พวกจ้าวเหว่ยกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่ห้องโถงก็ได้ยินเสียงเด็กดังเข้ามาในบ้าน อ้ายเหรินไปดูที่หน้าบ้านทันที
เสี่ยวเป่าพาซิงซิงที่ร้องไห้กลับบ้านมา เสี่ยวเป่าเป็เพื่อนสนิทคนเดียวของซิงซิง เขาอายุ5ขวบแล้วเป็พี่ของซิงซิง ในหมู่บ้านไม่มีเด็กคนไหนเล่นกับเขานอกจากเสี่ยวเป่าเท่านั้นที่อยู่บ้านติดกัน
“เสี่ยวเป่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมซิงซิงถึงร้องไห้แบบนี้เล่า” อ้ายเหรินเดินไปอุ้มหลานชายขึ้นมาสำรวจร่างกายว่าาเ็ตรงไหนหรือเปล่า
“ซิงซิงโดนเด็กของคนอื่นแกล้ง แล้วก็โดนผลักล้มลง” เสี่ยวเป่าอธิบายอย่างกลัว ๆ
“ไหนเล่าให้ย่าฟังซิว่ามีเื่อะไรเกิดขึ้น เสี่ยวเป่าเก่งมากเลยนะพาซิงซิงกลับบ้านมาส่งย่าด้วย” แม่สามีปลอบเสี่ยวเป่าดูเหมือนเขากลัวเล็กน้อย
“ใช่แล้วเสี่ยวเป่าเป็เพื่อนที่ดีจริงๆ ดูแลซิงซิงให้น้าด้วย” จ้าวเหว่ยพูดชมเขาให้เขาหายใกับท่าทีของอ้ายเหริน
“ผมไปเล่นกับซิงซิง แล้วเด็กคนอื่นเห็นซิงซิงมีลูกอมก็หาว่าเขาไปขโมยคนอื่นมา ซิงซิงเถียงว่าแม่เขาซื้อให้เขาไม่ได้ขโมย แต่คนอื่นก็บอกเขาโกหกแล้วล้อเขาว่าไม่มีแม่พอซิงซิงก็เถียงกลับพวกนั้นแล้วก็โดนพวกนั้นผลักฮะ”
“ฉันมีแม่นะเสี่ยวเป่า นี่ไงแม่ของฉันพวกเขาหาว่าฉันโกหกฉันไม่ได้โกหกซะหน่อย” ซิงซิงสะอึกสะอื้น
จ้าวเหว่ยเดินไปอุ้มเขาไว้แล้วปลอบเขาให้หยุดร้องไห้
“ซิงซิงมีแม่ตอนนี้ฉันเป็แม่ของเขาแล้ว เด็กที่รังแกซิงซิงยังอยู่ไหมพาฉันไปหาหน่อย” จ้าวเหว่ยโมโหที่สุดแต่เธอก็พยายามข่มอารมณ์มันไม่เหมาะที่เธอจะไปทะเลาะกับเด็ก
เสี่ยวเป่าพาจ้าวเหว่ยที่อุ้มซิงซิงไปหาเด็กกลุ่มนั้นที่แกล้งพวกเขา ในกลุ่มนี้มีเด็กที่อายุ7-8ขวบอยู่ด้วย จ้าวเหว่ยเลยเดินไปหาพวกเขาทันที โดยที่มีอ้ายเหรินเดินตามไปดูห่างๆ
“พวกหนูผลักซิงซิงเหรอ.? ” จ้าวเหว่ยถามด้วยความใจเย็น
“ก็เขาโกหกก่อนทำไมล่ะ เขาไปขโมยลูกอมมาแล้วบอกว่าแม่ซื้อให้ซิงซิงมีแม่ที่ไหนกัน” เด็กที่โตที่สุดเป็คนตอบคำถามเธอ
“อืม..ต่อไปนี้ฉันเป็แม่ของซิงซิง เขามีแม่แล้วพวกเธออย่าบอกว่าเขาไม่มีแม่อีกเข้าใจไหม แล้วเขาก็ไม่ใช่เด็กขี้ขโมยลูกอมที่เขาเอามาฉันเป็คนซื้อให้เขาเอง”
“พี่ก็เป็แค่แม่เลี้ยงไม่ใช่เหรอแล้วจะเป็แม่เขาได้ยังไง”
“ก็บอกแล้วไงว่าตอนนี้เขาเป็ลูกฉันแล้วเขามีแม่ ถ้าเล่นกันก็เล่นดีๆ อย่ามาล้อเลียนเขาอีก”
“ก็เขาไม่มีแม่จริงๆ นี่น่า จะให้พูดว่ามีแม่ได้ยังไง”
จ้าวเหว่ยอารมณ์ขึ้นเธอวางซิงซิงลงก่อนจะเท้าสะเอวพูดกับเด็กเหล่านี้
“แม่เลี้ยงมันต่างยังไงเขาก็เป็ลูกฉันอยู่ดี แล้วพวกเธอเนี่ยมีแม่กันทุกคนแล้วมารังแกคนอื่นแบบนี้นะเหรอ ถ้ามีแม่แล้วนิสัยเกเรแบบนี้มันดีตรงไหนกัน ถ้าใครรังแกลูกฉันอีกนะฉันจะไปเคาะประตูบ้านของพวกเธอถามพ่อแม่พวกเธอว่าสอนพวกเธอยังไงให้มารังแกคนอื่น ถ้าไม่เชื่อฉันพวกเธอลองดูได้เลย” จ้าวเหว่ยมองหน้าพวกเขา
เด็กๆ เห็นว่าจ้าวเหว่ยเริ่มโมโหแล้วพวกเขาก็กลัวขึ้นมาก่อนจะรับปากเธอว่าจะไม่รังแกซิงซิงอีก แล้วจะไม่ล้อเขาว่าไม่มีแม่อีกแล้วเพราะเขากลัวพ่อแม่พวกเขารู้แล้วพวกเขาจะโดนตี
อ้ายเหรินเห็นท่าทางหาเื่เด็กของอ้ายเหรินก็ขำ โตจะตายแล้วมาทะเลาะกับเด็ก
ซิงซิงซึ้งใจมากเขามีแม่ที่ปกป้องเขา แม่ต่อว่าคนพวกนี้เพื่อเขาแม่รักเขาแล้วใช่ไหม.? ซิงซิงเข้าไปกอดขาจ้าวเหว่ยเอาไว้
“ในเมื่อพวกเธอตอนนี้เข้าใจแล้วและทำตัวเป็เด็กดี ฉันจะให้ซิงซิงเอาลูกอมมาให้พวกเธอลองกินกันตกลงไหม”
พวกเด็กๆ ที่อยู่ตรงนี้พยักหน้าไม่หยุด พวกเขาไม่รังแกซิงซิงก็ได้ลูกอมกินแล้วเหรอต่อไปนี้เขาจะไม่แกล้งเด็กคนนี้อีกแล้ว
จ้าวเหว่ยเอาลูกอมล่อเด็กพวกนี้ให้เขาไม่รังแกลูกชายของเธออีก เธอไม่ได้อยู่กับเขาตลอดเวลาการติดสินบนนิดหน่อยกับเด็กไม่เสียหายอะไรหรอก แล้วซิงซิงควรมีเพื่อนคนอื่นบ้างเขามีแค่เสี่ยวเป่าคนเดียวมันน่าสงสารเกินไปแล้ว
“ซิงซิงกับเสี่ยวเป่าเอาลูกอมไปแบ่งเพื่อนนะให้พวกเขาคนละเม็ดก็พอ” จ้าวเหว่ยให้เด็กสองคนเป็คนไปแบ่งเพื่อนๆ เอง
ซิงซิงกับเสี่ยวเป่าวิ่งออกไปทันที
“จะดีเหรอที่เธอให้ลูกอมเด็กพวกนั้น” อ้ายเหรินเดินมาด้านหลังเธอ
“ซิงซิงควรมีมนุษยสัมพันธ์กับคนอื่นบ้าง เด็กก็คือเด็กไม่มีเด็กคนไหนไม่ชอบลูกอมหรอก”
“กล้าพูดว่าเด็กเนอะ แล้วเมื่อกี้ใครทะเลาะกับเด็กกันนะ” อ้ายเหรินพูดเสร็จก็เดินออกไปทันที
จ้าวเหว่ยแบะปาก ก็แค่ขู่ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยเธอรู้หรอกน่าว่าควรทำอะไร
หลังจากวันนั้นพ่อสามีก็หาลูกวัวมาให้จ้าวเหว่ยได้สำเร็จในราคาแค่ยี่สิบหยวนเป็ลูกวัวที่ตัวผอมมาก
“มันจะรอดไหมเนี่ย” แม่สามีเห็นสภาพแล้วก็กังวลใจ
“มันไม่ได้ป่วยใช่ไหมคะพ่อ”
“มันแค่ขาดสารอาหารเท่านั้นล่ะ”
“หมู่บ้านเรามีอ้อยขายไหมคะ ฉันเห็นคนปลูกอยู่นะ”
“มีอยู่นะ เดี๋ยวพ่อไปจัดการให้”
“ถ้าเขามีเครื่องหีบอ้อยพ่อช่วยให้เขาทำให้ด้วยนะคะฉันอยากได้น้ำอ้อย”
พ่อสามีไปซื้ออ้อยตามที่จ้าวเหว่ย้าโดยที่ไม่ได้ถามเธอเลยว่าเธอเอาไปทำอะไร การอยู่ด้วยกันสักพักมันทำให้เขาชินซะแล้วที่จะเห็นลูกสะใภ้ทำโน่นทำนี่ที่เขาไม่เข้าใจ
“แม่คะฉันพาซิงซิงไปเดินเล่นนะคะ แล้วจะไปตัดหญ้าด้วย”
“ไปเถอะ”
จ้าวเหว่ยสะพายตะกร้าแล้วเอามีดตัดหญ้าไปด้วย เธอจูงเด็กน้อยซิงซิงเดินไปที่ท้ายหมู่บ้านบริเวณที่มีหญ้าเนเปียร์เกิดอยู่ พวกเขาสองคนเดินเล่นไปด้วยกัน ฟางหรงที่ยืนอยู่ไม่ไกลเห็นภาพนี้ก็เดินเข้าไปทักทายสองแม่ลูก
“ซิงซิงเธอกำลังจะไปไหนเหรอ "
“ไปเดินเล่นกับแม่ฮะ ป้าจะไปไหนเหรอครับไปเดินเล่นเหมือนกันเหรอ” ซิงซิงถามฟางหรงกลับ
" ป้ามาทำธุระน่ะ แล้วเธอคือภรรยาของเฉินเล่อใช่หรือเปล่า เธอจำฉันได้ไหม”
“จำได้ค่ะ พี่เป็รุ่นพี่ที่โรงเรียนใช่ไหมคะ” เธอเค้นความทรงจำก่อนจะตอบไป
“ใช่แล้วล่ะนอกจากเป็รุ่นพี่เธอฉันยังเป็เพื่อนสนิทสามีเธอด้วย” ฟางหรงเหยียดปากนิดหน่อย
“อ้อ…ค่ะ” จ้าวเหว่ยตอบแค่เป็มารยาท
“พวกเธอสองคนดูสนิทกันดีนะ”
“ก็ตอนนี้ฉันแต่งงานกับพี่เฉินเล่อแล้วเขาก็เหมือนเป็ลูกชายฉัน ถ้าสนิทกันมันก็เป็เื่ที่ดีไม่ใช่เหรอคะ”
ฟางหรงรู้สึกไม่พอใจเมื่อได้ยินแบบนี้ ในชีวิตของเฉินเล่อมีแต่พวกเธอพอมีคนอื่นมาอยู่ในชีวิตเขาแบบนี้เธอรู้สึกโดนแย่งความสำคัญ
“ก็ดีแล้วล่ะ แต่ฉันจะเตือนเธอด้วยความหวังดีนะ เฉินเล่อเขายังไม่ลืมเยว่ซินเพื่อนสนิทของฉันถ้าเธอจะพยายามมันคงเหนื่อยหน่อยนะ”
จ้าวเหว่ยเริ่มสนใจผู้หญิงคนนี้มากขึ้น คำพูดคำนี้มันคือคำเตือนอย่างงั้นเหรอ.? ยายนี่แปลกๆ ซะแล้ว ถ้าหล่อนไม่มีสามีเธอคงคิดว่าหล่อนชอบอีตาเฉินเล่อแน่ๆ จ้าวเหว่ยมองตาฟางหรงเพื่ออ่านใจ
ยายเด็กนี่คงคิดว่าตอนนี้ตัวเองสำคัญแล้วล่ะมั้ง ถ้าเขาจะสนใจเธอเขาคงมองเธอไปนานแล้วล่ะ ฉลาดนะเข้าทางลูกชายดูแล้วก็คงไม่ได้หงิมๆ เหมือนที่ชอบแสดงให้คนอื่นเห็น คิดว่าจะมาแทนที่เพื่อนฉันเหรอฝันไปเถอะ ยายนี่มันร้ายลึกนี่เองอย่างว่าพ่อเป็ยังไงลูกก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ ครอบครัวน่ารังเกียจ
ไม่ชอบฉันซินะ ได้…ใครสนใจเหรอว่าเธอจะชอบฉันไหม
“ชอบคุณที่พี่หวังดีเตือนฉันนะแต่ฉันว่าฉันจัดการชีวิตตัวเองได้แล้วก็จัดการได้ดีด้วย พี่อย่าเอาเวลาอันมีค่าของพี่มากังวลแทนฉันเลยไม่งั้นฉันคงรู้สึกผิดมากแน่ๆ ” จ้าวเหว่ยยิ้มมุมปากให้ฟางหรง แล้วอ่านใจต่อ
กล้าทำหน้าแบบนี้ใส่ฉันเหรอ? เฉินเล่อเขาเกลียดเธอจะตายยายเด็กน่ารังเกียจรอเขากลับมาก่อนเถอะฉันจะทำให้เขาเฉดหัวเธอออกจากบ้าน
ยายคนนี้เป็เพื่อนคนสำคัญของตานั่นหรือนี่ แต่..ฉันต้องสนหล่อนไหม.?
“ฉันต้องขอตัวก่อนนะลูกฉันรอนานแล้ว หวังว่าพี่คงไม่รบกวนเวลาเราสองคนแม่ลูกนะ” จ้าวเหว่ยพูดจนก็พาซิงซิงเดินจากไป
ฟางหรงรู้สึกว่าเด็กคนนี้จัดการได้ยากกว่าที่คิดหน้าหนาหน้าด้านมากจริงๆ ถ้าเฉินเล่อกลับมาเธอคงต้องคุยกับเขาเื่นี้สักหน่อยว่าต่อหน้าและลับหลังเขาเด็กคนนี้มันเป็ยังไง
ฟางหรงคิดมาตลอดว่าถ้าเธอเอาชื่อเยว่ซินมาอ้าง เฉินเล่อก็จะเกรงใจเธอมากขึ้นเพราะตอนท้องเขาคิดว่าเธอเป็คนที่ดูแลเยว่ซินแทนเขานี่เลยเป็ไพ่ตายของเธอที่เฉินเล่อจะฟังคำพูดของเธอมาตลอด ตอนนี้เธอไม่อยากให้เด็กจ้าวเหว่ยสมหวังกับความรักของหล่อนแล้วซิ หล่อนแอบรักเขาก็ยังได้แต่งงานกับเขางั้นเหรอ? ทำไมหล่อนต้องสมหวังด้วย? ฟางหรงรู้สึกอิจฉาจ้าวเหว่ยเื่นี้ขึ้นมา
“ซิงซิงสนิทกับป้าคนนี้มากเลยเหรอ”
“ไม่ฮะ แค่รู้ว่าเขาเป็เพื่อนพ่อ”
“พ่อไม่เคยพาไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนเขามั่งเหรอ”
“ไม่ฮะ ส่วนมากที่พ่อกลับมาพ่อก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน”
“แล้วใครบอกซิงซิงล่ะว่าถ้าอยากเจอพ่อให้ไปหาที่ริมแม่น้ำ”
“ไม่มีใครหรอกบอกฮะ ผมได้ยินปู่กับย่าแล้วก็อาคุยกับบ่อยๆ เลยจำเอาไว้ เผื่อผมอยากมาหาพ่อแต่มันไกลเกินไป” ซิงซิงพยายามอธิบาย
“ปกติพ่อกลับบ้านมาบ่อยไหม”
“ไม่ฮะ ปีละครั้งมั้งจำไม่ได้แล้วฮะ ตอนผมเด็กๆ คงกลับมาบ่อยละมั้ง”
ไอ้คนเฮงซวยเอ๊ย!! ถึงว่าเด็กคนนี้ถึงดูขาดความรักขนาดนี้เป็พ่อภาษาอะไรของนาย หยางเฉินเล่อ
จ้าวเหว่ยสลัดความโมโหออกไปเธอพาเขาไปที่ทุ่งหญ้าแล้วให้เขารออยู่ข้างทางส่วนตัวเธอก็เข้าไปตัดหญ้าที่เธอจะมาทำหญ้าหมักเพื่อเลี้ยงวัว ซิงซิงอยากช่วยด้วยเธอเลยเอาหญ้าที่เธอตัดใส่ตะกร้าข้างหลังเขาพอเก็บหญ้าเต็มตะกร้าทั้งใบเล็กและใบใหญ่แล้วเธอก็พาเขาเดินกลับบ้าน
เขาชวนเธอคุยด้วยตลอดทาง จ้าวเหว่ยก็ไม่เบื่อกับการตอบคำถามของซิงซิง ถ้าวันหนึ่งเธอจากไปแล้วเด็กคนนี้จะเป็ยังไงบ้างนะ จ้าวเหว่ยได้แต่ถามคำถามนี้อยู่ในใจ