นาวินสะดุ้งตื่นขึ้นมาในเวลาใกล้เช้า เพราะรู้สึกถึงไอความร้อนจากร่างบางที่เขากกกอดอยู่
ร่างสูงค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วก้มมองใบหน้าหวานของหญิงสาวที่ตอนนี้ซีดเซียวไร้สีเืด้วยความใ
“น้องป่าน... น้องป่านครับ” เสียงเข้มเอ่ยเรียกหญิงสาวในอ้อมกอดพร้อมทั้งเขย่าตัวเธอเบาๆ
สายป่านขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นมาช้าๆ แล้วพยายามเพ่งมองที่มาของเสียง
“พี่วิน...” เธอครางเรียกชายหนุ่มตรงหน้าอย่างอ่อนแรงหัวใจดวงน้องรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาทันทีเมื่อพบว่าเป็เขา... ผู้ชายที่เธอรักอย่างสุดหัวใจ
“น้องป่านเป็ยังไงบ้างครับ” นาวินรีบถามด้วยความเป็ห่วงพลางลูบไล้ใบหน้าและลำคอที่ร้อนผ่าวของเธอไปด้วย
“ป่านปวดหัวค่ะ และก็รู้สึกเจ็บ... เอ่อ... เจ็บไปหมดทั้งตัวเลยค่ะ”
ดวงตาหวานเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบซ่อนความเขินอายก่อนที่เื่ราวต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้จะค่อยๆหลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิดทีละน้อย
แม้ปากจะบอกว่าเจ็บไปหมดทั้งตัวแต่มือบางก็จับกุมอยู่ที่หน้าท้องของตัวเองไว้แน่นทำให้คนถามรู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวเ็ปบริเวณไหนมากที่สุด
“พี่ขอโทษนะครับที่ทำให้น้องป่านเจ็บ” นาวินบอกเสียงนุ่มแล้วจับเชยคางมนของหญิงสาวให้หันมาสบตาเขา
“ป่านผิดเองค่ะที่บังคับให้พี่วินทำแบบนั้น” เสียงสั่นเครือเอ่ยโทษตัวเองเบาๆเธอทั้งรู้สึกผิดทั้งอับอายที่เป็ฝ่ายเชิญชวนขอให้เขาช่วย
“น้องป่านไม่ได้บังคับพี่นะครับ ไอ้ยาบ้าๆนั่นต่างหากที่มันทำให้น้องป่านควบคุมตัวเองไม่ได้”
ชายหนุ่มเอ่ยปลอบพร้อมกับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวานที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตานั้นอย่างห่วงใยก่อนจะย้ำชัดในความรู้สึกของตัวเองให้หญิงสาวได้รู้
“พี่ยินดีและเต็มใจที่จะทำครับ แต่หลังจากนี้... พี่ตั้งใจ”
คนเ้าเล่ห์พูดหยอกเธอในตอนท้ายที่เป็ความรู้สึกลึกๆจากหัวใจ... ‘นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเราสองคนแน่นอนฮึฮึ’ นาวินประกาศก้องอยู่ในใจ
“คะ?” สายป่านขมวดคิ้วมุ่นแล้วย้อนถามเขาอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก
“อะ เอ่อ ปะ เปล่าครับ... พี่ว่าเราอย่าเพิ่งคุยกันเื่นี้ดีกว่าน้องป่านกำลังไม่สบาย เดี๋ยวพี่เช็ดตัวให้ก่อนดีกว่านะครับ” นาวินรีบปฏิเสธบอกปัดๆไปก่อนที่ร่างสูงจะขยับตัวควานหากางเกงขาสั้นของตัวเองแล้วนำขึ้นมาสวมใส่ปกปิดร่างกายส่วนล่างเอาไว้แบบลวกๆจากนั้นก็ก้าวลงจากเตียงแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำทันที
ไม่นานร่างสูงก็กลับออกมาพร้อมด้วยกะละมังใส่น้ำและผ้าขนหนูผืนเล็กในมือก่อนจะนำมาวางลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงที่หญิงสาวนอนอยู่
“ให้ป่านทำเองนะคะ” สายป่านบอกกับเขาอย่างอายๆมือบางทั้งสองข้างยกผ้านวมขึ้นมาแนบอกเอาไว้แน่น
“ฮื้อ... ไม่ไหวหรอก ดูสิ จะพูดยังไม่มีแรงเลยด้วยซ้ำ... ให้พี่ทำให้นะครับ”นาวินส่ายหน้าปฏิเสธแล้วหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ กับร่างบางนึกชอบใจไม่น้อยกับความน่ารักขี้อายของเธอ
“เอ่อ ตะ แต่ว่ามัน... มันเปรอะเปื้อนด้วย” เสียงหวานบอกตะกุกตะกักแล้วก้มหน้าหนีจากดวงตาคมที่ฉายแวววิบวับของเขาเธอรู้สึกเปียกชื้นบริเวณกึ่งกลางลำตัวจนอยากจะอาบน้ำมากกว่า
“หือ... ที่เปรอะเปื้อนเนี่ยก็ของเราสองคนทั้งนั้นแหละ... มาครับพี่ไม่ถือหรอก” คนพูดแกล้งทำสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเป็เื่ปกติแล้วหันไปจุ่มผ้าลงในกะละมังใส่น้ำที่เขาเตรียมมา
“แต่ป่านอายนี่คะ” หญิงสาวมีน้ำเสียงแง่งอนออกมาเล็กน้อยและนึกต่อว่าชายหนุ่มอยู่ในใจ...‘เขาพูดเื่แบบนั้นออกมาได้ยังไงหน้าตาเฉย’
“อายทำไม... พี่เห็นหมดแล้ว... ทุกซอกทุกมุมเลยหละ” นาวินกระซิบหยอกล้อเบาๆยิ่งเห็นเธอทำท่าทางน่ารักเขาก็ยิ่งอยากแกล้ง
“พี่วินน่ะ งั้นก็ไม่ต้องชงต้องเช็ดแล้วค่ะ ป่านจะนอนทั้งแบบนี้แหละ”
คนขี้อายปั้นปึงใส่เขาแล้วพลิกตัวหันหลังพร้อมกับยกผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงศีรษะ
นาวินอมยิ้มให้กับอาการแง่งอนที่ดูน่ารักน่าชังของหญิงสาว แต่ก็ต้องยอมยุติความอยากแกล้งของตัวเองเอาไว้แล้วเข้าไปง้อเธอดีๆด้วยความเป็ห่วงในอาการป่วยไข้ของเธอ
“ไม่ได้นะครับ ตัวร้อนขนาดนี้เดี๋ยวเป็อะไรมากขึ้นมาจะทำไง... นะครับคนดี”
“พี่วินก็อย่าแกล้งป่านสิคะ” เสียงคนในผ้าห่มพูดอู้อี้ออกมา
“ครับ ไม่แกล้งแล้ว ไม่แกล้ง เมื่อกี้พี่ล้อเล่นน่ะ... มาครับพี่เช็ดตัวให้”
เมื่อชายหนุ่มทำเสียงจริงจังเป็ปกติ ร่างบางจึงค่อยๆ เปิดผ้าห่มออกมาช้าๆแล้วมองเขาอย่างตัดสินใจ ก่อนจะพยักหน้าให้น้อยๆ เป็การยินยอม
นาวินส่งยิ้มบางๆ ให้หญิงสาว แล้วหันไปหยิบผ้าชุบน้ำที่บิดหมาดๆ ขึ้นมาลูบไล้ั้แ่ใบหน้าลำคอ และแขนเรียวทั้งสองข้างของเธออย่างอ่อนโยนจนกระทั่งมาถึงเรือนร่างที่ยังถูกปกปิดซุกซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าห่มผื่นหนาชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาวเป็เชิงขออนุญาต แล้วค่อยๆเลื่อนมือดึงผ้าห่มออกไปจากร่างบางของเธอ
ความงดงามผุดผ่องของเรือนร่างตรงหน้าทำให้หัวใจดวงแกร่งเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่มือที่จับผ้าผืนเล็กเช็ดถูไปตามซอกมุมต่างๆ นั้นสั่นเทาจนหญิงสาวััได้
“พี่วิน... ป่านหนาวค่ะ” เสียงหวานร้องบอกเมื่อไม่รู้จะเร่งเร้าชายหนุ่มอย่างไรดีเธออยากให้นาทีนี้ผ่านไปโดยเร็วที่สุด
“ครับ อะ เอ่อ เดี๋ยวพี่จะรีบเช็ดให้นะครับ น้องป่านจะได้พักผ่อนเร็วๆ”
นาวินอึกอักเหมือนคนที่เพิ่งตื่นจากภวังค์ความฝันก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพยายามข่มใจสะกดกั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ ให้กลับลงไปที่เดิมจากนั้นก็รีบเช็ดเนื้อเช็ดตัวทำความสะอาดให้หญิงสาวและหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้เธอจนเรียบร้อย
“น้องป่านทานยาแล้วพักผ่อนอีกสักหน่อยนะครับ เดี๋ยวสายๆ พี่จะมาหา” เสียงทุ้มเอ่ยบอกกับหญิงสาวพร้อมทั้งประคองร่างบางให้ลุกขึ้นแล้วส่งยาลดไข้สองเม็ดให้เธอ
นาวินนั่งดูอาการของสายป่านอยู่ข้างๆ เตียง ‘โชคดีที่เธอยังพอมีสติพูดคุยกับเขาได้บ้างไม่อย่างนั้นเขาคงต้องวิ่งวุ่นพาเธอไปโรงพยาบาลเป็แน่’ ชายหนุ่มนึกในใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าเธอหลับสนิทแล้วเขาก็หันไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองที่กองเกะกะอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมใส่จากนั้นก็ก้มลงจุมพิตที่หน้าผากเนียนของหญิงสาวเบาๆ นิ่งนานแทนการบอกลาก่อนจะตัดใจสาวเท้าไปที่ประตูแล้วก้าวออกไปเงียบๆ
ร่างสูงที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแลคตัวเดิมที่ไม่ค่อยเรียบร้อยนักชายหนุ่มเดินลัดเลาะมาทางห้องครัวซึ่งเป็ทางผ่านขึ้นตึกใหญ่เขารู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวนั้นเงียบสงบเหมือนกับว่าไม่มีใครอยู่หรือไม่สาวใช้ก็คงออกไปตลาดกันแล้วโชคดีที่ไม่มีใครเห็นตอนที่เขาเดินออกมาจากเรือนหลังเล็กไม่อย่างนั้นคงต้องเจอกับคำถามที่หาคำตอบได้ยากอย่างแน่นอนนาวินยืนมองซ้ายมองขวาอยู่ตรงบันไดจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้แล้วร่างสูงก็รีบก้าวเท้าขึ้นห้องของตัวเองไปทันทีด้วยความรวดเร็ว
แสงแดดอ่อนๆในยามเช้าสาดส่องเล็ดลอดผ่านผ้าม่านสีสวยเข้ามาภายในห้องเช่าเล็กๆที่มีสองหนุ่มสาวนอนซุกตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันอย่างอ่อนล้าหลังจากผ่านศึกรักบนเตียงที่ยาวนานจนเกือบฟ้าสาง
หญิงสาวขยับเปลือกตาขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงแสงสว่างที่พาดผ่านเข้ามาในห้องก่อนจะตามมาด้วยความรู้สึกอึดอัดเหมือนตัวเองถูกกดทับไว้ด้วยต้นไม้ใหญ่และเมื่อลองขยับตัวความรู้สึกเจ็บแปลบที่กึ่งกลางลำตัวก็แล่นขึ้นมาทันที
“โอ๊ะ!...”
เสียงหวานครางออกมาเบาๆ พร้อมทั้งพยายามไล่ความง่วงงุนด้วยการกระพริบตาถี่ๆเพื่อเรียกสติ ก่อนที่เื่ราวต่างๆจะเริ่มหลั่งไหลฉายชัดเข้ามาในห้วงความคิดทีละน้อยจนเธอแน่ใจว่าไม่ได้ฝันไปตอนนี้เธอได้สูญเสียความบริสุทธิ์ที่เฝ้าทะนุถนอมมากว่ายี่สิบปีให้กับผู้ชายเห็นแก่ตัวที่จ้องจะหาเื่จงเกลียดจงชังเธอมาตลอด
แก้วตาพลิกตัวขยับร่างออกห่างจากวงแขนของเขาทันทีโดยอัตโนมัติน้ำตาเม็ดโตไหลรินอาบสองแก้มนวลอย่างไม่อาจห้ามได้ก่อนที่ความโมโหและเจ็บแค้นในอกจะสั่งให้เธอลุกขึ้นและกางเล็บตวัดลงไปที่แผงอกเปลือยเปล่าของชายหนุ่มที่นอนอยู่ข้างๆนั้นเต็มๆ แรง
“นี่แน่ะ! นี่แน่ะ! ไอ้คนเลว ไอ้ผู้ชายเห็นแก่ตัว”
นิ้วเรียวเล็กกระหน่ำทุบตีจิกข่วนไปบนลำตัวของคนที่ยังนอนหลับตาพริ้มหมดสิ้นเรี่ยวแรงอย่างไม่คิดชีวิต
“โอ๊ย!... นี่หยุดนะ เป็บ้าอะไรของเธอเนี่ย”
ภานุสะดุ้งสุดตัวเมื่อความเจ็บแสบบนร่างกายก่อกวนการพักผ่อนของเขาก่อนจะรีบคว้าจับมือเล็กๆนั้นเอาไว้แล้วดึงเข้าหาตัวจนร่างบางลอยหวือเข้ามาอยู่ในวงแขนของเขาอีกครั้ง
“ปล่อยนะ คนบ้า คนเลว อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ”
แก้วตาพยายามขัดขืนดีดดิ้นเป็พัลวันแต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงกอดรัดของเขาได้และเธอก็รู้สึกเจ็บที่กึ่งกลางลำตัวจนขยับไม่ได้ดั่งใจนัก
“หยุดดิ้นก่อนได้ไหม ยังไงเธอก็สู้แรงฉันไม่ได้หรอก...และนั่นน่ะยังเจ็บอยู่ไม่ใช่เหรอ” เสียงเข้มเอ่ยบอกแล้วเหลือบตาไปมองส่วนที่คิดว่าเธอต้องเจ็บมากแน่ๆ
“แล้วใครทำให้ฉันเป็แบบนี้ล่ะ” แก้วตากระชากเสียงใส่เพราะเข้าใจแววตานั้นดีว่าเขาหมายถึงอะไรก่อนที่ร่างบางจะพลิกตัวหันหลังให้เขาอย่างคนโมโหจัดแต่ทำอะไรไม่ได้จึงเป็โอกาสให้วงแขนแกร่งโอบกระชับร่างเธอให้แนบสนิทมากยิ่งขึ้น
“แก้วตา... ฉันขอโทษ ฉันจะรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้น”
ภานุกระซิบที่ด้านหลังใบหูเล็กๆ แล้วพยายามขยับชิดมากขึ้นเมื่อรู้สึกถึงแรงขัดขืนน้อยๆของเธอ
“ฮึ แล้วคุณจะรับผิดชอบยังไง... คุณเอามันกลับมาคืนฉันได้ไหมล่ะ” คนในอ้อมกอดยิ้มเยาะบอกเสียงปนสะอื้นอย่างนึกสมเพชตัวเอง...สิ่งที่เสียไปมันไม่เ็ปเท่ากับเสียให้กับคนที่ไม่มีวันรักเธอและไม่มีทางเป็ไปได้ด้วย
“แก้วตา... ฉัน... เอ่อ...” เสียงเข้มครางตะกุกตะกักออกมาด้วยไม่รู้จะตอบคำถามของเธออย่างไรดีเพราะเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวมาก่อนว่าจะทำให้เธอเสียหายถึงเพียงนี้ที่สำคัญยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกหวงแหนไม่อยากปล่อยเธอไปง่ายๆ อีกด้วย
“ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ จริงๆ แล้วคุณรับผิดชอบอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ” ร่างบางกลั้นสะอื้นและบอกกับเขาด้วยความเ็ป
“ได้สิแก้วตา ถึงแม้สิ่งนั้นฉันจะเอามาคืนให้เธอไม่ได้แต่หลังจากนี้ไปฉันจะรับผิดชอบชีวิตของเธอเอง”
ภานุเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนจริงจังเหมือนคนสำนึกผิดพร้อมทั้งกดริมฝีปากและจมูกซุกไซ้สูดดมความหอมกรุ่นจากต้นคอเรียวงามของหญิงสาว
“ด้วยการเป็เมียเก็บหรือเมียลับๆ ของคุณดีล่ะในเมื่อคุณประกาศออกไปแล้วว่ายัยป่านเป็คู่หมั้นของคุณและคุณจะรับผิดชอบฉันในฐานะอะไร” พูดได้เท่านั้นร่างบางก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนักจนสุดกลั้น
มือเรียวบางพยายามผลักไสหยิกข่วนลำแขนของเขาให้ออกห่างแต่เขากลับพลิกร่างเธอให้นอนหงายแล้วกักขังเธอไว้ใต้วงแขนที่แข็งแกร่งนั้นแทน
“ขอเวลาให้ฉันหน่อยได้ไหม และฉันจะทำทุกอย่างให้ถูกต้อง”
ภานุมองสบตาเธอด้วยแววจริงจังเขาเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะจัดการกับเื่นี้อย่างไร แต่ที่แน่ๆเขาจะไม่มีวันปล่อยเธอไปเด็ดขาด
“ไม่!... ฉันไม่้า ปล่อยฉันนะ”
แก้วตาขยับดีดดิ้นแล้วจ้องเขาตาขวางอย่างนึกไม่พอใจเขาแสดงความรับผิดชอบทั้งๆที่ความจริงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความรักเลยสักนิดมันเป็เพียงอารมณ์ชั่ววูบที่เขาควบคุมมันไม่ได้ต่างหาก
“ทำไมล่ะแก้วตา เธอเป็เมียฉันแล้วนะ”
น้ำเสียงของชายหนุ่มเริ่มแข็งขึ้นมานิดๆเมื่อเธอทำท่าทางรังเกียจและเหมือนไม่ไยดีต่อความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น
“ไม่ใช่ ฉันไม่รับ ฉันไม่้าอะไรจากคุณทั้งนั้นเชิญคุณกลับไปหาคู่หมั้นของคุณได้แล้ว ออกไป!”
แก้วตาตวาดลั่นด้วยความโมโหจัดสองมือบางพยายามผลักไสอกแกร่งของเขาอย่างสุดกำลังไม่ว่าอย่างไรเธอจะไม่มีวันทำให้เพื่อนรักต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างแน่นอนแม้จะได้ยินจากปากของสายป่านว่าไม่ได้รู้เห็นเป็ใจกับการหมั้นหมายในครั้งนี้แต่ในเมื่อมันเป็สิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้และฝ่ายชายก็ประกาศต่อสื่อมวลชนโจ่งแจ้งขนาดนั้นหากเกิดเื่ผิดพลาดขึ้นมาโดยมีเธอเป็สาเหตุละก็เพื่อนรักของเธอจะต้องเสียหายมากแน่ๆ
“แก้วตา! อย่าให้ฉันได้ยินคำว่าไม่ใช่อีกนะ เพราะยังไงมันก็ใช่ได้ยินไหม... เธอเป็เมียฉัน และต้องเป็ของฉันคนเดียวเท่านั้น” ภานุคว้ามือบางนั้นไว้ไม่ให้ทำร้ายเขาได้อีกแล้วประกาศก้องใส่เธอด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและชัดเจนจนร่างบางสะท้านขนลุกเกรียวด้วยนึกหวาดกลัวในท่าทางดุดันของเขา
ว่าจบร่างสูงก็ผละก้าวลงจากเตียงแล้วฉวยหยิบเสื้อผ้าของตัวเองที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาจากนั้นก็เดินดิ่งเข้าห้องน้ำไปโดยไม่ได้หันมาสนใจหญิงสาวบนเตียงที่มองเขาด้วยแววตาปวดร้าวเจียนจะขาดใจนั้นเลยแม้แต่น้อย
ไม่นานภานุก็กลับออกมาด้วยเสื้อผ้าชุดเดิมที่ลำแขนแกร่งมีเสื้อสูทสีเข้มพาดเอาไว้อย่างลวกๆแม้จะอยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยเรียบร้อยนักแต่ความภูมิฐานดูดีของเขาก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยสักนิด
“วันนี้ห้ามออกไปไหนทั้งนั้นนะแก้วตา นี่คือคำสั่ง” เสียงเข้มพูดขึ้นขณะจ้องมองใบหน้าบึ้งตึงของหญิงสาวตาเขม็ง
“ฉันจะไป คุณห้ามฉันไม่ได้หรอก” แก้วตาสวนกลับอย่างถือดีแล้วผุดลุกขึ้นนั่งพร้อมทั้งขยุ้มดึงผ้านวมขึ้นมาปกปิดแนบอกเอาไว้แน่น
“อย่าขัดคำสั่งฉัน แก้วตา... เย็นนี้ฉันจะมารับออกไปทานข้าวและเรามีเื่ต้องคุยกัน”
คนเอาแต่ใจยังคงยืนยันคำสั่งก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้กับร่างบางแล้วใช้ความว่องไวฉกชิงความหอมกรุ่นจากพวงแก้มนุ่มของเธอไปฟอดใหญ่เต็มๆแรง
“คุณภานุ!...” คนถูกขโมยหอมตวัดสายตามองเขาอย่างขุ่นเคืองและนึกเจ็บใจที่เสียท่าให้เขาจนได้
“อ่อ และถ้าฉันมาแล้วไม่เจอเธอละก็ เตรียมตัวเรียนไม่จบได้เลยเพราะฉันไม่ให้เธอผ่านไปง่ายๆ แน่” คนได้เปรียบไม่วายหันมาชี้นิ้วขู่เธออีกรอบจากนั้นก็หันหลังแล้วสาวเท้าไปที่ประตูทันที
“บ้าอำนาจ เผด็จการ เห็นแก่ตัว ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ออกไป!”
ภานุก้าวออกไปจากห้องท่ามกลางเสียงด่าทอกระฟัดกระเฟียดของหญิงสาวที่ะโไล่เขาอย่างบ้าคลั่งเขารู้ดีว่าเธอโกรธเขามากแค่ไหนแต่ตอนนี้เขาเองก็อยู่ในฐานะที่ไม่อาจต่อรองอะไรได้ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็ฝ่ายผิดอยู่เต็มประตู
‘บางทีถ้าเขายังไม่ประกาศหมั้นกับสายป่านเขาอาจจะจัดการเื่นี้ได้ง่ายขึ้นก็ได้’ ชายหนุ่มถอนหายใจหนักๆให้กับความคิดของตัวเอง ก่อนจะก้าวลงบันไดแล้วตรงดิ่งไปขึ้นรถอย่างรวดเร็ว...ยังมีอีกหลายเื่ที่เขาต้องไปจัดการ รวมถึงเื่ที่เขาถูกวางยานั้นด้วยเขาจะแจ้งความดำเนินคดีกับคนร้ายให้ถึงที่สุดให้มันติดคุกไปตลอดชีวิตเลยยิ่งดี
ใช้เวลาเพียงไม่นานภานุก็มาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ของตัวเอง เมื่อจอดรถเข้าที่เรียบร้อยแล้วร่างสูงก็ก้าวลงมาแล้วรีบสาวเท้าไปที่เรือนหลังเล็กทันที
แม้รถสปอร์ตคันหรูรูปร่างไม่คุ้นตาที่จอดอยู่ข้างๆจะสะดุดใจเขาอยู่เล็กน้อยแต่เขาก็ไม่มีเวลาที่จะหยุดคิดว่ามันเป็ของใครเพราะเขามีเื่ที่สำคัญกว่านั้นรออยู่
ภานุเดินเข้ามาทางด้านข้างของตึกใหญ่ทำให้คนในบ้านยังไม่มีใครรู้ว่าเขากลับมาแล้วเมื่อมาถึงที่เรือนหลังเล็กก็เจอกับสาวใช้ที่กำลังถือถาดอาหารเดินเข้ามาทางนี้พอดี
“อ้าวคุณภานุ กลับมาแล้วเหรอคะ”
สาวใช้นามว่าลำพึงเอ่ยทักทันทีเมื่อพบคนเป็เ้านายก่อนจะก้มมองการแต่งกายของเขาอย่างงงๆปกติชายหนุ่มเป็คนเ้าระเบียบและพิถีพิถันในการแต่งตัวมากแต่ทำไมวันนี้ถึงได้อยู่ในชุดเดิมที่เป็ของเมื่อวานตอนไปงานเลี้ยงแถมยังยับยู่ยี่อีกด้วย
“อืม... แล้วนั่นจะเอาไปให้ใคร” ภานุครางรับสั้นๆพยายามไม่สนใจกับสายตาที่มองเขาอย่างสงสัยของอีกฝ่ายแล้วหันไปถามถึงถาดอาหารที่มีชามข้าวต้มพร้อมกับถ้วยแก้วเล็กๆที่มียาสองสามเม็ดในนั้น
“น้องป่านค่ะ... เมื่อคืนกลับมาถึงก็เป็ไข้จนหมดสติไปเลย” ลำพึงตอบพลางก้มหน้าหลบแววตาคมดุของคนเป็เ้านาย
“แล้วนายวินล่ะ” ภานุยังคงถามต่อ นึกโล่งใจอยู่เล็กน้อยที่คนในบ้านยังไม่มีใครรู้ความจริงว่าเมื่อคืนเกิดเื่ราวอะไรขึ้นบ้างไม่อย่างนั้นคงแตกตื่นโกลาหลกันไปแล้ว
“คุณวินอยู่บนห้องยังไม่ลงมาเลยค่ะ”
คำตอบของสาวใช้ทำให้ภานุรู้ได้ทันทีว่ารถอีกคันที่จอดอยู่ในโรงรถนั้นคงเป็ของนาวินที่ใช้ขับมาส่งสายป่านและอีกฝ่ายก็คงค้างที่นี่ด้วย
“อืม เดี๋ยวฉันจะดูแลน้องป่านเอง เธอมีอะไรก็ไปทำเถอะ” เสียงเข้มออกคำสั่งพลางขยับตัวเข้าไปเพื่อจะแย่งถาดอาหารจากสาวใช้
“เอ่อ... ตะ แต่ว่า...” ลำพึงอึกอักลังเลทำอะไรไม่ถูกเพราะคิดว่ามันเป็สิ่งที่ไม่สมควร คนเป็เ้านายจึงเอ่ยย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เข้มดุขึ้น
“เธอจะขัดคำสั่งฉันหรือไงลำพึง”
“อะ เอ่อ ปะ เปล่าค่ะ” เมื่อได้ยินคำถามตอกย้ำแบบนี้สาวใช้จึงรีบปฏิเสธปากคอสั่น แล้วส่งถาดอาหารในมือให้ชายหนุ่มทันที ก่อนจะค่อยๆขยับตัวออกไปแต่เสียงเข้มก็ออกคำสั่งขึ้นมาอีก
“อ่อ เดี๋ยวไปเอาสูทที่รถฉันขึ้นไปเก็บบนห้องด้วย” ภานุบอกพร้อมทั้งส่งกุญแจรถให้
“ค่ะ” ลำพึงยื่นมือไปรับกุญแจรถจากคนเป็เ้านายมาถือไว้แล้วรีบเดินเลี่ยงออกไปทางหน้าบ้านทันที
ภานุยืนมองสาวใช้จนอีกฝ่ายวิ่งหายเข้าไปตามทางที่เขาเพิ่งเดินออกมาแล้วร่างสูงจึงขยับเท้าก้าวขึ้นบันไดไป...เขาอยากจะอยู่ลำพังดูแลหญิงสาวว่าที่คู่หมั้นของเขาบ้างอย่างน้อยก็เพื่อเป็การไถ่โทษที่เขาปกป้องคุ้มครองเธอไม่ได้ทำให้เธอต้องพบเจอกับเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้
เมื่อขึ้นมาถึงบนเรือนภานุก็ตรงดิ่งไปที่ห้องนอนของหญิงสาวทันทีแล้วเปิดเข้าไปเงียบๆ ร่างสูงยืนนิ่งจ้องมองคนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงกว้างด้วยความรู้สึกโล่งใจที่เห็นเธอปลอดภัยดีก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้แล้ววางถาดอาหารในมือลงบนโต๊ะข้างหัวเตียง
ภานุนั่งมองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาวพลางลูบไล้ฝ่ามือััเบาๆไปบนผิวหน้าของเธอเพื่อวัดอุณหภูมิแล้วก็ต้องอมยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อตัวเธอไม่ร้อนมากอย่างที่คิด
สายป่านขยับเปลือกตาช้าๆ เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมากระทบกับผิวของเธอ
“น้องป่านครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่มเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว
“พี่นุ...” สายป่านครางเรียกคนตรงหน้าเบาๆแล้วหันไปมองรอบๆ ห้องเหมือนกำลังหาใครบางคน...เธอคิดว่าจะเป็นาวินเสียอีกแต่ก็ต้องผิดหวัง
“ครับ พี่เอง... น้องป่านมองหาใครหรือครับ” ภานุถามอย่างนึกสงสัยพลางหันมองตามเธอไปด้วย
“เอ่อ... ปะ เปล่าค่ะ แล้วพี่นุเพิ่งกลับมาหรือคะ” เสียงหวานรีบปฏิเสธแล้วย้อนถามเขากลับไปบ้างเพื่อดึงความสนใจของเขาอดจะนึกแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมชายหนุ่มถึงยังอยู่ในชุดเดิมเมื่อคืนนี้
“ครับ พอดีมีปัญหาเกิดขึ้นนิดหน่อยพี่ก็เลยต้องนอนค้างที่โรงแรมน่ะ”ภานุโป้ปดคำโตเพื่อให้หญิงสาวสบายใจเมื่อเห็นเธอพยักหน้าเป็เชิงรับรู้แล้วเขาจึงถามต่อ
“น้องป่านเป็ยังไงบ้างครับ”
“ตอนนี้ยังปวดหัวอยู่ค่ะ คงเป็เพราะพิษไข้เดี๋ยวทานยาอีกครั้งก็น่าจะดีขึ้นแล้วค่ะ” สายป่านตอบแล้วส่งยิ้มบางๆให้เขา
ภานุยิ้มตอบหญิงสาวแล้วยกมือขึ้นลูบที่ศีรษะของเธอเบาๆ อย่างอ่อนโยนก่อนจะพูดในสิ่งที่ค้างคาใจออกมา
“พี่ขอโทษนะครับที่ดูแลน้องป่านไม่ดีทำให้คนร้ายพวกนั้นมาลักพาตัวน้องป่านไปได้”
คนพูดก้มหน้านิ่งอย่างคนสำนึกผิดและทุกข์ใจเป็อย่างมาก...เขาเองได้รับความไว้วางใจจากนมอิ่มให้ดูแลหลานสาวคนนี้อย่างใกล้ชิดแต่เขากลับปล่อยให้เธอตกอยู่ในอันตรายจนเกือบถึงชีวิตแบบนี้ หากนมอิ่มรู้คงโกรธเขามากแน่ๆ
สายป่านมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ค่อยสบายใจนักที่เห็นเขากล่าวโทษตัวเองแบบนี้ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วจับมือของเขาเอาไว้
“พี่นุอย่าโทษตัวเองเลยนะคะ ป่านผิดเองที่ไม่ระวังตัว”
“พี่ขอโทษอีกครั้งนะครับที่พี่ไม่ได้ไปช่วยน้องป่านด้วยตัวเอง...แล้วพวกมันทำร้ายร่างกายน้องป่านบ้างหรือเปล่า” ภานุบอกเสียงนุ่มพลางลูบไล้แขนเรียวของหญิงสาวเบาๆด้วยความห่วงใย
“ป่านไม่เป็อะไรเลยค่ะ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ถึงบ้านแล้ว” คนตอบส่งยิ้มบางๆ ให้เขา
“แล้วที่แขนนี่ไปโดนอะไรมาครับ”
จู่ๆเสียงเข้มก็เอ่ยขึ้น พร้อมทั้งจับข้อมือเล็กที่มีผ้าก๊อซพันไว้โดยรอบขึ้นมาดู
“เอ่อ เป็รอยถลอกนิดหน่อยน่ะค่ะ คงเป็เชือกที่พวกคนร้ายมันมัดเอาไว้”สายป่านอึกอักตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นคงนักเธอจำเป็ต้องโกหกเขาเพราะไม่อยากให้เื่ราวมันวุ่นวายมากกว่านี้
ภานุลูบไล้ที่บริเวณาแนั้นเบาๆ ด้วยความรู้สึกสงสารเธอจับใจแล้วดึงตัวหญิงสาวเข้ามากอดแนบอกแกร่งอย่างอ่อนโยน
“เจ็บมากไหม... คนดีของพี่”
“ป่านไม่เจ็บแล้วค่ะ พี่นุอย่าโทษตัวเองอีกนะคะ ป่านไม่สบายใจเลยที่เห็นพี่เป็ทุกข์แบบนี้”
สายป่านซุกซบใบหน้าหวานกับแผงอกกว้างที่แสนอบอุ่นของเขา...ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะเป็พี่ชายที่แสนดีที่สุดในชีวิตของเธอตลอดไป
“ครับ พี่จะไม่โทษตัวเองแล้ว...งั้นน้องป่านต้องทานข้าวต้มที่พี่ป้อนให้หมดนะครับ จะได้ทานยาแล้วนอนพัก”
ภานุขยับคลายวงแขนออกจากร่างบางช้าๆแล้วหันไปหยิบชามข้าวต้มที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้
“ขอบคุณค่ะ”
สายป่านส่งยิ้มหวานให้เขาอย่างนึกขอบคุณในความห่วงใยและเอาใจใส่ของเขา ‘พี่นุเป็ผู้ชายที่ดีเหลือเกินเขาดีจนเธอคิดว่าตอนนี้เธอไม่มีอะไรที่คู่ควรกับเขาอีกแล้ว เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของผู้หญิงเธอได้มอบให้กับชายหนุ่มที่เธอรักไปแล้ว’หญิงสาวคิดด้วยความรู้สึกผิดและละอายใจพลันหัวใจดวงน้อยก็โบยบินไปถึงชายหนุ่มผู้เป็เ้าของหัวใจดวงนี้อย่างไม่อาจห้ามได้...เขายังอยู่ที่นี่หรือว่ากลับไปแล้วนะ ทำไมป่านนี้ยังไม่มาหาเธออีก
เช่นเดียวกับภานุที่ตอนนี้ความรู้สึกในใจเริ่มเกิดความสับสนขึ้นมาอย่างประหลาด...ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกตื่นเต้นยินดีเหมือนแต่ก่อนยามที่ได้ใกล้ชิดเธอแบบนี้แม้กระทั่งตอนที่โอบกอดเธอไว้ในอกเขากลับรู้สึกเหมือนว่าเธอเป็น้องสาวที่เขาควรให้การดูแลปกป้องมากกว่าจะเป็คนรัก...เขาไม่รู้ตัวเลยว่าความรู้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นมาั้แ่เมื่อไรกันตรงกันข้ามตอนนี้เขากลับรู้สึกโหยหากระวนกระวายใจและคิดถึงหญิงสาวอีกคนที่เป็ของเขาเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนหรือหัวใจของเขาจะแปรเปลี่ยนไปแล้ว
ระหว่างที่ภานุกำลังป้อนข้าวต้มให้สายป่านอยู่นั้นหารู้ไม่ว่าการกระทำของคนทั้งคู่มีใครอีกคนยืนดูอยู่ด้วยความรู้สึกปวดร้าว ‘เธอมันผู้หญิงหลายใจชัดๆ สายป่านแสดงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเลยสักนิดและไม่ว่าอย่างไรเธอก็ยังยินดีที่จะแต่งงานกับพี่นุใช่ไหมสายป่าน’นาวินต่อว่าหญิงสาวอยู่ในใจแล้วมองการกระทำของคนทั้งคู่ผ่านช่องประตูที่แง้มไว้แม้จะเป็เพียงแค่ช่องเล็กๆแต่เขาก็มองเห็นทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่งและชัดเจนจนหัวใจดวงแกร่งรู้สึกเ็ปไปหมด
นาวินเดินกลับมาที่ตึกใหญ่ด้วยอาการหงุดหงิดไม่พอใจเมื่อเช้าเขารีบกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะได้ไปดูแลเธอแต่พอไปถึงเขากลับต้องเจอกับความผิดหวังและต้องเป็ฝ่ายเดินหนีออกมาอย่างเ็ปอีกด้วย
ร่างสูงเดินไปหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟารับแขกภายในบ้านแล้วขว้างขวดยาในมือทิ้งไปอย่างไม่ไยดี เขาตั้งใจจะเอายาไปทาแผลที่แขนให้เธอแต่ตอนนี้เธอคงไม่้ามันแล้วเพราะแค่คู่หมั้นของเธอมาความเ็ปทุกอย่างก็คงหายไปเป็ปลิดทิ้ง
ลำพึงที่เพิ่งเอาเสื้อสูทของภานุขึ้นไปเก็บแล้วเดินกลับลงมาเห็นนาวินนั่งอยู่ที่โซฟาพอดีจึงเอ่ยถาม
“คุณวินจะให้ตั้งโต๊ะเลยหรือเปล่าคะ”
“อืม เดี๋ยวผมตามไป” นาวินตอบรับเพียงเท่านั้นแล้วก็นั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองชั่วครู่ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปที่โต๊ะอาหาร...เขาไม่ได้รู้สึกหิวเลยสักนิด แต่ก็ต้องทำตัวให้เป็ปกติที่สุด
“มีใครไปดูสายป่านหรือยัง” เสียงเข้มเอ่ยถามขึ้นมาเรียบๆเมื่อสาวใช้วางชามข้าวต้มลงตรงหน้าเขา
“เมื่อเช้าพี่กำลังเอาข้าวต้มไปให้แล้วเจอคุณภานุพอดีเธอก็เลยขอขึ้นไปดูแลน้องป่านเองค่ะ” ลำพึงตอบชายหนุ่มแล้วหันไปหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับของเช้าวันนี้มาวางใกล้ๆเขาเหมือนปกติ
นาวินพยักหน้าเป็เชิงรับรู้แล้วหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวต้มใส่ปากตัวเองไปเรื่อยเปื่อย จริงๆแล้วเขาก็ถามไปอย่างนั้นเองเพราะเมื่อกี้เขาก็เห็นมาแล้วกับตาว่าภานุกำลังป้อนข้าวต้มให้สายป่านอยู่
หลังจากสาวใช้เดินออกไปแล้วนาวินก็หยิบหนังสือพิมพ์บนโต๊ะขึ้นมาเปิดดูข่าวประจำวันก่อนจะสะดุดที่ข่าวสังคมซึ่งมีภาพของเขาและพี่ชายยืนกอดคอกันอย่างสนิทสนมพร้อมกับคำบรรยายใต้ภาพว่า‘สองพี่น้องตระกูลดังที่จะร่วมสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับสกายเมธีแอร์ไลน์’ก่อนที่ดวงตาคมจะเลื่อนต่ำลงมาที่ภาพด้านล่างซึ่งเป็ภาพของภานุและสายป่านที่ยืนส่งยิ้มให้กันอย่างหวานซึ้งพร้อมกับคำบรรยายที่ว่า ‘ประกาศแล้ว! ว่าที่คู่หมั้นตัวจริงของผู้บริหารใหญ่แห่งสกายเมธีแอร์ไลน์’ นาวินรีบพับเก็บหนังสือพิมพ์ในมือแล้ววางลงบนโต๊ะทันทีด้วยหัวใจที่แสนร้าวราน
“อ้าวนายวิน เพิ่งลงมาเหรอ” ภานุที่เพิ่งเดินกลับมาจากเรือนเล็กเห็นคนเป็น้องนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารจึงเอ่ยทัก
“อืม ตื่นสายน่ะ” นาวินตอบเรียบๆแล้วหันไปหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม เพื่อบ่งบอกว่าเขาอิ่มแล้วก่อนจะผละลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าจะเดินออกไป
“เดี๋ยว...” เสียงเข้มของคนเป็พี่ฉุดรั้งให้คนที่กำลังจะก้าวเท้าออกไปต้องหยุดชะงัก
“มีอะไร” อีกฝ่ายย้อนถามโดยไม่ได้หันกลับมามอง
“ขอบใจนะที่นายไปช่วยน้องป่านจนปลอดภัยน่ะ” ภานุบอกด้วยน้ำเสียงแสดงถึงความจริงใจอย่างไม่มีปิดบัง
“ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก แค่เห็นแล้วก็โทรแจ้งตำรวจเท่านั้น” คนเป็น้องตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วทำท่าจะก้าวออกไปอีก
“แต่นายเป็คนขับรถตามคนร้ายไปไม่ใช่เหรอ”
“ใช่... เอาเป็ว่าผมจะรับคำขอบใจของพี่เอาไว้ก็แล้วกันหมดธุระกับผมแล้วใช่ไหม”
“ยัง... ตอนเที่ยงฉันจะเชิญคุณลุงมาทานข้าว แล้วคุยเื่คดีความกับคนร้ายกันส่วนนายช่วยโทรตามคริสโตเฟอร์มาที่นี่ด้วย”
“อืม” นาวินขานรับคำสั่งเพียงสั้นๆจากนั้นก็ก้าวเท้าออกไปทันที เหมือนไม่ได้สนใจกับเื่ราวต่างๆ มากนักทั้งที่หัวใจดวงแกร่งร้อนรุ่มจนอยากจะฆ่าคนร้ายพวกนั้นเสียมากกว่าจะส่งให้ตำรวจดำเนินคดีด้วยซ้ำ
ภานุยืนมองนาวินจนอีกฝ่ายเดินหายเข้าไปในบ้านแล้วเขาจึงเดินเลี่ยงออกไปที่ห้องทำงานแล้วโทรหาทนายสมภพเพื่อจะบอกกล่าวนัดหมายจากนั้นเขาคงมีเวลาได้อาบน้ำและพักผ่อนอีกสักหน่อยเพราะตอนนี้เขายังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่มาก... จู่ๆ ภาพหญิงสาวผู้เป็ภรรยาหมาดๆก็ฉายชัดเข้ามาในห้วงความคิดอย่างฉับพลัน ‘ป่านนี้เธอจะเลิกร้องไห้หรือยังนะแก้วตา’ชายหนุ่มพึมพำเบาๆถึงหญิงสาวที่ตอนนี้เริ่มเข้ามาอยู่ในหัวใจของเขาแล้วโดยไม่รู้ตัว
หลังจากโทรหาคริสโตเฟอร์ตามคำสั่งของคนเป็พี่แล้วนาวินก็เดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนมาถึงเรือนหลังเล็กของหญิงสาวที่ทำให้เขาหงุดหงิดมาตลอด่เช้า
ร่างสูงยืนนิ่งอยู่นานก่อนจะตัดสินใจก้าวขึ้นไปบนเรือนด้วยความรู้สึกในใจที่ทั้งเป็ห่วงและเ็ปปะปนกันไปหมด
นาวินเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวเป็จังหวะเดียวกับที่เธอก้าวออกมาจากห้องน้ำพอดี
“พี่วิน...” สายป่านเรียกชายหนุ่มพร้อมกับยิ้มหวานให้เขาด้วยความดีใจก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะค่อยๆจืดเจือนลงไปเมื่อเขามีท่าทีคุกคามมากกว่าจะเข้ามาเยี่ยมอาการป่วยของเธอ
“ไง... ได้ยาใจชั้นดีจนลุกขึ้นมาเดินได้แล้วล่ะสิ” นาวินสาดใส่คำพูดเหน็บแนมหญิงสาวแล้วมองร่างบางที่ตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นด้วยแววหมั่นไส้...นี่คงจะลุกขึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้วล่ะสิ
“พี่วินหมายความว่ายังไงคะป่านไม่เข้าใจ”
คนตัวเล็กจ้องหน้าเขากลับไปอย่างมึนงง...เมื่อเช้าตอนเขาออกไปก็ยังดีๆ กันอยู่ แล้วทำไมตอนนี้ถึงกลับกลายเป็มาหาเื่เธอซะได้
“ฉันต่างหากที่ไม่เข้าใจเธอ สายป่าน”
ร่างสูงก้าวประชิดตัวหญิงสาวแล้วกระชากเธอจนร่างบางปะทะกับอกแกร่งเต็มแรง
“โอ๊ย! พี่วิน ป่านเจ็บค่ะ”
“มันยังน้อยไปด้วยซ้ำถ้าเทียบกับการที่เธอทำให้ฉันเจ็บใจ” นาวินกัดฟันบอกเธอด้วยน้ำเสียงเข้มจัด
“พี่วิน ป่านทำอะไรคะ ป่านไม่เข้าใจค่ะ”
คนตัวเล็กที่ไม่มีทางต่อสู้พยายามอ้อนวอนและบิดดึงตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุมของชายหนุ่มทำให้คนที่โมโหหึงอยู่แล้วยิ่งโกรธจัดมากขึ้นไปอีกเพราะคิดว่าเธอหวงเนื้อหวงตัวกับเขา
“แล้วเธอคิดว่าผัวที่มาเห็นเมียตัวเองกอดกับผู้ชายคนอื่นเขาจะรู้สึกยังไงล่ะ”
คำพูดเสียดแทงของชายหนุ่มทำให้สายป่านหันขวับไปมองเขาด้วยอาการใเล็กน้อยด้วยไม่คิดว่าเขาจะเข้ามาเห็นเธออยู่กับภานุตามลำพังเมื่อเช้านี้
“พี่วินเห็น...”
“ใช่! ฉันเห็น” เสียงเข้มเอ่ยยืนยันแล้วจ้องเธอตาเขม็ง
“มันไม่ใช่อย่างที่พี่วินคิดนะคะป่านแค่ไม่อยากให้พี่นุรู้สึกผิดแล้วโทษตัวเองเื่ที่ป่านถูกลักพาตัวไป” สายป่านรีบอธิบายเหตุผลให้เขาฟังทันทีที่รู้ว่าเขากำลังเข้าใจเธอผิดในเื่นี้แต่มีหรือที่คนขี้หึงจนหน้ามืดตามัวอย่างเขาจะยอมรับฟัง
“ฉันไม่สน... มันไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือไงที่ไม่ใช่การกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันขนาดนั้นน่ะ”
“โธ่... พี่วิน” เสียงหวานครางออกมาเบาๆด้วยความเหนื่อยใจที่เขาไม่ยอมรับฟังและเข้าใจในเหตุผลของเธอเลย
“แล้วเธอก็ยังคิดจะแต่งงานกับพี่นุอยู่อีกใช่ไหมสายป่าน” คนหน้ามืดยังคงหาเื่ต่อว่าหญิงสาวไม่เลิก
สายป่านนิ่งไปนานกับคำพูดของเขาซึ่งเื่นี้เธอเองก็กำลังไม่สบายใจอยู่เหมือนกันมันไม่ใช่เพราะเธออยากแต่งงานกับพี่นุ แต่เพราะเธอไม่รู้จะปฏิเสธเขาอย่างไรต่างหากและที่สำคัญผู้ชายที่เธอรักก็คือคนที่อยู่ตรงหน้าเธอคนนี้
“เอ่อ ป่าน เอ่อ... มะ...” ใบหน้าหวานเงยขึ้นแล้วสบตาเขาอย่างวิงวอนแต่เสียงที่กำลังจะเอ่ยปฏิเสธนั้นก็ถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอทันทีเมื่อคนขี้หึงตะคอกสวนขึ้นมาอีก
“ฮึ อย่าฝันไปหน่อยเลย เพราะฉันไม่มีวันปล่อยเธอไปแน่ จำเอาไว้ด้วย”ว่าจบนาวินก็สะบัดคนตัวเล็กออกจากวงแขนแกร่งเต็มแรงจนร่างบางเซถลาลงไปนั่งกับพื้นอย่างไม่เป็ท่า
“โอ๊ย!...”
นาวินใที่เห็นหญิงสาวล้มลงไปกับพื้นแต่ด้วยความโกรธที่มีมากกว่าทำให้เขาตัดใจที่จะหันหลังแล้วก้าวออกไปทันทีโดยไม่ได้สนใจเสียงเรียกของหญิงสาวในห้องอีกเลย
“เดี๋ยวค่ะพี่วิน พี่วิน...”
สายป่านฝืนความเ็ปของร่างกายแล้วพยายามลุกขึ้นเพื่อจะฉุดรั้งเขาเอาไว้แต่ก็ไม่ทันแล้วเพราะเขาไม่ได้หยุดเดินหรือหันมามองเธอเลยสักนิด... ‘โธ่พี่วิน... ทำไมไม่ฟังป่านบ้างเลยคะ’ หญิงสาวคร่ำครวญด้วยเสียงสั่นเครือน้ำตาเม็ดโตค่อยๆ ไหลรินอาบสองแก้มนวลช้าๆ ก่อนที่ร่างบางจะเดินไปทิ้งตัวลงบนที่นอนกว้างแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
..........................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
ขอบคุณค่ะ
^_^