บทที่ 10
"อย่างนั้นหรือ" จางชิงหลินพูดออกมาเสียงเรียบ ไม่ได้มีความใหรือแปลกใจอะไร เมื่อชาติก่อนหลงอันจวิ้นรักคุณหนูตระกูลเหยามาก มากพอที่จะตั้งตัวเป็ศัตรูกับแม่ตัวเองได้ รักมากจนสั่งปะาขุนนางที่เคยเลี้ยงอุ้มชูเขามาได้อย่างง่ายดายโดยไม่เสียใจเลยแม้แต่น้อย
"แล้วเื่สุสานล่ะ" หลงเจิ้นอี้ถามต่อ เขาก็เหมือนกับจางชิงหลินรู้อยู่แล้วว่าเื่มันต้องเป็แบบนี้เขาไม่ได้แปลกใจอะไร
"ั้แ่องครักษ์ของฮ่องเต้กลับไปพวกเขาก็รีบไปรายงานฮ่องเต้ทันทีขอรับ และทันทีที่ฮ่องเต้รู้เื่ก็สั่งให้คนมาที่สุสานทันทีพร้อมจดหมายถึงนายหญิง ดูจากระยะเวลาแล้ว ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาจะต้องถึงสุสานแล้วขอรับ" จางกงกงรายงาน ใจของเขายังไม่พอใจมากกับเื่ที่รู้มา ศพพ่อตัวเองหายไป โดนลบหลู่เกียรติขนาดนั้น ราชวงศ์โดนหลู่เกียรติแต่ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่กลับจะแต่งตั้งฮองเฮาโดยไม่สนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
"ส่งคนไปดูว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ไหน เจอแล้วก็จับตัวส่งพวกเขาไปหาฮ่องเต้ของพวกเขา" หลงเจิ้นอี้สั่ง "หลินเอ๋อร์ รบกวนเขียนจดหมายมอบให้กับหลงอันจวิ้นหน่อยได้หรือไม่"
"ได้เ้าค่ะท่านพี่" จางชิงหลินตอบรับทันที
"นายท่านจะให้พวกเขากลับไปหรือขอรับ" จางกงกงถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
"พวกเขามาแล้วจะมีประโยชน์อะไรเล่า ตอนนี้เรามีคนที่ทำงานแทนแล้วนี่ จะเอาพวกเขามาให้เปลืองข้าวไปทำไม และนี่จะเป็บทเรียนแรกที่หลงอันจวิ้นจะได้รู้ว่าอำนาจที่เขามีเป็เช่นไร" หลงเจิ้นอี้ตอบ
"นายท่านหมายถึง การที่นายท่านส่งพวกเขากลับไปก็เพื่อให้ฮ่องเต้หลงอันจวิ้นเห็นว่าอำนาจที่ฮ่องเต้มี มันไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น แม้แต่พวกคนงานและขุนนางระดับล่างยังไม่เชื่อฟังฮ่องเต้เลยอย่างนั้นหรือขอรับ" จางกงกงพอจะเข้าใจมาบ้าง นี่เป็แค่ขุนนางระดับล่างยังกล้าเกียจคร้านขนาดนี้ แล้วขุนนางระดับสูงเล่าจะเป็เช่นไร
"มันก็แค่การเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น" หลงเจิ้นอี้ตอบ
"ข้าน้อยจะรีบไปทำตามที่นายท่านสั่งทันทีขอรับ" จางกงกงตอบและรีบออกจากห้องไป
"มีข้าอยู่ หลินเอ๋อร์จะไม่เ็ปอย่างเมื่อก่อนแน่นอน" หลงเจิ้นอี้บีบมือจางชิงหลินเอาไว้แน่น เขาทราบดีว่าแม้ภายในจางชิงหลินจะไม่แสดงอาการเสียใจออกมา แต่คนเป็แม่มีหรือจะไม่เสียใจ
"ท่านพี่ล่ะเ้าคะ ไม่เสียใจอย่างนั้นหรือ" จางชิงหลินถามด้วยความเป็ห่วงความรู้สึกของหลงเจิ้นอี้เช่นกัน
"ย่อมเสียใจถ้าเป็เมื่อก่อน แต่ตอนนี้ไม่แล้วล่ะ นี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาโอ๋เขาเหมือนตอนเขาเด็ก ๆ อีกต่อไปแล้ว หลงอันจวิ้นเลือกเส้นทางนี้ เขาเองก็ต้องเรียนรู้ที่จะเติบโต นี่เป็เื่เล็กน้อยเท่านั้น
การที่เขาคิดว่าเื่นี้จัดการได้ง่าย เมื่อระยะเวลาผ่านไปเขาจะได้รู้ว่าเื่มันไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิด เื่ที่เกิดขึ้นที่สุสาน แม้แต่ชาวบ้านธรรมดาคนในครอบครัวโดนล่วงเกินขนาดนี้ พวกเขายังไม่อยู่เฉย
แต่เขาคือฮ่องเต้ ศพที่หายไปคือศพของอดีตฮ่องเต้ที่กอบกู้แคว้นเฟิงหลงมาอย่างยากลำบาก เขาคิดว่าแค่ส่งขุนนางระดับล่างมากับคนงานมาบูรณะสุสานจะกู้เกียรติยศที่สูญเสียไปได้อย่างนั้นหรือ
ไม่มีทาง เขาคิดง่ายเกินไป เขาจะต้องรู้ว่าศักดิ์ศรีเกียรติยศที่เขามี มันไม่ได้มาจากตัวเขาเอง แต่เขาได้มาอย่างง่ายดายเพราะพ่อกับแม่ไม่ใช่หรือที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อเขา หรือเป็ความผิดของเราสองคนกันนะหลินเอ๋อร์ ถ้าตอนนั้นเราเลือกที่จะอยูู่เาแห่งนี้ ไม่ออกไปสู้รบเพื่อปกป้องแคว้น ตอนนี้ครอบครัวเราอาจจะไม่ต้องเป็แบบนี้" หลงเจิ้นอี้พูดออกมา หรือว่าที่ผ่านมาเขาคิดผิดกันนะ ถ้าเป็คนเห็นแก่ตัวอยู่เฉย ๆ เขากับจางชิงหลินก็จะมีชีวิตรอดแน่นอน องค์ชายปลายแถวอย่างเขาแทบจะเรียกว่าอาจจะถูกลืมไปแล้วก็ได้
"ท่านพี่" จางชิงหลินบีบมือหลงเจิ้นอี้แน่นขึ้น "ข้ารู้ว่าตอนนี้ท่านกำลังเสียใจ แต่การที่เราตัดสินใจทำแบบนั้นไม่ได้เป็การตัดสินใจที่ผิดเลย อย่างน้อยชาวบ้านนับหมื่นนับแสนคนพวกเขาก็ยังมีบ้านให้อยู่ มีที่ให้ทำมาหากิน ที่ผ่านมาท่านพี่ทำดีที่สุดแล้วไม่ว่าจะในฐานะไหน
ในฐานะองค์ชาย ท่านพี่ทำเพื่อแคว้นเฟิงหลง กอบกู้แคว้นเฟิงหลงมาได้ ส่วนในฐานะพ่อ ท่านเองก็ทำได้ดีแล้วเช่นกัน และในฐานะสามีท่านก็ทำได้ดีมาก ๆ
แม้แต่ตอนที่ท่านตัดสินใจกินยาพิษข้าก็ไม่โกรธท่านแม้แต่น้อย ท่านเป็สามีและพ่อที่ดีมากจริง ๆ ท่านไม่ต้องเสียใจกับเื่ที่ผ่านมาเลย" จางชิงหลินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"แม้ว่าต่อไปราชวงศ์เฟิงหลงของเราจะล่มสลายเพราะลูกชายของเราน่ะหรือ" หลงเจิ้นอี้ถามออกมา
"จะล่มสลายหรือไม่ล่มสลายมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราอีกแล้วนี่เ้าคะ เราถอยออกมาแล้ว ที่ผ่านมาทั้งท่านและข้าต่างก็รู้ดีว่าเราพยายามมามากแค่ไหน
เราจะเห็นแก่ตัวบ้างเป็ไรไปในเมื่อเราพยายามทำทุกอย่างเพื่อพวกเขาแล้ว ต่อไปพวกเขาก็ต้องดิ้นรนบ้าง ชีวิตในชาติที่แล้วมันสอนข้าแล้วว่าต้องปล่อยวาง" จางชิงหลินยิ้มออกมา แต่รอยยิ้มของนางมันดูว่างเปล่ามาก
"นั่นสินะ นี่ถือว่าเป็โอกาสของเราแล้ว เราก็ต้องคว้าเอาไว้" หลงเจิ้นอี้พูดออกมา ที่ผ่านมาพวกเขาทำมามากแล้ว ต่อไปก็ให้คนรุ่นใหม่ทำเถอะ
"เราอย่ามาเครียดเื่พวกนี้เลยนะเ้าคะ ท่านพี่งีบสักหน่อยเถอะ ท่านต้องพักผ่อนได้แล้ว" จางชิงหลินบอก นางค่อย ๆ ประคองให้หลงเจิ้นอี้ไปที่เตียงนอน
"หลินเอ๋อร์ก็มานอนพักผ่อนด้วยกันสิ" หลงเจิ้นอี้เอ่ยชวนด้วยรอยยิ้ม
"แน่นอนสิเ้าคะ ได้นอนกอดกับท่านพี่เป็สิ่งที่ข้าหวังมาตลอด" จางชิงหลินตอบรอบอย่างยินดี เมื่อหลงเจิ้นอี้ลงไปนอนเรียบร้อยแล้ว จางชิงหลินก็ค่อย ๆ ปีนขึ้นบนเตียงล้มตัวลงนอนข้าง ๆ กัน ใบหน้าของทั้งสองคนประดับไปด้วยรอยยิ้มจนหลับไป
"เป็เช่นไรบ้างจางกงกง นายท่านกับนายหญิงโกรธมากหรือไม่เ้าคะ" หนิงเฟิงรีบเข้ามาถามจางกงกงด้วยความเป็ห่วง พอนางรู้ข่าวก็โกรธมาก เพราะไม่คิดว่าฮ่องเต้จะทำได้ขนาดนี้
"ไม่เลย ทั้งสองคนไม่มีความโกรธอยู่เลยแม้แต่น้อย แต่มีคำสั่งลงมาให้คนของเราจับพวกที่จะมาทำสุสานกลับไปส่งให้กับฮ่องเต้ พร้อมกับจดหมายของนายหญิงที่ฝากถึงฮ่องเต้ด้วย
เมื่อกี้ข้าเข้าไปดูพบว่านายหญิงนอนพักผ่อนกลางวันพร้อมกับนายท่าน รอนายหญิงตื่นก่อนแล้วค่อยส่งจดหมายไป คนของเราจะได้เตรียมตัวด้วย" จางกงกงบอก ตอนนี้กำลังคนกำลังเตรียมตัวเดินทางอยู่ เพียงได้รับจดหมายก็ออกเดินทางได้ทันที
"แปลกมาก" เว่ยฉู่พูดขึ้น เพราะเขาเองยังโกรธมากขนาดนี้แต่หลงเจิ้นอี้และจางชิงหลินกับนิ่งสนิทราวกับไม่รู้สึกอะไรกับเื่ที่เกิดขึ้นเลย
"ถึงจะไม่โกรธแต่การที่นายท่านส่งคนพวกนั้นกลับไปก็เป็การเตือนฝ่าาแล้วเื่อำนาจที่ฮ่องเต้มี" จางกงกงบอก
"ฮ่องเต้ราวกับโดนตบหน้าเลยทีเดียว" หลี่หานที่ได้ยินดังนั้นพูดออกมาด้วยความสะใจ
"จริงอย่างที่เ้าว่า ที่ผ่านมาฝ่าาไม่เคยโดนใครทำแบบนี้มาก่อน" เว่ยฉู่พูดออกมา
"แต่มันจะไม่เป็เื่อีกหรือเ้าคะ ถ้าฝ่าาเข้าใจว่าเื่ทั้งหมดเกิดขึ้นจากความไม่พอใจจากนายหญิง" หนิงเฟิงถามขึ้น พวกเราทุกคนรู้ว่านี่คือคำสั่งจากนายท่าน ไม่ใช่นายหญิง
"การที่ฮ่องเต้ได้รับจดหมายจากนายหญิง มันก็แน่นอนอยู่แล้วว่านายหญิงไม่พอใจ เพราะไม่ว่านายหญิงจะอยู่ในตำแหน่งฮองไทเฮาหรือไม่ แต่นายหญิงก็คือแม่แท้ ๆ ของฮ่องเต้
และพระศพที่หายไปก็คือศพของพ่อแท้ ๆ ของฮ่องเต้ แม้แต่คนธรรมดาศพของบรรพบุรุษโดนขโมยไป พวกเขาก็อยู่ไม่ติดแล้ว แต่นี่กลับกับพวกเ้าดูสิ ฮ่องเต้ทำเช่นไร ส่งขุนนางระดับล่างมา คิดจริง ๆ น่ะหรือว่าพวกเขาจะมีความสามารถจัดการเื่ใหญ่โตนี้ได้ ช่างอ่อนหัดเหลือเกิน" จางกงกงพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ
"มันก็จริง ฝ่าาคิดว่าเื่แค่นี้เป็เื่เล็กน้อยอย่างนั้นหรือ ถึงส่งพวกนั้นมา แล้วดูสิเป็อย่างไร คนพวกนั้นป่านนี้พวกเขายังมาไม่ถึงเลย ใช้ไม่ได้" เว่ยฉู่พูดออกมาด้วยความไม่พอใจ
"เ้ารอดูได้เลย จดหมายส่งถึงมือฝ่าาเมื่อไหร่ ข้าก็อยากจะเห็นว่า เื่ในครั้งนี้จะทำให้ฝ่าากระตือรือร้นขึ้นมาได้หรือไม่" หลี่หานพูดออกมา เขาทำงานอยู่ข้างกายหลงอันจวิ้นมีหลายปีทำให้รู้จักนิสัยของหลงอันจวิ้นดี แม้ว่าเขาจะพยายามเก็บความรู้สึกของตัวเองมากแค่ไหนก็ตามเวลาอยู่กับพวกเขา