ตอนที่10 ขอแค่เป็เนื้อก็กักตุนไว้ได้ทั้งสิ้น
วันนี้หยาไม่ต้องออกไปล่าสัตว์จึงเข้าป่าไปออกกำลังกลับมาเหงื่อท่วมตัว เห็นว่าอาซีนั่งอยู่ริมแม่น้ำใหญ่เพียงคนเดียวไม่รู้ว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่
พอเดินไปดู ก็พบว่าอาซีนำว่านน้ำจากแถวปากน้ำมาถักเป็เชือกโดยที่ข้างๆ มีกระดูกจำนวนหนึ่งและเนื้อสดชิ้นหนึ่งวางอยู่
นางคิดจะทำอะไรกันหากจะกินเนื้อก็ไม่ใช่ว่าต้องเอาไปย่างก่อนค่อยกินหรอกหรือ
“เ้ากำลังทำอะไรรึ”หยาเดินเข้าไปถามใกล้ๆ
เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองหยาก็เห็นร่างสูงชะลูดได้สัดส่วนและท่อนขาใหญ่ พร้อมกับกล้ามหน้าท้องแปดมัด และร่องกล้ามเนื้อทรงสามเหลี่ยมบริเวณเอวอันเย้ายวนอีกทั้งหน้าอกที่หนากว้างและแข็งแรง ท่อนแขนทั้งสองข้างอันเปี่ยมด้วยกำลัง เรื่อยไปจนถึงโครงหน้าที่แข็งกร้าว
ถ้าหากอาซีเป็ผู้หญิงที่เพิ่งมาถึงที่นี่ก็คงมีปฏิกิริยาตอบกลับด้วยการกระโจนเข้าใส่ แล้วส่งเสียงกรีดร้องเพื่อชิงความได้เปรียบทันทีแต่น่าเสียดายที่เธอมีอาไน่แล้ว จึงได้ััหน้าอกของอาไน่จนคุ้นชิน
จากนั้นก้มหน้ากวาดสายตาไปยังปลอกสวมที่อยู่่สะโพกนั่นดูเหมือนว่าจะยาวกว่าของอาไน่อยู่หลายส่วน
เมื่อหยาถูกอาซีมองเช่นนี้ก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ
นางเอ่ย “เห็นเ้าตัวที่อยู่ในแม่น้ำแห่งนี้ได้กินเนื้อสัตว์ร้ายที่พวกเพศผู้ล่ากลับมาไปเปล่าๆ ทุกวัน ก็เลยคิดว่าจะให้พวกมันได้ตอบแทนเป็เนื้อกลับมาบ้างไม่ใช่เอาแต่กินอาหารไปเปล่าๆ แล้วไม่ให้ประโยชน์อะไร”
พอหยาได้ยินประโยคนี้ก็หัวเราะเขาไม่คิดว่าอาซีจะมีท่าทีไม่ยอมเช่นนี้ เขานั่งลงขัดสมาธิเหมือนกับอาซี
“สัตว์ที่อยู่ในแม่น้ำไม่อร่อยอีกทั้งสัตว์ในแม่น้ำยังตัวใหญ่มหึมาอีกด้วย เชือกว่านน้ำของเ้าอันนี้ไม่สามารถคล้องมันไว้ได้หรอก”
“ไม่ได้จะคล้องเสียหน่อย”อาซีรีบเร่งทำต่อไป
“หยา” บริเวณไกลออกไปมีเพศเมียคนหนึ่งเดินมา
นางนั่งลงข้างหยาแล้วกอดเขาไว้จากด้านหลัง พลางมองอาซีอย่างระแวดระวัง
หยาเองก็ไม่ได้ผลักเพศเมียออกไปแต่ยิ้มพลางพูดกับอาซีว่า “นี่คือลี่ เ้าอาจจะจำไม่ได้ ปกตินางจะออกไปล่าสัตว์ด้วยกันกับข้า”
พูดอย่างหนึ่งก็คือนางเป็นักรบเพศเมียคนแรกในชนเผ่านี้!
ช่างเก่งกาจเสียจริง
อาซีเพ่งพินิจลี่ซ้ำอีกหลายรอบลี่มีบุคลิกองอาจ และมีลักษณะของวีรสตรี ทำให้อาซีไม่กล้ามองมากไปกว่านี้
ในใจนางมีความรู้สึกเลื่อมใสผุดขึ้นมา
ลี่จุมพิตที่คอของหยา“หยาเป็เพศผู้ของข้า”
อาซีเงยหน้าขึ้นยิ้มแล้วมองไปที่ลี่พลางเอ่ยอย่างจริงจังว่า “อืม หยาคือเพศผู้ของเ้า ส่วนข้าก็เป็เพศเมียของอาไน่”
หยายิ้มพลางแตะๆไหล่ของลี่ “ข้าคือเพศผู้ของเ้า”
หยากับลี่ยังไม่ได้ผูกสัมพันธ์กันเป็คู่ผัวเมียพวกเขา้าผูกสัมพันธ์กันในหน้าหิมะนี้ เช่นนี้แล้วพอถึงหน้าฝนหรือหน้าแล้งหน้าก็จะสามารถมีลูกคนแรกได้พอดี
เด็กที่เกิดในฤดูกาลที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์จะมีโอกาสมีชีวิตรอดมากที่สุด
หยาถามอาซี “เ้าบอกว่าไม่ได้จะคล้องแล้วเ้าวางแผนจะจับสัตว์ในแม่น้ำขึ้นมาอย่างไรเล่า”
“ใช้วิธีดึง” “มัดสิ่งนี้เอาไว้ที่เชือกว่านน้ำแล้วค่อยเอาเนื้อใส่เข้าไป พอปลากินเนื้อแล้วก็จะกินของสิ่งนี้ลงไปด้วย จากนั้นก็ค่อยดึงขึ้นมาของสิ่งนี้จะเกี่ยวเนื้อในท้องปลาไว้ สุดท้ายค่อยออกแรงดึงปลาขึ้นมา”
หยากับลี่ไม่รู้ว่าปลาคืออะไรแต่พวกเขารู้ว่าที่อาซีพูดถึงก็คือสัตว์ในแม่น้ำ
สัตว์ที่อยู่ในแม่น้ำก็คือปลาส่วนปลาก็คือสัตว์ที่อยู่ในแม่น้ำ
พวกเขาทั้งสองจำคำว่า‘ปลา’ คำนี้ไว้แล้ว
“เ้าต้องเอาเชือกว่านน้ำไปเผาสักหน่อยเชือกว่านน้ำที่เผาแล้วจะเหนียวมากยิ่งขึ้น” ลี่กล่าว
อาซีเห็นว่าปลาในแม่น้ำตัวใหญ่อย่างมากคงไม่สามารถดึงขึ้นฝั่งได้ในเวลาเพียงครู่เดียวเป็แน่ จึงต้องทำเชือกว่านน้ำให้ยาวขึ้นอีกสักหน่อยเพื่อที่จะได้ล่อปลาได้สะดวก
ลี่กับหยาช่วยอาซีเอาเชือกว่านน้ำไปเผาไฟคนล่าสัตว์อย่างพวกเขามักจะทำแบบนี้เป็ประจำ จึงรู้ว่าเพียงลนผ่านเปลวไฟ จะไม่ทำให้ไฟไหม้เชือกว่านน้ำจนใช้การไม่ได้
หลังจากทำทั้งหมดเสร็จแล้วอาซีก็มัดปลายเชือกฝั่งหนึ่งไว้กับต้นไม้ใหญ่
“ไฉนต้องทำอย่างนั้นเล่า”ลี่ถาม
“เพราะข้ามีกำลังไม่มากพอที่มัดเอาไว้ตรงนี้ก็เพื่อไม่ให้ปลาลากข้าลงไปในน้ำไปด้วย”
ขณะพูดอาซีก็โยนเหยื่อลงไปในน้ำปลาที่เคยชินกับการถูกให้อาหารมานานแล้ว พอได้กลิ่นคาวเนื้อลอยอยู่บนผิวแม่น้ำ รู้ว่าเป็ของกินจึงติดเบ็ดในทันที
พอปลาลอบงับเหยื่อก็ลากอาซีไปอยู่หลายก้าว
“อ๊ะ” เนื่องจากถูกกระชากไปโดยไม่ทันได้ตั้งตัวจึงโซซัดโซเซไปอยู่บ้าง
ลี่รุดขึ้นหน้าคว้าเชือกแล้วดึงแล้วไว้จากนั้นหยาที่เดินมาทางด้านหลังก็คว้าเชือกออกแรงดึงปลาที่ดิ้นพลั่กอยู่ในแม่น้ำมาบริเวณน้ำตื้นแล้วลากขึ้นมาบนฝั่ง
ปลาที่ถูกลากขึ้นมาโดยไม่ยินยอมก็ดิ้นพล่านอย่างแรงคิดที่จะสะบัดให้หลุดพ้น
แต่หยาผู้เป็นักรบเพศผู้หยิบอาวุธที่พกติดตัวะโขึ้นแล้วฟันลงไป หัวปลาก็ขาดออกไปสองส่วน
แม้ว่าอาซีจะคุ้นชินกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แล้วก็ตามแต่ยังคงสบถออกมาว่า ‘ไม่ต้องรุนแรงขนาดนี้ได้หรือเปล่า!’
อาซีเดินเข้าไปดูปลาตัวใหญ่ที่สูงกว่าตัวเอง“ปลาตัวนี้สามารถกินได้หรือไม่”
“ข้าเคยกินตอนยังเด็กสามารถกินได้แต่รสชาติไม่ดี” หยากล่าว
เมื่อเห็นว่าบนทางน้ำเกิดความผิดปกติขึ้นกลุ่มลาดตระเวนก็รีบมาอย่างรวดเร็ว
พอมาถึงก็เห็นว่าหยากับลี่กำลังจับสัตว์ที่อยู่ในน้ำอยู่
“ข้าว่าพวกเ้าสองคนเองก็เก่งกาจไม่เบากระทั่งสัตว์ที่อยู่ในน้ำยังสามารถจับขึ้นมาได้!”
“ไม่มีใครจับสัตว์ที่อยู่ในน้ำขึ้นมาหลายปีแล้ว”
“สัตว์ที่อยู่ในน้ำจับยากที่สุด!”
“แล้วยังไม่อร่อยอีกด้วย”
หยาหันไปประจันหน้ากับกลุ่มลาดตระเวนวันนี้แล้วชี้นิ้วโป้งไปที่ปลาตัวใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง “ที่พวกเ้าพูดว่าสัตว์ที่อยู่ในน้ำมันคือปลา แต่ข้าไม่ได้เป็คนจับหรอก ข้าเพียงแค่ช่วยเท่านั้น”
“ถ้าไม่ใช่เ้าก็ต้องเป็ลี่ลี่ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง ฉกาจกว่าเพศผู้เสียอีก”
“ลี่สุดยอดไปเลย”
ลี่ที่ได้รับการชื่นชมขยับตัวหลบเผยให้เห็นอาซีที่อยู่หลังกาย “เป็นางต่างหาก”
บรรดาเพศผู้ที่ยืนอยู่บนเนินพลันมีสีหน้าแน่นิ่งเป็หินไม่กล้าที่จะเชื่อ
จะเป็นางไปได้อย่างไรเป็ไปไม่ได้กระมัง
ข้าไม่เชื่อ เ้าเชื่อหรือ
ข้าก็ไม่เชื่อ
อาซีหัวเราะร่า“ฮ่าๆ” “ไม่ใช่ความดีความชอบของข้าคนเดียวหรอก ลี่กับหยาเองก็มีส่วนช่วยเหมือนกัน”
กลุ่มลาดตระเวนที่สีหน้าราวกับแข็งกลายเป็หินพลันแตกร้าวในพริบตาอาซีสามารถจับสัตว์ที่อยู่ในแม่น้ำได้ ยังสมควรที่จะให้พวกเขามีชีวิตต่อไปได้อีกหรือ
อาซีทำตามเดิมจนตกปลาไว้ได้อีกตัวหนึ่งทุกคนถึงได้เชื่อว่าอาซีเป็คนที่จับสัตว์ที่อยู่แม่น้ำขึ้นมา
ทว่าเพียงแค่จับไว้ได้ใช่ว่าจะลากขึ้นมาได้เสมอไป
แต่คนภายในเผ่าเสือล้วนเป็จอมพลังทั้งสิ้นไม่ต้องหลอกล่อปลาเลยสักนิด เพียงแค่ปลาติดเบ็ดพวกเขาก็สามารถลากปลาเป็ๆ ขึ้นมาบนฝั่งได้แล้ว
บรรดานักรบเห็นว่าทำแบบนี้แล้วสนุกจึงต่างคนต่างไปหาของมาทำเบ็ดตกปลา
ตอนที่อาไน่มาหาอาซีก็เห็นว่าอาซีกำลังมองไปที่ปลาตัวใหญ่ที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“มีปลามากมายเพียงนี้ได้อย่างไรกัน”อาไน่ถาม
อาซีชี้นิ้วไปที่บรรดาพวกเพศผู้ที่กำลังเล่นสนุกสนานอย่างยิ่งอยู่ทางนั้น“พวกเขาเป็คนจับ”
“เ้าคิดจะเอาไปทำอะไรเล่า”ในเมื่ออาซีอยากจะจับปลา แสดงว่าจะต้องมีวิธีที่สามารถจัดการได้อย่างแน่นอน
นางพูดกับอาไน่ว่า“เอาหม้อหินไปตั้งไว้บนที่โล่งๆ จากนั้นตั้งไฟไว้ แล้วเอาน้ำมันที่ข้าทำเอาไว้ใส่เปลือกหอยมาหลายๆอัน”
แล้วก็พูดกับอาซานว่า“ช่วยข้าขอดเกล็ดปลาออกให้หมด ขวักส่วนที่กินไม่ได้ออกมาให้หมด แล้วหั่นเป็ชิ้นเล็กๆเป็ขั้นตอนสุดท้าย”
“ได้”
ปลาที่นี่มีกลิ่นคาวและกลิ่นโคลนฉุนอยู่บ้างจึงเหมาะสำหรับเอาไปทอดในน้ำมันมากที่สุด
คนยุคดึกดำบรรพ์ที่ไม่เคยกินอาหารที่มีเครื่องปรุงรสมาก่อนน่าจะไม่จำเป็ต้องใช้เกลือ
อาซีไม่ได้คิดที่จะกินเยอะอยู่แล้วไม่ว่าเขาจะ้าเกลือหรือไม่
อาซียืนกำกับอาไน่อยู่บริเวณที่ไกลออกไปให้เอาเนื้อปลาชิ้นโตลงไปทอดในหม้อน้ำมัน
เสียงน้ำมันดังฉ่ากับกลิ่นหอมของน้ำมันทอดดึงดูดให้คนในเผ่าเดินมาหมอผีเองก็มาเช่นกัน
“กลิ่นหอม นี่คือสัตว์ที่อยู่ในแม่น้ำจริงๆหรือนี่”
“นี่คือปลา ไม่ใช่สัตว์ที่อยู่ในน้ำอะไรแบบนั้นมันมีชื่อแล้ว เรียกว่าปลา”
“อ้อ”
“กลิ่นดีจริงๆ รู้สึกอยากกินแล้ว”
ขอแค่เพียงไฟแรงพอหัวปลาที่ใส่ลงไปในน้ำมันเดือดเพียงครู่เดียวก็จะสามารถตักขึ้นมาใส่ถ้วยไม้และเปลือกผลไม้ได้แล้ว
คนที่ลิ้มลองเป็คนแรกคือหมอผี
พอหายร้อนแล้วหมอผีก็กินเข้าไปคำหนึ่งท่ามกลางสายตาที่จดจ้องอยู่รู้สึกว่าไม่เลวจึงกินเข้าไปอีกคำหนึ่ง
“ไม่เหลือกลิ่นเดิมอยู่เลยนี่เป็รสชาติใหม่โดยสิ้นเชิง อร่อยมาก” หมอผีกล่าว
ครั้นหมอผีพูดจบบรรดานักรบที่ไม่กลัวว่าน้ำมันจะลวกเ่าั้ก็ทยอยเข้ามาหยิบเนื้อปลาที่ผ่านการทอดมาแล้วชิ้นหนึ่งยัดเข้าไปในปาก
สำหรับบรรดาคนในเผ่าที่กินเนื้อย่างทุกวันอยู่แล้วแต่ไหนแต่ไรเื่น้ำมันลวกเพียงเล็กน้อยไม่ใช่ปัญหาใหญ่
ทอดปลานั้นง่ายแต่น้ำมันนั้นทำไม่ง่ายเลย อาซีพยายามทำน้ำมันสัตว์เหล่านี้อยู่นานโขกว่าจะทำสำเร็จแต่ตอนนี้น้ำมันหม้อหนึ่งไม่เหลืออยู่เลยสักนิด
ก่อนหน้านี้คิดเอาไว้ว่าคงไม่ได้ใช้ทำอะไรมากจึงไม่ได้ทำเอาไว้เยอะ แต่ตอนนี้จะใช้ก็ไม่มีให้ใช้อีกแล้ว
เลยได้แต่เพียงปล่อยให้ทุกคนหมดอารมณ์กันไป
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/76f07e529f3c1a75eba98cbfe7f71f72