ในช่วงศึกสงครามยังไม่มีใครบอกกับเฉียนว่านว่าซานชิงเป็นคนช่วยกำจัดอสูรปรสิตและเป็นคนช่วยตัวเขาออกมาจากปรภพตัวเขาเข้าใจว่าซานชิงยังพักรักษาตัวอยู่ที่ค่ายอสูรหมาป่าตอนใต้
พอเฉียนว่านเดินทางไปถึงบ้านพักของเจินหลินเขาก็มุ่งตรงไปที่ห้องพักของซานชิงทันที แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า
“ท่านแม่ขอรับ ซานชิงล่ะขอรับ” เฉียนว่านรีบถามด้วยความตกใจเมื่อไม่เห็นหญิงในดวงใจ
“อ้าว! ยังไม่เจอกันหรือลูก ตอนที่อสูรความฝันยอมสละชีพช่วยให้ซานชิงออกมาจากมิติฝันนั้นนางบอกแม่ว่านางจะตามหาผู้ที่เหมาะสมฝึกวิชาปราบอสูรปรสิตแล้วตามไปสมทบกับทัพของฝ่าบาท” เจินหลินเล่า
“เป็นความจริงหรือขอรับ ลูกไม่เจอนางเลย” เฉียนว่านตกใจ
“เจ้าไม่ลองถามเรื่องของนางกับเพื่อนร่วมรบของเจ้าล่ะ” เจินหลินแนะนำ
“ลูกจะไปถามเฉียนลู่ดูขอรับ” เฉียนว่านเห็นว่าน้องชายอยู่ในกองทัพด้วยเขาก็น่าจะรู้เรื่องราวของซานชิง
.******************************************************
เฉียนว่านเดินดุ่มๆไปที่บ้านพักของเฉียนลู่และอยู่ดีๆก็เปิดประตูห้องพักของน้องชายโดยไม่เคาะประตูทำให้เห็นว่าน้องชายกำลังนั่งจูบกับเฟยเฟยอย่างดูดดื่ม
เฟยเฟยเห็นพี่ชายคนรักเปิดประตูเข้ามาและมองมานางก็ตกใจรีบตีไปที่ฝ่ายชายเบาๆเพื่อให้เขาปล่อย และรีบผละออกมา
“ทำไมล่ะเฟยเฟย” เฉียนลู่สงสัยเพราะไม่รู้ว่าพี่ชายเข้ามาในห้อง
นางทั้งอายทั้งเขินก็เลยชี้ไปที่ผู้มาใหม่และหันหน้าหนี
“อ้าว! ท่านพี่เข้ามาทำไมไม่เคาะประตูล่ะขอรับ”เฉียนลู่โวยวายที่พี่ชายเข้ามาขัดจังหวะ
“พี่ขอโทษ พี่ใจร้อนจะคุยกับเจ้าเลยไม่ได้เคาะประตูและได้มาเห็นฉากหวานของเจ้าเข้างั้นข้าไปรอเจ้าอยู่ด้านนอกก็แล้วกัน” เฉียนว่านก็แอบเขินแทนเขาชะงักค้างทำอะไรไม่ถูก รู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงน้องชายโวยวาย
เฉียนลู่พยักหน้าและหันไปกระซิบบอกว่าที่ฮูหยินว่า“รอข้าที่นี่ก่อนนะ ข้าจะรีบกลับมา”
“ข้าจะกลับแล้ว” เฟยเฟยอายจนอยากกลับเรือนของตน
“รอข้าเถอะ ข้ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับเจ้าจริงๆ” เฉียนลู่แสดงสีหน้าจริงจัง
“เรื่องเกี่ยวกับอะไรหรือเจ้าคะ” เฟยเฟยอยากรู้
“เกี่ยวกับอนาคตของพวกเรา” เฉียนลู่กล่าวพร้อมกับจับมือนางขึ้นมาจุมพิต
เฟยเฟยพยักหน้าและแสดงทีท่าอย่างเอียงอาย นางพอจะเดาออกว่าฝ่ายชายจะขอนางแต่งงาน ก็เลยว่า “ข้าจะรอท่านอยู่ที่นี่ ท่านไปเถิด”
.******************************************************
ณเรือนรับรอง
“ท่านพี่มีธุระอะไรจะคุยกับข้าหรือขอรับ” เฉียนลู่รีบถาม
“เจ้าจะแต่งงานกับเฟยเฟยเร็วๆนี้งั้นหรือ” เฉียนว่านอยากรู้
“ใช่แล้วขอรับ พอท่านพ่อหายดีแล้ว ข้าจะรีบไปสู่ขอเฟยเฟยให้เร็วที่สุดธุระท่านคือมาถามข้าเรื่องนี้หรอขอรับ“ เฉียนลู่สงสัย
“เปล่า! ข้าอยากรู้ว่าซานชิงได้ไปที่กองทัพหรือไม่”เฉียนว่านรีบถาม
“ไปขอรับ นางได้พาท่านไต้ซือท่านหนึ่งมาช่วยปราบอสูรปรสิต” เฉียนลู่เล่า
“อ้าว! แล้วนางอยู่ที่ไหน ทำไมข้าถึงไม่เห็นนาง”เฉียนว่านสงสัย
“หานสงบอกข้าว่าซานชิงต้องกลับไปที่สำนักนักปราบอสูรเพื่อไปหาวิธีช่วยท่านออกจากปรภพขอรับ”เฉียนลู่นึกขึ้นได้
“แสดงว่าท่านเจ้าสำนักคนใหม่อาจจะเป็นซานชิง” เฉียนว่านกล่าว
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น เพราะกลิ่นของทั้งคู่เหมือนกันมาก” เฉียนลู่แอบอยู่ในสมรภูมิรบด้วยเพราะเขาต้องเตรียมตัวปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับทหารที่ได้รับบาดเจ็บจึงได้เห็นท่านเจ้าสำนักช่วยปราบอสูรพยัคฆ์
“ขนาดเจ้าเป็นครึ่งอสูรยังรับรู้ได้ ก็คงจะใช่แล้วล่ะ” เฉียนว่านรู้สึกมั่นใจมากขึ้น
“นั่นท่านจะไปที่ไหน” เฉียนลู่ตะโกนถามเพราะแปลกใจที่เห็นพี่ชายกำลังจะเดินออกไปจากบ้านของเขาโดยไม่กล่าวลา
“ข้าจะไปหาซานชิงที่สำนักนักปราบอสูร” เฉียนว่านหันมาตะโกนตอบ
.******************************************************
ณหน้าประตูสำนักนักปราบอสูร
เฉียนว่านกำลังจะเดินดุ่มๆเข้าไปในสำนักนักปราบอสูรแต่ถูกบรรดาลูกศิษย์สี่คนเข้ามาขวางเอาไว้
“ที่นี่ห้ามบุคคลภายนอกเข้านะขอรับ” เด็กชายวัย 12 ขวบเป็นตัวแทนกล่าว
“ข้าจะมาพบท่านเจ้าสำนักคนใหม่” เฉียนว่านกล่าวธุระของตน
“ไม่ได้ขอรับ ข้าต้องรายงานท่านเจ้าสำนักก่อน” เด็กชายไม่ยอมให้อสูรหมาป่าเข้าไปข้างใน
“ไม่! ข้าจะเข้าไปเดี๋ยวนี้” เฉียนว่านไม่ยอมจะเข้าไปให้ได้
“ท่านเจ้าสำนักไม่อยากพบท่าน ท่านกลับไปเสียเถิด” อสูรมังกรออกมาและกล่าว
“ทำไม! ข้าจะไปถามนางให้รู้เรื่อง” เฉียนว่านยังคงดึงดันเข้าไป
“ข้ามศพข้าไปก่อน” อสูรมังกรเข้ามาขวาง
อสูรหมาป่าจำต้องต่อสู้กับอสูรมังกรด้วยความที่เฉียนว่านอยากพบซานชิงมาก เขาจึงเข้าต่อยตีกับอสูรมังกรแบบไม่ยั้ง
อสูรมังกรก็ใช่ว่าจะยอมเขาใช้หางปัดตัวเฉียนว่านกระเด็นกระดอนไปหลายรอบ
เฉียนว่านตั้งหลักกระโดดไปคร่อมขี่มังกรอย่างมีชัยส่วนมังกรนั้นก็รีบสะบัดตัวเบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวาแต่เฉียนว่านก็ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
ลูกศิษย์รีบเข้าไปรายงานถึงสถานการณ์ด้านนอกสำนักจนท่านเจ้าสำนักจำต้องออกมายุติ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ข้าบอกให้หยุด” ซานชิงตะโกนร้องห้าม
เมื่ออสูรมังกรได้ยินเสียงของเจ้านายเขาจึงยอมหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างเช่นเดียวกับอสูรหมาป่าก็ยอมหยุดต่อยตีเมื่อได้ยินเสียงซานชิง
ซานชิงภายใต้ชุดขาวที่มีหมวกปีกใหญ่และมีผ้าบางๆคลุมหน้าได้กล่าวว่า“ท่านมีเรื่องจะคุยกับข้าใช่หรือไม่ งั้นเชิญไปที่เรือนรับรอง”
เฉียนว่านปัดฝุ่นและหันหน้าไปเยาะเย้ยอสูรมังกรทันทีก่อนที่จะเดินตามคนที่เขาคิดว่าเป็นซานชิง
.******************************************************
ณเรือนรับรอง
“ซานชิง! ทำไมเจ้าถึงต้องปกปิดใบหน้าแบบนี้และทำไมต้องหลบหน้าข้าด้วย” เฉียนว่านสงสัย
“ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ใช่ซานชิง” ซานชิงปากแข็ง
“ข้าจำกลิ่นเจ้าได้ อย่าหลอกข้าเลย ไม่งั้นเจ้าก็เปิดหน้าให้ข้าดูสิ”เฉียนว่านไม่เชื่อ
ซานชิงถอนหายใจนางยอมถอดหมวกออกและกล่าวว่า “ข้าขอโทษเฉียนว่านตอนนี้ข้าได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าสำนักนักปราบอสูรไปแล้วข้ายุ่งเกี่ยวกับเจ้าไม่ได้อีก”
“มันเป็นกฎข้อห้ามงั้นหรือ” เฉียนว่านไม่เข้าใจ
“ใช่” ซานชิงตอบสั้นๆ
“เจ้าเลือกการเป็นเจ้าสำนักมากกว่าเลือกข้าใช่มั้ย” เฉียนว่านรู้สึกน้อยใจ
“ใครๆก็อยากเป็นเจ้าสำนักนี่” ซานชิงตอบสั้นๆโดยไม่อธิบายใดๆ
“เอาล่ะ ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะไม่รบกวนจิตใจเจ้าอีก ขอให้มีความสุขกับการเป็นเจ้าสำนักก็แล้วกันลาก่อน” เฉียนว่านรู้สึกน้อยใจที่ซานชิงไม่เคยรับรู้ความรู้สึกของเขาเลยนางยอมเลือกตำแหน่งยิ่งใหญ่มากกว่าตัวเขา
ซานชิงแสดงสีหน้าเย็นชาและกล่าวว่า “ลาก่อนเฉียนว่าน ข้าไม่ส่งนะ”
พอเฉียนว่านเดินออกไปจากสำนักและกระโดดอย่างชาวยุทธ์เดินทางกลับค่ายอสูรหมาป่าตอนใต้ซานชิงก็มีน้ำตาไหลไม่หยุด นางทำได้แต่คิดในใจว่า “ยกโทษให้ข้าด้วยเฉียนว่าน ข้าต้องรักษาสัจจะพวกเราคงมีวาสนากันเพียงเท่านี้”
ตั้งแต่นั้นมาเฉียนว่านได้ไปขอท่านพ่อและท่านแม่เพื่อไปจำศีลอยู่บนเขาเป่ยไท่เป็นเวลาสองปีโดยที่ไม่ได้ร่วมงานแต่งงานระหว่างเฉียนลู่กับเฟยเฟย เนื่องจากเขาคงอิจฉาน้องชายมากและมันจะยิ่งทำให้เขารู้สึกโศกเศร้าเสียใจหนักไปกว่าเดิม