"พ่อบุญธรรม ท่านมีฝาแฝดที่โลกใบนี้งั้นเหรอ" น้ำเสียงจั่วจี๋ดัง แฝงอารมณ์ขัน จั่วจี๋เหมือนได้เห็นพ่อบุญธรรมตอนที่เขาอายุ 24 ปี ซึ่งตอนนั้นหลี่เค่อดูคล้ายคน่อายุ 40 ปี
แต่ชายใกล้ตายกับไม่เป็เช่นนั้น มือของชายคนนี้ชี้ไปที่หลี่เค่อ น้ำเสียงของเขาสั่นสะท้านหวาดกลัวความตาย เขาพูดเพียงแค่ว่าเ้า... เ้า... จากนั้น... หลี่เค่อพบว่าเขาสิ้นใจ นี่อาจจะเป็ความใ ชายคนนี้อาจจะคิดว่าหลี่เค่อเป็ผีที่จะมาเอาดวงิญญาของเขาไป
หลี่เค่อได้แต่ส่ายหน้า เขาช่วยชีวิตชายคนนี้ช้าไป
แต่ว่าในความเสียใจนั้น
หลี่เค่อพบว่า 'กระถางเก้าิญญา' ในมือเขาทำงานอีกครั้ง มันดึงิญญาของชายผู้นี้เข้าสู่กระถาง จากนั้นฉีกกระชาก อณูิญญาสีมืดถูกกลืนกิน อณูิญญาสีสว่างหลั่งไหลเข้าร่างหลี่เค่อทันที เมื่อเขาแผดเสียงว่ากลืนกินในห้วงสำนึก
แต่ในการดูดกลืนิญญาครั้งนี้หลี่เค่อพบว่ามีความผิดปกติ
"พ่อบุญธรรม!"
"นายน้อย!"
เสียงของจั่วยุ่นและจั่วจี๋แทบจะดังพร้อมๆ กันทั้งสองพุ่งตัวเข้าประคองร่างหลี่เค่อที่สั่นระริก ในหัวของหลี่เค่อเขาเ็ปมาก เืออกที่ดวงตา จมูกและมุมปากของหลี่เค่อ หลี่เค่อตอนนี้เขารู้สึกราวกับว่าศีรษะของเขาจะะเิแตก
เสียงแหบพร่าที่ไร้หัวใจดัง 'นายท่านกลืนกินมากเกินไป จงอย่ากลืนกินดวงิญญามากกว่าขอบเขตที่ตัวเองรับไหว'
หลี่เค่อหัวเราะไม่ออก ทำไมไอ้กระถางบัดซบนี่ถึงไม่เตือนเขาก่อน
เืหลั่งไหลออกมาทางจมูกของหลี่เค่อไม่หยุด
ความทรงจำมากมายหลั่งไหลปรากฏชัด
หลี่เค่อพบว่าความทรงจำของชายที่ใบหน้าเหมือนตัวเองนั้นแจ่มชัดมากกว่าของชายชรานามป่าดำมากเหลือเกิน
นี่อาจจะเพราะอานุภาพของดวงิญญาของชายคนนี้สู้ชายชรานามป่าดำไม่ได้
แต่นี่ก็ทำให้หลี่เค่อรับรู้เื่ของโลกใบนี้มากมายเช่น ตอนนี้เขารับรู้แล้วว่าการบ่มเพราะของโลกนี้มีอยู่เจ็ดระดับ
ในด้านกายฝึกปราณหลอมกายนั้นมีชื่อระดับว่า
ระดับ [1] หลอมกาย
ระดับ [2] ผนึกธาตุ
ระดับ [3] สร้างแก่นปราณ
ระดับ [4] ตราสัญลักษณ์
ระดับ [5] รวมจิติญญา
ระดับ [6] ปราณ์
ระดับ [7] ฟ้าดินเป็หนึ่ง
โดยที่ ระดับการฝึกฝนในโลกแห่งปราณและเวทย์ ทุกระดับมี 5 ขั้นย่อยถูกเรียกว่าขั้น 'ต้น' 'กลาง' 'ปลาย' 'สมบูรณ์' 'ลึกล้ำ'
เมื่อเขาสู่ขั้นที่ [3] หรือ ปลาย สามารถยกระดับไปสู่ระดับถัดไปได้ทันที เพียงแต่ว่าการยกระดับเมื่อหยุดอยู่ที่ขั้น 'ปลาย' จะส่งผลให้ความก้าวหน้าในการยกระดับครั้งต่อไปยากขึ้น ยากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจจะไม่สามารถยกระดับได้อีกเลยก็ได้ตลอดชีวิต ดังนั้นคนส่วนมากของโลกใบนี้จึงมักติดอยู่ในระดับการฝึกฝนผนึกธาตุที่ต่ำ
พวกเขาไม่สามารถสร้างแก่นปราณระดับสามได้ด้วยซ้ำ
นอกจากนั้นถึงแม้ทุกคนในโลกใบนี้จะรู้ว่าการฝึกปราณและเวทย์มี 5 ขั้นย่อยในทุกๆ ระดับ แต่ในความเป็จริง การฝึกฝนเข้าสู่แม้เพียง 'ขั้นสมบูรณ์' ก็ยากเหลือเกิน อย่าได้กล่าวถึง 'ขั้นลึกล้ำ'
มีเพียงเหล่าตระกูลโบราณเท่านั้นที่ว่ากันว่ามีเคล็ดวิชาในการฝึกฝนลมปราณเข้าสู่ขั้นสมบูรณ์และลึกล้ำได้
เคล็ดวิชาที่ฝึกถึงขั้นลึกล้ำ หากยากเกินกว่าพลิกสมุทรแหวกฟ้าผ่านภา
ตอนนี้หลี่เค่อพบความพิเศษของตัวเองมากขึ้นไปอีก เพราะเขาฝึกพลังจิตหรือเวทย์ถึงขั้น 5 'ลึกล้ำ'
"ถังคัง..." หลี่เค่อพูดน้ำเสียงแ่เบากับตัวเอง
ด้วยการย่อยอณูิญญาของชายคนนี้ได้อย่างรวดเร็ว เขาพบว่า เขาสามารถรับรู้ตัวตนของชายคนนี้ได้บางส่วนแทบจะในทันที
ถังคังคืออดีตอัจฉริยะหนุ่มเมื่อยี่สิบปีก่อน เขาหล่อเหลาสง่าราวกับเป็เซียนหนุ่ม แต่อนิจจา ตระกูลถังล่มสลาย เหตุผลแห่งความผิดพลาดและการล่มสลายของตระกูลส่วนหนึ่งก็มาจากตัว 'ถังคัง' เขาเป็ตัวต้นเหตุจุดชนวนความแค้นระหว่างตระกูลถังกับตระกูลา นามตระกูล 'มู่' ซึ่งเป็ตระกูลที่ยิ่งใหญ่
ซึ่งมันยิ่งใหญ่ขนาดไหนงั้นเหรอ
ในโลกใบนี้มีสิ่งที่เรียกว่า 'ชนชั้น' โดยชนชั้นนั้นถูกแบ่งแยกโดยกองกำลังของเหล่าตระกูลต่างๆ ตระกูลในโลกใบนี้มีเจ็ดชนชั้น
แบ่งเป็ ตระกูลชั้นหนึ่ง. ตระกูลนิรันดร์
ชั้นสอง. ตระกูลา
ชั้นสาม. ตระกูลเ้าดินแดน
ชั้นสี่. ตระกูลทองคำ
ชั้นห้า. ตระกูลเหล็กกล้า
ชั้นหก. ตระกูลทองเหลือง
ชั้นเจ็ด. ตระกูลศิลาดิน
ตระกูลถังคือตระกูลชั้นทองคำในอดีต แต่มันก็ล่มสลายเพราะถังคังแม้มันจะไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดก็ตาม แต่ถังคังถูกหลอกใช้ และเขาเป็ตัวจุดชนวนความขัดแย้ง ซึ่งทั้งหมดเริ่มต้นจากภรรยารักของเขาถูกทำร้าย และเขาเลือกที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องเกียรติของนาง
แต่ใครจะรู้ทั้งหมดเป็แผนร้ายเพื่อหาเหตุผลทำลายตระกูลถัง
ั้แ่ต้นภรรยาของ 'ถังคัง' ไม่เคยรักเขา นางเลือกจะเป็นางบำเรอชู้รักของ 'มู่จู้เหย่' ตระกูลาซึ่งเป็ผู้บ่มเพาะสายสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดตระกูลหนึ่งของพิภพนี้
ส่วนเหตุผลทำไม 'มู่จู้เหย่' จึงวางแผนหาเื่ถังคังอย่างสลับซับซ้อน ถึงขนาดให้นางบำเรอรักของตัวเองมาทำเสน่ห์ให้ถังคังลุ่มหลง แท้จริงแล้วมีเหตุผลหลักหลายประการ
หนึ่งพวกมัน้าเหมืองหยกขาว และเหมืองศิลาิญญาของตระกูลถัง ด้วยความที่ตระกูลถังมีขีดจำกัดทางสายเืที่เรียกว่า 'สายเืกายหยกขาว' ทำให้พวกเขาสามารถฝึกวิชาบ่มเพาะต่างๆ เกี่ยวกับธาตุหยินได้อย่างดี นอกจากนั้นพวกเขายังมีััที่ว่องไวเกี่ยวกับแร่หยกขาว และศิลาิญญา นั่นทำให้ตระกูลถังเหมืองหยกขาวและเหมืองศิลาิญญาจำนวนมาก
แต่นี่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ 'มู่จู้เหย่' จะเล่นงานถังคังเสียทีเดียว เพราะตระกูลาย่อมร่ำรวยยิ่งกว่าตระกูลทองคำ
ทั้งหมดทั้งมวลนี่เกี่ยวข้องกับพี่สาวและมรดกตกทอดลึกลับของตระกูลถัง ชื่อเคล็ดวิชา 'กายาธิดายมโลก' ซึ่งฝึกฝนได้แต่สตรี มันเป็เคล็ดวิชาประเภท 'ลึกล้ำ' ที่ว่ากันว่าฝึกฝนได้ถึงระดับ [7] ฟ้าดินเป็หนึ่ง
แต่ของแบบนี้ตระกูลมู่นั้นไม่มีหรือ ย่อมไม่ ตระกูลมู่ย่อมมีเคล็ดวิชาระดับนี้เช่นกัน และอาจจะไม่ใช่เพียงหนึ่ง แต่อาจจะมีสี่ถึงห้า หรืออาจจะนับสิบเคล็ดวิชาด้วยซ้ำ แม้จะหายากเต็มที เพราะนี่คือตระกูลาซึ่งเก่าแก่มีประวัตินับย้อนหลังไปได้นับหมื่นๆ ปี
เหตุผลการได้คัมภีร์ลึกล้ำอาจจะเป็อีกส่วนหนึ่ง
แต่สิ่งสำคัญที่สุดกับเป็ตัวพี่สาวของถังคัง นาม 'ถังเฟยหยาง' นางเมื่ออายุ 20 ปีนางบรรลุระดับ [3] สร้างแก่นปราณขั้นลึกล้ำ
อายุ 24 ปี ทะลวงระดับอีกครั้งสู่ระดับ [4] ตราสัญลักษณ์
จนนางได้รับสมญานามว่า 'นางเซียนขาววิหคเหิน' นางเป็หนึ่งในห้าหญิงงามล้ำปฐีในขอบเขตตราสัญลักษณ์ เชิงยุทธ์ของนางติดธรรมเนียมร้อยยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ซึ่งยากหาคนเทียบได้ เรียกว่านางนั้นมีคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมเสียยิ่งกว่าลูกหลานตระกูลโบราณจำนวนนับร้อยนับพันเสียอีก
เพียงแต่ว่ามีเื่บางอย่างที่ไม่มีใครรู้ เคล็ดวิชา 'กายาธิดายมโลก' นั้นจริงๆ มันถูกค้นพบจากดินแดนพิศวงแห่งหนึ่ง ซึ่งในอดีตบรรพชนตระกูลมู่ก็เคยไปยังที่แห่งนั้น และพวกเขาก็รู้ความลับของเคล็ดวิชานี้ จากการตกทอดเื่ราวจากอดีตสู่ปัจจุบัน
หากผู้ฝึกเคล็ดวิชาประเภท 'หยิน' เสพสมกับสตรีที่บรรลุเคล็ดวิชากายาธิดายมโลกนานครั้ง ขอบเขตรากฐานการฝึกฝนของเขาจะค่อยๆ แปรเปลี่ยน จากสามัญสู่กายเทพมาร
และเมื่อผู้ใดมีกายเทพมาร ว่ากันว่าการบรรลุสู่ระดับ [7] ฟ้าดินเป็หนึ่งง่ายไม่ต่างกับดื่มน้ำ คอขวดใดๆ ในการฝึกฝนทุก 'ระดับ' ทุก 'ขั้น' ราวกับแทบไม่มี
แต่นั้นต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าร่างสตรีผู้ฝึกเคล็ดวิชากายาธิดายมโลกที่พวกเขาเสพสมนั้น ต้องฝึกฝนกายาธิดายมโลกถึงขั้นลึกล้ำเท่านั้น
หากฝึกเข้าขั้นสมบูรณ์ยังไม่นับว่าใช้การ
และ 'ถังเฟยหยาง' หรือนางเซียนขาววิหคเหิน นางฝึกเคล็ดวิชาถึงขั้นลึกล้ำในทุกๆ ระดับที่นางก้าวผ่าน