ที่บ้านแม่ทัพเทพ ทุกคนกำลังเก็บของเตรียมที่จะหนีออกจากเมืองกรุงศรีอยุธยา
“ เวลานี้ทหารเฝ้าประตูตะวันตกเริ่ม ระส่ำระสายหนัก แม่ทัพใหญ่คนใหม่ จัดทหารเวรยามเหลือเพียงไม่กี่คน ประตูสำคัญเคยจัดทหารฝีมือดี พร้อมทหารปืนใหญ่ ตอนนี้ จัดทหารคนใหม่มา ไม่มีใครใช้ปืนใหญ่เป็เลย" อดีตรองแม่ทัพ ที่ 1 พูดออกมาแบบไม่พอใจ
" เมื่อถึงเวลานั้น พวกเอ็งจะยอมตกเป็ขี้ข้า ของพวกหงสา กันหรือไม่" จู่จู่เทพก็เอ่ยคำนี้ออกมา
" พี่เทพ เอาไงพวกข้าก็เอาด้วย” ผู้ช่วยทั้ง 4 เห็นพ้องต้องกันหมด
ในขณะนั้นมีชาวบ้านเริ่มอพยพหนี กันเป็กลุ่ม ๆ เป็จำนวนมาก
" นี่มันเกิดอะไรขึ้น" เทพถามชาวบ้าน
" ประตูทิศตะวันตกกำลังจะแตกแล้ว ทหารไม่มีแล้ว พวกข้าจะหนีออกไปทางน้ำประตูตะวันออก ที่นี่อยู่ไม่ได้แล้ว “ เมื่อได้ยินดังนั้น แม่ทัพเทพรีบไปคว้าดาบ 2 มือ แล้วหันไปมองผู้ช่วยทั้ง 4 เพียงแค่มองตาทั้งหมดก็หยิบอาวุธรีบไปประตูทิศตะวันตกพร้อมกัน ลืมเลือนเื่ที่จะหนีออกจากกรุงศรีทันที เมื่อถึงประตูทิศตะวันตกเห็นทหารเมื่อก่อนนับพัน เหลือเพียงไม่กี่สิบคน
" นี่เกิดอะไรขึ้นทหารหายไปไหนหมด" เมื่อทหารเฝ้าประตูเห็นแม่ทัพเทพเข้ามาก็รีบกล่าวว่า
"หลังจากท่านแม่ทัพ ลาออกไปก็มีคำสั่งให้ลดทหารจากพันคนเหลือ 80 คน พวกเราเสนอแย้งไปแล้วประตูนี้เป็ประตูสำคัญที่ทัพหน้าของหงสาจะเข้าตี แต่ไม่มีใครฟังเลย และตอนนี้ มีทหารศัตรูบุกเข้ามาตั้งทัพ นับหมื่นคน ทางเราได้แต่ปิดประตูรับอย่างเดียวไม่รู้ทำยังไงแล้วขอรับ" ท่านแม่ทัพเทพ ถอนใจ
" ทหาร 70-80 คน จะสู้กองทัพนับแสนได้อย่างไร เอาล่ะ พวกเอ็งไม่ต้องกลัวไป ประตูฝั่งนี้ ปืนใหญ่ ขนมาไม่ได้หรอกแม่น้ำตรงนี้เชี่ยวและกว้าง พวกมันมีแต่ธนู หอกซัด และ ปืนยาว เรายังพอยืดเวลาไว้ให้นานซัก 2-3 ชั่วยาม พวกเอ็งส่งคนเข้าวังหลวงไปขอกำลังเพิ่ม พวกข้าจะช่วยต้านเอาไว้ให้นานที่สุด " ทหารรีบทำตามคำสั่งทันที
ฝ่าย แม่ทัพใหญ่หงสา ผู้นำกำลัง 5 หมื่นคน เพิ่งมาถึง กำลังปรึกษากับ แม่ทัพ นายกองทั้งหลาย รวมทั้ง เ้าเมืองสองแคว ว่าจะเริ่มโจมตีเช่นไร แม่ทัพใหญ่หงสา มองไปที่กำแพงเมือง แล้วเอ่ยว่า
" มองดูแล้วประตูทิศตะวันตกนี้ น่าจะตีแตกได้ง่ายที่สุดตามแผนของพระยาจักร แม่ทัพใหญ่คนใหม่นะ ดูแล้วมีกำลังพล เพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้น ท่านเห็นเป็เช่นไร" แม่ทัพใหญ่หงสาหันไปถาม เ้าเมืองสองแคว
" ข้าก็คิดเช่นนั้น" เ้าเมืองสองแควเอ่ยอย่างเฉยชา
" ทหารฟังคำสั่ง ส่งคนไป 1,000 คนตีประตูทิศตะวันตก ให้แตกภายใน 1 ชั่วยาม แล้วส่งใบบอกไปที่ ทัพหลวงของเรา ว่าประตูทิศตะวันตก ได้ทำตามแผนที่วางไว้ แล้ว เราจะเข้าทางนี้ภายใน 1 ชั่วยาม" แม่ทัพใหญ่หงสา บอกกล่าวอย่างมั่นใจ
เสียงกลองศึกจากหงสาดังลั่น ทหารนับพัน พลธนู 300 พลทวน 100 พลดาบ 600 มุ่งหน้าโจมตีประตูเมืองทันทีาเปิดฉากขึ้นแล้ว ฝ่ายหงสายิงธนูเปิดทางไปที่กำแพง นับพันดอก หยั่งเชิงก่อน แต่ทหารกรุงศรีไม่ทำอะไรพลดาบเข้าประชิดกำแพงเมือง พร้อมบันได้สูง แต่กำแพงด้านนี้แม่ทัพเทพได้เสริม สูงกว่าจุดอี่นๆ ถึง 2 เมตรทำให้ทหารหงสา ปีนป่ายขึ้นมาไม่ได้
พอเห็นทหารดาบเข้ามาระยะธนู เทพได้สั่งระดม ยิงธนูใหญ่และหน้าไม้เล็ก เข้าใส่ทหารดาบทันทีทำให้ทหารดาบตายไปหลายร้อยคน นายกองจึงสั่งถอยออกมา ทำบันไดใหม่ให้ยาวกว่านี้ ทำให้แม่ทัพใหญ่หงสา เห็นแล้วโกรธมาก ทำให้เสียเวลา จึงสั่งเพิ่มทหารไปอีก 5,000 คนเร่งพิชิตศึกครั้งนี้ให้ได้
ทหารธนูเริ่มยิงไม่หยุด เพิ่อจะให้ทหารกรุงศรี ไม่สามารถยิงโต้กลับมาได้และส่งขอนไม้ใหญ่ กระแทกประตู ทางเข้า ในขณะนั่นเอง ประตูเมืองตะวันตกก็เปิดออก ทหารที่แบกขอนไม้ยังวิ่งเข้าไปไม่ถึงประตูเมืองเลย พวกทหารดาบเห็นเช่นนั้นก็วิ่งกรูกันเข้าไป แต่มีบุรุษผู้หนึ่ง ถือดาบสองมือ ยืนขวางทางเข้าแต่เพียงผู้เดียว
ทางเข้านี้แม่ทัพเทพ ได้สั่งสร้างเป็พิเศษให้มีคนเข้าได้ไม่เกิน 10 คน ดังนั้น ทหารหงสา จึงเข้าไปได้แค่แถวละ10คน เท่านั้น พอเหยียบเข้าไป ไม่กี่อึดใจ ก็มีเสียงร้องโอดโอยกันระงม แขน ขา ขาดกระเด็นออกมา คนละทิศ คนละทาง เพราะเจอวิชาดาบคู่ สายฟ้า เข้าไป ซึ่งผู้ฝึกถ้าฝึกถึงจุดสุดยอด แม้กระทั่งฝนตกมา ถ้ารำดาบต้านไว้ สามารถป้องกันน้ำฝนได้เลยทีเดียว
ทหารหงสาพุ่งกันเข้ามาอีกหลายร้อยคน แม่ทัพเทพ ได้เพิ่มพลังจิตวิญญาน เข้าไปในดาบ ดาบเริ่มเปล่งประกายสีทอง แม่ทัพเทพยกดาบขึ้น 2 มือร่ายรำ รัศมีดาบ ปล่อยกระจายออกไป ฟัน แขนขา ข้อเข่า ข้อแขน บางคนคอขาด บางคนยังไม่รู้เลยว่า ตนเองนั้นตายได้อย่างไร ทหารหงสาไม่เคยเจอวิชานี้ พอเข้าไปใกล้ก็ถูกฟันจนตายทันทีนับร้อยกว่าคน ศพกระจัดกระจายกองเต็มหน้าประตูทางเข้า จนไม่มีใครกล้าเข้าไปอีก
แม่ทัพใหญ่และขุนศึกฝ่ายหงสา ทั้งหลายเห็นดังนั้น ก็ใเป็อันมาก จึงสั่งให้ไปลากศพที่กองอยู่ออกมา และคิดว่าขุนศึกกรุงศรีผู้นี้คงไม่ตายคงาเ็สาหัสแน่ พอลากศพออกมา ก็ยังคงเห็นชายหนุ่มซึ่งเต็มไปด้วยเืท่วมตัว ยังยืนถือดาบคู่อยู่ก็แค้นใจ จึงออกคำสั่งด้วยเสียงอันดังว่า
" ส่งขุนศึกฝีมือดีที่สุดของทัพเราไปบั่นหัวมันมาล้างตีนข้าไห้ได้ ใครทำได้ข้าจะแต่งตั้งมันเป็รองแม่ทัพใหญ่ทันที” ขุนศึก จำนวน 40 คนรีบวิ่งไปทันที คนแรกเข้าไปยังไม่ได้ทันยกดาบเลย ดาบสายฟ้าก็ฟันคอขาด ทันที
ส่วนคนที 2 และคนอื่น ๆ สู้ไปไม่นานก็มีสภาพคล้ายกัน ไม่ถูกฟันคอ ก็ถูกฟันที่จุดตายแทบทั้งสิ้น ไม่นานขุนศึกทั้งสี่สิบก็ตายไม่มีเหลือ นับแต่ต่อสู้มา ทหารหงสาตายไปแล้ว 5 ร้อยกว่าศพแล้ว ด้วยฝีมือทหารเพียงคนเดียวแม่ทัพใหญ่หงสาโกรธแค้นมาก จึงได้เอ่ยถามเ้าเมืองสองแควว่า
" ท่านรู้ไหมมันเป็ใคร ทำไมมันถึงได้เก่งอย่างนี้"
" เขาชื่อ เทพ เป็แม่ทัพรักษาประตูตะวันตกแห่งกรุงศรี โดนแม่ทัพใหญ่ บีบให้ออกจากตำแหน่งแล้ว เหตุไฉนถึงมาปรากฏกายได้อีก" เ้าเมืองสองแควเอ่ยด้วยความสงสัย
" ส่งพลหอกไปอีก 500 คน ฆ่ามันให้ได้อย่าให้เสียชื่อทหารหงสา" แม่ทัพใหญ่สั่งการทันที เพราะรู้ว่ามีเวลาอีกไม่นานทัพหลวงใกล้เข้ามาแล้ว
ในขณะที่เทพ ยืนหยัดอยู่หน้าประตูเมือง ทหารที่ไปส่งข่าวยังไม่กลับมาจากแจ้งข่าวเป็เพราะเล่ห์กลของแม่ทัพใหญ่ สั่งเอาไว้ให้ยื้อตัวทหารส่งข่าว เทพ คาดไว้แล้วว่าคงไม่มีกำลังเสริมเข้ามาแน่แล้ว แต่ถึงจะเหนื่อยแค่ไหน จะต้องยื้อไว้ให้นานที่สุดไม่ให้พวกมันเข้ามาได้ง่ายง่าย พอเห็นพลทวนเข้ามา เทพ จึงถอยออกมา แล้วะโสั่งยิงธนูเข้าใส่พลทวนทันที
ทหารที่เหลือ เพียง 60 คนก็เริ่มยิงใส่ทหารทวน ที่กำลังเข้ามาตายทันที 100 คน แม่ทัพหงสา เห็นดังนั้นก็สั่งให้พลธนูนับพันยิงเข้าใส่ แต่เทพ สั่งปิดประตูเมืองทันที ทำให้ธนูเหล่านี้ ไม่สามารถยิงฝ่าเข้ามาในประตูได้ ยิ่งทำให้แม่ทัพใหญ่ ฝ่ายหงสา แค้นใจยิ่งนัก รีบสั่งให้ทหารเอาขอนไม้พุ่งเข้าพังประตูเมืองต่อทันที
" เอาไงดีท่านแม่ทัพ พวกเราต้านต่อไปไม่ไหวแล้ว" รองแม่ทัพที่ 1 รีบถามท่านแม่ทัพเทพ
" ไม่ต้องกังวลพวกเองรีบหนีไปกันเถอะ ข้าจะต้าน อยู่ที่นี่ ไอ้แสงเอ็งกลับไปที่บ้านของข้า ไปเอาตำราดาบ และ ตำราพิชัยาของข้า หนีไปจากที่นี่เสียอย่าให้พวกข้าศึกมันยึดไปศึกษาได้ แล้วเ้าค่อยมอบ กับคนที่เหมาะสมต่อไปนี่คือคำสั่งรีบไป" หลังจากได้ยินคำสั่งนี้ แสงจึงก้มลงกราบแม่ทัพเทพ แล้วรีบไปในทันทีเพราะถ้าช้าไป จะไม่ทันการ ส่วนอดีตรองแม่ทัพอีกอีก 3 คนและทหารที่เหลืออยูอีก 50 คนต่างยอมตายไม่ยอมทิ้งท่านแม่ทัพเทพ
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าเทพ เกิดมาในชีวิตนี้รู้สึกสมใจยิ่ง ก่อนข้าจะตายยังมีเพื่อนและพี่น้องยินยอมพร้อมใจตายพร้อมกันกับข้า ดี ดี พวกเรามาสู้ตายพร้อมกันเถอะ พวกเอ็ง ทั้ง 50 คอยป้องกันพลธนู และหอกซัด ข้าจะเป็คนฆ่าพวกมันที่ก้าวเข้ามาในประตูอุโมงค์ แห่งนี้ให้เหี้ยน เปิดประตู"
หลังจากเปิดประตู ข้าศึกก็ไหลบ่าเข้าเป็จำนวนมาก แต่ว่าก็ออกไปไม่ได้ พวกทหารดาบ ทวนพุ่งเข้ามาในประตูส่วนในอาจรอดจากพลธนู แต่ก็ไม่รอดจาก ดาบคู่ของแม่ทัพเทพ ถูกบั่นคอ จนสิ้น ทหารธนูพยายามยิงเข้าไปแต่ก็ไม่สามารถยิงเข้าไปในประตูอุโมงค์แห่งนี้ได้ เกรงว่าจะไปจะถูกพวกเดียวกันอีก แถมซ้ำ ยังเจอธนูสวนมาบางส่วนอีก
แต่ทหารดาบ และทวน ก็ไหลบ่าเข้ามากขึ้น มากขึ้น เข้าไปก็ตายมากขึ้นไม่มีใครสามารถต้านท้าน พลังดาบของเทพได้เลย
ตอนนี้ ไม่ว่าทหารหงสา จะมามากเท่าไรเข้าไปในอุโมงค์ประตูก็ล้วนแต่สังเวยดาบคู่ของแม่ทัพเทพ จนตายกองเป็ูเาเลากา จนอุโมงค์ เต็มไปด้วยศพทหารหงสา
แม่ทัพใหญ่ฝ่ายหงสา เห็นทหารฝ่ายตนเองตายนับพัน แล้วยังไม่สามารถตีหักเข้าเมืองไปได้ก็รู้แค้นใจยิ่งนักจึงรีบสั่งให้ ทหารไปต่อบันไดไม้ ให้สูงขึ้น แล้วให้ปีนกำแพงเข้าไป และรุมเข้าทางด้านหลัง แล้วสั่งให้ทหารลากศพออกจากอุโมงค์ให้หมดโดยเร็ว
และส่งพลธนู และหอกซัด พุ่งเข้าไปเป็ด่านหน้า ไม่นานนักทหารฝ่ายเทพ ก็เหลือเพียง 10 กว่าคนเท่านั้น หลักจากนั้นไม่นานทั้งธนู หอกซัด ก็พุ่งเข้าใส่ทหารเฝ้าประตู ในที่สุดทหารเฝ้าประตูตะวันตกก็ตายหมดสิ้น
เหลือเพียง แม่ทัพเทพ ยังยืนหยัดแต่เพียงผู้เดียว ยิ่งเข้ามา เทพก็ฟัน แล้วก็ฟันจน ไม่มีทหารดาบเข้ากล้าเข้าใกล้ พลธนู พลหอกพุ่งเข้าไป ก็ไม่โดนตัว แม่ทัพเทพ เหมือนมีกำแพงขวางอยู่เป็ยันต์เกราะเพชรที่หลวงปู่สักไว้ที่ร่างแม่ทัพเทพ ทหารหงสาถึงแม้ตายมากเท่าไร ก็เข้ามามากเท่านั้น เทพสู้จนหมดแรงแต่ก็ยังยืนหยัด ฝั่งแม่ทัพใหญ่หงสา ก็ร้อนใจสั่งให้ทหารบุกเข้าไปอีก ใครถอยปะา ทุกคนก็วิ่งกรูเข้าใส่เทพต่อ ผลก็เหมือนเดิมตายอนาจกันแทบจะหมด
ทันใดนั้นเอง สติของเทพ ก็ได้ยินเสียงคนคุ้นเคยพูดมาในหัวว่า
" พอเถอะเ้าเทพ ที่นี่หมดเวลาของเอ็งแล้ว หยุดฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเสียที ณ ดินแดนแห่งนี้เอ็งหมดภาระหน้าที่ไม่ต้องสู้อีกต่อไปแล้ว " เสียงหลวงปู่ที่เลี้ยงเทพมาั้แ่เด็กดังขึ้นมาในหัว
" หลวงปู่ ข้าจะปล่อยให้พวกมันเข้ามาย่ำยีผืนแผ่นดินที่ข้าเกิดได้เช่นไรกันเล่า"เทพ แทบะโถามหลวงปู่
" เอ็งหมดเวรหมดกรรมกับที่แห่งนี้แล้ว เอ็งต้องไปจากที่แห่งนี้ เพราะเอ็งยังมีหน้าที่สำคัญในดินแดนแห่งใหม่ ไปเถอะ แล้วข้าจะรอเอ็งอยู่ดินแดนแห่งนั้น" เสียงหลวงปู่ที่อ่อนโยน ก็ขาดหายไป เทียนสูดลมหายใจ แล้วมองไปที่ท้องฟ้า จบแล้วหรือ? หลังนั้นก็ได้ยินเสียง
“ ยอมเสียเถอะท่านแม่ทัพเทพ ข้ารับรองจะไม่มีใครต้องตายอีก" เสียงเ้าเมืองสองแควแนะนำให้ยอมแพ้
“ ข้ามศพฆ่าเท่านั้นพวกเ้าถึงจะเข้าเมืองไปได้” เทพสูดลมหายใจช้าช้า ยังไงก็ไม่มีวันถอยแม้แต่ก้าวเดียว
แม่ทัพใหญ่ฝ่ายหงสาถอนหายใจ แล้วยกมือทำท่า ลงมือ ฟิ้ว ฟิว ฟิ้ว ทั้งธนู และหอกซัดนับร้อยนับพันดอกพุ่งเข้าใส่ ท่านแม่ทัพเทพ เป็จุดเดียว .....
ทัพหลวง มาถึงนานแล้วได้เห็นการรบฉากนี้พอดี
" ทหารเพียงคนเดียว กลับหยุดยั้งกองทหารนับหมื่นของข้าได้แถมยังสังหารขุนศึกมือดีของข้าตายเจ็บนับพันคน ยังมีคนอย่างนี้อยู่ในกรุงศรี อีกหรือนี่ เฮ้อ หากแผ่นดินนี้มีนักรบเยี่ยงนี้ แล้วข้าจะยังได้ชื่อว่า ผู้ชนะสิบทิศ อีกหรือ" บุเรงนองกล่าวเสร็จแล้วถอนหายใจ จากนั้นก็เดินทัพเข้าเมืองต่อไป...