ควรแตะต้อง” วาสิฎฐีกระตุกยิ้ม
“แม่ ผมอยากอยู่บ้านหลังนั้น”
.
.
.
ด้านคีริน
“ครูยินดีกับเธอด้วยนะคีริน” อาจารย์บอกกับคีรินเพราะเขาคือหนึ่งในผู้ที่สอบได้ทุนไปเรียนต่ออเมริกา
“ขอบคุณครับอาจารย์”
คีรินยิ้มอย่างโล่งใจแล้วขอตัวกลับไปบอกข่าวดีนี้กับผู้เป็แม่ แต่ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังจอดรถติดไปแดงอยู่นั้น สายตาของคีรินก็บังเอิญเห็นกานพลูกำลังพยายามเดินเบียดผู้คนที่แย่งกันขึ้นบนรถเมล์อยู่ตรงป้ายรถเมล์เบื้องหน้า แต่สุดท้ายเธอก็ต้องตกรถเพราะที่เต็ม
“อืดอาดแบบนั้นจะทันคนอื่นได้ไง”
คีรินว่าเธอพร้อมกับส่ายหัวเพราะก่อนจะซื้อรถเขาก็เคยนั่งรถเมล์มาก่อน บอกเลยว่าเื่แบบนี้เขาเคยผ่านมาหมดแล้ว
.
.
ด้านกานพลูที่ต้องตกลงอีกครั้งก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเซ็งๆ
“วันนี้จะได้กลับบ้านมั้ยนะ”
กานพลูบ่นกับตัวเองเพราะพลาดไปหลายคันแล้วและเธอก็นั่งรออยู่ตั้งนานแล้วด้วยกว่าจะมีรถเมล์สายที่ตรงไปบ้านของตัวเองเพราะถ้าให้ต่อกันหลายสายลงจากสายนั้นไปขึ้นสายนี้ก็วุ่นวายอีก เธอไม่เคยนั่งรถเมล์มาก่อนเลยด้วยซ้ำ อีกอย่างถ้าจะเรียกแท็กซี่ให้มันจบๆไประยะทางจากมหาลัยไปยังปลายทางก็ไม่ใช่น้อยๆ เลยแล้วไหนจะรถติดอีก มิเตอร์คงขึ้นอีกหลายบาทแน่และเธอก็ต้องประหยัดเงินจะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยเหมือนเมื่อก่อนมันก็ไม่ได้อีกแล้ว….
แต่ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังยืนเซ็งอยู่นั้นรถcivicสีดำคันหนึ่งก็ขับมาจอดเทียบริมฟุตบาท กานพลูพยายามเพ่งมองคนที่อยู่ในรูปด้วยความสงสัยจนกระทั่งกระจกถูกลดลงแล้วเธอก็พบว่าคีรินคนที่นั่งอยู่ด้านใน
“ขึ้นมาสิ” คีรินบอกเธอ
“คะ?” กานพลูงงมากที่จู่ๆ เขาก็ให้เธอขึ้นรถตัวเอง ปกติแล้วเขาแทบจะไม่คุยกับเธอเลยด้วยซ้ำ
“จะกลับบ้านใช่มั้ย?” คีรินถาม
“ค่ะ” กานพลูพยักหน้า
“เดี๋ยวฉันไปส่ง” เขาบอกเธอ
“เอ่อ ไม่เป็ไรค่ะพลูเกรงใจ”
กานพลูรีบบอก ถ้าเป็เมื่อก่อนเธอไม่ปฏิเสธแน่ แต่ตอนนี้สถานการณ์ในชีวิตของเธอมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้วและหญิงสาวก็ไม่อยากให้ใครมารับรู้เื่ของตัวเองมากนัก
“ฉันไปทางนั้นพอดี ไม่ต้องเกรงใจ” คีรินจำได้ว่าบ้านของกานพลูเป็ทางผ่านไปบ้านของตน เขามักขับสวนกับรถสปอร์ตคันหรูของเธออยู่บ่อยๆ
“เร็วสิ ฉันทำรถติดอยู่เธอไม่เห็นหรอ” แล้วกลายเป็ว่ากานพลูถูกเขาดุที่เป็ต้นเหตุทำให้รถติดอีก
“ค่ะๆ” กานพลูจึงจำต้องเข้าไปนั่งในรถกับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ จากนั้นคีรินก็ขับรถออกไป
“ทำไมวันนี้ถึงขึ้นรถเมล์ล่ะ”
“รถเธอไปไหน ฉันถามได้รึเปล่า?” คีรินถามกานพลูหลังขับมาได้สักพัก
“อ่อ คือ….รถของพลูมีปัญหาน่ะค่ะ”
กานพลูบอกเขาไปเพียงแค่นั้น แต่ความจริงเธอได้ขายรถไปแล้ว
“อ้อ….”
คีรินพยักหน้า แต่ไม่ได้อยากจะเชื่อนัก เขาก็ไม่รู้หรอกว่าครอบครัวของกานพลูทำธุรกิจอะไร แต่ดูจากรถ BMW ที่เธอขับมาเรียนอยู่ประจำแล้ว ชายหนุ่มคิดว่าที่บ้านของเธอก็คงมีฐานะอยู่พอสมควรไม่น่าจะปล่อยให้กานพลูต้องมาขึ้นรถเมล์คนเดียวแบบนี้ได้ เห็นได้ชัดว่านี่อาจจะเป็ครั้งแรกของเธอก็ได้