ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 66 หม่าถีเกา


            เมื่อสิ้นเสียงแล้วจ้วงอวี้เหยียนลุกขึ้นหันมองมู่อวิ๋นจิ่นพร้อมกับเอ่ยว่า “น้องอวิ๋นจิ่นนั่งรอพี่อยู่ตรงนี้แล้วกันประเดี๋ยวพี่จะให้หรูฮั่นมาช่วยงานพี่”

            มู่อวิ๋นจิ่นรับฟังแล้วพยักหน้ารับทราบ

            หลังจากที่จ้วงอวี้เหยียนกับเวินหรูฮั่นเดินเข้าไปในครัวเป็นที่เรียบร้อยมู่อวิ๋นจิ่นได้ขมวดคิ้วขึ้นจากนั้นจึงค่อยเดินตามทั้งสองคนจากด้านหลังไปอย่างเงียบเชียบ

            พอมาถึงห้องครัวประตูนั้นถูกปิดสนิท มู่อวิ๋นจิ่นจึงได้แต่แอบอยู่หัวมุมใช้นิ้วเจาะหน้าต่างให้เป็นรูเล็ก เพื่อสอดส่องความเคลื่อนไหวด้านใน

            ภายในห้องครัวเห็นเพียงจ้วงอวี้เหยียนนวดแป้งพูดคุยกับเวินหรูฮั่นไปด้วย หัวเราะไปด้วยอย่างเบิกบานใจ

            แต่ในขณะที่เวินหรูฮั่นหัวเราะอยู่นั้นสายตากลับสอดส่องไปทั่วทั้งห้อง นางดูไม่ได้ใส่ใจกับบทสนทนาที่คุยกับจ้วงอวี้เหยียนมากมายนัก

            “หรูฮั่นช่วยพี่เติมน้ำหน่อย เดี๋ยวพี่จะไปเตรียมน้ำตาลทรายแดง” พูดจบจ้วงอวี้เหยียนลูบมือไปมา ก่อนเดินไปเตรียมน้ำตาลทรายแดง

            เวินหรูฮั่นได้ยินก็พยักหน้ารับจากนั้นหันมองจ้วงอวี้เหยียนที่ละไปเตรียมน้ำตาลทรายแดงและเดินเข้าไปช่วยนวดแป้งต่อ

            เวินหรูฮั่นหันมองจ้วงอวี้เหยียนอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่านางไม่ได้หันกลับมาต่อจากนั้นนางถลกแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย ก่อนหยิบซองกระดาษแดงฉีกออกช้า ๆโรยอะไรบางอย่างผสมเข้าไปในแป้งจนหมดห่อ

            หลังจากนั้นนางขยำซองกระดาษแดงเหน็บเข้าในแขนเสื้อดังเดิมก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมา

            มู่อวิ๋นจิ่นเห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนางถึงกับด่าทอเวินหรูฮั่นในใจว่าช่างโง่เขลาเสียเหลือเกินถูกคนอื่นใช้เป็นเครื่องมือไปเสียแล้ว

            เห็นทีมู่อวิ๋นจิ่นจะต้องเข้าไปช่วยเตือนสติฉู่ชิงเฉียงเสียหน่อย

            …

            ไม่นานนักหลังจากที่จี่หม่าถีเกาจนร้อนพร้อมรับประทานแล้วมู่อวิ๋นจิ่นรีบสาวเท้ากลับไปนั่งรอที่ห้องโถงรับรอง เสมือนไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น

            มู่อวิ๋นจิ่นนั่งจิบน้ำชาอย่างสบายอุราโดยมองจ้วงอวี้เหยียนกับเวินหรูฮั่นเดินเคียงข้างกันมาพร้อมกับสนทนากันอย่างสนิทสนม “โอ้โหหม่าถีเกาหอมกรุ่นเหลือเกิน”

            “ใช่แล้ว หม่าถีเกาเป็นขนมที่อวี้เหยียนถนัดทำที่สุด” เวินหรูฮั่นหันไปยิ้มให้กับมู่อวิ๋นจิ่น

            มู่อวิ๋นจิ่นพยักหน้าเห็นด้วยพอจ้วงอวี้เหยียนเดินมาถึงด้านในก็วางถาดหม่าถีเกาไว้บนโต๊ะจากนั้นหยิบขนมขึ้นมาชิ้นหนึ่งยื่นให้กับมู่อวิ๋นจิ่น “น้องอวิ๋นจิ่นลองชิมดูสิ”

            มู่อวิ๋นจิ่นแสยะยิ้มมุมปากก่อนยื่นมือออกไปรับหม่าถีเกาเข้ามาไว้ในมือ

            เวินหรูฮั่นเห็นเช่นนั้นก็รีบหยิบขนมขึ้นมาชิ้นหนึ่งยื่นให้กับจ้วงอวี้เหยียนเช่นกัน “พี่ลำบากทำขนมมานานเหมือนกัน ลองชิมสักชิ้นหนึ่งดูสิ”

            “หรูฮั่นเป็นคนดีจริง ๆ เลย”

            จ้วงอวี้เหยียนรับหม่าถีเกามาไว้ในมือพร้อมกับกำลังจะยกเข้ามากัด แต่กลับได้ยินเสียงไอขึ้นมา “แค่ก ๆ ๆ ๆ”

            พอหันมองกลับพบว่ามู่อวิ๋นจิ่นกำลังใช้มือตบหน้าอกอย่างแรง

            “น้องอวิ๋นจิ่นเป็นอะไรไปหรือ?” จ้วงอวี้เหยียนรีบวางหม่าถีเกาลงแล้ววิ่งไปตบหลังมู่อวิ๋นจิ่น

            หลังจากมู่อวิ๋นจิ่นหายดีแล้วนางก็รีบยกน้ำชาขึ้นดื่ม โดยที่เวินหรูฮั่นยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน

            เวินหรูฮั่นหันสบสายตามู่อวิ๋นจิ่นด้วยความตระหนกพลางยิ้มเยาะเย้ย “ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”

            “ข้าไม่เป็นไรแล้ว” หลังจากนั้นมู่อวิ๋นจิ่นยกถาดหม่าถีเกายื่นไปข้างหน้าเวินหรูฮั่น“พี่หรูฮั่นบอกว่าอยากทานหม่าถีเกาไม่ใช่หรอ? ขืนยังไม่ทานเดี๋ยวจะเย็นเสียก่อนนะ”

            เวินหรูฮั่นมองดูอย่างลังเลสงสัยก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย “ไม่เป็นไรพวกเจ้าทานกันก่อนเถอะ ปกติพี่ทำหม่าถีเกาทานบ่อยอยู่แล้ว”

            “แต่วันนี้ไม่ใช่ว่าพี่อยากทานหม่าถีเกาแล้วร้องขอให้พี่อวี้เหยียนทำให้ทานมิใช่หรอกหรือ? อย่าได้เกรงใจไปเลยทำออกมาถาดใหญ่มีเหลือเฟือสำหรับทุกคน” มู่อวิ๋นจิ่นยังคงถือถาดยืนอยู่ด้านหน้าเวินหรูฮั่น

            จ้วงอวี้เหยียนที่ยืนดูอยู่ด้านข้างพอเห็นมู่อวิ๋นจิ่นมีท่าทางที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือส่งผลให้นางเกิดความสงสัยขึ้นมาจนอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองหม่าถีเกาที่อยู่ในถาด

            เวินหรูฮั่นที่ถูกมู่อวิ๋นจิ่นคะยั้นคะยอมองหม่าถีเกาด้วยรอยยิ้ม “เอาล่ะ พวกเจ้ารีบทานกันเถอะ”

            พอเห็นเวินหรูฮั่นหยิบขึ้นมาแล้วมิยอมส่งเข้าปากมู่อวิ๋นจิ่นจึงวางถาดแล้วพูดยิ้ม ๆ “ทำไมพี่หรูฮั่นไม่ถึงทานเล่า?”

            “พี่ชอบทานเวลามันเย็นหน่อย ตอนนี้ยังร้อนเดี๋ยวลวกปากเอาได้” เวินหรูฮั่นตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

            มู่อวิ๋นจิ่นตอบรับและพยักหน้าเข้าใจ “เช่นนั้นรอให้ขนมเย็นลงหน่อยแล้วค่อยทานก็ได้”

            “น้องอวิ๋นจิ่น ที่น้องพูดออกมาหมายความว่าอย่างไรหรือ? พี่มาที่จวนวันนี้ก็ไม่ได้ล่วงเกินอะไรน้องนี่?” เวินหรูฮั่นถือโอกาสวางหม่าถีเกาลงและอาศัยโอกาสนี้หันมองมู่อวิ๋นจิ่น

            เมื่อจ้วงอวี้เหยียนเห็นสถานการณ์ไม่ปกติจึงลุกยืนขึ้นมองทั้งสองฝ่ายไปมา “ทุกคนเป็นพี่น้องกันอย่าให้เรื่องเล็กน้อยพวกนี้มาทำลายความสัมพันธ์กันเลย”

            มู่อวิ๋นจิ่นยกมือขึ้นเกาหัวโดยมิได้ปริปากเอ่ยคำใด

            “ช่างเถอะ ถือว่าวันนี้พี่มาผิดเวลาเอง อวี้เหยียนคราวหน้าเดี๋ยวค่อยมาเยี่ยมหาเจ้าใหม่แล้วกัน” เวินหรูฮั่นเอ่ยจบแล้วก็เดินจากไป

            “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ!!!” มู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยปากห้าม

            เวินหรูฮั่นชะงักในทันทีนางเม้มริมฝีปากก่อนเอ่ยอย่างอึกอัก “พระชายาหกยังมีเรื่องอะไรจะกำชับอีกหรือเจ้าคะ?”

            “หรูฮั่น น้องอวิ๋นจิ่น…” จ้วงอวี้เหยียนเอ่ยขึ้นอย่างลำบากใจ

            จากนั้นมู่อวิ๋นจิ่นจึงลุกขึ้นยืนพร้อมกับหยิบถาดหม่าถีเกาเดินไปข้างกายเวินหรูฮั่นและส่งสายตาแข็งกร้าวไปที่นาง “ทานลงไป!”

            “เจ้าต้องการอะไรกันแน่?” เวินหรูฮั่นพูดอย่างขัดเคือง

            “หมายความว่าอะไรอย่างนั้นหรือ? เรื่องนี้เจ้าน่าจะรู้ดีกว่าข้าว่าเกิดอะไรขึ้นมิใช่หรอกหรือ?”มู่อวิ๋นจิ่นเบะปาก

            พอสิ้นเสียงลงมู่อวิ๋นจิ่นตะโกนสั่งการขึ้นมาว่า “ใครก็ได้ไปตามใต้เท้าหัวหน้าศาลมาไปบอกว่ามีคนต้องการวางยาพิษสังหารคนที่จวนอัครเสนาบดีแห่งนี้!”

            พอได้ยินคำว่า “วางยาพิษสังหาร” จ้วงอวี้เหยียนและเวินหรูฮั่นถึงกับเบิกตาโพลงทั้งคู่ โดยคนหนึ่งไม่อยากจะเชื่อส่วนอีกคนดูกินปูนร้อนท้อง

            “น้องอวิ๋นจิ่นหมายความอย่างไรหรือ?” จ้วงอวี้เหยียนเอ่ยปากด้วยความหวาดหวั่น

            มู่อวิ๋นจิ่นวางหม่าถีเกาลงแล้วคว้าแขนขวาเวินหรูฮั่นขึ้นมา ก่อนหยิบซองสีแดงที่ขยำเหน็บไว้ที่แขนของนาง

            “เวินหรูฮั่น เจ้าช่างใจกล้า บังอาจใส่ยาพิษในหม่าถีเกาก็ต้องใจกล้ายอมรับด้วยสิ ในซองกระดาษสีแดงนี้ยังมีผงยาพิษหลงเหลืออยู่เดี๋ยวถึงเวลาแล้วให้คนมาตรวจสอบถึงตอนนั้นก็จะได้รู้ว่าในหม่าถีเกามีผงยาพิษชนิดเดียวกันหรือไม่”

            เวินหรูฮั่นได้ฟังมู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยออกมาถึงกับตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ล้มฟุบลงไปกับพื้น “ไม่ไม่ใช่ข้า…”

            “หรูฮั่น เจ้า ทำไมเจ้า…” จ้วงอวี้เหยียนไม่อยากจะเชื่อทว่าเมื่อย้อนนึกถึงท่าทางของเวินหรูฮั่นที่ผิดปกติไปจึงทำให้นางเชื่อคำพูดของมู่อวิ๋นจิ่นได้โดยไม่ยาก

            “อวี้เหยียน เจ้าต้องเชื่อใจพี่ พี่ไม่ใช่คนทำพี่ไม่รู้ว่าซองกระดาษสีแดงมาได้อย่างไร จะต้องมีคนใส่ร้ายพี่เป็นแน่!” เวินหรูฮั่นเอ่ยอย่างรีบร้อนด้วยแววตาวิงวอน

            จ้วงอวี้เหยียนมองดูเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยแววตาแน่นิ่ง

            “แม้จับได้คาหนังคาเขา แต่คุณหนูเวินเป็นบุตรสาวของตระกูลกระทรวงโยธาธิการฐานะสูงส่ง เกรงว่าคดีนี้ต้องส่งให้ศาลต้าหลี่ตัดสินเสียแล้ว” มู่อวิ๋นจิ่นเปรยขึ้น

            พอได้ยินชื่อของศาลต้าหลี่ในหัวของเวินหรูฮั่นพรั่งพรูภาพที่ซูปี้ชิงถูกประหารขึ้น ไม่... ไม่ได้จะยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด!

            “พระชายาหก หรูฮั่นถูกใส่ร้าย หรูฮั่นถูกคนอื่นบีบบังคับจึงต้องกระทำไปเช่นนั้น!” เวินหรูฮั่นรีบคุกเข่าโขกหัวลงที่พื้นอย่างแรงหลายครั้ง

            เมื่อเห็นเวินหรูฮั่นยอมรับความผิดที่ตนกระทำจ้วงอวี้เหยียนพลันเกิดผิดหวังอย่างสุดซึ้ง จนล้มฟุบลงไปบนเก้าอี้โดยไม่เหลียวหันไปมองทางเวินหรูฮั่นอีก

            “พระชายาหก อันที่จริงเรื่องนี้องค์หญิงห้าบีบบังคับให้ทำยานี้องค์หญิงห้าเป็นคนนำมาให้ โดยสั่งกำชับว่าให้ทำให้สำเร็จอีกทั้งยังข่มขู่ว่าหากทำไม่สำเร็จ จะนำหลักฐานที่ท่านพ่อโกงกินราชสำนักมาเปิดโปงถึงตอนนั้นไม่แน่ว่า ตระกูลเวินต้องถูกประหารกันทั้งตระกูลเป็นแน่!”

            “หม่อมฉันรู้ดีว่าท่านพ่อเป็นขุนนางที่มือสะอาด ไม่ยินยอมรับเงินสินบนใด ๆแต่ว่าอีกฝ่ายเป็นถึงองค์หญิงห้าซึ่งเป็นคนในราชวงศ์เมื่อนางเอ่ยว่ามีหลักฐานการโกงกินราชสำนักของท่านพ่อเกรงว่าจะต้องนำมาเปิดโปงเป็นแน่แท้อันที่จริงหม่อมฉันก็อับจนปัญญาที่ต้องทำแบบนี้แต่เพื่อปกป้องตระกูลเวินจึงเลอะเลือน เลือกกระทำเรื่องเลวร้ายลงไป”

            “พระชายาหก พี่อวี้เหยียน หม่อมฉันขอร้องท่านทั้งสอง ให้อภัยหม่อมฉันด้วยหม่อมฉันถูกบีบบังคับจริง ๆ เพคะ”

            ระหว่างที่เวินหรูฮั่นสาธยายออกมาหัวก็โขกไม่หยุดหย่อน

            ในเวลานี้มู่อวิ๋นหานเดินเข้ามาด้วยสีหน้าขึงขัง ก่อนจะส่งสายตาให้กับมู่อวิ๋นจิ่น

            พอเห็นมู่อวิ๋นหานเดินเข้ามาจ้วงอวี้เหยียนกลับรู้สึกละอายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ไม่น้อย

            “พี่ใหญ่ เรื่องของคุณหนูเวินจะจัดการอย่างไรดี?” มู่อวิ๋นจิ่นโยนความลำบากใจให้มู่อวิ๋นหานตัดสิน

            มู่อวิ๋นหานได้ฟังใบหน้ากลับบึ้งตึงขึ้นในทันที “ในเมื่อเรื่องเกี่ยวพันไปถึงชีวิตก็ต้องดำเนินเรื่องไปตามกฎหมาย ส่งตัวคุณหนูเวินให้กับศาลต้าหลี่[1]ตัดสิน”

            “ไม่ คุณชายใหญ่ โปรดไว้ชีวิตด้วยเถอะ! หรูฮั่นสำนึกผิดแล้วจะไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก!” เวินหรูฮั่นรีบกุลีกุจอเข้าไปคว้าเสื้อมู่อวิ๋นหานและวิงวอนร้องขอชีวิต

            ด้วยนางรู้ว่าหากถูกส่งตัวไปที่ศาลต้าหลี่ในคดีเกี่ยวกับชีวิต แม้จะไร้โทษแต่หากเคยมีประวัติในคดีถึงชีวิตแล้วนั้นในวันข้างหน้าของนางก็อย่าได้คิดลืมตาอ้าปากได้อีกเลย

            “อวี้เหยียนเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา แต่งงานเข้ามาไม่เท่าไหร่กลับถูกคนหลอกใช้ หากข้าปล่อยเจ้าไป จะอธิบายเรื่องนี้กับราชครูจ้วงอย่างไร!”

            “ใครก็ได้ นำตัวนางไปส่งให้ศาลต้าหลี่ประเดี๋ยวนี้!”

            สิ้นเสียงมู่อวิ๋นหาน ผู้ดูแลจวนจับเวินหรูฮั่นที่ดิ้นพล่านออกไปข้างนอก

            หลังจากนั้นภายในห้องโถงก็เงียบสงบจ้วงอวี้เหยียนหน้านิ่วคิ้วขมวดไร้ชีวิตชีวา

            “พี่อวี้เหยียนอย่าได้เสียอกเสียใจไป การที่เห็นธาตุแท้ของคนผู้นี้ดีย่อมเป็นเรื่องที่ดี” มู่อวิ๋นจิ่นปลอบใจนาง

            จ้วงอวี้เหยียนพยักหน้ารับ “น้องอวิ๋นจิ่น เรื่องวันนี้พี่ติดค้างน้องแล้วถ้าไม่ได้น้องช่วยเหลือพี่ต้อง…”

            “เอาล่ะ ยังไงพวกเราก็เป็นคนครอบครัวเดียวกันอย่าได้เอ่ยเสียจนดูเป็นคนนอกแบบนั้นเลย” มู่อวิ๋นจิ่นพูดตอบ

            จ้วงอวี้เหยียนยกมือขึ้นบีบขมับไปมา “พี่รู้สึกเหนื่อยแล้ว ขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อนแล้วกัน”

            “ชุ่ยจู๋ประคองฮูหยินไปพักผ่อนก่อน” มู่อวิ๋นหานหันไปบอกบ่าวรับใช้

            เมื่อจ้วงอวี้เหยียนกลับไปแล้วมู่อวิ๋นจิ่นจึงหันไปเอ่ยเสียงแผ่วเบากับมู่อวิ๋นหานว่า “ดูท่าฉู่ชิงเฉียงไม่ได้สนใจฟังเรื่องที่พวกเราพูดแม้แต่น้อย”

            “แล้วน้องจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร?” มู่อวิ๋นหานเอ่ยถาม

            “ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น รอให้ข่าวที่เวินหรูฮั่นเข้าศาลต้าหลี่แพร่สะพัดไปคราวนี้ฉู่ชิงเฉียงต้องซวยเป็นแน่”

            “หากครั้งนี้ยังไม่สำนึกสำเหนียกอีก ความลับของนางที่เก็บงำไว้น้องจะไม่มีทางช่วยนางปกปิดอีกต่อไป” มู่อวิ๋นจิ่นแสยะยิ้มพลางยักไหล่อย่างไม่แยแส

            …………………

            [1] ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบคดีอาญา เป็นหน่วยราชการที่สำคัญของราชสำนัก

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247