Ep. 22
"ที่โรงบาลฯคนเยอะชิบหาย" วินบ่นทันทีที่เข้ามานั่งในรถ แล้วฉันก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่หน้าห้องตรวจ ตอนที่พยาบาลออกมาเรียกชื่อฉันมันพอดีกับที่วินกำลังบ่น และเป็คำบ่นที่ฉันก็แอบคิดเหมือนกันแต่แค่ไม่พูดออกมา 'คนแม่งเยอะชิบหาย! ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นกันนอกจากหาเื่ปั๊มลูกหรอวะ' เสียงทุ้มบ่นด้วยความรำคาญเพราะรอคิวมานานั้แ่เช้าแถมตอนที่พูดก็กวาดสายตามองไปรอบๆที่มีแต่คนท้องและเด็กเล็กๆเต็มไปหมดพอดีกับที่พยาบาลเปิดประตูออกมาเรียกชื่อตามคิว เห็นคุณพยาบาลหน้าแดงแอบยิ้มเขินน้อยๆ ฉันเองก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาไม่กล้ามองคุณพยาบาลแม่แต่ตาเดียวเพราะคำพูดห่ามๆของวินน่ะสิ ตัวเองก็พาฉันมาฝากครรภ์แท้ๆยังจะไปว่าคนอื่นอีก
"วิน...ไฟเขียวแล้วนะ" ฉันนั่งมองอยู่นานจนอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามคนที่นั่งจ้องแผ่นอัลตร้าซาวด์ที่มีจุดเล็กๆสีดำอยู่ในนั้น หากมีเวลาแค่หนึ่งนาทีเขาเป็ต้องหยิบแผ่นนั้นขึ้นมาเปิดดูทุกครั้งเลย แม้แต่ตอนที่รถติดไฟแดงก็ยังไม่เว้น พวกเราเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลผลก็ออกมาอย่างที่สงสัยไว้ในตอนแรก ฉันท้องได้ 3 สัปดาห์แล้ว
"หวานอยากไปหายายจัง.."
ครืดดดด ครืดดดด ครืดดดดด
ทันทีที่รถออกตัว โทรศัพท์ก็ดังขึ้นเป็เบอร์คุณฮาร์ทที่โทรเข้ามา ฉันหันมองหน้าวินที่ขับรถอยู่แล้วกดรับสาย
"สวัสดีค่ะคุณฮาร์ท" วินหันขวับมามองทันทีที่ฉันเอ่ยชื่อคนที่โทรมาหาทั้งที่ก่อนหน้าเขาไม่ได้สนใจเลย
'สวัสดีครับคุณเสียงหวาน ไม่ได้เจอซะนานเลย สบายดีนะครับ?'
"หวานสบายค่ะ คุณฮาร์ทล่ะคะ?" คิ้วเข้มของคนข้างๆตอนนี้เริ่มขมวดมุ่นแต่ก็ยังมองตรงไปข้างหน้าและขับรถต่อ
'เอ่อ...พอดีว่าอาทิตย์หน้าจะเป็วันเกิดแม่ผม เลยอยากสั่งเค้กได้มั้ยครับ คุณเสียงหวานพอจะมีเวลามั้ยครับ รบกวนหรือเปล่า?' ฉันอมยิ้มที่คุณฮาร์ทเอาแต่ถามรัวๆจนไม่มีช่องว่างที่จะให้ฉันพูดแทรกขึ้นมาได้เลย
"หวานว่างค่ะคุณฮาร์ท ไม่มีปัญหาเลย เดี๋ยวหวานจะ.... อ้ะ!"
"ไม่ได้โว้ย ไม่รับออเดอร์! ไม่ว่าง! ไม่มีเวลาและไม่ทำ! ไปสั่งร้านอื่น!!" จู่ๆคนที่ขมวดคิ้วแอบฟังฉันคุยโทรศัพท์ก็แย่งไปก่อนจะพูดปฏิเสธลูกค้าของฉันเอาดื้อๆแบบที่ไม่มีเหตุผลอะไร ฉันพยายามแย่งคืนแต่ก็โดนวินใช้มือดันหัวไว้ แล้วเพราะแบบนี้ต่อให้ฉันยืดแขนออกไปแค่ไหนก็ไม่ถึงสักที
"แล้วก็อย่าหน้าด้านโทรหาเมียชาวบ้านอีก! จบนะ!!" เขาทำท่าจะกดวางในตอนแรกที่ปฏิเสธไม่รับออเดอร์แบบไร้เหตุผล ก่อนที่จะดึงโทรศัพท์ไปจ่อที่ปากแล้วพูดขึ้นอีกทีด้วยเสียงดังลั่นรถและกดตัดสายทิ้งไปในที่สุด
"อะไรกันน่ะวิน ทำไมถึงปฏิเสธไปแบบนั้นล่ะ คุณฮาร์ทเป็ลูกค้าหวานนะ!"
"แล้วไง? ฉันไม่ให้เธอทำ! แล้วไม่ให้คุยกับมันด้วย!"
"ขอเหตุผล.."
"หมั่นไส้!!!"
"..........."
"อีกอย่าง..เธอกำลังท้องอยู่ ฉันไม่อยากให้เธอทำงาน" จากที่ภายในใจมันเต้นเร้าๆอยากจะต่อปากต่อคำกลับทันทีที่ได้ฟังเหตุผลแรกของเขา แต่..ประโยคเมื่อกี้ที่ได้ยินทำเอาฉันใจอ่อนยวบไปเลย แต่...ไม่ว่ายังไงฉันก็อยากจะทำเค้กวันเกิดให้คุณหญิงอยู่ดี เพราะท่านก็เป็เหมือนผู้ใหญ่ที่ฉันเคารพคนหนึ่งเลย
"แต่หวานอยากทำเค้กให้เป็ของขวัญคุณหญิงนี่นา ยังไงท่านก็เป็ผู้ใหญ่ที่หวานเคารพนะ"
"เหอะ! ผู้ใหญ่ที่คิดจะจับเธอทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเป็เมียฉันไปประเคนให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวเองโดยไม่สนใจห่าอะไรสักอย่างอ่ะหรอ" ฉันนั่งเงียบมาตลอดหลังจากที่วินพูดมาแบบนั้น ฉันไม่มีอะไรจะเถียงหรือแก้ตัว เพราะฉันเองก็พอจะมองออกว่าคุณหญิงสมฤดีกำลังคิดอะไร แต่ฉันก็คิดว่าการที่ฉันแสดงออกให้เห็นชัดเจนว่าฉันรักวินมากและไม่มีวันที่จะเปิดใจหรือรับใครคนอื่นเข้ามาในใจได้อีกแล้วแบบนี้มันคงจะไม่มีปัญหาอะไรถึงแม้คนที่ยืนตรงหน้าฉันจะหล่อ รวย การศึกษาหรือฐานะดีและสมบูรณ์แบบแค่ไหน จะพูดเพราะยังแต่ถ้าเขาคนนั้นไม่ได้ชื่อวิน ก็ไม่มีผลอะไรกับใจฉันอยู่แล้ว ยิ่งมองหน้าวินแบบนี้ก็ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจในตัวเองว่าไม่มีใครแทนที่เขาได้จริงๆ และตอนนี้มันไม่ใช่แค่เราสองคนอีกต่อไปแล้วแต่กำลังจะมีอีกหนึ่งชีวิตที่เป็ตัวแทนของเราทั้งสองและฉันทั้งดีใจ ทั้งตื่นเต้นรอวันที่จะเจอหน้าเขาอยู่ทุกวัน
วินเอาแต่ขมวดคิ้วมุ่นั้แ่ที่คุณฮาร์ทโทรมา เขาดูหมดอารมณ์กับทุกอย่างต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง เขาขับรถไปเงียบๆจนมาจอดอยู่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง แล้วเปิดประตูรถลงไปโดยที่ไม่พูดอะไร ฉันเองก็เปิดประตูลงตามไปแบบงงๆ จะพากินข้าวที่ร้านหรอ นึกว่าจะกลับไปกินที่ห้องซะอีก
"สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่า" พนักงานหน้าร้านทักทาย ฉันยิ้มให้แล้วโค้งหัวเบาๆแต่วินเดินผ่านไปเฉยๆแล้วหยุดยืนมองหาโต๊ะสักพักก่อนจะเดินไปนั่ง ไหนบอกว่าเป็ห่วงไม่อยากให้ฉันทำงานแต่ทำไมถึงได้ปล่อยให้ฉันเดินตามหลังต้อยๆคนเดียว ไม่สนใจแม้แต่จะหันกลับมามองกันแบบนี้ล่ะ เกิดฉันเป็ลมเป็แล้งขึ้นมาจะทำยังไง...
"เอ๊ะ! สั่งอาหารไว้แล้วหรอ?" ฉันพูดอย่างอึ้งๆแล้วนั่งลงตรงข้ามกับวิน โต๊ะนี้มีอาหารวางอยู่ก่อนแล้วและยังมีควันอยู่ด้วยแสดงว่าเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ฉันไม่รู้ว่าวินจัดการจองโต๊ะและแอบสั่งอาหารไว้ให้ั้แ่ตอนไหน จากที่บ่นๆอยู่ในใจแล้วคิดว่าจะงอนไม่พูดด้วยแล้วเชียว แต่ดูสิ..ยังไม่ทันถึงหนึ่งนาทีใจฉันก็อ่อนยวบอีกแล้ว
"อือ ของชอบเธอทั้งนั้น กินเยอะๆ" จากที่หน้าบึ้งอยู่ในตอนแรกก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ยำรวม กับ ปลาสามรส เป็อะไรที่ฉันถูกใจมากที่สุดในโต๊ะนี้
"กินเลยนะ.." กำลังหิวเลย ถ้ามาถึงร้านแต่ยังไม่ได้สั่งอาหารฉันคงได้นั่งรอจนไส้ขาดก่อนพอดี ฉันเหลือบมองหน้าวินเมื่อตักข้าวคำแรกเข้าปากก็เห็นว่าเขากำลังทำสีหน้าและสายตาภาคภูมิใจในตัวเองสุดๆทำฉันหลุดขำออกมา
"ขำอะไรวะเสียงหวาน!" ชอบทำเสียงดุกลบเกลื่อนเวลาที่รู้สึกเขิน.. นี่แหละวินตัวจริง แสดงว่าที่แอบจองโต๊ะสั่งอาหารรอนี่ไม่ใช่ตัวปลอมแน่นอน
"หวานเปล่าซะหน่อย แค่ดีใจที่วินใส่ใจหวานกับลูกไง" ไม่คิดว่าการมาพบหมอจะคิวยาวจนใช้เวลาครึ่งค่อนวันขนาดนี้ กว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลก็เกือบเที่ยงแล้ว และฉันนี่แหละที่เป็คิวสุดท้ายก่อนหมอจะพักเที่ยงพอดี แต่ก็ได้เห็นว่าวินเอาใจใส่ฉันมากแค่ไหน เขาสั่งอาหารรอเพราะรู้ว่าฉันคงหิวและต้องทานยา ผู้ชายคนนี้สำหรับฉันแล้ว..เขาน่ารักที่สุดเลย
"อร่อยหรือหิววะ?"
"ทั้งสอง^^ วินก็กินบ้างสิ มา..เดี๋ยวหวานตักให้ เอ๊ะ! นั่นเดย์นี่นา" ระหว่างที่ฉันกำลังจะตักปลาสามรสให้วิน ก็เห็นเดย์โอบเอวผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน
"หาเื่อีกแล้วนะมึง" วินหันไปมองตามที่ฉันชี้ก่อนจะหันกลับมาแล้วพึมพำบ่นเบาๆแล้วจัดการตักข้าวเข้าปากเคี้ยวต่ออย่างไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่
"ทำแบบนั้นได้ยังไงกันนะ ถ้าขวัญรู้เข้าจะเสียใจมากแค่ไหน..."
พรึ่บบบ!!!
"เฮ้ย! ถ้าจะไปไหน? นั่งลง นั่งลงเดี๋ยวนี้เลย" วินยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมแต่เงยหน้าขึ้นมาสั่งฉันที่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ สายตาดุดุก็ยังขู่ให้นั่งลงด้วย
"แต่เดย์ทำแบบนั้นมันไม่ถูกนะวิน!"
"นั่งลง! แล้วฟัง ..เื่ของคนอื่นเธอไม่ต้องไปยุ่งหรอก"
"คนอื่นที่ไหนกันพวกเขาเป็เพื่อนเรานะ แล้วถ้าขวัญ...."
"ฉันรู้ แล้วไอ้เดย์มันก็รู้ แต่ถ้ารู้แล้วมันยังทำอยู่ก็เื่ของมัน เคยโดนเมียบอกเลิกหอบผ้าหนีไปครั้งหนึ่งแล้ว มันควรคิดได้ ไม่มีหัวคิดก็ช่างแม่ง!" ฉันได้แต่ถอนหายใจแล้วนึกสงสารขวัญ ใจหนึ่งก็อยากให้สองคนนั้นคู่กัน อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่อีกใจหนึ่ง..ถ้าผู้ชายยังไม่เลิกนิสัยเ้าชู้แบบนี้ ก็ปล่อยให้ขวัญไปเจอคนดีดี อยู่ด้วยแล้วมีความสุข ไม่ต้องมีเื่ผู้หญิง มือที่สองที่สาม เื่กิ๊กกั๊กให้ปวดหัวแบบนี้ยังดีซะกว่า
บนรถ
"เลิกคิดมากเื่คนอื่นได้แล้ว" ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอีกครั้งแล้วหันไปมองหน้าวินที่ขับรถอยู่ เมื่อกี้ตอนออกมาจากร้านก็ไม่เห็นเดย์นั่งอยู่ที่โต๊ะซะแล้วนอกจากผู้หญิงคนนั้นที่นั่งอยู่คนเดียว
"เดย์นะเดย์ ไม่ยอมเลิกนิสัยเ้าชู้แบบนี้ ถ้าขวัญจับได้อีกรอบนี้นะ! เสียงหวานคนนี้แหละจะช่วยให้ขวัญหนีไปไกลๆแบบที่เดย์หาไม่เจอเลย! จะได้ตามง้อไม่ได้แล้วขวัญก็ไม่ต้องกลับมาเสียใจซ้ำแล้วซ้ำอีก"
"พูดมากน่า... เลิกโมโหเื่คนอื่นได้แล้ว เดี๋ยวลูกก็เข้าใจผิดคิดว่าเธอโมโหเพราะฉันหรอก"
"จริงด้วย แม่ขอโทษนะคะที่โมโหแต่ไม่ใช่เพราะพ่อของลูกนะ" ฉันพยายามปรับเปลี่ยนอารมณ์เพื่อลูกแล้วลูบท้องตัวเองที่ยังแบนราบอยู่ขึ้นลงเบาๆ
"หึ" ได้ยินเสียงทุ้มของคนข้างๆขำในลำคอแต่ฉันไม่ได้สนใจหรอก ก็ฉันกำลังใช้ใจสื่อสารกับลูกอยู่นี่นา
"แล้วนี่.. ไวท์ติดต่อกลับมายังอ่ะ?"
"ยัง" ฉันสังเกตได้ว่าวินเองก็คงเริ่มเป็ห่วงน้องขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน
"วิน! หรือว่าเมื่อคืน...ไวท์จะไปค้างกับแฟน?"
"นี่เธอเพิ่งรู้จริงเหรอวะ?!"
"หมายความว่าไงกัน วินรู้เื่นี้อยู่แล้วงั้นหรอ?" เขาไม่ตอบแต่ส่ายหัวด้วยอาการเหมือนปลงใจกับฉันแล้วขับรถต่อไป
"เอ๊ะ!! นั่นไวท์นี่นา วินดูสิ!" ฉันชี้ไปที่หน้าโรงแรมหนึ่งที่เรากำลังขับรถผ่านไป วินมองตามแล้วรีบเหยียบเบรครถให้หยุดนิ่งมันกะทันหันจนรถข้างหลังบีบแตรใส่รัวๆ แต่วินไม่สนใจเขารีบเปิดประตูเดินลงไปหาไวท์ทันที
คนกลุ่มหนึ่งที่กำลังยืนคุยกันแต่คงไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีเท่าไหร่เพราะผู้ชายที่มีอายุจับแขนเด็กสาววัยรุ่นไว้แน่นแล้วยกมือชี้หน้าไวท์อย่างมีโมโห
"ไปไสหัวไปซะ! แล้วอย่ามายุ่งกับลูกสาวฉันอีก!!"
"เดี๋ยวก่อนครับพ่อ เื่ทั้งหมดผมอธิบายได้นะครับ"
"หุบปาก!! แล้วไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพ่อ! ฉันมีลูกสาวคนเดียวเท่านั้น"
"ฮึกกก พ่อคะ..เื่มันไม่ใช่อย่างที่พ่อเห็นนะคะ" ฉันรีบสาวเท้าเดินตามวินและได้ยินทุกอย่างที่สามคนนั้นคุยกันเพราะมันค่อนข้างเสียงดังมาก ถึงแม้จะมีคนยืนมุงดูอยู่มากมายแต่พวกเขาเ่าั้ก็ทำเพียงแค่ดูเฉยๆไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งหรือห้ามสถานการณ์นี้เลย
"ไอ้ไวท์!"
"เฮีย" เสียงเรียกเหมือนโล่งใจมากของไวท์ดังออกมาที่เห็นวิน ทำให้ผู้ชายวันกลางคนคนนั้นหันมามองด้วย
"ใครอีกล่ะ?!"
"ผมเป็พี่ของเด็กคนนี้ มีเื่อะไรกันรึเปล่า?"
"เป็พี่งั้นหรอ? มาก็ดีแล้วจะได้รู้ว่าน้องคุณมันทำเื่อะไรไว้ มันพาลูกสาวผมเข้าโรงแรม อยู่ด้วยกันทั้งคืน ผมจะไม่แจ้งความหรอกนะไม่ต้องห่วงแต่อยากให้รู้ไว้ว่าผมไม่ชอบแล้วต่อไปห้ามมาเจอกันอีก!"
"อะไรกันลุง เด็กมันรักกันชอบกันจะไปห้ามทำไม แล้วน้องผมมันไม่ดีตรงไหน มีเหตุผลอะไรที่ลุงไม่ชอบ?"
"ไม่น่าถาม อายุก็ยังไม่ถึงยี่สิบเลย แบมือขอตังค์พ่อแม่อยู่แล้วมันจะทำอะไรได้?" ฉันเองไม่รู้จะช่วยไกล่เกลี่ยสถานการณ์นี้ยังไง ได้แต่มองน้องผู้หญิงคนนั้นที่หน้าตาเหมือนคนในรูปโทรศัพท์ไวท์ เธอคงจะรักไวท์มากอยู่เพราะจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้มีแววตาของความอายทั้งที่คนมุงเยอะขนาดนี้ แต่แววตาคู่นั้นมันเต็มไปด้วยความไม่สบายใจและกังวลซึ่งก็ไม่ใช่เพราะใครที่ไหน นอกจากผู้ชายทั้งสองคนที่เธอรัก อีกคนก็พ่อ ส่วนอีกคนก็แฟน..
"มึงก็บอกลุงเขาไปดิไอ้ไวท์ว่าตอนนี้มึงทำอะไร? แล้วมีเงินเก็บเท่าไหร่ บอกไปว่าเด็กสิบเก้าอย่างมึงมีอนาคตรึเปล่า เลี้ยงลูกสาวเขาได้มั้ย?" ฉันมองสองพี่สองแล้วแอบเห็นไวท์ที่สะกิดแขนวินรัวๆแต่วินกลับไม่สนใจแล้วหันไปสบตากับไวท์แบบที่ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหมายความว่าอะไร คงเป็ภาษาของสองคนเขาน่ะเพราะเห็นไวท์สูดหายใจเข้าลึกก่อนจะพูดบางอย่างออกมา
"เอ่อ..ผมไม่ได้ขอเงินพ่อแม่มาสองปีแล้วครับ ผมมีห้องซ้อมดนตรีที่เปิดเช่าอยู่สิงคโปร์ และตอนนี้ถึงจะยังไม่ถึงยี่สิบแต่ก็มีเงินเกือบเก็บเจ็ดหลักแล้วครับ"
".......…....."
"ผมรักลูกสาวพ่อมากจริงๆ ได้โปรดให้โอกาสเราได้คบกันเถอะนะครับ"
".............."
"ว่าไงลุง สู้ให้โอกาสเด็กมันได้ลองคบหากัน เปิดเผยให้อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ได้รับรู้ หรือจะปิดกั้นแล้วให้เด็กมันแอบทำอะไรลับๆ ผมว่าแบบนั้นผลเสียคงจะมีมากกว่า ดีไม่ดีมันอาจจะพากันหนีออกจากบ้านเพราะถูกกดดันจากพวกผู้ใหญ่หัวโบราณก็ได้นะลุง และดูๆแล้วเนี่ยลูกสาวลุงเองก็คงจะชอบพอกับน้องผมมากอยู่เหมือนกันนะ.."
****** to be continued