ลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 41 โหรวเอ๋อร์เข้าจวน

            กลางคืนยิ่งดึกน้ำค้างยิ่งแรงและอากาศหนาวเย็นเนื่องจากจวินหวงยังมีพิษอยู่ในร่างกาย สุขภาพจึงอ่อนไหวเป็นพิเศษเพียงไม่นานนางก็รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัวและจามออกมาเว่ยเฉี่ยนได้ยินก็รีบเข้าไปในห้องหยิบเสื้อคลุมตัวนอกออกมาคลุมให้จวินหวง และกล่าวด้วยความเป็นห่วง"คุณชาย ดึกมากแล้ว หากเป็นหวัดไปจะยิ่งแย่"

            จวินหวงโบกไม้โบกมือ "ไม่เป็นไร ยากนักที่หวางเหย่จะอารมณ์ดีเช่นนี้ข้าจะไปขัดความสุขของหวางเหย่ได้อย่างไร"

            ฉีเฉินหัวคิ้วขมวดย่น "เว่ยเฉี่ยนกล่าวถูกแล้ว วันอารมณ์ดีของเปิ่นหวางยังมีอยู่อีกมากหากน้องเฟิงไม่สบาย เปิ่นหวางก็คงรู้สึกไม่สบายใจ ดึกมากแล้วรีบกลับห้องไปพักผ่อนเถิด"กล่าวจบเขาก็ยื่นมือไปหมายประคองจวินหวงให้ยืนขึ้นแต่จวินหวงหลบเลี่ยงอย่างไม่ให้เป็นที่สังเกตเขาจึงสัมผัสได้เพียงความเย็นที่ส่งผ่านปลายนิ้วมือของนาง ยิ่งทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงขึ้น

            จวินหวงใบหน้าขาวซีด นางค่อยๆ ยืนขึ้นไอโขลกเบาๆ สองสามครั้ง"เช่นนั้นผู้น้อยขอกลับห้องก่อน หากหวางเหย่ไม่ถือสาก็ให้คนมาจัดเตรียมห้องพักสักห้องในเรือนข้างนี้"กล่าวจบนางก็เดินกลับไปที่ห้องนอนของตนเอง

            เว่ยเฉี่ยนให้คนมาเก็บกวาดจัดเตรียมห้องพักให้กับฉีเฉินใจฉีเฉินไม่นึกอยากจะกลับไปอยู่แล้ว จึงตัดสินใจค้างที่เรือนของจวินหวง

            ส่วนเว่ยหลานอิ๋งที่เฝ้ารออยู่ในห้องนอนสีหน้าดูย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกรอดๆ ในมือก็บีบถ้วยชาอย่างแรงราวกับจะบีบให้แหลกคามือ

            สาวใช้ข้างกายเห็นเว่ยหลานอิ๋งเป็นเช่นนี้ก็กังวลใจมากย้อนกลับไปคิดถึงความไม่เป็นธรรมที่ตนเองเพิ่งได้รับมาเมื่อครู่ก็อดพล่ามออกมาไม่ได้ "ฟูเหริน ต้องโทษเฟิงไป๋อวี้คนเดียวไม่คิดว่าฝ่าพระบาทจะเห็นความสำคัญของเขาขนาดนี้ ยังดีที่เขาไม่ใช่สตรี มิเช่นนั้นในจวนอ๋องที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้คงไม่มีที่ยืนให้ฟูเหรินเป็นแน่ข้าคิดว่าเฟิงไป๋อวี้ผู้นี้เป็นตัวหายนะ ปล่อยเอาไว้ไม่ได้"

            เว่ยหลานอิ๋งได้ฟังก็หันมามองสาวใช้ของตนเองก็เห็นแววตาสังหารผุดขึ้นในดวงตาของสาวใช้ แต่ถึงตนเองจะไม่ชอบเฟิงไป๋อวี้มากแค่ไหนก็ไม่กล้าไปทำอะไรเขาอย่างไรเสียเขาก็มีฉีเฉินคุ้มเงาหัวอยู่ ไม่ว่าอย่างไรคนผู้นี้ก็แตะต้องไม่ได้เด็ดขาด

            ในเวลานั้นคนที่นางส่งไปตามหาฉีเฉินก็กลับมาเขาประสานมือคารวะและกล่าวรายงาน "ฟูเหรินเมื่อครู่หลังจากฝ่าพระบาทออกไปก็ตรงไปที่เรือนข้าง ข้าน้อยไม่สามารถเข้าไปได้จึงรออยู่ด้านนอกเป็นเวลานาน ตอนนี้เรือนข้างปิดประตูแล้วแต่กลับไม่เห็นฝ่าพระบาทออกมา คิดว่าฝ่าพระบาทคงจะค้างคืนที่เรือนข้างแล้ว"

            เว่ยหลานอิ๋งได้ยินเช่นนั้นก็ตาเบิกโพลง ไฟโทสะที่สุมอยู่ในอกไม่อาจควบคุมนางสูดลมหายใจลึกๆ ยกถ้วยชาที่อยู่ในมือขึ้นมาแล้วปาลงพื้นแตกกระจายไปทั่วทุกที่

            "เฟิงไป๋อวี้ ข้าเว่ยหลานอิ๋งกับเจ้าแม้อยู่ก็ไม่อาจร่วมทางทางที่ดีเจ้าอย่าเผยพิรุธมาให้ข้าจับได้ก็แล้วกัน"ในดวงตาของนางเกรี้ยวกราดราวกับมีเปลวเพลิงแผดเผาคนที่อยู่รอบข้างเห็นแล้วก็อดกลัวจนตัวสั่นไม่ได้

            ค่ำคืนนี้เว่ยหลานอิ๋งนอนไม่หลับจนถึงฟ้าสาง ใบหน้าซีดเซียวอย่างมากทำเอาสาวใช้ตกใจจนขวัญหนี รีบวิ่งหน้าตื่นไปยังเรือนข้างอย่างรวดเร็ว บังเอิญฉีเฉินตื่นแล้วกำลังจะออกมาก็เลยเจอนางที่หน้าประตู

            "ท่าทางลุกลี้ลุกลนแบบนี้นับเป็นธรรมเนียมใดกัน?" ฉีเฉินหน้าถมึงทึง คิ้วยู่ย่น กล่าวเสียงเย็นเยียบ         

            สาวใช้ผู้นี้เฉลียวฉลาด นางคุกเข่าลงบนถนนกรวดใครเห็นเข้าต่างก็รู้สึกเจ็บเข่าแทน แต่นางกลับทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอะไร"ไท่จื่อ เมื่อคืนพระองค์ไม่ได้กลับไป ฟูเหรินรอพระองค์ทั้งคืนเวลานี้ก็ยังไม่ยอมหลับ ขอไท่จื่อเห็นแก่ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาอย่าได้โกรธขึ้งฟูเหรินอีกเลย และช่วยไปเกลี้ยกล่อมฟูเหรินด้วยเถอะเพคะ"

            ฉีเฉินขมวดคิ้วย้อนคิดไปว่าที่ตอนนี้ตนเองได้เป็นรัชทายาทก็เพราะการวางอุบายของเว่ยหลานอิ๋งไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่ควรใจจืดใจดำเช่นนี้ จึงตามสาวใช้กลับไปที่ห้องนอน

            จวินหวงคลุมร่างด้วยชุดคลุมตัวหลวมเดินออกมาจากห้องพอดีเห็นทั้งสองคนค่อยๆ เดินไกลออกไป มุมปากก็ยกยิ้มที่ยากจะตีความให้กระจ่างชัดออกมา

            สองสามวันมานี้จวินหวงขบคิดไปมาหลายตลบ ถึงแม้เว่ยหลานอิ๋งจะเป็นคนที่รับมือยากแต่นางยังมีหน้าที่สำคัญต้องทำ นางควรจะหาวิธีการเบนความสนใจของเว่ยหลานอิ๋งให้ออกไปให้พ้นตนเองไม่ใช่เอาตัวไปพัวพันยุ่งเกี่ยวกับนาง

            แต่ทว่าช่วงนี้เว่ยหลานอิ๋งจับตามองเรือนข้างใกล้ชิดเป็นพิเศษราวกับว่าจวินหวงจะคิดกลอุบายชั่วร้ายออกมาได้จริงๆ เช่นนั้น ส่วนฉีเฉินก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรนับวันยิ่งทำตัวเย็นชาห่างเหินกับเว่ยหลานอิ๋งเข้าไปทุกทีเขาไม่ไปเรือนของเว่ยหลานอิ๋งมาหลายวันแล้วแต่กลับแล่นมาที่เรือนข้างอยู่บ่อยครั้ง

            บังเอิญช่วงนี้ทางฉีอวิ๋นส่งข่าวมาบอกพอดีว่า เขาได้เตรียมหาคนที่จะเข้ามาอยู่ในจวนเฉินอ๋องได้แล้วขอเพียงจวินหวงพาฉีเฉินไปพบก็เรียบร้อย

            "หวางเหย่... ไม่ใช่สิ ตอนนี้ควรจะเรียกว่าไท่จื่อแล้ว ไท่จื่อมาหาผู้น้อยเช่นนี้ฟูเหรินจะไม่เสียใจเอาหรือพ่ะย่ะค่ะ?" จวินหวงที่นั่งอยู่ในศาลากล่าวขึ้นเสียงเรียบๆ

            ฉีเฉินยกมือขึ้นและกล่าวอย่างจนใจ "น้องเฟิงยังตัวเปล่าเล่าเปลือยย่อมไม่เข้าใจว่าการมีชีวิตคู่มันทุกข์ทรมานเพียงใด"

            จวินหวงได้ฟังฉีเฉินบ่นก็ได้แต่หัวเราะเบาๆ"ไท่จื่อมาบ่นกับผู้น้อยเช่นนี้ หากฟูเหรินมาได้ยินเข้าไม่แน่ว่าอาจจะกินแหนงแคลงใจอันใดขึ้นมาอีก สตรีเดิมทีก็มีไว้ทะนุถนอมเช่นนั้นพระองค์ก็..."

            "ก่อนหน้านี้ข้าก็รู้สึกเช่นนี้แต่เว่ยหลานอิ๋งแต่ไหนแต่ไรมาก็มิได้อ่อนโยนเหมือนสายน้ำและไม่ใช่คนมีเหตุผลที่จะเข้าใจอะไรง่ายๆ แล้วจะให้ข้าทำอย่างไรดี?" ฉีเฉินกล่าวจบก็ยกถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นดื่ม เขาเคลื่อนไหวรวดเร็วกะทันหัน จวินหวงจึงไม่ทันได้ห้ามความขมฝาดก็กระจายเต็มปากจนฉีเฉินบ้วนออกมาแทบไม่ทัน

            จวินหวงกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหวต้องปิดปากไว้หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งนางก็ยืนขึ้นแล้วกล่าวว่า "ดูเหมือนว่าฝ่าพระบาท[1]จะอารมณ์ไม่ค่อยดีไม่สู้ให้ผู้น้อยออกไปเดินเล่นเป็นเพื่อนให้ผ่อนคลายอารมณ์ฝ่าพระบาททรงเห็นเป็นอย่างไร?

            "น้องเฟิงกล่าวมาก็เข้าท่า"พูดจบฉีเฉินก็ยืนขึ้นเดินเคียงไหล่กับจวินหวงออกไปข้างนอก

            ยามเมื่อออกจากจวนเฉินอ๋อง เดินอยู่ในถนนหลักที่คึกคักของเมืองหลวงฉีเฉินโบกพัดในมือท่วงท่าราวกับลูกหลานจากสกุลมั่งคั่งจวินหวงก็ดูเหมือนคุณชายผู้งามสง่าล้ำเลิศที่อยู่เหนือกลียุค เว่ยเฉี่ยนพกกระบี่ติดตามอยู่ข้างหลังท่ามกลางบรรยากาศของเมืองหลวง พวกเขากลายเป็นจุดสนใจของผู้คนโดยไม่รู้ตัว

            ตอนนี้ฉีเฉินเป็นรัชทายาท ไม่มีใครไม่รู้จักเขา ผู้คนที่พบเจอเขาบนท้องถนนต่างก็เข้ามาคารวะวันนี้อากาศสดใสเป็นพิเศษ อารมณ์ขุ่นมัวราวกับหมอกควันของฉีเฉินก่อนหน้านี้พลันสลายไปอย่างรวดเร็วในเวลานี้เขาอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก ยกมือขึ้นให้คนเหล่านั้นทำตัวตามสบาย

            ในเวลานี้มีสตรีนางหนึ่งยืนอยู่บนสะพานเล็กๆ ไม่ไกลจากพวกเขามากนัก น้ำตาไหลอาบลงบนใบหน้าจิ้มลิ้มอ่อนหวานสีหน้าของนางขาวซีด ร้องไห้ปานใจจะขาด กำลังจะกระโดดลงไปในแม่น้ำ

            ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างมามุงดูและช่วยกันเกลี้ยกล่อมฉีเฉินอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงลากจวินหวงวิ่งเข้าไปดู เมื่อเข้าไปใกล้ๆถึงพบกับหญิงสาวงดงามนางหนึ่ง แม้ว่าจะสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบ แต่หน้าตาสะสวยดวงตายิ่งกระจ่างสดใส

            เพียงไม่นานจวินหวงก็จำได้ว่าหญิงสาวผู้นี้เป็นคนของจวนฉีอวิ๋นเคยมีวาสนาได้พบหน้ากันครั้งหนึ่ง นางเข้าใจอุบายทั้งหมดได้ในชั่วพริบตารอให้ฉีเฉินมาติดเบ็ดเท่านั้น

            อันบุรุษก็มักจะหลงรักสตรีที่บอบบางกันทั้งสิ้นในเวลาต่อมาฉีเฉินก็เบียดแทรกเข้าไปในฝูงชน แล้วจับข้อมือของสตรีผู้นั้นไว้อย่างรวดเร็วแล้วถามขึ้น"เหตุใดแม่นางจึงต้องคิดสั้น?"

            หญิงสาวช้อนตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกขึ้นมองฉีเฉิน น้ำตาของนางยิ่งร่วงพรูลงมาราวกับทำนบพังทลายผู้คนเห็นแล้วให้รู้สึกรวดร้าวใจ "คุณชายไม่รู้อะไรข้าอยู่ในหมู่บ้านที่ไม่ไกลจากเมืองหลวง บิดามารดาถูกพวกอันธพาลทุบตีจนตายคนพาลพวกนั้นยังคิดจะข่มเหงรังแกข้า ตอนที่ท่านพ่อยังมีชีวิตอยู่เคยบอกข้าว่า เรามีญาติอยู่ในเมืองหลวงข้าอับจนหนทางแล้วจริงๆ จึงได้บากหน้ามาที่นี่แต่ญาติของข้าเป็นพวกหัวสูงและเห็นแก่ตัว มีหรือจะยอมรับข้าตอนนี้พวกเขาก็ไม่ให้ข้าเข้าบ้าน ข้าไม่มีทางไปแล้ว ไม่สู้ตายให้รู้แล้วรู้รอด"กล่าวจบน้ำตาของหญิงสาวก็ยิ่งไหลพราก 

            ฉีเฉินรู้สึกร้าวใจ เอ่ยปากออกไปทันที "หากแม่นางไม่รังเกียจก็ไปพักที่จวนของผู้น้อยเป็นการชั่วคราวก่อนแม่นางจะทรมานตนเองเช่นนี้ไปไย ลงมาก่อนเถิด ทุกปัญหาย่อมสามารถแก้ไขได้"

            หญิงสาวดูเหมือนว่าจะสับสนอย่างมาก แต่สุดท้ายก็พยักหน้า ปาดน้ำตาให้แห้งฉีเฉินประคองนางเดินมาที่เพิงร้านน้ำชาเล็กๆ ที่อยู่ข้างสะพาน จวินหวงให้เสี่ยวเอ้อเอาน้ำชามาหนึ่งกาสายตาก็จับอยู่ที่ฉีเฉินและหญิงสาวผู้นั้นตลอดเวลา

            เมื่อเสี่ยวเอ้อนำน้ำชามาส่ง ฉีเฉินก็เทใส่ถ้วยส่งให้หญิงสาว แล้วถามขึ้น"ผู้น้อยควรจะเรียกแม่นางว่าอย่างไร?"

            "คุณชายเรียกข้าว่าโหรวเอ๋อร์ก็ได้เจ้าค่ะ" โหรวเอ๋อร์หลุบตาลงกล่าวอย่างเขินอาย

            ฉีเฉินพยักหน้าแล้วกล่าวว่า "ผู้น้อยฉีเฉิน"จากนั้นก็ผายมือไปที่จวินหวง "นี่คือแขกคนสำคัญของจวนผู้น้อย และนับถือกันเป็นพี่น้องนามว่าเฟิงไป๋อวี้"

            โหรวเอ๋อร์ได้ยินเช่นนั้นก็ลุกขึ้นอย่างตระหนก ถ้วยชาในมือหล่นลงพื้นแต่ถ้วยชานี้แข็งแรงคงทนเพียงแค่กลิ้งไปแต่ไม่แตก โหรวเอ๋อร์ลงไปคุกเข่าหมอบลงกับพื้น"ข้าน้อยไม่รู้ว่าเป็นองค์รัชทายาท จึงได้กระทำการล่วงเกินขอฝ่าพระบาทละเว้นชีวิตด้วย"

            "โหรวเอ๋อร์ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ ลุกขึ้นมาก่อนเถอะ"ฉีเฉินกล่าวจบก็ประคองโหรวเอ๋อร์ให้ลุกขึ้นทั้งยังก้มลงมาช่วยโหรวเอ๋อร์ปัดฝุ่นที่กระโปรงอย่างใกล้ชิด โหรวเอ๋อร์ได้รับความเมตตาอย่างคาดไม่ถึงก็ตื่นตะลึงไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรไปชั่วขณะ

            จวินหวงมองดูโหรวเอ๋อร์อยู่เงียบๆรู้สึกเลื่อมใสในฝีมือการแสดงของนางยิ่งนัก มุมปากของนางค่อยๆวาดโค้งขึ้นนางคิดว่าในเวลานี้การปรากฏตัวของสตรีที่อ่อนหวานประดุจสายน้ำเช่นโหรวเอ๋อร์ไม่เพียงแต่สามารถเทียบชั้นกับเว่ยหลานอิ๋งได้ แต่ยังสามารถเป็นคนที่อยู่ข้างกายของฉีเฉินได้อีกด้วยหากอยากจะจัดการนำคนแทรกเข้าไปอยู่รอบๆ ตัวฉีเฉิน ก็เพียงแค่พูดเบาๆ ข้างหมอนก็ได้แล้ว

            หมากตัวนี้เหนือชั้นโดยแท้ มีโหรวเอ๋อร์แล้วเว่ยหลานอิ๋งก็ย่อมไม่มีแก่ใจจะมาจับตาดูตนเองอีก

            โหรวเอ๋อร์มองดูจวินหวงแวบหนึ่งราวกับไม่เคยพบกันมาก่อนกลีบปากของนางคลี่ยิ้ม พอฉีเฉินหยัดกายขึ้นมาใบหน้างดงามไร้ที่ติก็แดงระเรื่อไปทั้งใบหน้า ยิ่งทำให้ฉีเฉินนึกเอ็นดูรักใคร่

            และก็เป็นไปตามที่จวินหวงคาดไว้ หลังจากที่ฉีเฉินพาโหรวเอ๋อร์กลับไปเว่ยหลานอิ๋งก็เรียกตัวคนที่ส่งมาเฝ้าเรือนข้างอย่างลับๆ กลับไป แล้วตนเองก็เดินไปยังเรือนของฉีเฉินโดยตรงเพื่อสอบถามว่าโหรวเอ๋อร์คือผู้ใด

            เว่ยหลานอิ๋งมองดูโหรวเอ๋อร์ซึ่งผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด "เจ้าเป็นหญิงแพศยามาจากไหนกล้าเข้ามาถึงจวนอ๋องมีเจตนามายั่วยวนรัชทายาทใช่หรือไม่? พูด!ใครเป็นคนส่งเจ้ามา?"

            "โหรวเอ๋อร์ไม่ทราบว่าฟูเหรินกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรฝ่าพระบาทเวทนาสงสารโหรวเอ๋อร์ที่ไม่มีบ้านให้กลับ จึงรับเข้ามาในจวนโหรวเอ๋อร์ไม่ใช่สตรีดังคำที่ออกมาจากปากของฟูเหรินแน่นอน"

            เมื่อได้ยินถ้อยคำเช่นนั้น ดวงตาเว่ยหลานอิ๋งก็ยิ่งดุร้ายเกรี้ยวกราดปรี่เข้ามาตบโหรวเอ๋อร์โดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น โหรวเอ๋อร์ทั้งผอมบางและอ่อนแอเมื่อรับฝ่ามือนี้เข้าไปก็ล้มคว่ำลงไปคลานอยู่ที่พื้น ตัวสั่นงันงกหยาดน้ำตาประดุจไข่มุกถูกสะบั้นร่วงริน

            เมื่อครู่ฉีเฉินยืนอยู่ที่ประตูจึงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพอเห็นโหรวเอ๋อร์ล้มลงที่พื้น ก็ถลันเข้าไปคว้าข้อมือเว่ยหลานอิ๋งไว้มือที่จับใช้กำลังบีบรุนแรง เพียงไม่นานก็เกิดเป็นรอยนิ้วมือ

            "เว่ยหลานอิ๋ง เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่? มีฐานะเป็นถึงชายารองของรัชทายาท แต่รู้หรือไม่ว่าการกระทำของตนเองเมื่อครู่นั้นหยาบคายและไร้มารยาทเกินไปแล้ว?"ฉีเฉินกล่าวเสียงเย็นเยียบ กล่าวจบก็สะบัดเว่ยหลานอิ๋งออกไปอย่างแรงจากนั้นก็ย่อตัวคุกเข่าลงมาประคองโหรวเอ๋อร์ให้ลุกขึ้น

            โหรวเอ๋อร์มองฉีเฉินอย่างน่าสงสาร แล้วกล่าวว่า "ฝ่าพระบาทอย่าโกรธขึ้งฟูเหรินเพียงเพราะโหรวเอ๋อร์เลยเพคะ ที่ฟูเหรินโมโหเป็นเพราะโหรวเอ๋อร์ไม่รู้จักมารยาทเลยไปยั่วโทสะของฟูเหรินเข้า..."

     

     

     

    ..................................................................................................................

            [1] ฝ่าพระบาท (殿下  เตี้ยนเซี่ย)เป็นคำสรรพนามเรียกแทนองค์ชายและองค์หญิง 

    คล้ายกับเรื่องลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730