“ขั้นแรกก็ต้องล้างปลาให้สะอาดหมดคาวเอานี่ ตะกร้าใบนี้ไปตักน้ำในโอ่งมา แล้วก็เอานี่ เกลือเม็ดนี่ขยี้ ๆ ถู ๆตัวปลาให้ทั่วเลย แล้วก็ล้างน้ำอีกที ทำแบบนี้จนกว่าน้ำใส ไม่มีเมือกคาว”
เอมมี่รับตะกร้าและเกลือมาด้วยความรู้สึกขยะแขยงเล็กน้อย
เธอเดินไปตักน้ำในโอ่งดินใบใหญ่แล้วค่อย ๆ หยิบปลาช่อนตัวเขื่องขึ้นมากลิ่นคาวปลาที่แรงขึ้นทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้
‘เหม็นคาวชะมัดเลยทำไมฉันถึงต้องมาลำบากลำบนล้างไอ้ปลาช่อนเหม็นหึ่งพวกนี้ด้วยวะ
จะมาเป็นสะใภ้บ้านพี่อาทิตย์ทั้งทีฉันต้องลงทุนทำขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย’
เอมมี่คิดในใจพลางพยายามกลั้นหายใจไม่สูดเอากลิ่นคาวเข้าไปในโพรงจมูกที่เรียวเชิดของหล่อน
หญิงสาวกรีดกรายเล็บมือยาวสีเงาวับที่ถูกตกแต่งมาอย่างดีค่อยๆ โรยเกลือลงบนตัวปลา แล้วใช้มือถู ๆ อย่างเบามือ
เมือกคาวเหนียว ๆติดมือมาทำให้เอมมี่รู้สึกขนลุก เธอพยายามล้างปลาในตะกร้าอย่างรวดเร็วแต่กลิ่นคาวก็ยังคงรุนแรงจนเธอเริ่มทนไม่ไหว
เอมมี่หน้าทำหน้าขยะแขยง เบ้ปากเพราะรู้สึกมวนท้องอย่างรุนแรงจนต้องรีบวางปลาลงในตะกร้า ก้มหน้าเอามือปิดปากทำท่าทางเหมือนจะอาเจียน
ป้าสายใจที่นั่งแล่ปลาอยู่ข้างๆเห็นท่าทางของเอมมี่ก็หัวเราะคิกคัก
“โอ๊ย คุณว่าที่สะใภ้ของตาหว่างแค่นี้ก็ทำท่าจะอ้วกซะแล้ว ทนกลิ่นคาวปลาไม่ได้รึไงจ๊ะ
ทำตัวเป็นผู้ดีไปได้ นี่แหละชีวิตสาวชาวบ้านต้องอดทนทำให้ได้ทุกอย่าง”
ป้าสายใจพูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียนสายตาจับจ้องไปที่เอมมี่อย่างจับผิด
เอมมี่เงยหน้าขึ้นมองป้าสายใจด้วยความรู้สึกคับแค้นใจทั้งโกรธทั้งโมโหที่อยากจะด่าก็ด่าไม่ได้เพราะกลัวยายแก่ปากปลาร้าจะเอาเรื่องของเธอไปฟ้องพี่อาทิตย์
เธอจึงได้แต่พยายามกลั้นน้ำตาที่เริ่มคลอออกมาด้วยความอึดอัดอยู่เต็มอก
“ฉันพยายามแล้วนะป้าแต่กลิ่นปลาพวกนี้มันเหม็นจนฉันทนไม่ไหวจริง ๆ ทำไมป้าต้องพูดจาแบบนี้ด้วยเนี่ย”
ป้าแก้วเห็นท่าไม่ดีก็รีบเข้ามาห้ามทัพ
แยกเอมมี่ที่ทำหน้าเหมือนอยากจะเอาเรื่องให้ออกห่างจากป้าสายใจที่มีใบหน้าเหมือนยักษ์มารจ้องจะหาเรื่องสาวสวยอยู่ตลอดเวลา
“ไหวไหมหนูเอมมี่ ถ้าจะอ้วกก็พอก่อนรีบไปนั่งพักก่อนเถอะ เดี๋ยวป้ากับคนอื่น ๆ ช่วยกันทำเอง”
ป้าแก้วพูดด้วยความเป็นห่วง
เอมมี่เดินไปนั่งพักใต้ร่มไม้ใหญ่พลางยกมือขึ้นมาดมกลิ่นคาวปลาที่ติดอยู่ตามซอกเล็บและนิ้วเรียวยาวด้วยใบหน้าสะอิดสะเอียน
…
ขณะที่เอมมี่นั่งพักใต้ร่มไม้ใหญ่นั่งดูพวกหญิงมีอายุทำปลาแดดเดียวอยู่นั้น
ป้าพิกุล น้องสาวของป้าแก้วก็ปั่นจักรยานผ่านมาพอดี เห็นกลุ่มชาวบ้านกำลังสาละวนกับการทำปลาแดดเดียวป้าพิกุลจึงจอดจักรยานแล้วเดินเข้ามาทักทาย
“อ้าว วันนี้ทำปลาแดดเดียวนี่เองมีอะไรให้ฉันช่วยไหมพี่แก้ว พี่สายใจ”
ป้าพิกุลตะโกนถามแสดงความมีน้ำใจตามประสาคนคุ้นเคย
ป้าแก้วยิ้มรับ
“มาช่วยกันก็ดีเลยพิกุลกำลังจะจัดปลาช่อนลงกระจาดอยู่พอดี”
สายตาของป้าพิกุลเหลือบไปเห็นเอมมี่ที่นั่งเงียบๆ คนเดียวอยู่ใต้ต้นไม้
ป้าพิกุลขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปกระซิบกระซาบกับกลุ่มป้า ๆ ที่กำลังล้างปลาอยู่
“พี่แก้ว นั่นมันใครน่ะ หน้าตาคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน”
ป้าพิกุลถามด้วยความสงสัย
ป้าแก้วหันไปมองหญิงสาวส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ พลางถอนหายใจเบา ๆ
"นั่นน่ะเหรอ หนูเอมมี่เมียใหม่ไอ้อาทิตย์ ลูกชายของตาหว่างไงล่ะ"
ป้าพิกุลเบิกตาโต
“ห๊า เมียใหม่ไอ้อาทิตย์ที่คนแถวนี้เค้าลือกันว่าสวย ๆ เหมือนคุณหนูไฮโซที่เพิ่งมาจากเมืองกรุงนั่นน่ะเหรอ”
ป้าแก้วพยักหน้า
“ใช่แล้ว คนนี้แหละหนูเอมมี่สวยใช่ไหมล่ะ พวกไอ้เฒ่าแถวนี้มันแทะเล็มด้วยสายตากันมาแล้วทั้งนั้นแหละ”
“ทำไมฉันว่านังหนูคนนี้มันช่างคุ้นหน้าซะจริงๆ เหมือนกับใครหนอ”
ป้าพิกุลทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะร้องอ๋อออกมาเบา ๆ
“อ้อ ฉันนึกออกแล้ว นี่มัน อีบุญมีลูกสาวของไอ้ล้วน ที่อยู่หมู่บ้านติด ๆ กับบ้านโคกหนองอีแร้งของเราเลยนี่หว่า”
กลุ่มป้า ๆที่กำลังนั่งล้างปลาอยู่ถึงกับชะงักมือ หันมามองหน้าป้าพิกุลเป็นตาเดียว
“อีบุญมีอะไรของแก นังพิกุลอย่ามาพูดจาเลอะเทอะนะ”
ป้าสายใจเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อ
ป้าพิกุลส่ายหน้า
“ไม่เลอะเทอะหรอกพี่สายใจฉันจำได้แม่นเลย นังเด็กคนนี้ชื่อจริงของมันน่ะชื่อ บุญมี
เป็นลูกชาวไร่ธรรมดา ๆเหมือนพี่กับฉันนี่แหละ ไม่ใช่ลูกผู้ดีมีสกุลอะไรมาจากไหนหรอก”
“จริงเหรอพิกุล”
ป้าแก้วถามด้วยความตกใจ
ป้าพิกุลพยักหน้าหนักแน่น
“จริงแท้แน่นอนสิพี่แก้วแถมฉันจะบอกอะไรให้อีกนะ
อีบุญมีน่ะใจแตกหนีออกจากบ้านไปตั้งแต่แตกเนื้อสาวแล้วทางบ้านมันทนไม่ได้เลยตัดหางปล่อยวัด
อีบุญมีเลยเข้าไปหางานทำที่กรุงเทพฯแล้วก็ไม่เคยส่งข่าวกลับมาที่บ้านมันอีกเลย”
ป้าสายใจที่ได้ยินเรื่องราวถึงกับหัวเราะลั่น
“ฮ่า ๆ ๆ ว่าแล้วเชียวทำไมถึงทำตัวกระแดะ ๆ เหมือนคุณหนูตกยาก
ที่แท้ก็แค่อีเด็กชาวไร่ใจแตกนี่เองแหม นึกว่าผู้ดีมาจากไหน ที่แท้ก็หนีตามผู้ชายไปขายตัวเมืองกรุงนี่เอง”
คำพูดเยาะเย้ยถากถางของป้าสายใจดังลั่นไปทั่วลานเอมมี่ที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ได้ยินทุกคำพูด
เธอรู้สึกราวกับถูกตบหน้าอย่างแรงทั้งอับอายและโกรธแค้น จนใบหน้าที่เคยเนียนสวยกลายเป็นสีแดงก่ำไปจนถึงใบหู
เอมมี่ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับป้าสายใจใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
“ใช่ ฉันคืออีบุญมี แล้วป้าจะทำไมอย่างน้อยฉันก็ไม่ได้หน้าแก่ หนังเหี่ยว นมยาน เหมือนป้าสายใจนี่
เมื่อวันก่อนตอนงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ ของบ้านพ่อพี่อาทิตย์ ผัวป้ายังแอบมองนมฉันตาเป็นมัน
ก้นฉันก็งอนเด้ง เซ็กซี่กว่าก้นแฟบ ๆของป้าตั้งเยอะ คงจะอิจฉาล่ะสิ ที่ฉันสวยกว่า อึ๋มกว่า ได้ผัวดีกว่าป้าใช่ไหมล่ะเชอะ”
เอมมี่ตวาดเสียงดังลั่นแต่ละคำพูดที่หลุดจากปากกระจับเคลือบลิปสติกสีชมพูสวยสดช่างเชือดเฉือนบาดใจคนที่โดนด่าว่า
ป้าสายใจถึงกับหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและอับอาย
บรรดาป้า ๆที่กำลังล้างปลาอยู่ต่างก็ชะงักมือมองเอมมี่ด้วยความตกตะลึงกับคำพูดที่ร้ายกาจและจองหองเกินกว่าที่พวกแกจะคาดถึง
คงไม่มีใครคิดว่าผู้หญิงหน้าตาสวยหุ่นสะคราญอีกทั้งยังแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าราคาแพงอย่างเอมมี่จะพ่นคำพูดจิกกัดรุนแรงเช่นนี้ออกมาจากปากได้
“อีเด็กปากเสีย แกมันสำนึกตัวบ้างไหมหนีตามผู้ชายมายังกล้าดีมาปากดีกับพวกฉัน”
ป้าสายใจตอกกลับเสียงสั่น
เอมมี่เชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง
“ฉันต้องสำนึกอะไรฉันมาอยู่ที่นี่ก็มีแต่คนอิจฉาริษยา หาเรื่องว่าร้ายฉันตลอดเวลาพวกป้ามันก็แค่พวกสาวแก่ขี้อิจฉา ที่ไม่มีอะไรดีเท่าฉันน่ะแหละ”
พอพูดจบ เอมมี่ก็สะบัดหน้าหันหลังเดินกระแทกเท้ากลับเรือนไปอย่างไม่สำนึกผิด
ทิ้งให้กลุ่มชาวบ้านที่ลานกว้างมองตามหลังเธอด้วยความตกตะลึงและนึกรังเกียจกับความปากร้าย และความจองหองของว่าที่สะใภ้คนใหม่ของนายสว่าง
…
หลังจากเดินหนีออกมาจากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกับพวกป้าสายใจแล้ว
เอมมี่กระทืบเท้าปึงปังขณะก้าวขึ้นเรือนของพ่อสว่างว่าที่พ่อผัวของหล่อน
เธอเดินมานั่งพักให้คลายความเดือดดาลปุดๆ ในใจ บนเก้าอี้ไม้สักโบราณในห้องรับแขกที่อยู่กลางบ้าน
เอมมี่ไม่รู้เลยสักนิดว่ามันมีราคาสูงแค่ไหนจึงได้แม่มองเฟอร์นิเจอร์ไม้โบราณในบ้านด้วยใบหน้าไม่ชอบใจ
เพราะของแต่ละชิ้นดูเก่าคร่ำครึไม่มีกลิ่นอายของความทันสมัยอย่างที่หล่อนนิยมชมชอบเลยแม้แต่นิดเดียว
ไม่ทันไรเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าถือดังขึ้น
เอมมี่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูพอเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอก็ทำหน้าเครียดขึ้นมาทันที
“ไอ้วิชัย”
แม้ไม่อยากจะรับสายแต่เธอรู้ตัวดีกว่า ถึงอย่างไรก็หนีมันไม่พ้น จึงจำใจต้องกดรับ
“ฮัลโหล”
ใบหน้าสวยหวานบึ้งตึงแต่พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด