เมื่อปรียาถอนปากออก อารยะก็บอกว่า“คุณอดทนหน่อย ผมกำลังจะพาคุณไปโรงบาล”
“ร้อน ปรีร้อน”ปรียาตอบอย่างไร้สติ
อารยะก็รีบพาปรียาไปกดลิฟต์ เมื่อลิฟท์เปิดออกเขาก็รีบก้าวเข้าไปโชคดีที่ไม่มีใครในลิฟท์เลย ไม่งั้นคนคงเอาไปลือกันสนุกปากแน่
ครั้นลิฟท์เปิดออกอีกทีอารยะก็รีบพาปรียาไปที่รถ เขาปล่อยเธอลงยืนแล้วล้วงกุญแจออกมากดปลดล็อคจากนั้นก็เปิดประตูรถแล้วจับปรียาเข้าไปนั่ง จัดแจงคาดเบลท์ให้ เสร็จสรรพแล้วเขาก็รีบเดินไปนั่งประจำที่คนขับรีบขับรถออกไป
ปรียาก็นอนระทดระทวยอยู่บนเบาะมือปัดป่ายดึงเสื้อตัวเองไปมา พยายามจะถอดเสื้อออก
อารยะมองเห็นผิวเนื้อขาวๆโผล่ออกมาก็กลืนน้ำลายเอือกรีบปาดซ้ายปาดขวามุ่งหน้าไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน จนรถคันอื่นๆร้องะโด่าตามหลังกันขรม
เมื่อถึงโรงพยาบาลอารยะก็พุ่งรถเข้าไปจอดหน้าตึก ERแล้วเขาก็รีบลงไปเปิดประตูฝั่งปรียา
บุรุษพยาบาลก็กรูกันมาอออยู่ข้างรถ
อารยะรีบแกะเบลท์ออกถอดสูทตัวนอกคลุมตัวให้ปรียา แล้วอุ้มเธอออกมาส่งให้บุรุษพยาบาล บอกว่า“เธอถูกวางยาเสียสาว”
บุรุษพยาบาลอ้าปากค้างไปครู่หนึ่งแล้วก็พยักหน้าหงึกๆ
อารยะก็วางปรียาลงบนเตียงที่บุรุษพยาบาลเข็นมาเทียบอยู่ข้างรถ
“เดี๋ยวผมเอารถไปจอดก่อนฝากคุณดูแลเธอด้วย เดี๋ยวผมมา” เขาบอกแล้วก็รีบก้าวไปขับรถไปจอดในที่จอดรถแล้วก็รีบวิ่งไปที่ตึก ER
บุรุษพยาบาลก็เข็นคนไข้เข้าไปในห้องER
พยาบาลในห้องก็ถามว่า“คนไข้เป็อะไรมา? ญาติคนไข้ล่ะ?”
“ญาติเอารถไปจอด เดี๋ยวมาเห็นบอกว่าคนไข้ถูกวางยาเสียสาวน่ะ” บุรุษพยาบาลตอบ
พยาบาลก็ปากอ้าค้างไปชั่วครู่พอตั้งสติได้ก็หันไปดูอาการคนไข้ซึ่งมีอาการกระสับกระส่าย พยายามที่จะถอดเสื้อออก
“ร้อน ร้อน...ร้อนจังน้ำ...หิวน้ำ...”
หมอก็รีบมาดูคนไข้
พยาบาลก็รายงานไปตามคำบอกของบุรุษพยาบาล
อารยะเดินเข้าไปในห้อง ER พุ่งไปยืนข้างเตียงปรียาบอกเล่าเหตุการณ์ให้หมอรับรู้
หมอก็พยักหน้าหงึกๆแล้วก็สั่งตรวจเื
พยาบาลก็จัดแจงเจาะเืไปตรวจ พร้อมกับช่วยกันมัดแขนขาคนไข้เอาไว้ก่อนกันไม่ให้คนไข้ดึงทึ้งเสื้อผ้าออก แล้วพยาบาลก็บอกว่า“เชิญญาติคนไข้ไปติดต่อห้องบัตรก่อนนะคะ”
อารยะก็พยักหน้าแล้วรีบไปจัดการเื่ราวต่างๆ
ส่วนตะวันก็รอตำรวจอยู่ในห้อง
เมื่อตำรวจมาถึงเขาก็จัดแจงส่งตัวคนร้ายให้ตำรวจไปจัดการ
ภาสกรกับเพื่อนสนิทก็ถูกตำรวจพาตัวไป
ตะวันก็บอกกับตำรวจว่า“อย่าให้เป็ข่าวเด็ดขาด”
ตำรวจก็พยักหน้ารับรู้เขาทำคดีของพวกไฮโซไฮซ้อมาเยอะแล้ว แค่ปิดข่าวไม่ใช่เื่ยาก แต่หากฝ่ายคนร้ายเป็คนแพร่ข่าวก็เป็อีกเื่หนึ่งที่ยากจะจัดการได้
หลังจากจัดการเื่ราวแล้วตะวันก็โทรถามอารยะว่าอยู่โรงพยาบาลไหน
อารยะตอบแล้วตะวันก็วางสาย
จากนั้นก็โทรหาพ่อของปรียาบอกกล่าวเื่ที่ปรียาอยู่โรงพยาบาลให้เขารับรู้
พ่อของปรียาพอรู้เื่ก็ใมากรีบบอกต่อภรรยาว่าลูกสาวอยู่โรงพยาบาล จากนั้นทั้งสองก็เร่งรีบไปโรงพยาบาลทันที
ตะวันตัดสายแล้วก็หันไปพยักเพยิดกับเพื่อนสนิท“ไปโรงบาลกัน”
“อืม”เพื่อนสนิทของตะวันพยักหน้ารับอย่างพอจะคาดเดาได้ว่าตัวเองต้องไปให้ปากคำกับตำรวจในฐานะที่เป็พยานด้วยหนึ่งคนแต่เขาก็ดีใจที่สามารถช่วยเหลือปรียาได้ทันการณ์ก่อนที่ไอ้เลวพวกนั้นจะลงมือข่มขืนปรียา เขาไม่อยากคิดเลยว่าหากตัวเองไม่พบเจอเข้า ปรียาจะเป็เช่นไร
หลังจากนั้นทั้งสองต่างก็ขับรถของตัวเองไปโรงพยาบาลทันที
อารยะก็นั่งอยู่ข้างเตียงปรียาคอยเฝ้าจนกว่าตะวันจะมาถึง โรงพยาบาลที่เขาพามาส่งเป็โรงพยาบาลเอกชนแต่เขาก็รู้ดีว่าครอบครัวปรียาจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้แน่นอนเื่นี้เขาจึงไม่กังวลเลยสักนิด
ตะวันกับเพื่อนไปถึงโรงพยาบาลในเวลาไล่เลี่ยกันทั้งสองจอดรถใกล้ๆ กัน แล้วก็พากันเดินไปที่ตึก ER พวกเขาเข้าไปในห้อง ER กวาดตามองครู่เดียวก็เห็นอารยะนั่งอยู่ตะวันก็บอกว่า “ฉันโทรบอกคุณอาแล้ว อีกสักพักพวกท่านก็คงมาถึง”
“อืม” อารยะพยักหน้าแล้วหันไปมองปรียาอย่างเป็ห่วง เขาหันไปถามตะวันว่า “ไอ้พวกนั้น?”
“ส่งให้ตำรวจไปแล้ว” ตะวันบอก“เดี๋ยวรอให้คุณอาทั้งสองมา แล้วคงต้องให้คุณอาไปแจ้งข้อหาพวกมันน่ะ”
“เลวจริงๆ” อารยะเค้นคำเสียงต่ำคิดแล้วตอนนั้นเขาน่าจะกระทืบพวกมันให้หนักๆ กว่านั้นอีกก็คงดี
ตะวันกำลังจะอ้าปากพูด พลัน!ชายหญิงคู่หนึ่งก็พุ่งเข้ามาหาเขา “หลานตะวัน”
ตะวันหันไปมองก็เห็นว่าเป็พ่อแม่ของปรียาเขาก็ยกมือไหว้ทั้งสอง “คุณอาทรงยศ คุณอาอันธิกา”
ทั้งสองมองเลยตะวันไปพอเห็นลูกสาวนอนอยู่บนเตียง ถูกมัดแขนมัดขาไว้ก็ตกอกใ “ตายแล้วลูกปรียา!”
ทั้งสองถลันเข้าไปข้างเตียงทันทีมองลูกสาวแล้วก็หันไปซักไซ้ตะวันว่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะหลานตะวัน?ทำไมลูกปรียาของอาถึงเป็แบบนี้? แล้วทำไมต้องมัดเอาไว้ด้วยล่ะ?”
ตะวันยังไม่ทันตอบหมอก็เดินเข้ามาถามว่า “พวกคุณเป็อะไรกับคนไข้ครับ?”
“ดิฉันเป็แม่ค่ะส่วนนี่เป็พ่อค่ะ เกิดอะไรขึ้นกับลูกดิฉันเหรอคะ?”อันธิกาขยับไปถามหมออย่างร้อนใจ
“ผลตรวจเืออกมาแล้วนะครับพบว่าในเืของคนไข้มีสาร GHB(Gammahydroxybutyrate) กับเคตามีนอยู่ในกระแสเืครับ”
“เอ่อ หมอช่วยพูดภาษาชาวบ้านๆ หน่อยได้ไหมครับ?”ทรงยศบอก หน้าตาเหรอหรากับศัพท์ที่หมอใช้
“คือคนไข้ได้รับยาเสียสาวเข้าไปน่ะครับ”หมออธิบายตามประสาชาวบ้าน
ทรงยศกับอันธิกาอ้าปากค้าง “อะไรนะ!?”
หมอหันไปมองคนอื่นๆ แล้วถามว่า“คนไข้ได้รับยาเข้าไปยังไงครับ?”
แต่พอเห็นคนไข้คนอื่นกับญาติคนไข้เตียงอื่นมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นหมอจึงบอกญาติคนไข้เตียงนี้ว่า “เชิญไปคุยกันที่ห้องพักหมอดีกว่าครับ”
“ครับ”ตะวันก็หันไปพยักเพยิดกับเพื่อน แล้วก็เดินตามหมอไป
เพื่อนอีกคนก็ตามไปด้วยเพราะเขาก็รู้จักกับทรงยศและอันธิกาพอประมาณเพราะคุณย่าของเขาก็เป็ลูกค้าขาประจำร้านเพชรของทั้งสองเช่นกัน
อันธิกาก็จับแขนสามีเดินตามหมอไป
ส่วนอารยะไม่ได้ตามไปเขายังคงนั่งเฝ้าปรียาอย่างเป็ห่วงเป็ใย คอยเอาผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้
ปรียาก็กระสับกระส่ายเป็บางครั้งบ้างก็เคลิ้มๆไป ปากก็คอยพร่ำพูดว่า “ร้อน...ร้อน...ถอดเสื้อหน่อย ร้อน...”
เมื่อถึงห้องพักหมอหมอก็ผายมือไปที่โซฟารับแขก “เชิญนั่งครับ”
ทรงยศกับอันธิกานั่งลง
ตะวันกับเพื่อนนั่งลงอีกฝั่ง
ส่วนหมอนั่งตรงโซฟาเดี่ยว
แล้วตะวันก็เริ่มเล่าว่า“คือผมไปงานแต่งงานที่โรงแรมพร้อมกับคุณปรีแล้วก็ไอ้ยะเพื่อนผมอีกคนน่ะครับผมมัวคุยอยู่กับอากิมเอง แล้วไอ้กะทิก็เห็นนายภาสกรประคองคุณปรีขึ้นลิฟท์ไป”
เขาชี้มือไปที่เพื่อนข้างๆ
กะทิก็รีบรับ่ต่อเล่าว่า“ผมเห็นว่าคุณปรียามีท่าทางแปลกๆ ก็เลยรีบไปบอกไอ้วัน แล้วพวกเรา 3คนก็ตามไปถึงห้องที่ไอ้เลวนั่นพาคุณปรียาไปแล้วพวกเราก็ช่วยคุณปรียาออกมาก่อนที่เธอจะถูกมันข่มขืนน่ะครับมีเพื่อนไอ้เลวนั่นอีกคน คิดว่าพวกมันคงรวมหัวกันคิดรุมโทรมเธอน่ะครับผมเห็นว่าท่าทางเธอดูแย่มากก็เลยให้พาคุณปรียามาส่งโรงบาลก่อนครับแล้วผมสองคนกับไอ้วันก็รอตำรวจมาจับตัวพวกมันไปครับแล้วเราก็รีบมาที่โรงบาลนี่แหละครับ”
ทรงยศกับอันธิกามองหน้าคนเล่าแล้วอันธิกาก็ถามว่า “เอ...คุณนี่ใช่หลานคุณหญิงนลินีใช่ไหมคะ?”
“ใช่ครับคุณย่าผมเป็ลูกค้าประจำร้านคุณอานั่นแหละครับ”
อันธิกามองหลานชายคุณหญิงนลินีแล้วก็คิดว่าคนอย่างเขาคงไม่กุเื่ขึ้นแน่คุณหญิงนลินีเป็ใคร ร่ำรวยขนาดไหนใครๆ ก็รู้
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าภาสกรจะทำแบบนี้”ทรงยศกล่าว มือกำแน่นแล้วก็ทุบที่วางแขนโซฟาทีหนึ่ง
“เอ่อ...อย่าหาว่าผมสอดเลยนะครับ”กะทิเอ่ยขึ้นมา “คือว่าจริงๆ แล้วไอ้เลวภาสกรนี่ก็ไม่ใช่คนดีอะไรหรอกครับมันน่ะเป็ตัวเลวร้ายเลยล่ะครับ มันชอบมอมยาสาวๆไฮโซ ผู้หญิงร่ำรวยทั้งหลายพาไปข่มขืนแล้วก็ถ่ายคลิปไว้แบล็คเมล์น่ะครับ คุณอาทั้งสองคงไม่ทราบ แต่ที่มันยังลอยนวลอยู่ก็เพราะผู้เสียหายไม่กล้าไปแจ้งความเพราะกลัวคลิปหลุดน่ะครับ”
“หา!” ทรงยศกับอันธิกาใจนอ้าปากค้าง
“เป็ความจริงหรือครับ?”ทรงยศถามย้ำ
ส่วนอันธิกาก็หน้าซีดเผือด หากว่าเป็อย่างที่หลานชายคุณหญิงนลินีพูดมานี่ถ้าหากลูกสาวตัวเองถูกข่มขืน ถ่ายคลิปจะเป็ยังไงบ้างก็ไม่รู้
กว่าทั้งสองจะตั้งสติได้ก็ผ่านไปครู่ใหญ่แล้วอันธิกาก็หันไปพูดกับคุณหมอว่า “คุณหมอช่วยตรวจร่างกายลูกปรียาให้ละเอียดๆ เลยนะคะถ้าลูกสาวดิฉันถูกข่มขืนก็ช่วยเก็บหลักฐานให้ละเอียดเลยค่ะดิฉันจะได้เอาหลักฐานไปยื่นฟ้องพวกมันเอาให้ถึงที่สุดเลยค่ะ”
อันธิกาบอกในฐานะที่เคยเป็ทนายความมาก่อนก่อนจะมาแต่งงานกับทรงยศเ้าของร้านเพชร
“ครับๆเดี๋ยวผมจะตรวจให้ละเอียดเลยครับ” หมอรับคำแล้วก็ลุกออกไป
ทรงยศก็หันไปพูดกับชายหนุ่มทั้งสองว่า“ขอบคุณหลานชายทั้งสองมากที่ช่วยลูกสาวอาไว้ ขอบคุณจริงๆ”
เขายกมือไหว้ชายหนุ่มทั้งสอง
ทำให้ทั้งสองรีบยกมือห้าม “อ่ะคุณอาอย่าไหว้พวกผมครับ เดี๋ยวพวกผมอายุสั้น”
“สั้นเสิ้นอะไรกันบุญคุณที่ช่วยลูกอาไว้ ต่อให้กราบก็ยังนับว่าสมควรแล้ว” ทรงยศเอ่ยอย่างจริงจัง
“อย่าให้ถึงขนาดนั้นเลยครับเอาเป็ว่าครั้งหน้าถ้าคุณแม่ผมไปซื้อเพชรก็ช่วยลดให้หน่อยดีกว่าครับ”ตะวันกล่าวทีเล่นทีจริง
“แหมลูกชายคุณพรรณนานี่ช่างเจรจาจริงนะคะ” อันธิกาเย้าทำให้บรรยากาศเคร่งเครียดจางหายไป
“อ่อแล้วหนุ่มที่นั่งเฝ้าลูกสาวอาอยู่นั่น ใครกันล่ะ?” ทรงยศถามสองหนุ่ม
ตะวันก็ตอบว่า “ชื่ออารยะครับเป็เพื่อนผมเอง เป็รองผู้จัดการฝ่ายเทคนิคบริษัท IBM ครับ”
พอได้ยินว่าเป็เพื่อนกับตะวันอีกทั้งหน้าที่การงานก็ไม่เลว ทรงยศกับอันธิกาจึงเบาใจ
แล้วอันธิกาก็เอ่ยว่า “ถ้างั้นอาไปดูลูกปรียาก่อนนะคะ”
“ครับคุณอา” ตะวันบอก
อันธิกาก็จับมือสามีลุกขึ้นพากันเดินกลับไปที่ห้อง ER
ตะวันกับกะทิก็ตามไป
ทั้ง 4เห็นเตียงที่ปรียานอนอยู่ถูกดึงม่านมาปิดไว้
ส่วนอารยะก็ยืนรออยู่นอกม่านสายตาก็คอยจ้องผ้าม่านอย่างเป็ห่วงคนข้างใน
ทั้ง 4 จึงเดินไปรออยู่ใกล้ๆกับอารยะ
สองหนุ่มก็เดินไปขนาบข้างอารยะมองอย่างให้กำลังใจ
สักพักหมอก็เดินออกมาจากผ้าม่านเห็นพ่อแม่คนไข้ก็ บอกว่า “ผมตรวจเบื้องต้นแล้ว คุณทั้งสองสบายใจได้คนไข้ไม่ได้ถูกข่มขืนครับ”
แล้วหมอก็ลดเสียงลงแทบจะกระซิบว่า“คือคนไข้ยังมีเยื่อพรหมจรรย์อยู่ครับ”
คำพูดของหมอทำให้ทรงยศกับอันธิกาหันไปมองหน้ากันตาปริบๆแล้วก็หันไปจ้องหมอเหมือนเห็นเอเลี่ยนอย่างไรอย่างนั้น
ทรงยศก็ขยับไปกระซิบกับหมอว่า“จะเป็ไปได้ยังไง? ก็ลูกสาวผมน่ะเอ่อ...คือ...เอ่อ...ผมเห็นเขาควงหนุ่มไม่ซ้ำหน้าเลยนะ”
“จริงๆ ครับ อันนี้หมอยืนยันได้คนไข้ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนครับ เธอยังมีเยื่อพรหมจรรย์อยู่ครับ” หมอกระซิบบอก
ทรงยศหันไปมองภรรยาเหมือนกำลังถามว่า ‘นี่ผมหูฝาดไปรึเปล่า?’
ส่วนอันธิกาก็ทำหน้าเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันตกงั้นแหละ
ส่วน 3หนุ่มก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้นขึ้นมาทันทีแต่ในใจแต่ละคนกลับตกอกใไม่น้อย
‘ยังซิง!!!’
“พระเ้าช่วย กล้วยทอดไหม้!!!”
“มหกรรมต้มคนมโหฬารแล้วงั้นไอ้ที่เธอควงหนุ่มไปควงหนุ่มมานั่นก็คือไม่มีอะไรในกอไผ่งั้นรึ!!!”
อันธิกากะพริบตาปริบๆแล้วก็ทำท่าเหมือนขาจะอ่อนขึ้นมาจนต้องเกาะสามีเอาไว้ “โอย...จะเป็ลม”
“โอย...ผมปวดหัว”ทรงยศเอ่ยขึ้นมาแล้วก็หันไปถามหมอว่า “หมอครับ ขอพาราให้ผมซัก 2 เม็ดได้ไหมครับ?”
หมอพยักหน้าแล้วก็เดินไปหยิบยาพารามาส่งให้ญาติคนไข้แผงนึง
ทรงยศก็รับมาฉีกซองแกะยาออกมา 2 เม็ด
อันธิกาก็คว้ายาจากมือสามีหมับ
หมอก็ยื่นแก้วน้ำดื่มแจกให้ญาติคนไข้คนละแก้วพร้อมหลอด
อันธิกาก็ฉวยหมับแล้วเอาหลอดเจาะแก้ว จากนั้นก็เอายาพารา 2 เม็ดใส่ปากแล้วก็ดูดน้ำตามไป
ทรงยศก็ฉีกซองยา แกะยาออกมา 2เม็ดแล้วก็เอาใส่ปากตัวเอง แล้วดูดน้ำตาม เขาหันไปมอง 3หนุ่ม ยื่นซองยาพาราให้
ตะวันก็โบกมือปฏิเสธ
กะทิก็เช่นกัน
อารยะก็โบกมือปฏิเสธเหมือนกัน
เสียงโทรศัพท์ของตะวันดังขึ้นตะวันก็รีบเดินออกไปจากห้อง ERทันที เขารับโทรศัพท์ คุยอยู่ครู่ใหญ่แล้วก็เดินกลับเข้าไปในห้อง ERพูดกับทรงยศและอันธิกาว่า “ตำรวจโทรมาบอกว่าถ้ายังไม่มีใครไปแจ้งความก็จะต้องปล่อยไอ้เลวสองคนนั่นครับ”
อันธิกากับทรงยศตาวาววับทันที แล้วทรงยศก็พูดว่า“ไปคุณ ไปแจ้งความกัน จะต้องเอามันเข้าคุกให้ได้!”
“ผมไปด้วยครับคุณอาผมสนิทกับท่านรองครับ” ตะวันเสนอตัว
ทรงยศกับอันธิกาก็พยักหน้าแต่แล้วอันธิกาก็ละล้าละลังขึ้นมา “แล้วใครจะอยู่เป็เพื่อนลูกปรียาล่ะ?”
“ผมอยู่เองครับ” อารยะอาสา
ทรงยศมองชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่มีตำแหน่งรองผู้จัดการครู่หนึ่ง
ตะวันก็รีบพูดว่า“คือคุณปรีสนิทกับไอ้ยะมากน่ะครับ คุณอาอาจจะยังไม่ทราบแต่ตอนอยู่ในงานเลี้ยงคุณปรีถึงขนาดบอกว่าไอ้ยะเป็แฟนเชียวนะครับ”
“แฟน!?”ทรงยศกับอันธิกาใอุทานออกมาแล้วก็จ้องมองหนุ่มหล่อราวกับจะสแกนให้เห็นตับใตไส้พุงเลยทีเดียว
อารยะถูกจ้องมองมากๆ ก็รู้สึกขัดเขินขึ้นมาเขายกมือลูบๆ ท้ายทอยตัวเอง
อันธิกาก็ขยับไปกระซิบกับสามีว่า“ลูกปรีไม่เคยบอกว่าใครเป็แฟนเลยนะพ่อ มีแต่บอกว่าเป็เพื่อน ไหงจู่ๆ บอกว่าพ่อคนนี้เป็แฟนได้ล่ะ?”
“อืมๆ นั่นซิ” ทรงยศพยักเพยิดแล้วสองสามีภรรยาก็จ้องมองอารยะอีกครั้ง
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 5 บาท 10 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ