[จบแล้ว] ขนเสบียงนับล้าน มาเป็นมาร(ดา)ของเหล่าวายร้าย (อ่านฟรี 200 ตอน)

    บทที่ 34: ปลดล็อกชั้นวางใหม่

            ในตอนที่หลงเซียวถูกผู้เป็นแม่สัมผัส เขาตัวแข็งทื่อพยายามถอยหลังหนีไป 2 ก้าว


            จากนั้นเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจว่า “ท่านรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ ถ้าท่านป่วย ไม่มีใครช่วยท่านได้หรอกนะ”


            เด็กหนุ่มพูดจบแล้วก็หันหลังเดินไปนั่งเล่นอยู่หลังบ้านไม้พร้อมกับไม้ยาวโดยไม่สนใจหูเจียวเจียวอีก


            หญิงสาวเม้มริมฝีปากก่อนจะเผยรอยยิ้ม เด็กคนนี้ปากจัดพอ ๆ กับหลงจง แต่เธอรู้ว่าหลงเซียวมีจิตใจดีและอ่อนโยนกว่าอีกคนเป็นไหน ๆ


            ถ้าเด็กหนุ่มไม่เอาชุดกระโปรงหนังสัตว์ออกมา เธออาจจะต้องสวมหนังสัตว์เปียกไปทั้งวัน


            แต่ทว่า…


            หูเจียวเจียวก้มลงมองไปที่มือของเธอแล้วเห็นว่ามีหมัด 2-3 ตัวพุ่งออกมาจากฝ่ามือ...


            ถ้าเป็นในการ์ตูน บนหัวของเธอคงจะมีเส้นสีดำขีดอยู่เป็นแถว เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะพวกภูตไม่ใส่ใจเรื่องสุขอนามัยหรือไม่มีใครดูแลเด็กพวกนี้ พวกเขาจึงมีหมัดอยู่บนหัว ต่อจากนี้ไปเธอคงจะต้องดูแลเรื่องความสะอาดของเจ้าตัวเล็กทั้งหลายเสียแล้ว


            เมื่อนึกถึงภาพลูกตัวน้อยที่มีสภาพไม่ต่างจากขอทาน ความมุ่งมั่นของหูเจียวเจียวที่จะดูแลเด็กทั้ง 5 คนก็พุ่งสูงขึ้น


            หลังจากที่หญิงสาวเข้าไปในห้องแล้ว เธอก็จัดการถอดชุดกระโปรงหนังสัตว์ตัวเดิมที่เปียกโชกออก


            ที่ผ่านมาเธอไม่เคยมีโอกาสได้อาบน้ำเลยตั้งแต่ทะลุมิติมาที่นี่ วันนี้พระเจ้าคงเห็นใจจึงช่วยให้เธอมีเวลาได้ไปอาบน้ำในแม่น้ำ


            พอจิ้งจอกสาวถอดเสื้อผ้า เธอก็เผลอชำเลืองมองร่างกายของตัวเอง หุ่นของเจ้าของร่างเดิมนี่ได้สัดส่วนดีจริง ๆ ตรงไหนควรจะเล็กก็เพรียวบาง ตรงไหนควรจะอวบอั๋นก็นูนขึ้นมา ส่งผลให้รูปร่างของนางดูสมบูรณ์แบบมาก


            คำว่า ‘มีเสน่ห์’ คงจะสามารถใช้อธิบายร่างกายของนางได้ดีที่สุด 


            ในชีวิตที่แล้ว เธอเป็นสาวเนิร์ด แม้ว่าเธอจะไม่ได้อ้วนจ้ำม่ำ แต่รูปร่างของเธอก็ไม่ได้ดีขนาดนั้น มันสามารถเอาไปเปรียบกับกระดานโต้คลื่นได้เลยก็ว่าได้…


            ยามนี้หูเจียวเจียวสัมผัสตัวเอง 2-3 ครั้งด้วยความอยากรู้อยากเห็น จากนั้นเธอก็กลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง เมื่อคิดถึงว่าปัจจุบันร่างกายนี้เป็นของเธอแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องไม่ผิดที่เธอจะตรวจสอบว่ามีตรงไหนผิดปกติหรือไม่


            หลังจากสลัดความคิดที่ทำให้ตัวเองหน้าแดงไปได้ หญิงสาวก็นำชุดกระโปรงหนังสัตว์มาสวมดู


            ชุดกระโปรงหนังสัตว์ตัวใหม่ทำจากหนังเสือดาว ด้านนอกจึงมีลายเสือดาวสีเหลืองสลับสีน้ำตาลเข้ม ทว่าชุดกระโปรงตัวนี้ยาวไม่ถึงหัวเข่า แล้วเกือบจะปกปิดต้นขาไม่มิด 


            ส่วนท่อนบนเป็นเสื้อแขนกุดซึ่งเธอจะต้องนำผ้ามาผูกเอวไว้ เนื่องจากในเผ่าภูตหาเครื่องมือตัดเย็บได้ยากมาก เสื้อผ้าส่วนใหญ่จึงเป็นแบบชิ้นเดียวและต้องใช้วิธีเอาหนังสัตว์มาผูกเป็นเข็มขัดเอา 


            หลังจากที่หูเจียวเจียวสวมเสื้อผ้าตัวใหม่เสร็จแล้ว เธอก็เผยสีหน้าเศร้าสร้อย


            เนื่องจากชุดกระโปรงหนังสัตว์ก่อนหน้านี้ยาวเลยหัวเข่าไป ซึ่งชุดนั้นเธอยังพอรับได้ แต่ชุดกระโปรงตัวนี้สั้นมาก ประกอบกับพวกภูตไม่มีกางเกงในใส่ด้วย... เธอทำใจยอมรับไม่ได้จริง ๆ เพราะมันโล่งจนเกินไป


            แม้ว่าพวกภูตจะไม่สนใจว่าพวกเขาจะเผลอเปิดเผยอะไรที่ไม่ควรเปิดหรือไม่ แต่เธอเป็นมนุษย์ เธอรับไม่ได้กับการสวมชุดกระโปรงสั้นโดยไม่มีอะไรปกปิดอยู่ข้างใน


            ในขณะที่ยังมีเวลาเหลืออีกพอสมควร หูเจียวเจียวรีบเข้าไปในมิติเพื่อหยิบผ้าสีขาวผืนหนึ่งมาทำชุดชั้นใน


            ตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องทำชุดชั้นในท่อนบนเพราะว่าเธอไม่สามารถใส่อะไรไว้ใต้เสื้อแขนกุดได้ ประกอบกับโชคดีที่หนังสัตว์นั้นหนามากพอจนไม่เปิดเผยจุดน่าอายออกมา ซึ่งเรื่องดังกล่าวเธอคิดว่าเอาไว้แก้ไขภายหลังได้


            การเข้าสู่มิติในครั้งนี้ จิ้งจอกสาวพบว่ามีชั้นวางเปิดให้ใช้งานได้อีก 2 ชั้น


            โดยที่บนชั้นหนึ่งมีผ้าชนิดต่าง ๆ วัสดุที่ทำมาจากขนสัตว์ และอุปกรณ์ตัดเย็บต่าง ๆ ถึงขนาดที่ว่าพวกมันเป็นอุปกรณ์ระดับช่างตัดผ้ามืออาชีพเลยทีเดียว


            อย่างไรก็ตาม การใช้ผ้าเหล่านี้มาทำเสื้อผ้านั้นจะทำให้เธอถูกเปิดโปงความจริง หญิงสาวเลยไม่คิดที่จะนำมันออกมา ดังนั้นเธอจึงใช้ผ้ามาตัดเป็นชุดชั้นในเท่านั้น


            อีกชั้นหนึ่งเป็นชั้นที่มีอาวุธ, ดาบ, หอก, คันธนู, ลูกธนูและหน้าไม้... นอกจากนี้ยังมีอาวุธอีกมากมายที่หูเจียวเจียวไม่สามารถบอกชื่อได้ ซึ่งทั้งหมดเป็นอาวุธเย็น*

    *อาวุธเย็น เป็นอาวุธที่ไม่เกี่ยวข้องกับไฟหรือระเบิด


            ขณะที่จิ้งจอกสาวนึกถึงอันตรายในปัจจุบัน เธอรู้สึกว่าเธอยังต้องการอาวุธทั้งหมดนี้ อย่างน้อยที่สุดมันก็ช่วยชีวิตเธอในช่วงเวลาวิกฤตได้ หากมีอาวุธร้อนอยู่บนชั้นวาง เธอคงไม่รู้ว่าจะใช้มันอย่างไร...


            พอหูเจียวเจียวสวมกางเกงในที่ทำขึ้นใหม่แล้ว เธอก็หยิบของบนชั้นวางมาบางส่วน จากนั้นเธอเดินไปที่ชั้นวางอาหารเพื่อหยิบมันฝรั่ง ผัก และเครื่องปรุง 


            ทันทีที่เธอออกมาจากมิติ เธอก็เดินออกจากบ้านไปเพื่อเริ่มทำอาหารเย็น


            ตามปกติแล้วภูตจะกินอาหารวันละ 2 มื้อ บางคนถึงขั้นกินแค่วันละมื้อด้วยซ้ำ หูเจียวเจียวเองก็เคยชินกับร่างกายของเจ้าของเดิม เธอจึงเพิ่งรู้สึกหิวทั้ง ๆ ที่กินข้าวไปตั้งแต่เช้า


            ยามนี้หญิงสาวหั่นเนื้อส่วนหน้าอกของวัวชิ้นใหญ่และนำขากวางออกมา 3 ขา เธอกำลังจะทำเนื้อตุ๋นกับมันฝรั่ง ขากวางย่าง และหุงข้าวขาวหอมกรุ่น 1 หม้อ


            เมื่อหูเจียวเจียวเตรียมผักและจุดไฟอย่างช่ำชอง เธอก็ยกหม้อขึ้นตั้งบนเตา พอเติมเนื้อลงในหม้อต้มน้ำแล้ว เธอก็ใช้ประโยชน์จากเวลาว่างในการทำเนื้อรมควันอีกอย่าง


            เธอวางเนื้อสัตว์ที่ยังไม่ได้กินเมื่อวานไว้บนตะแกรง ก่อนจะยัดไม้ชื้น ๆ ไว้ใต้ตะแกรง


            ไม่นานหลังจากที่จิ้งจอกสาวจุดไฟ ควันสีขาวก็ลอยขึ้นห่อหุ้มเนื้อชิ้นใหญ่


            เมื่อเนื้อส่งกลิ่นหอมโชยมา ท้องฟ้าก็ค่อย ๆ มืดลง


            ระหว่างที่เด็กทั้ง 4 คนกำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน พวกเขาเห็นเพียงควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากลานบ้าน


            ทันใดนั้นทุกคนก็นึกถึงบ้านของสงฮวาที่เพิ่งถูกไฟไหม้ แล้วใบหน้าของเด็ก ๆ ก็ซีดเซียวก่อนจะรีบวิ่งกลับไปที่บ้านให้เร็วที่สุด 


            “ท่านแม่! ท่านอยู่ไหน!” หลงหลิงเอ๋อร้องเรียกแม่พร้อมกับมองหาร่างของอีกคน


            “น้องสาม ไปเอาน้ำจากถังหินมาดับไฟเร็ว!” หลงอวี้รีบพูดกับหลงจง


            ส่วนหลงเหยาซึ่งถูกทิ้งไว้ข้างหลังบินตามพี่ชายทั้ง 2 เข้ามา


            อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เด็กทั้ง 4 คนจะเข้าไปในลานบ้าน หูเจียวเจียวก็เดินออกมาพร้อมกับยกมือปิดปากตัวเองข้างหนึ่ง และอีกมือหนึ่งก็บีบจมูกพลางมองดูพวกเขาด้วยความประหลาดใจ


            “อะแฮ่ม... ทำอะไรกันน่ะ?”


            คำถามนั้นทำให้เหล่าเด็กน้อยตกตะลึง


            หลงจงกัดฟันและชี้ไปที่หูเจียวเจียวอย่างโกรธเกรี้ยว “นังผู้หญิงสารเลว ข้าคิดไว้แล้วว่าเจ้ามีเจตนาไม่ดี เจ้าจะเผาพี่รองให้ตายอยู่ในบ้านระหว่างที่เราไม่อยู่!”


            ทันทีที่เด็กหนุ่มพูดจบ หลงเหยาก็รีบพุ่งเข้าไปกัดนิ้วของเขาที่กำลังชี้ใส่แม่จิ้งจอก 


            “โอ๊ย!”


            หลงจงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด


            “พี่สาม ท่านเป็นอะไรไหม เสี่ยวเหยา ปล่อยนะ! นี่พี่สามไง เจ้าจะกัดพี่สามทำไม!” หลงหลิงเอ๋อพุ่งไปดึงเจ้ามังกรตัวน้อยออกมา


            แม้ว่าหลงเหยาจะถูกกักไว้ในอ้อมแขนของเด็กสาว แต่เขาก็ยังคงมีสีหน้าดุร้ายพลางกัดฟันราวกับว่าเขาต้องการจะพุ่งเข้าไปกัดหลงจงได้ทุกเมื่อ


            “น้องห้า!” หลงอวี้ขมวดคิ้วมองไปที่น้องชายคนเล็กด้วยความโกรธ


            ในอดีต เสี่ยวเหยาเป็นคนที่เชื่อฟังและประพฤติตัวดีมากที่สุด แต่วันนี้เขากัดพี่สามของตัวเองเพราะหูเจียวเจียว ผู้หญิงใจมารคนนี้แอบวางยาเสน่ห์ให้เขาหรือเปล่า?


            ทางด้านผู้เป็นแม่ตกตะลึงและรีบไปตรวจสอบบาดแผลที่มือของหลงจง


            “ขอแม่ดูหน่อย มือเจ้าเป็นแผลไหม?”


            หลงเหยาเองก็เป็นภูต เขี้ยวของเขาจึงคมมาก หากเป็นแผลร้ายแรงล่ะก็ เด็กหนุ่มจะติดเชื้อและอาจเป็นโรคพิษสุนัขบ้า


            ตอนที่เธออ่านนิยาย เธอจำได้ว่ามีภูตในเผ่าที่กัดกันและตายด้วยโรคพิษสุนัขบ้า


            พอหญิงสาวสำรวจบาดแผลของลูกชายคนที่ 3 ก็พบว่ามือของเขานั้นบางจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก แล้วผิวหนังก็เหี่ยวย่นราวกับลำต้นของต้นไม้ที่ตายแล้ว


            ตอนนี้มีรอยฟัน 2 แถวอยู่ที่นิ้วชี้ของเด็กหนุ่ม ซึ่งเป็นรอยแผลลึกที่มีเลือดไหลซึมออกมา


            หูเจียวเจียวขมวดคิ้วแน่น หลงเหยาเป็นมังกรตัวเล็ก แต่ฟันของเขาแหลมคมมาก เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจกัดพี่ชายตัวเองอย่างแรง


            “แผลเลือดออกด้วย แม่จะช่วยล้างแผลและทายาให้เจ้า”


            เธอตั้งใจจะจับมือของหลงจงไปล้างน้ำ แต่อีกฝ่ายกลับสะบัดมือออก


            “เจ้าไม่ต้องมาเสแสร้งทำเป็นใจดี หากเจ้าไม่ได้วางยาเสน่ห์ใส่เสี่ยวเหยา จู่ ๆ เขาจะมากัดข้าได้ยังไง เจ้าต้องวางยาเสี่ยวเหยาแน่ ๆ นังผู้หญิงชั่ว อย่ามาแตะต้องตัวข้า!”


            หลงจงผู้มีแผลเป็นบนใบหน้าสลัดมือของหูเจียวเจียวแล้ววิ่งไปหลบอยู่ข้างหลงอวี้


            ดวงตาสีเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชัง นัยน์ตาที่เย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งจ้องเขม็งเหมือนอยากจะฉีกนางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ให้เป็นชิ้น ๆ!

    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว] ขนเสบียงนับล้าน มาเป็นมาร(ดา)ของเหล่าวายร้าย (อ่านฟรี 200 ตอน) ที่คุณอ่าน