๒
โลกกลม ๆ
เสียงกดกริ่งดังขึ้นมาจากหน้าห้องทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดเป็อย่างมาก เพราะมันรบกวนการนอนหลับของผม...เสียงกดกริ่งยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผมต้องตื่นจากภวังค์ แล้วลุกขึ้นจากที่นอนนุ่ม ๆ เดินไปเปิดประตูห้องทันที
“ใครมากดกริ่งแต่เช้า ไม่รู้จักเวล่ำเวลารึยังไง”
ผมบ่นพร้อมกับเปิดประตูห้อง
“นี่...”
ผมกำลังจะอ้าปากด่าคนที่มากดกริ่งแต่ก็ต้องหยุดชะงักทันที เพราะคนที่อยู่หน้าห้อง…
“คุณ...จะมาตามหาเื่กันหรือยังไง”
เขายืนนิ่ง และเงียบมากเขาเพียงใช้สายตามองผม แววตาเฉยชาปราศจากความรู้สึก และดูเหมือนเอือม ๆ ใส่ผมด้วย
“เอ๊ะ...นี่คุณ ผมถามทำไมไม่ตอบที่บ้านไม่เคยสอนมารยาทหรือยังไง”
“ฉันไม่จำเป็ต้องตอบคนแบบนาย”
“แล้วมากดกริ่งห้องผมทำไมว่าแต่อยู่ที่นี่เหมือนกันเหรอ ความจริงผมก็ไม่ได้อยากรู้หรอกถามไปงั้น ๆ แหละ”
“มีคนจ้างให้ฉันมาสอนภาษาญี่ปุ่น เขาให้ที่อยู่ฉันมาตามนี้”
หมอนี่ยังจ้องผมไม่เลิก...ว่าแต่...ใช่วันนี้ผมมีนัดเรียนภาษาญี่ปุ่นลืมเสียสนิทเลยว่า...แต่นัดไว้ตอนเก้าโมงช้านี่น่าผมจึงหันไปมองนาฬิกาหรูที่แขวนไว้ในห้อง ซึ่งตอนนี้เก้าโมงตรงเป๊ะ
“อย่างคุณนี่นะเป็อาจารย์”
คราวนี้ผมมองผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าห้องอย่างถี่ถ้วนเขาแต่งตัวเรียบร้อยดูภูมิฐาน อายุก็ยังไม่มาก แต่ก็คงมากกว่าผมอยู่แหละหน้าตาหล่อคมเข้มเหมือนถอดแบบออกมาจากพระเอกการ์ตูนญี่ปุ่นที่ผมเคยดูเลยจมูกโด่งเป็สันเรียวรับกับฝีปากบาง คิ้วเข้ม รูปร่างสูงโปร่งหุ่นดีมากเลยทีเดียว...ผมยืนพิจารณาอย่างนั้นอยู่สักพัก
“วันนี้ผมยังไม่พร้อม”
ผมพูดตามความจริงเพราะคนเพอร์เฟ็คถ้าไม่พร้อมก็คือไม่พร้อมอีกอย่างไม่อยากให้ใครต้องมานั่งรอผมด้วย
“ไม่พร้อม”
เขาถามกลับ
“ใช่...ไม่พร้อมเอาไว้วันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน”
เขาไม่พูดอะไร แต่เขามองผมด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยสบอารมณ์เล็กน้อยแต่เขาเก็บอาการไว้
“อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนี้นะ”
สายตาดุ ๆ แบบนี้คนเพอร์เฟ็คไม่ได้กลัวหรอก แต่แค่ไม่ชอบ
“ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องนัดให้ฉันมาสอนเพราะฉันมีอย่างอื่นต้องทำ ไม่มีเวลาว่างมาตามใจคนเอาแต่ใจแบบนายหรอกนะ”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่จริงจังมาก
“นี่คุณกำลังด่าผมอยู่นะ”
“ตักเตือนฉันไม่เคยด่าใคร”
“แต่สำหรับผมมันคือคำด่า...คุณกล้ามากเลยนะที่มายืนด่าผู้ชายหน้าตา หล่อ รวย แสนวิเศษ และเพอร์เฟ็คอย่างผม”
“นายหาอาจารย์คนใหม่เถอะ”
พูดเสร็จเขาก็เดินออกไป
“นี่คุณ...คุณรู้ไหมว่ายังไม่มีใครกล้าปฏิเสธผมเลยนะคุณคนแรกเลยนะที่ทำกับผมอย่างนี้”
ผมะโตามหลังเขาออกไปแต่เขากลับไม่ฟังสิ่งที่พูดเลยแม้แต่น้อย
กล้ามาว่าให้ผมเอาแต่ใจแถมยังกล้าปฏิเสธผมอีก หมอนี่ไม่น่าคบเลยจริง ๆ ดีซะอีกที่เขาถอนตัวไม่สอนผมเพราะผมจะได้หาอาจารย์คนใหม่มาสอนแทน
ผมเปิดประตูห้องเสียงดังปังก็มันหงุดหงิดนี่น่าเพราะั้แ่เกิดมายังไม่เคยมีใครมาพูดจาทำร้ายจิตใจผมแบบนี้มาก่อนอาจารย์หน้าบึ้งนี่คนแรกเลยนะที่พูดกับผมแบบนี้คิดแล้วก็อารมณ์เสีย...ผมนั่งหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์สักพัก แล้วจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรฯออกไป
“นายหมาน้อย”
“ครับคุณรัก”
“นายหมาน้อยใครบอกให้นายส่งครูภาษาญี่ปุ่นคนนี้มาให้ฉัน”
ผมโวยวายเสียงดังใส่ปลายสาย
“ทำไมครับเขาก็ดูภูมิฐานดี แถมยังหล่อด้วย”
“นายรู้ไหมว่าดีตาอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นคนนี้เขาด่าฉันด้วย”
“เขาด่าคุณว่ายังไง”
“เขาว่าฉันเอาแต่ใจ”
“เขาก็พูดถูกแล้วนี่”
“นายหมาน้อย”
ผมตะคอกเสียงใส่โทรศัพท์อีกครั้งไม่แก้วหูแตกให้มันรู้ไป เพราะนายหมาน้อยชอบขัดผมแบบนี้อยู่เรื่อย ๆโดยเฉพาะตอนที่ผมโมโห มันก็จะยิ่งทำให้ผมโมโหขึ้นไปอีก
“แล้วคุณไปทำยังไงให้เขาว่านอนตื่นสาย ผิดนัดเขา หรืออะไร”
“ฉันก็แค่...”ผมทอดเสียงต่ำลงนิดหน่อย “ตื่นสายและเมื่อวานก่อนกลับบ้านฉันก็แย่งเค้กชิ้นสุกท้ายมาจากเขาแต่นายอย่าคิดว่าการแย่งเค้กชิ้นสุท้ายจากอีตาอาจารย์หน้ามาแล้วฉันจะเป็คนผิดนะเพราะสุท้ายพนักงานก็เลือกที่จะขายให้ฉันอยู่ดี”
“ไม่ผิดที่เขาจะว่าคุณเอาแต่ใจ”
“นี่นายหมาน้อย...ฉันไม่เห็นว่าสิ่งที่ฉันทำมันจะเอาแต่ใจตรงไหนฉันแค่ทำตามใจตัวเองตางหาก”
“เนี่ยแหละที่เขาเรียกว่าเอาแต่ใจ”
“หยุดพูดได้ละแล้วก็หาครูสอนภาษาญี่ปุ่นคนใหม่ให้ฉันก่อนบ่ายโมงวันนี้ด้วย”
“อะไรนะ”
น้ำเสียงใ
“ตามนั้น”
ผมกดวางสายทันที
ถ้าไม่จำเป็ผมจะไม่เรียนเสริมภาษาญี่ปุ่นเด็ดขาดแต่ด้วยความที่เป็คำสั่งของพ่อ ผมจึงต้องพยายามเรียนให้จบ และถ้าผมเรียนไม่ตบภายในปีนี้พ่อจะยึดทุกอย่างที่เป็ความสุขของผมทั้งบัตรเครดิต รถ คอนโดฯ สิ่งอำนายความสะดวกต่าง ๆ และจะให้ผมไปทำงานที่บริษัทฯรับเงินเดือนเป็เดือน ๆ ไป นี่เท่ากับว่าให้ผมเป็แค่พนักงานธรรมดา ๆคนหนึ่งเท่านั้นเอง ซึ่งผมรับไม่ได้ดังนั้นผมจึงต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นตัวสุดท้ายให้จบภายในเทอมนี้
แต่ผมไม่้าเรียนกับอาจารย์คนเดิม...แค่ครั้งแรกที่เจอกันก็รู้สึกไม่ถูกชะตาเอาเสียเลยคนอะไรชอบทำหน้าบึ้งอยู่ตรลอดเวลา
เขานั่งคิดอะไรอยู่สักพักใหญ่ๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นไปอาบน้ำ
ภายในห้องแต่งตัวของผมส่วนมากเต็มไปด้วยตู้เสื้อผ้าทุกอย่างเป็ของแบรนด์แนม ซึ่งตอนนี้ผมกำลังเลือกชุดให้เข้ากับวันนี้ และให้เหมาะกับการเจอหน้าอาจารย์สอนพิเศษภาษาญี่ปุ่นคนใหม่
ทุกๆ ครั้งที่ผมจะเจอใครหรือนักเจอใครผมต้องดูดีอยู่ตลอดเวลา
ระหว่างนั้นเสียงเรียกจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้นผมจึงหันไปกดรับ
“นี่นายหมาน้อยโทรฯมาไม่รู้จักดูเวล่ำเวลา”
“ตอนนี้ไม่มีครูสอนภาษาญี่ปุ่นคนไหนรับปากมาสอนคุณเลย”
“ทำไมล่ะ”
“เื่นี้คุณไม่น่าถามนะครับ”
“นี่นายหมาน้อย”
ผมตะคอกเสียงใส่อย่างสุดเสียง
“คุณมีทางเลือกเดียวถ้าคุณอยากเรียนให้จบคือ ต้องให้ครูคนเดิมกลับมาสอนแต่ถ้าคุณไม่เอาก็ไม่เป็ไร...แต่ก็อย่าลืมอีกนะครับว่าถ้าคุณเรียนไม่จบสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงอำนาจที่คุณใช้ข่มเหงคนอื่นก็จะหมดไปด้วย”
“ฉันไม่เคยข่มเหงคุณอื่น”
“แล้วที่ทำอยู่ทุกวันนี้เขาเรียกว่าอะไร”
“เขาเรียกว่าเพอร์เฟ็คเพราะฉันเพอร์เฟ็คฉันเลยได้ในสิ่งที่ฉัน้า”
“สรุปว่าคุณจะเอายังไง”
“คนอย่างฉันไม่เคยง้อใคร”
“งั้นก็แล้วแต่คุณ”
นายหมาน้อยกำลังจะกดวาง
“ดะเดี๋ยวเดี๋ยว นายหมาน้อย...คนอย่างไม่เคยง้อใครหรือต้องขอร้องใครแต่ที่ฉันยอมให้อาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นหน้าบึ้งนั่นกลับมาสอนก็เพราะว่าฉันอยากเรียนให้จบต่างหาก”
“ตามนั้นครับ”
“บอกให้เขามาหาฉันพรุ่งนี้เช้าเวลาเดิมคราวนี้ฉันไม่ผิดเวลาแน่”
“ครับ...อ้อเย็นนี้คุณท่านบอกให้คุณรักไปหาที่บ้านด้วยนะ”
“คุณพ่อบอกมั้ยว่าเื่อะไร”
“ไม่ได้บอกครับ”
ผมกดวางสายทันทีโดยที่ไม่ฟังคำตอบจากนายหมาน้อย...พ่อมีเื่อะไรกับผมอีกนะ