หลังจากการเฉลิมฉลองจบลงสมาชิกทุกคนก็มารวมตัวกันที่ชั้นบนราวกับกลายเป็ฐานที่มั่นหลักไปเสียแล้ว
ทุกคนนั่งล้อมวงกันอยู่บนพื้น ในขณะที่วิธูนั่งพิงหัวเตียงมองพวกเขาโดยไม่ได้พูดอะไร
"ดังนั้น เรามาประชุมเื่แคลนและแผนการในอนาคตกันเถอะ"
ลมวสันต์กล่าวขึ้นอย่างตื่นเต้น
"มีข้อมูลใหม่ ๆ หลายอย่างเลยที่อยากเล่าให้ทุกคนฟัง"
"งั้นก่อนอื่น เื่ชื่อ..."
"ชัมภลาเชนทร์!"
นี่เป็แผนการที่เขาวางไว้ั้แ่สร้างปาร์ตี้เชียวนะ ยังไงก็ต้องใช้ชื่อที่พูดถึงวิธูสิ
"ครับ คุณลมวสันต์เสนอชื่อชัมภลาเชนทร์ มีใครเสนอชื่ออื่นไหมครับ"
เคียวปีศาจที่เดิมเป็หัวหน้าปาร์ตี้รับหน้าที่ดำเนินการประชุมไปตามธรรมชาติ
"เพราะดีนะคะ ฉันไม่มีปัญหาค่ะ"
แต้มตรังคะพูด โดยมีขีดขุนเขาก็พยักหน้าเห็นด้วย ส่วนอัสดงที่แต่เดิมก็เป็คนคิดคำนี้ขึ้นมาก็ยิ่งไม่มีความเห็น
"ดังนั้น แคลนของเราจะใช้ชื่อ ชัมภลาเชนทร์ ต่อไปก็ตำแหน่งหัวหน้าแคลน..."
"ผมไม่มีความเห็นครับ"
ลมวสันต์ส่ายหน้า อย่างไรก็เสนอชื่อวิธูไม่ได้อยู่แล้วดังนั้นใครจะเป็สำหรับเขาแล้วย่อมไม่ต่างกัน
"ส่วนตัวฉันเสนอคุณลมวสันต์นะคะ ยังไงก็เป็สมาชิกคนแรกที่ดังพวกเรามาพบกัน"
"ผมเหรอครับ?"
เขาถามอย่างแปลกใจ เมื่อได้ยินอัสดงเสนอชื่อตัวเอง
"แต่ผมไม่ค่อยมีภาวะผู้นำเท่าไหร่.."
"ผมว่าดีนะครับ ให้ผู้ริเริ่มเป็หัวหน้า"
เคียวปีศาจพยักหน้าเห็นด้วย
"พวกเราไม่มีความเห็นค่ะ ที่จริงก็เพิ่งเข้าร่วมด้วยไม่นาน ขอเป็สมาชิกทั่วไปก็พอค่ะ ที่อุตส่าห์ให้เข้าประชุมด้วยก็รู้สึกยินดีมากแล้ว"
พอไม่มีใครคัดค้าน สุดท้ายก็จบลงที่ใส่ชื่อลมวสันต์เป็หัวหน้าแคลนไป
"แล้วรองหัวหน้าล่ะครับ"
"คุณเคียวปีศาจนั่นล่ะค่ะ ยังไงก็เป็แคลน อนาคตอาจจะต้องมีการติดต่อเจรจา ให้คนมีตำแหน่งไปพูดคุยคงดีกว่า"
ลมวสันต์พยักหน้าเห็นด้วย
"แต่น่าจะใส่เป็ตำแหน่งร่วมได้รึเปล่าครับ ยังไงก็แต่งตั้งกันเอง แถมก็เป็แค่ตำแหน่งในนามด้วย"
เขาถามอย่างไม่มั่นใจ
"ได้ครับ งั้นเป็รองหัวหน้าร่วมดีไหมครับคุณอัสดง"
"น่าจะได้นะคะ"
"ทีนี้นอกจากตำแหน่งสมาชิกทั่วไป ก็เหลือตำแหน่งผู้ให้คำปรึกษา อันนี้น่าจะต้องใส่ชื่อคุณดารินกับคุณดารา"
'น่าเสียดายที่เพิ่มท่านวิธูไม่ได้ ถ้ามีร่องรอยในเอกสาร ไม่แน่ว่าจะมีใครจับสังเกตเห็น'
ลมวสันต์แอบคิดอย่างอดเสียดายไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้บ่นอะไร
ดังนั้นการจัดวางตำแหน่งในแคลนจึงจบไปอย่างรวดเร็วด้วยประการฉะนี้
"ต่อไปก็เป็กฎแคลน มีใครมีความเห็นอะไรไหมครับ?"
"การรักษาความลับของท่านวิธูครับ!"
ลมวสันต์เสนออย่างรวดเร็ว
"แน่นอนครับ แล้วในด้านอื่น ๆ?"
"ฉันเสนอให้เก็บความลับเื่ข้อมูลเกมที่แบ่งปันกันในกลุ่มด้วยค่ะ เผื่อว่าคนที่ค้นพบข้อมูลจะเอาข้อมูลที่ได้ไปขาย จะได้ไม่มีใครเสียประโยชน์"
อัสดงเสนอในสิ่งที่เธอเคยพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้
"ดีครับ"
ไม่มีใครคัดค้านเพราะมองว่ามันมีประโยชน์ต่อผู้ให้ข้อมูล
อันที่จริงมันก็ไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไรมากมายขนาดนั้น เนื่องจากไม่ได้มีสมาชิกคนไหนมีความคิดจะรีบไต่เลเวล ส่วนใหญ่จึงเป็กฎการรักษาความลับ และการนัดพบทุกสัปดาห์อะไรทำนองนั้นมากกว่า
"งั้นต่อไปจะเริ่มจะเริ่มแบ่งปันข้อมูลที่ได้มาจนถึงตอนนี้กันนะครับ ก่อนอื่นเลยคุณแต้มตรังคะกับคุณขีดขุนเขาเคยจัดการมอนมาก่อนไหมครับ"
"ไม่ครับ"
ขีดขุนเขาตอบ
"ดีเลยครับ มันมีไอเทมหนึ่งที่จะค้นพบได้ก็ต่อเมื่อไม่เคยทำบาปอยู่ เดี๋ยวผมจะส่งแผนที่ให้นะครับ ให้ทั้งสองคนไปเอามา เอามาแค่คนละขวดเท่านั้นนะครับ ถ้าเกิดความโลภในระหว่างนั้น ไอเทมอาจจะจะหายไปครับ"
ว่าแล้วลมวสันต์ก็กดส่งแผนที่ท่อระบายน้ำให้กับทั้งสองคน
"นี่เป็ส่วนของคุณเคียวปีศาจค่ะ เพราะตอนที่เราเจอกันคุณเลเวลอัปไปแล้ว จึงไม่สามารถไปตามหาไอเทมนี้ได้ แต่ตัวไอเทมนี้ 1 ขวดใช้ได้สองคนค่ะ"
อัสดงยื่นขวดน้ำที่มีน้ำอยู่ครึ่งขวดไปให้เคียวปีศาจ
"ขอบคุณครับ.."
เคียวปีศาจมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็รับมาโดยไม่อิดออด
"เป็ไอเทมแบบใช้ครั้งเดียวครับ ครึ่งหนึ่งของผมเอาให้ท่านวิธูไป"
เขาอธิบายเพิ่ม
"ตอนแรกผมเคยคิดจะขายข้อมูลนี้ แต่คิดดูแล้ว ผลเสียมีมากกว่าผลดี ปล่อยให้เป็ไปตามโชคชะตาดีกว่าครับ"
พอชั่งน้ำหนักดูแล้ว ถ้าเื่นี้หลุดออกไป อาจจะมีพวกคนหน้าเืบางกลุ่มบังคับให้ผู้เล่นใหม่เข้าไปเอาไอเทม แล้วยึดเอาไปขายให้พวกเลเวลสูง ๆ อยู่ก็ได้ คาดเดาได้เลยว่ามันจะมืดมนขนาดไหน เพราะในเกมเสมือนจริงอื่น ๆ พอเริ่มอยู่ตัวก็จะมีพวกกิลด์หรือแคลนจอมละโมบที่หลอกใช้ผู้เล่นใหม่บ่อย ๆ ไหนจะทั้งการยึดครองดันเจี้ยน การปล้น การหลอกขายไอเทมขยะ และสารพัดสิ่งที่จะสามารถฉวยโอกาสได้ ถ้าคิดออกจะอะไรพวกนั้นก็กล้าทำทั้งนั้น
"ต่อไปก็จะเป็การไหลเวียนแล้วก็ควบคุมมานาครับ หลังจากนี้ขอให้ทุกคนหลับตาลง แล้วทำตามคำแนะนำของผม"
การแนะนำนั้นใช้เวลาไม่นาน อาจเป็เพราะสมาชิกทั้งสี่คนนั้นเป็คนที่มีนิสัยสุขุม หรือใจเย็นโดยธรรมชาติ ยิ่งกับสองฝาแฝดที่แทบจะทำได้ในทันทีแล้ว จึงไม่มีอะไรต้องเป็ห่วงเลย
"ต่อไปก็.. มีเื่หนึ่งที่จำเป็ต้องตกลงกับผู้เล่นเอาไว้ครับ ผมอาจจะลองเอาไปโพสต์ในฟอรัมอีกที ก็คือ NPC ในเกมมองว่าเราเป็เผ่า ๆ หนึ่ง อย่างที่ท่านวิธูชอบเรียกรวมพวกเราว่าเผ่าบ่อย ๆ เวลาถูกถามคงต้องให้พูดให้ตรงกัน แล้วก็เื่การใช้มานาเมื่อกี้เป็เื่ที่พื้นฐานมากครับ คนที่นี่เขาฝึกกันั้แ่เด็กเล็กเลย ผมว่าจะเอาข้อมูลนี้ไปขายในฟอรัม อย่างน้อยก็จนกว่าจะมีคนอื่นค้นพบ แล้วคิดจะเผยแพร่มันฟรี คิดว่าจะตั้งราคาให้สูงหน่อย เพื่อกันไม่ให้พวกผู้เล่นเกรียน ๆ เอาไปใช้อะไรแปลก ๆ จนโดน NPC เหมารวมเอาน่ะครับ จนถึงตอนนี้ข้อมูลผมมีเท่านี้ครับ"
หลังจากนั้นคนที่เหลืออีกสี่คนก็เริ่มพูดถึงข้อมูลที่ตัวเองมี ทั้งวิธีที่อัสดงและเคียวปีศาจได้รับอาชีพ รวมไปถึงแต้มตรังคะกับขีดขุนเขาที่ได้รับสกิลจากการพิชิตดันเจี้ยนด้วย
"โห ถึงถ้าพูดเองมันจะดูอวดเก่งไปหน่อย แต่พวกเรานี่ไม่ธรรมดากันเลยนะครับ"
ลมวสันต์อดพูดอย่างภูมิใจไม่ได้
"นั่นสินะครับ จากอัตรานี้อาจจะเป็ผู้เล่น 1% แรกเลยก็ได้นะครับ หรือถ่อมตัวน้อยก็คงเป็ 5% บนในเกม"
เคียวปีศาจพูดอย่างคาดเดา
หลังจากนั้นก็คุยสัพเพเหระอีกเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจออกจากเกมเมื่อเห็นว่าเวลาในเกมเริ่มดึกแล้ว
หลังจากที่ทุกคนหายไป วิธูที่นั่งฟังเงียบ ๆ มาตลอดก็ยัดกายลุกขึ้น และ...
เริ่มลองไหลเวียนมานา
แน่นอนว่าสิ่งที่ลมวสันต์พูดนั้นไม่ใช่เื่โกหก ชาวฮิราเอเธียนฝึกไหลเวียนมานาั้แ่เด็ก
แต่สำหรับวิธูนั้นมันแตกต่างออกไป
กับคนที่เกิดและเติบโตมาจากสลัม ด้วยร่างกายที่แค่จะรอดชีวิตให้พ้นไปในแต่ละวันยังทำได้ยากยิ่ง จะเอาแรงหรือกะจิตกะใจที่ไหนมาจดจ่อกับการฝึกไหลเวียนมานา
อย่าว่าแต่การจะฝึกเลย ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นใครจะมานั่งสอนให้เขาฝึกทำอะไรแบบนี้กัน
'รู้สึกสบายขึ้นยังไงชอบกล'
ด้วยร่างกายที่ได้รับการฟื้นฟูจากน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ แล้วก็นิสัยที่วัน ๆ ต้องคอยระแวดระวังสิ่งรอบข้างอยู่ตลอดเวลา การจะสามารถจดจ่อกับอะไรสักอย่างนาน ๆ นั้น ไม่ใช่เื่ยากเย็นอะไรสำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย
ดูท่าว่า... ชีวิตที่ถูกปล่อยให้ไหลไปในแต่ละวันจะมีอะไรให้ทำขึ้นมาบ้างแล้ว
TBC.