เมื่อ ภรรตรี ได้นำตะกร้าผักไปเก็บที่ห้องครัวแล้ว ก็เดินเข้ามายืนเคว้งเก้ๆ กังๆ อยู่ที่หน้าประตูทางเข้าห้องรับประทานอาหาร หญิงสาวไม่รู้ว่าจะทำอะไรหรือยังไงต่อ เพราะ ตฤณภาส ไม่ได้เอ่ยบอกอะไรเลยว่าจะให้เธอนั่งทานข้าวเช้าร่วมโต๊ะด้วย หรือว่าจะให้เธอไปนั่งทานข้าวที่ห้องครัว
ภรรตรี หันมองไปทาง จำปา ซึ่งเป็ตัวช่วยที่ดีที่สุดในตอนนี้ ก็เห็นว่า จำปา กำลังง่วนอยู่กับการยกหมอข้าวต้มออกมาจัดวางที่โต๊ะอาหาร ทั้งมีคนงานผู้หญิงหนึ่งคนก็กำลังช่วยอยู่ ซึ่ง จำปา นั้นนำถ้วยชามเข้ามาที่โต๊ะอาหาร จึงคิดว่าตนเองน่าจะไปช่วยดีกว่า จึงหันกลับจะเดินกลับไปยังห้องครัวอีกครั้ง
“เดี๋ยว! นั่นจะไปไหนน่ะ?” ตฤณภาส ร้องเรียก ภรรตรี ไว้เสียงดัง
“เอ่อ! จะไปช่วยลำเอียงอาหารที่ห้องครัวน่ะค่ะ” ภรรตรี หันกลับมาบอกคนที่ร้องเรียกนั้นอย่างเสียไม่ได้
“ไม่ต้องไป มานั่งลงตรงนี้” ตฤณภาส ร้องสั่งด้วยน้ำเสียงเข้มดุ
‘ทำไมจะต้องทำเสียงดุขนาดนั้นด้วย บอกกันดีๆ ก็ได้ หน้าตาก็ดุอยู่แล้วยังจะมาทำเสียงดุอย่างนี้อีก’ ภรรตรี บ่นพึมพำกับตัวเองอยู่ในใจ เดินมานั่งลงที่โต๊ะอาหารข้างๆ ที่ชายหนุ่มนั่งอยู่
“งานเดิมของคุณ คุณทำอะไรมาบ้าง?” ชายหนุ่มเอ่ยถาม เพื่อเป็การฆ่าเวลา ขณะที่ จำปา จัดโน้นวางนี้ลงบนโต๊ะอาหาร
“ก็หลายอย่างค่ะ อย่างประสานงานต่างๆ จัดทำเอกสาร คีย์ข้อมูลเข้าระบบ สั่งซื้อของอะไรพวกนี้น่ะค่ะ”
ภรรตรี สาธยายงานที่เคยได้ทำมาแต่ครั้งอยู่ที่บริษัทเก่าให้เ้านายคนใหม่ของตนได้รับฟัง ซึ่งชายหนุ่มก็รับฟังอย่างนิ่งๆ แต่สายตานี้สิจับจ้องอยู่แต่เรียวปากอวบอิ่มจิ้มลิ้ม ที่มีสีแดงระเรื่อน่าจูบนั้นอย่างเผลอไผล และมารู้สึกตัวก็ตอนที่ จำปา เอาถ้วยข้าวต้มมาวางให้ตรงหน้านั้นแหละ
“โอเค! ทานข้าวกันก่อนก็แล้วกัน แล้วค่อยคุยกันต่อ” ตฤณภาส ตัดบทอย่างเร็วไว หยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวต้ม เป่านิดหนึ่งก่อนจะนำเข้าปาก ซึ่ง ภรรตรี ก็ทำตามนั้นอย่างไม่มีข้อคัดค้านอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย นั่งทานข้าวต้มในชามของตนไปอย่างเงียบๆ
แต่คนที่แทบจะนั่งทานข้าวอยู่เฉยๆ ไม่ได้นั้นเห็นจะเป็ ตฤณภาส นั้นแหละ เพราะชายหนุ่มก็คอยแต่จะแอบมองปากอวบอิ่มจิ้มลิ้มอยู่เป็พักๆ ยิ่งตอนเวลาที่หญิงสาวนำช้อนที่มีข้าวต้มใส่ปาก แล้วรูดข้าวต้มออกจากช้อนให้ร่วงหล่นเข้าไปในปาก ยิ่งทำให้ร่างกายของชายหนุ่มแทบจะร้อนเป็ไฟเอาเสียให้ได้เลยทีเดียว
“เพลี้ยง!!!!....”
ช้อนที่ ตฤณภาส ถือค้างอยู่ในมือใหญ่ หลุดร่วงตกลงกระทบกับชามข้าวต้ม ดีว่าชายหนุ่มยังไม่ได้ยกขึ้นสูงเท่าไร จึงไม่ทำให้ชามข้าวต้มนั้นแตก และข้าวต้มที่อยู่ในชามก็หมดลงไปแล้วจึงไม่กระเด็นออกมาโดนคนทั้งสองที่นั่งทานข้าวกันอยู่
“อุ้ย! คุณเป็อะไรหรือเปล่าค่ะ” ภรรตรี สะดุ้งโยงขึ้นมาทันทีด้วยความตกอกใ กับเสียงดังของช้อนที่ตกกระทบชามข้าวต้มนั้น เงยหน้าขึ้นถามชายหนุ่มที่นั่งทานข้าวอยู่ข้างๆ อย่างเป็ห่วง
“เปล่า! ไม่ได้เป็อะไร อิ่มหรือยังล่ะ จะเอากาแฟไหม?” ชายหนุ่ม ก็ใไม่แพ้กัน ที่ทำไมตัวเองถึงได้สติหลุดได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาไม่เคยเป็อย่างนี้มาก่อนเลยแม้สักครั้งเดียว เขาจึงพยายามปรับสีหน้าท่าทางให้เป็ปกติ
“อิ่มแล้วค่ะ ได้กาแฟสักแก้วก็ดีค่ะ”
ภรรตรี วางช้อนลงไว้ในชามข้าวต้ม เพื่อบ่งบอกว่าเธออิ่มแล้วจริงๆ พร้อมกับยืนยันที่อยากจะได้กาแฟมาดื่มดับความง่วงงุนที่มีอยู่ในตอนนี้ ตฤณภาส พยักหน้ารับทราบ ยื่นมือใหญ่ไปหยิบกาน้ำที่บรรจุกาแฟร้อนที่ จำปา ได้ชงไว้ให้นั้น มาเทใส่แก้วกาแฟให้คนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วค่อยมาเทใส่แก้วกาแฟของตน
“ขอบคุณค่ะ” ภรรตรี ส่งยิ้มบางๆ ให้พร้อมกับกล่าวขอบคุณชายหนุ่มออกมาเบาๆ แล้วจากนั้นทั้งสองหนุ่มสาวก็พากันนั่งจิบกาแฟไปเงียบๆ อย่างไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก
๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑