(นิยายแปล) ทะลุมาเป็นขุนนางร่ำรวยด้วยมิติร้านชำ

    ตอนที่ 29 สร้างเตียงเตา (2)

    ตอนที่ 29 สร้างเตียงเตา (2)

    ในบ้านของเฉินเสี่ยวหมี่

    เฉินเสี่ยวหมี่นับเงินแล้วบ่นกับลู่หลินว่า “เหลือแค่เก้าตำลึงกับแปดร้อยอีแปะเท่านั้น”

    เดิมทีเฉินเสี่ยวหมี่วางแผนว่าจะใช้เงินแปดตำลึงในการต่อเติมบ้าน แต่ไม่ทันระวังก็ใช้เงินเกินแล้ว ใช้ไปถึงสิบกว่าตำลึง

    ลู่หลินมองเฉินเสี่ยวหมี่ที่กอดกระปุกดินเผาและนับเงินด้วยท่าทางเอาจริงเอาจังก็นึกขันอยู่บ้าง ตอนอีกฝ่ายล่าสัตว์เหมือนเสือตัวหนึ่ง แต่ตอนนับเงินกลับเหมือนกระรอกน้อยเสียอย่างนั้น

    ลู่หลินผงกศีรษะพร้อมกับพูดว่า “เงินมากมายขนาดนี้ เพียงพอให้ผ่านฤดูหนาวไปได้แล้ว”

    เฉินเสี่ยวหมี่ก็พยักหน้าพูดว่า “นั่นก็จริง”

    ลู่หลินวางแผนว่าอีกสองวันสามารถขายสุราชุดสุดท้ายของปีนี้ได้แล้ว หลังจากขายเสร็จก็เตรียมตัวจำศีลในฤดูหนาวอย่างสงบได้เสียที

    “ห้องที่ด้านข้างนั่น ทิ้งไว้อีกสองสามวันก็น่าจะเข้าไปอยู่ได้แล้ว” ลู่หลินพูด

    เฉินเสี่ยวหมี่ผงกศีรษะส่งเสียง “อ้อ” รับคำทีหนึ่ง แต่ใบหูกลับแดงขึ้นมาอย่างเงียบๆ

    ลู่หลินหันไปมองหนังสัตว์ที่ด้านข้าง แล้วพูดว่า “หนังสัตว์เหล่านี้คิดจะขายทิ้งหรือไม่”

    เฉินเสี่ยวหมี่ผงกศีรษะอีกครั้ง

    แม้ว่าการขายสุราจะหาเงินได้มาก แต่ช่วงที่ผ่านมานี้เฉินเสี่ยวหมี่ไม่เคยเกียจคร้านต่อการล่าสัตว์เลย สำหรับเฉินเสี่ยวหมี่แล้ว การล่าสัตว์ยังคงเป็นอาชีพหลักของเขา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็มีบางอย่างไม่เหมือนเดิม เขาเริ่มระมัดระวังมากขึ้น ไม่ไปยุ่งกับสัตว์ที่อันตรายเกินไป

    ลู่หลินมองหนังสัตว์ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ยังไม่ต้องขายหรอก เอาหนังสัตว์มาเย็บไว้ด้านในเสื้อจะช่วยเก็บความอบอุ่นได้ดีกว่า ข้ายังอยากให้ยายเสิ่นเย็บถุงมือสองคู่ด้วย หนังสัตว์พวกนี้ทั้งหนังทั้งขนล้วนดีมาก จัดการให้ดีๆ ทำเป็นถุงมือน่าจะขายได้ราคาสูง”

    “ถุงมือคืออะไร”

    ลู่หลินยื่นมือออกมา พูดว่า “ถุงมือก็คือสิ่งที่สวมไว้บนมือแล้วทำให้อบอุ่นขึ้น พอสวมถุงมือ มือก็จะไม่แตกเพราะความเย็นง่ายๆ”

    เฉินเสี่ยวหมี่เอียงศีรษะ พูดด้วยความประหลาดใจอยู่บ้างว่า “คนที่นั่นของพวกเจ้าใช้ชีวิตอย่างพิถีพิถันจริงนะ! นึกไม่ถึงว่ายังมีของแบบนี้ด้วย”

    ลู่หลินพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ก็พอใช้ได้”

    เฉินเสี่ยวหมี่มองดูลู่หลิน นึกในใจว่า ‘คุณชายใหญ่ก็คือคุณชายใหญ่ ช่างพิถีพิถันเสียจริง! คนแบบเขาที่ต้องทำงานทั้งวันจนไม่มีเวลาว่าง สวมถุงมือแล้วจะไม่ทำให้เสียหายหรอกหรือ’

     

    ห้องสร้างขึ้นเสร็จเรียบร้อย เรื่อง ‘แยกห้อง’ ก็น่าจะนำมาพูดได้แล้ว

    ลู่หลินตัดสินใจว่าจะหาโอกาสปลูกฝังแนวคิดให้เฉินเสี่ยวไช่เสียที

    หลายวันผ่านไป ในที่สุดลู่หลินก็สบโอกาสจนได้

    “เสี่ยวไช่! เจ้าจะโตเป็นหนุ่มแล้ว อีกไม่นานต้องแต่งภรรยามีลูกแล้ว หลังจากนี้แยกห้องไปนอนเองเถอะ เจ้าเป็นลูกผู้ชาย อย่าได้กลัวเด็ดขาด”

    เฉินเสี่ยวไช่ถลึงตาใส่ลู่หลินอย่างดุดัน เขายังเด็กอยู่ ไม่คิดจะแต่งภรรยาเร็วขนาดนั้นหรอก

    ลู่หลินมองเฉินเสี่ยวไช่แวบหนึ่ง แล้วพูดว่า “เจ้าน่าจะรู้กระมังกระมัง วันนั้นต้องมาถึงอยู่ดี อันที่จริง แยกไปนอนอีกห้องก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร เจ้านอนที่ห้องข้างๆ กับเสี่ยวม่ายสองคน เตียงก็ใหญ่ แล้วยังไม่ต้องทนฟังเสียงกรนดังหนวกหูของพี่ชายเจ้าอีกด้วย”

    เฉินเสี่ยวไช่หน้าแดง พูดอย่างไม่พอใจ “พี่ใหญ่ไม่ได้กรนสักหน่อย!”

    ลู่หลินเอียงศีรษะ พูดว่า “หากพี่ใหญ่เจ้าไม่ได้นอนกรน ที่แท้คนที่กรนคือเจ้างั้นหรือ แบบนี้ก็ดี เจ้าไปนอนที่ห้องข้างๆ ตอนนอนอย่าได้รบกวนข้ากับพี่ใหญ่เจ้า”

    เฉินเสี่ยวไช่มองลู่หลินอย่างอัดอั้นตันใจยิ่งนัก พูดว่า “ข้าก็ไม่ได้นอนกรน”

    “เจ้านอนหลับไปแล้ว จะรู้ได้อย่างไรว่าไม่ได้นอนกรน” ลู่หลินส่ายศีรษะพลางพูด

    เฉินเสี่ยวไช่กัดฟันกรอด ถลึงตาใส่ลู่หลิน แล้วพูดว่า “ข้าจะไปนอนห้องด้านข้างกับเสี่ยวม่าย ข้าจะดูแลเขาอย่างดีเอง”

    ลู่หลินผงกศีรษะอย่างพอใจ พูดว่า “อย่างนั้นหรือ! ดีมากเลย”

    เมื่อจัดการเรื่องราวเรียบร้อยแล้ว ลู่หลินก็อารมณ์ดีไม่น้อย “ผักกาดดองในบ้านหมดแล้ว เจ้าไปซื้อที่บ้านยายเสิ่นมาสักหน่อยดีหรือไม่”

    นับตั้งแต่ต่อเติมบ้าน ลู่หลินมักไปซื้อผักจากยายเสิ่นบ่อยๆ พวกเขาทยอยซื้อมาไว้ไม่น้อย ตอนแรกลู่หลินเป็นคนไปซื้อเอง ต่อมาให้เฉินเสี่ยวไช่พาเฉินเสี่ยวม่ายออกไป ลู่หลินรู้สึกว่าเด็กควรได้ออกไปสัมผัสโลกภายนอกให้มากๆ ควรเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกัน ถ้ามัวแต่หมกตัวอยู่ในบ้านทั้งวัน อาจกลายเป็นคนเก็บตัวจนเป็นโรคการสื่อสารทางสังคมบกพร่องเอาได้ง่ายๆ

    เฉินเสี่ยวไช่พยักหน้ารับ แล้วพูดว่า “ได้”

    “นี่ให้เจ้า” ลู่หลินคว้าเกาลัดคั่วน้ำตาลมาสองกำมือให้เฉินเสี่ยวไช่

    ในป่าที่ลู่หลินเข้าไปบ่อยๆ มีต้นเกาลัดอยู่หลายต้น ก่อนหน้านี้เขาเจอโดยบังเอิญ เลยเก็บมาไว้ในร้านขายของชำจำนวนหนึ่ง ช่วงนี้คั่วออกมาส่วนหนึ่ง อย่างน้อยก็เป็นของกินเล่นได้ ปกติเด็กที่นี่มีของที่กินได้น้อยมาก เกาลัดคั่วน้ำตาลจึงเป็นที่ชื่นชอบอย่างยิ่ง

    ลู่หลินรู้สึกว่าคนที่นี่นั่งอยู่บนขุมสมบัติแท้ๆ แต่กลับไม่รู้ตัวเลย

    เนื่องจากเปลือกเกาลัดมีหนามแหลม คนที่นี่จึงไม่มีใครกิน

    ลู่หลินเก็บเอาไว้ในร้านขายของชำจำนวนหนึ่ง แล้วหยิบออกมาให้สามพี่น้องกินเล่นเป็นครั้งคราว สะดวกมากทีเดียว

    ตอนแรกลู่หลินคั่วให้เสี่ยวไช่กับเสี่ยวม่ายกิน พอเสี่ยวหมี่มาเห็น เขาก็ไปขนเกาลัดในป่ากลับมามากมาย คั่วเกาลัดเสร็จแล้วเก็บไว้ในร้านขายของชำ ทุกครั้งที่หยิบออกมายังร้อนกรุ่น บางคราวเฉินเสี่ยวหมี่เกิดหิวขึ้นมา ก็มาขอจากลู่หลินไปกิน

    “หากเจ้าพบเด็กคนอื่นที่มีความสัมพันธ์ไม่เลว ก็แบ่งให้พวกเขากิน” ลู่หลินพูด

    เฉินเสี่ยวไช่ขมวดคิ้ว พูดว่า “เหตุใดต้องแบ่งให้คนอื่นกินด้วย” ตอนนี้เข้าฤดูหนาวแล้ว ผักยิ่งหาได้ยากขึ้น ต่อไปก็ได้กินแต่ผักในห้องเก็บของใต้ดินแล้ว

    ลู่หลินขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “เจ้าแบ่งให้คนอื่นกิน คนอื่นถึงจะยอมเล่นกับเจ้าอย่างไรล่ะ!”

    เฉินเสี่ยวไช่ทำแก้มป่องอย่างไม่ชอบใจ พลางพูดว่า “พวกเขาทึ่มจะตาย ข้าไม่อยากเล่นกับพวกเขาหรอก”

    สุดท้ายเฉินเสี่ยวไช่ก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่ง ตอนนั้นที่เพิ่งแยกออกมาจากบ้านตระกูลเฉินก็อยากไปเล่นกับเด็กในหมู่บ้าน แต่เด็กเหล่านั้นถูกบิดามารดาสั่งว่าให้อยู่ห่างจากเขาไว้ เด็กบางคนยังขว้างก้อนหินใส่เขาด้วย พอนานวันเข้า เฉินเสี่ยวไช่ก็ไม่เล่นกับคนอื่นอีกเลย

    ลู่หลินขมวดคิ้วพร้อมกับพูดว่า “อย่างนั้นก็ได้ เจ้าไม่อยากให้คนอื่น ก็เก็บไว้กินเอง”

    เฉินเสี่ยวไช่ใส่เกาลัดลงไปในกระเป๋า กระเป๋าเสื้อนี้ลู่หลินให้ยายเสิ่นเย็บให้ต่างหาก ยายเสิ่นเห็นแล้วรู้สึกว่าน่าจะใช้งานได้ดี เสื้อของเสิ่นฉือจึงเย็บกระเป๋าติดไว้ทุกตัว

    เฉินเสี่ยวไช่คิดดูแล้วก็นึกในใจว่า ‘หากพบกับเสิ่นฉือที่บ้านตระกูลเสิ่น เขาจะแบ่งให้เสิ่นฉือกินสักหน่อยก็ได้’

    เฉินเสี่ยวไช่ไปซื้อผักที่บ้านตระกูลเสิ่นหลายครั้ง พอจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่เลวกับเสิ่นฉือ

    เฉินเสี่ยวไช่รับภารกิจแล้วพาเฉินเสี่ยวม่ายออกไป

    เฉินเสี่ยวม่ายได้ยินว่าพี่รองจะพาเขาออกไปเล่นก็ตื่นเต้นยินดียิ่งนัก

    เฉินเสี่ยวม่ายอยู่ในวัยที่ชอบเคลื่อนไหว เดิมทีเขาร่างกายไม่แข็งแรงมาตลอด จึงถูกเฉินเสี่ยวหมี่กักตัวไว้ในบ้าน ตอนนี้ร่างกายดีขึ้นบ้างแล้ว เฉินเสี่ยวหมี่ก็หวังว่าน้องชายจะได้ออกไปเดินเล่นข้างนอก จะได้ไม่เบื่อเกินไป

    ยายเสิ่นเห็นเฉินเสี่ยวไช่กับเฉินเสี่ยวม่ายมาหาก็ยินดีต้อนรับยิ่ง

    ก่อนหน้านี้ตอนต่อเติมบ้าน ลู่หลินได้ซื้อผักจากยายเสิ่นไปไม่น้อย ไปๆ มาๆ ยายเสิ่นได้เงินมาถึงห้าร้อยอีแปะ ความสัมพันธ์ของสองครอบครัวจึงแน่นแฟ้นขึ้นมาก

    ตั้งแต่ตอนที่ 30 เป็นต้นไป ติดตามตอนต่อไปได้ที่

    https://www.readawrite.com/a/41e1c3140039b372bcbe692b0430ee69