ท่านเทพส่งผมมาเป็นตัวประกอบ

    บทที่ 9

    “งั้นเราต้องรีบดำเนินการแล้ว ถ้าพวกมันรวมตัวกันได้เมื่อไร เราก็จะเสียเปรียบไปมากเท่านั้น”เดอร์วันกล่าวอย่างร้อนรน เธอเน้นเป็นสายพวกเก็บข้อมูล และวิจัยงานทดลองต่างๆ เสื้อผ้าที่พวกเขากำลังสวมใส่อยู่นี้ก็เป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกที่เธอผลิตขึ้น มันสามารถรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี แม้จะตกจากหน้าผาที่ลึกไป 20 เมตรมันก็ยังไม่ส่งผลตามแรงถึงชั้นผิวหนังเลยแม้แต่น้อย เดอร์วันเป็นผู้หญิงที่เรียกได้ว่าตรงสเปคของบรรดาขุนนางชั้นสูงหลายคน ตอนที่เธอยังไม่ได้เป็นโรคปีศาจนี้มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งเป็นชาวบ้านธรรมดา และบรรดาลูกหลานของขุนนางตระกูลใหญ่ๆ ก็ต่างอยากได้เธอไปเป็นภรรยากันทั้งนั้น แต่พอเธอติดโรคปีศาจนี้นอกจากจะโดนไล่ออกจากบ้านมาแล้ว เหล่าคนพวกนั้นก็ต่างพากันรังเกียจเธอ ผลักใสไล่ส่งให้ออกไปไกลๆ ถึงเธอจะเป็นอย่างนั้น แต่ผู้คนในองค์กรต่างเรียกเธอว่า ‘พี่หญิงใหญ่’“พวกเจ้าเข้าใจผิดแล้ว เจ้าพวกลัทธิมันใช้เวทย์ลวงตา ทางเข้ามันอยู่ตรงนั้น..” ในขณะที่ทั้งสามสาวกำลังเซ็ง เนื่องจากพวกลัทธิซาลอนได้หนีไป แต่มันกลับไม่ใช่เมื่อเสียงของผู้เป็นนายร้องเตือน มิเชลไม่รอช้าร่ายเวทย์คลายคาถาลวงตานี้ทันทีพร้อมกับคิดภายในจิตใจ ‘พวกโจรกลุ่มนี้สามารถใช้คาถาระดับสูงได้นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว.. คงต้องเอ่ยให้พวกนางระวังตัวเป็นพิเศษเสียแล้ว’ มิเชลที่เพิ่งจะหลับตาร่ายเวทย์เสร็จ ก็หวังที่จะเอ่ยเตือน แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ทันแล้ว เพราะตอนนี้เจ้าหมาป่าเงิน และโลลิตัวน้อยได้พุ่งเข้าไปที่ทางเข้าอย่างรวดเร็ว “ข้าจะจัดการพวกมันทั้งหมดเองเจ้าค่ะนายท่าน..” ทูกระโดดเข้าไปที่ประตูทางเข้าเป็นคนแรก และตามด้วยโฟร์ไปติดๆ ใบหน้าของทั้งสองมีรอยยิ้มที่มุมปาก เหมือนว่ากำลังจะมีเรื่องสนุกๆให้พวกเธอทำ เดอร์วันที่เห็นทั้งสองพุ่งไปอย่างนั้นก็รีบสั่งการให้ลูกน้องอีกหลายสิบชีวิตตรงเข้าไปที่ทางเข้าทันที“บุกได้!! ฆ่าพวกลัทธิซาลอนให้หมด..” เดอร์วันสั่งการ มิเชลที่ดูเหมือนจะงงๆ ก็ได้แต่ทำหน้าเอ๋อๆไป เขาไม่ได้สังเกตเลยว่ามีสมาชิกไลท์การ์เด้นอยู่ที่นี่อีกนับสิบๆคน หากใครเห็นหน้าเขาในตอนนี้ก็คงจะเข้าใจดีว่าเขาไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่างกับสถานการณ์ตรงหน้า แต่โชคดีที่มีทั้งเวทย์ปกปิด และมีทั้งอุปกรณ์อย่างหน้ากาก ไม่อย่างนั้นคงจะโป๊ะแตกได้“นายท่านซีโร่เป็นอะไรอย่างนั้นหรือเจ้าคะ..” เดอร์วันกล่าวถามเมื่อเห็นนายเหนือหัวเงียบลงไป“ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่จะเตือนพวกเขาสักหน่อยว่าค่ายของลัทธินี้มันค่อนข้างอันตราย น่าจะให้ระวังตัวเองเอาไว้หน่อย แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันการแล้ว ช่างเถอะ...” มิเชลกล่าวถึงความไม่ธรรมดาของค่ายโจรนี้ ตั้งแต่ที่เขาเห็นว่ามีเวทย์ลวงตาระดับสูงทุกอย่างมันก็ไม่น่าไว้ใจอีกต่อไป เขาเดินไปตรงทางเข้าอย่างเฉยชา ‘คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง.. ไปสนุกกับการล่าครั้งสุดท้ายดีกว่า’ มิเชลคิดก่อนจะพุ่งหายไปเป็นภาพติดตาของเดอร์วัน แน่นอนว่าเธอค่อนข้างที่จะชินแล้วที่เห็นภาพอย่างนี้ ภายในฐานลับของลัทธิซาลอน ก่อนเวลาโจมตีไม่นาน...“ที่นี่ที่ไหนกัน.. เอ๊ะ!! ขยับไม่ได้..” หญิงสาวคนหนึ่งลืมตาตื่นขึ้นมา และเมื่อลองขยับตัวของตัวเองดูแล้ว ร่างกายของเธอกลับไม่ยอมทำตามคำสั่งเท่าไร ตอนนี้เธอนอนอยู่บนสิ่งที่คล้ายกับเตียงนอน แต่มันทำมาจากหินทั้งหมด แขนขาถูกมัดเอาไว้อย่างแน่นหนา“ไม่ต้องกังวลหรอกขอรับองค์หญิง ‘แซนนิต้า’ อีกเดี๋ยวท่านก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งในผลงานอันยิ่งใหญ่ของข้าน้อยผู้นี้แล้ว ข้าสัญญาเลยว่าความทรมานทุกอย่างมันจะจบให้ไวที่สุดขอรับ..” จู่ๆเสียงที่มุมห้องก็เอ่ยขึ้นมากับเธอ แน่นอนว่าเธอเป็นเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเอลฟ์ ในระหว่างที่กำลังเดินทางไปเรียนต่อที่อาณาจักรมนุษย์ที่เมืองหลวงไซเรนเทียก็ถูกโจรเข้าปล้น และเธอก็ถูกจับมาอย่างในปัจจุบันนี้ แซนนิต้าพยายามดิ้นรน หากเธอใช้เวทมนตร์ได้มันอาจจะดีกว่านี้ก็เป็นไปได้“แกต้องการอะไร..” เมื่อรู้ว่ามันหมดหนทาง เธอจึงพยายามถามเพื่อถ่วงเวลา เผื่อจะยังมีอัศวินบุกเข้ามาช่วยเหลือเธอ แต่ความคิด ความหวังของเธอคงจะหมดไปหลังจากที่ชายคนนี้ตอบกลับมา“ข้าน้อยรู้ว่าท่านกำลังพยายามที่จะถ่วงเวลาให้คนมาช่วย.. แต่ก็ต้องแสดงความเสียใจด้วยขอรับองค์หญิง ที่ทหาร และอัศวินของท่านต่างก็ตายกันหมดแล้ว... ดังนั้นข้าน้อยไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไร ฮ่าๆๆ” ชายคนนี้กล่าวกับองค์หญิงไปตรงๆเพื่อทำลายความหวังอันน้อยนิดของเธอ แต่ทันใดนั้นเองที่เสียงหัวเราะของเขาจบลง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เพราะเสียงที่ดังกึกก้องไปทั่วฐานลับแห่งนี้ ตู้มมมมมมม!!! “ดูเหมือนว่าแกจะคิดผิดนะ เจ้าคนจิตวิปลาส..” องค์หญิงที่ได้ยินเสียงการจู่โจมก็แสดงรอยยิ้มแห่งความหวังขึ้นมาอีกครั้ง“ชิ.. พวกเจ้าข้างนอก.. มันเกิดอะไรขึ้น!!..” ชายคนนั้นกล่าวถามอย่างเดือดดาล“นายท่าน.. พวกเราถูกโจมตีขอรับ.. พวกมันเป็นพวก ‘ไลท์การ์เด้น’..” คนของลัทธิที่อยู่หน้าประตูเองก็กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พวกเขานั้นเคยได้ยินชื่อเสียงของไลท์การ์เด้นมานานแล้ว นับว่าพวกมันเป็นศัตรูของลัทธิพวกเขาโดยตรง แรกๆผู้นำลัทธิทั้ง 12 คนต่างมองว่ามันเป็นแค่กลุ่มเด็กน้อยที่พยายามจะล้มล้างพวกเขา ก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก แต่เมื่อนานวันเข้า กลุ่มคนพวกนี้กลับกลายเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของลัทธิไปแล้ว“ถ่วงเวลาไว้ซะสิเจ้าพวกโง่ งานวิจัยของข้ากำลังจะเสร็จสิ้นแล้ว..” ชายคนนี้พยายามรีบเก็บเอกสารทุกอย่าง หลอดทดลองที่มีเลือดอยู่ 9 หลอด โดยที่อีกหลอดจะครบสิบ แน่นอนว่ามันขาดเลือดของเจ้าหญิงเอลฟ์ผู้นี้ เขารีบหยิบเข็มเจาะเลือดขึ้นมาหวังจะดูดเลือดออกมา“ถึงจะไม่ได้เล่นสนุกกับตัวของท่าน ก็ต้องช่างมันก่อนแล้ว...” เข็มถูกพุ่งเข้าไปที่ตำแห่งหัวใจของหญิงสาว แต่เมื่อมันกระทบกับผิวหนังของแซนนิต้าเข็มนั้นก็หักลงในทันที ติ่ง!!“เกิดอะไรขึ้น!!.. ทำไมเข็มมันถึงหักได้กัน..” ชายนักวิจัยกล่าวอย่างตกใจ“เจ้าไม่รู้อย่างนั้นรึ.. ราชวงค์เอลฟ์ทุกพระองค์จะถูกคุ้มครองด้วยเวทมนตร์โบราณ.. หากข้าคาดเดาไม่ผิด แถวนี้คงจะเป็นป่า และยังอยู่ใต้ดินซินะ..เจ้าพลาดแล้วล่ะ” เวทย์โบราณของตระกูลเธอนั้นนับว่าค่อนข้างโกง มันเป็นทักษะที่ติดมาตั้งแต่เกิดของราชวงค์ทุกพระองค์ ‘พรแห่งเทพไกอา’ ร่างกายของเอลฟ์ราชวงค์จะถูกเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพขึ้น 10 เท่า หากต่อสู้ภายในป่า และพื้นดิน“หัวหน้า.. พวกมันใกล้บุกมาถึงตรงนี้แล้วขอรับ..” คนในลัทธิคนหนึ่งวิ่งเขามาบอกแก่นักวิจัย“ชิ..ทำไมมันต้องมาตอนนี้ด้วย เจ้าน่ะ รีบข้ามาจับนางเจ้าหญิงเอลฟ์เอาไว้ เราจำเป็นต้องใช้นาง” นักวิจัยรีบถอดมัดแซนนิต้า แน่นอนว่าเขาลืมไปว่าเจ้าหญิงผู้นี้เองก็เป็นนักเวทย์เช่นเดียวกัน“ไม่ทันแล้วหัวหน้า... อ๊าก!!!” เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่เขาร้องเตือนร่างของมันก็ถูกผ่าออกเป็นสองส่วน พร้อมกับเสียงของผู้ชายอีกคนที่ดังขึ้น“ทำไมรังโจรนี้มันถึงได้ซับซ้อนอย่างกับรังหนูอย่างนี้เนี้ย คนอื่นๆก็หายไปไหนก็ไม่รู้ ... ว่าแต่พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่อย่างนั้นรึ..” แน่นอนว่าจะเป็นใครไปไม่ได้ เพราะคนตรงหน้านั้นคือ ซีโร่นั้นเอง เขาก็เข้ามาทางเดียวกันกับคนอื่น แต่ทำไมเขาจะหลงทางอยู่คนเดียวก็ไม่รู้“เจ้าคือผู้ใด!!” หัวหน้าฐานลับหรือก็คือนักวิจัยกล่าวถามชายชุดคลุมดำตรงหน้า“หือ..ข้ารึ.. ข้าคือซีโร่แห่งไลท์การ์เด้น.. เมื่อมีแสงสว่างก็ย่อมมีเงา ตัวข้านั้นเป็นทั้งแสง และก็เป็นทั้งเงา.. พวกเราไลท์การ์เด้นจะลบพวกเจ้าออกจากแผนที่โลกใบนี้เอง เจ้าพวกลัทธิซาลอน!!..”