ระบบ:ลงชื่อเข้าใช้ในโลกอมตะ

    เรื่องระหว่างทาง


          หม่าเซียน กระโดดลงมาจากกิ่งไม้ เขาสลับเป็นโคลนร่างเทพแล้ว ขยับกายวูบเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสชุดเขียวระยะไกล 5 วา เขารู้สึกกดดันไม่น้อย       “ข้าชื่อเฉินปี้ เจ้าสามารถเรียก ผู้อาวุโสเฉินได้” ผู้อาวุโสเฉินกล่าวยิ้มโบกมือทักทาย       “ผู้เยาว์ชื่อหม่าเซียนอายุ 15 ปี ” เขาพูดตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม       “เจ้าแอบซ่อนตัว อยู่บนกิ่งไม้เพื่อการใดรึ?”ผู้อาวุโสเฉินกล่าวถามหม่าเซียน      “ข้าน้อยหลงทาง อยู่ในภูเขาหมื่นบรรจบ ได้เดือนกว่าแล้วและพบเห็นการต่อสู้โดยบังเอิญ”หม่าเซียนพูดตอบกลับ       “ทิศทางนี้คือ เมืองเหล็กดำส่วนเมือง ภูเขาเขียว ไม่แน่ใจมากนักเจ้าไปเมืองเหล็กดำก่อนแล้วค่อยหาทางทีหลังได้หรือไม่? ”       ผู้อาวุโสเฉินพูดตอบและถามต่อไปว่า      “แล้วเจ้ามาจากเมืองไหนและเข้าคัดเลือกประเมินนิกายหรือไม่?”      “ผุ้อาวุโสเฉิน ข้ามาจากเมือง ภูเขาเขียว ส่วนเรื่องคัดเลือกประเมินสาวกนั้น ข้าน้อยต้องรับการประเมินอย่างแน่นอน ความฝันของข้าคือเที่ยวทั่วทวีปนี้”       หม่าเซียน พูดตอบกลับท่าทางที่ไร้เดียงสา       นี่เป็นวิธีปกปิดตัวเอง ไม่สามารถแหลมคมโดดเด่นเกินไป มิฉะนั้นอาจนำภัยมาสู่ตนโดยใช่เหตุหม่าเซียนขบคิดในใจ     “โอ้!...ดี..เรากลับเมืองเหล็กดำ กันเถอะข้าเสร็จธุระพอดีข้าสามารถนำเจ้าไปด้วยได้แต่เมื่อถึงเมืองเหล็กดำเจ้าหาทางกลับเมืองของเจ้าเอง ข้ามีธุระอื่นๆอีกมาก”ผู้อาวุโสเฉินกล่าว      “ขอบคุณ!ผู้อาวุโสเฉินที่เอื้อเฟื้อแก่ผู้เยาว์”       จากนั้นหม่าเซียน ประสานมือโค้งคำนับ       จากนั้น เขาเห็นผู้อาวุโสเฉิน เรียกสัตว์วิญญาณ นกอินทรีหน้าลายปีกกว้าง10 วา หัวถึงหางยาว 5 วา      หม่าเซียน กระโดดปราดขึ้นบนหลังนกอินทรีหน้าลาย เขารู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อจ้องมองแววตาที่คมกริบของมันจากด้านหลัง      “ผู้อาวุโสเฉิน ถ้าไม่เป็นการรบกวนมากเกินไป ขอถามได้หรือไม่ว่าสัตว์วิญญาณตัวนี้ของผู้อาวุโสอยู่ระดับไหน?”     “ฮ่า ฮ่า ไม่มีอะไรเป็นความลับ นกอินทรีหน้าลาย ไกล้ถึงระดับ 3 แล้ว”      ผู้อาวุโสเฉินกล่าว ภาคภูมิใจเล็กน้อยและพูดแนะนำไปว่า      “เด็กน้อยหม่า ถ้าเจ้าจะทำสัญญาวิญญาณกับสัตว์อสูร รอเจ้าถึงอาณาจักร นักรบวิญญาณเจ้าสามารถทำได้”      “ขอบคุณ! ผู้อาวุโสที่ชี้แนะ”      หม่าเซียนประสานมือโค้งตัวตอบกลับ      ....      “เอาล่ะ!เรามาถึงเมือง เหล็กดำแล้ว เจอกันวันคัดเลือกประเมินรับสาวก ข้าต้องไปถามทางเช่นกันหวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”      ผู้อาวุโสเฉินกล่าวยิ้มและทะยานลอยตัวจากไปพร้อมกับนกอสูรวิญญาณคู่ใจ       หม่าเซียน มาถึงเมือง เพิ่งเหยียบย่างเข้าเมือง เห็นภายในเมืองเหล็กดำเจริญรุ่งเรืองยิ่งกว่าเมืองภูเขาเขียว      ไม่ทราบว่า ทำไมนิกายยิ่งใหญถึงจัด เมืองภูเขาเขียวอาจมีสาเหตุเคลือบแฝง     เขาเคยได้ยินว่า…ลูกสาวคนโตของเจ้าเมืองภูเขาเขียว อายุ 15 ปี กลับมาจากเมืองหลวงแล้ว ครอบครัวฝ่ายแม่นั้น เป็นขุนนางระดับสูงใน..      ..อาณาจักรดาวสีคราม พรสวรรค์ไม่ควรต่ำแน่นอน…นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งแต่ไม่มีอะไรยืนยันได้ หม่าเซียนขบคิด      หม่าเซียน หาสถานที่ เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดดำที่เขาใส่ดูไม่ค่อยเหมาะสม      เขา เสาะหาร้านตัดเย็บเสื้อผ้าร้านหนึ่ง สั่งตัดเสื้อผ้าหลายชุดเพราะที่เขานำมาฉีกขาดไม่ก็มีรูจากการต่อสู้       มีเงินสามารถใช้ผีโม่แป้ง คำกล่าวนี้ไม่เกินเลย หม่าเซียนเสนอค่าจ้างให้เป็นพิเศษคนงานทั้งหมดล้วนหยุดงานอื่น       เร่งตัดเสื้อผ้าให้กับหม่าเซียน เมื่อถึงยามสนธยา หม่าเซียนก็สวมใสชุดใหม่ หาร้านทานอาหาร       เมื่อเดินหาร้านอาหาร หม่าเซียนเจอเหล่าสุราที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเหล็กดำ เมื่อหม่าเซียนเดินเข้าไปพบว่าเต็มหมดแล้ว       เขาเดินขึ้นชั้นสอง พบว่ามันเต็มเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปหาชายหนุ่มคู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า      “ท่านทั้งสอง มอบโต๊ะให้กับข้าได้หรือไม่ ข้าจะตอบแทนท่านตอนนี้ข้าหิวจนแทบตาลาย?”หม่าเซียนพูดถาม       “เด็กน้อยเจ้าหนี พ่อแม่เข้าสู่เหลาสุราหรือไม่?”       ชายหนุ่ม ทั้งสองยิ้มพูดเยาะเย้ย      “เจ้ารู้จักนายน้อย หลงกังหรือไม่ข้าเป็นเพื่อนของเขา” หม่าเซียนกล่าวตอบเหมือนไม่ตั้งใจ       เมื่อทั้งสองได้ยิน เช่นนั้น มองหม่าเซียนตั้งแต่หัวจรดเท้าเห็นว่าท่าทางดูง่ายแต่มีความสง่าใส่ชุดเรียบหรูทั้งคู่หน้าเริ่มซีด กล่าวร้อนลนว่า       “นายน้อยท่านนี้ ข้าทั้งคู่มีตาหามีแววไม่ ข้าทั้งคู่จะลุกเดียวนี้ ไม่ทราบว่าท่านชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไร?” ชายทั้งสองดล่าวถามขึ้น       “เอาล่ะ ข้าชื่อเนี่ยเทียน มาจากเมืองภูเขาเขียว เพื่อนซี้ นายน้อยหลงกังรีบไปซะ”       หม่าเซียน พูดจบโบกมือให้ทั้งสองออกไปพร้อมเอาหินวิญาญให้เล็กน้อย       หม่าเซียนสั่งอาหาร กับข้าวสองสามอย่างกินอย่างรวดเร็วระหว่างท่านอาหาร เขาอดหัวเราะไม่ได้      หลงกังและเนี่ยเทียน เป็นพวกที่เหี้ยมโหดชอบโอ้อวดดังนั้นชื่อพวกเขา เอาไปใช้ได้ง่ายกินเสร็จวางหินวิญญาณแล้วทะยานจากไป        หม่าเซียน ทะยาน มาถึงโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง จับจองห้องพักเข้าห้องพักล้างหน้าอาบน้ำเปลี่ยนชุดคลุมสีขาว       จากนั้น นั่งขัดสมาธิ เดินพระสูตรหัวใจวิญญาณอมตะ จากหนึ่งรอบเป็นสอง...จนเคลิ้มหลับไป       ตื่นเช้ามา ทานอาหารที่ทางโรงเตี๊ยมจัดให้พร้อมเก็บของใส่วงแหวอวกาศแล้วเดินจากไป       จากนั้น เขาไปร้านค้าเพื่อซื้อรถม้าใหญ่คันหนึ่งเพื่อกลับเมืองภูเขาเขียวและชมทิวทัศน์ข้างทางไปด้วย      แต่ทันใดนั้น เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นมาที่ด้านหลัง       “นายน้อยท่านนี้ ข้าเห็นท่านออกมาจากโรงเตี๊ยมนายน้อยกำลังจะเดินทางไกลหรือไม่!”หญิงสาวกล่าวยิ้มถาม      “ข้า.ข้า..กำลังจะไปเมือง ภูเขาเขียว ไม่ทราบว่าแม่นางมีอะไรกับข้ามิทราบ?”       หม่าเซียน เปลี่ยนจากจะกลับบ้าน เป็นกำลังจะไป เพื่อความปลอดภัยและไม่อยากมีปัญหาอื่นๆตามมา      “งัั้นข้าถามถูกคนจริงๆข้าคิดว่า นายน้อย ควรมากับขบวนพันธมิตรสี่ทะเลของเรา ขบวนรถม้าของเรารับเด็กหนุ่มไปคัดเลือกประเมินสาวก มีผู้คุ้มกันระดับนักรบ 12 นายอยู่ด้วยเราจะผ่าน 3 เมือง เป็นเวลาประมาน 1เดือน นายน้อยคิดเห็นอย่างไร”หญิงสาวกล่าวชักชวน       “ข้าลืมแนะนำตัวเองไป ข้าชื่อ ซู่หยาน เป็นหัวหน้าสาขาพันธมิตรสี่ทะเล เมืองเหล็กดำ เราทำธุรกิจแบบนี้ทุกๆ 3 ปี เพียงแต่ครั้งนี้ จัดคัดเลือกสาวกเมืองที่ห่างไกลที่สุดก่อนนั้นทุกครั้งก็จัดคัดเลือกประเมินที่มืองเหล็กดำของเรา"      “เอาล่ะ ข้าจะไปด้วย แต่ข้าขออยู่ ภายในรถม้าคนเดียวและต้องดีที่สุดราคาพูดคุยกันได้ ขบวนพวกท่านสามารถอำนวยความสะดวกตามที่ข้าขอหรือไม่?” หม่าเซียนพูดตอบรับคำชักชวน      “แน่นอน ย่อมได้พันธมิตรสี่ทะเล เรามีบริการทุกระดับ”ซู่หยาน กล่าวยิ้มและพูดต่อไปว่า      “เอาล่ะ นายน้อย ตามข้ามาขบวนของเราเทียบอยู่ข้างๆสมาคมนักรบรับจ้าง”      ซู่หยาน นำหม่าเซียนมาถึงเห็นขบวนรถม้าแต่ไม่ใช่ม้ามันคือม้าแรดคลั่งที่เหมือนของเขา       หม่าเซียน ไม่ได้รีบเดินทาง เหลืออีกประมาณ สองเดือนสามารถลงชื่อเข้าใช้ เมืองที่ผ่านไปและเป็นวิธีหนึ่ง ที่เขาอยากสัมผัสในชีวิตที่แล้วดังนั้นเขาจะไม่พลาด      “พี่สาวซู่หยาน เราจะขึ้นรถม้าตอนนี้เลยหรือไม่?”หม่าเซียนกล่าวถาม       “นายน้อย ซื้อตั๋วก่อนขึ้นรถม้า มีหมายเลขรถม้าอยู่ในตั๋ว เพื่ออ้างสิทธิ์ของตัวเอง”ซู่หยานพูดเตือน       จากนั้น หม่าเซียน จ่ายหินวิญญาณ 1000 ก้อนและขึ้นไปนั่งรถม้าหมายเลข 02 ซึ่งอยู่ถัดจากรถคัน 01       ส่วนรถม้าหมายเลข 01 รู้สึกจะเหมือนผู้หญิงกลิ่นหอมดอกไม้โชยพัดผ่านอากาศ ลอยผ่านจมูกเขาได้กลิ่นดอกไม้จางๆ      “เตรียมตัวออกเดินทางได้”เสียงนักรบคุ้มกัน ขับขี่ม้าแรดคลั่งคนหนึ่งตะโกนเสียงดัง      รู้สึกว่า ระหว่างทางไม่เงียบเหงาอย่างที่คิด ข้ามีรางสังหรณ์บางอย่างหม่าเซียนขมวดคิ้วพึมพำเบ่าๆเหมือนพูดกับตัวเอง       ....