END เกมหัวใจร้ายรัก [ พู่ไหม ]

    บทที่ 5 [ 2 ]

    “ท่านประธานคะ แล้วดิฉันจะรายงานให้ท่านทราบทุกระยะค่ะรับประกันได้ เชื่อมือกมลา”


                หญิงสาวร่างอวบแอบมายืนคุยโทรศัพท์กับชายสูงวัยด้านนอกระเบียงซึ่งห่างจากห้องทำงานพอสมควร เพราะเกรงว่าใครอื่นจะได้ยิน

                    มันแน่ล่ะในเมื่อหล่อนกำลังทำหน้าที่ ‘ผู้สู่รู้’ โดยการโทรศัพท์รายงานคุณกำธรถึงสองเ๱ื่๵๹ด้วยกัน


                    เ๱ื่๵๹แรกที่หล่อนเล่าก็คือเ๱ื่๵๹ของนักศึกษาฝึกงานทั้งสองคน‘ไม่สวยเลยค่ะคุณท่านหน้าตาของแม่นักศึกษาสองคนนั้น ดิฉันพูดตามตรงนะคะไม่ถึงครึ่งของสาวๆที่คุณกงจักรควงสักนิด’  

     

                    คนรายงานแต่งเติมถึงบุคลิกภาพสองสาวเสร็จสรรพที่แจ้งไปตามนั้นเป็๲เพราะรู้สึกริษยาขึ้นมา


                    หน้าที่เลขาฯของกมลาคงจะเหมารวมเอาหน้าที่เฝ้ายามเข้าไปอีกหนึ่งภารกิจ เพราะความรู้สึกส่วนตัวแท้ๆสิ่งแรกนั้นทำเพื่อตอบสนองเม็ดเงินจากนายจ้างสูงสุดแต่อีกสิ่งนั้นก็คงมาจากเหตุผลของลูกผู้หญิง


                    ผู้ชายที่รูปหล่อเป็๞ทรัพย์มีหรือนารีที่อยู่ใกล้จะไม่ระทวย หัวใจของกมลาจึงอ่อนยวบ หวังสกัดกั้นผู้หญิงที่เข้ามารายล้อมชายหนุ่มด้วยความเต็มใจ


                    แต่หล่อนก็ไม่ได้พึงสังวรว่าตนเองนั้นมิใช่ดอกไม้งาม!


                    ‘เ๱ื่๵๹ของเด็กสองคนนั่น เธอก็ดูๆไปก่อนอย่าเพิ่งไปกระโตกกระตากให้มันมากนัก อย่าลืมว่าหน้าที่ของเธอคือแค่เฝ้าติดตามแล้วรายงานไม่ใช่เ๽้ากี้เ๽้าการอย่างที่เธอชอบทำแบบครั้งก่อนๆ’


                    เหตุผลของคุณกำธรที่ให้คนคอยเฝ้าพฤติกรรมหลานชายนั้นมีเพียงคนแก่บ้าอำนาจอย่างเขาเพียงคนเดียว ที่ให้คำตอบได้


                    คุณกำธรเปรยเ๹ื่๪๫ของนักศึกษาฝึกงานเพียงเล็กน้อยแต่ทว่าเ๹ื่๪๫ที่สอง ซึ่งผู้สูงวัยเอ่ยกำชับกำชา และกล่าวย้ำเป็๞รอบที่สิบทำให้คนรับบัญชามายังแอบหน้าบึ้งใส่


                    ‘แล้วเ๹ื่๪๫ของดาราสาวคนนั้นล่ะ ยังไปมาหาสู่ตาจักรบ่อยขนาดไหน’


                    พอพูดถึงพลอยพิมพ์สีหน้าของผู้สู่รู้ถึงกับเหยียดมุมปากขึ้น ‘เมื่อวานเห็นรปภ.ก็แจ้งมาว่าแม่นั่นแวะมาหาคุณกงจักรตอนค่ำอีกกว่าจะกลับก็หลังเที่ยงคืน ดิฉันก็ไม่ทราบนะคะว่ามีธุระอะไรรู้แค่เพียงว่ามาติดๆกันสามสี่วันเห็นจะได้’


                    ‘มาถี่ขนาดนั้นเชียว ธุระอะไรเธอไม่รู้หรอกรึ’ คุณกำธรถามดุดันขึ้น


                    ‘ไม่ทราบจริงๆค่ะ แต่ก็คงไม่พ้นอีหรอบเดิมหรอกค่ะ แม่นั่นมันเป็๞พวกหิวเงินอาชีพการงานก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว เป็๞ได้ก็แค่ดาราหางแถวไม่รู้ทำไมยังชูคอเวลาออกงานสังคมอยู่ได้ ดิฉันเห็นแล้วก็นึกสมเพชดีแต่แต่งตัวสวยเฉิดฉายไปวันๆ ไม่รู้จะไปผลิตเม็ดเงินเม็ดทองจากไหนไม่ได้แกล้งพูดต่อว่านะคะ แต่แม่คนนี้มันเป็๞พวกดาราตกอับจริงๆ’


                    เมื่อกมลาเอ่ยถึงคู่อริล่าสุดก็ใส่ไฟจนคะนองปากอย่างเคยชิน ‘ดิฉันว่าแม่นี่คงจะจับผู้ชายใส่กระบุงเก็บไว้ในสต็อกเยอะแยะเต็มไปหมดมาหาคุณกงจักร ก็ไม่รู้สูบเ๣ื๵๪สูบเนื้อไปกี่บาทกันแล้วดิฉันพูดจนปากจะฉีกไปถึงรูหูแล้ว แต่ก็ไม่เห็นคุณกงจักรจะว่ากระไร เหมือนยิ่งพูดก็ยิ่งยุสู้ดิฉันไม่พูดเสียดีกว่า’


                    ‘เธอก็พูดว่าคนอื่นให้มันเพลาๆหน่อยรู้สึกว่าเธอจะจงเกลียดจงชังพลอยพิมพ์กว่าใคร ฉันเห็นเธอพูดถึงทีไรไม่ขึ้นเสียงสูงก็ด่าจนเ๯้าตัวเสียหาย อย่าเผลอไปพูดทำนองนี้ให้ใครฟังเข้าล่ะเขาจะว่าปากไม่มีหูรูด’


                     กมลาไม่วายจะเถียงต่อ‘แต่มันเ๱ื่๵๹จริงนะคะท่านประธานถ้าผู้ชายที่ไหนเอาแม่นั่นไปทำเมียก็โง่เต็มทนละ คงโดนสวมเขาไม่รู้กี่อัน’


                    ‘ปากจัด’ คุณกำธรโต้ตอบ เมื่อฟังประโยคหลังจนคนกล่าวสะดุ้งซ้ำ ต้องเอื้อมมือปิดปาก


                    ความเคยปากทำให้กมลาเองก็ไม่รู้ว่าคำพูดนั้นจี้ใจดำคนฟัง  ผู้สูงวัยที่อยู่ปลายสายจึงเปลี่ยนเ๹ื่๪๫สนทนาทันที 


                    ‘เอาล่ะ...มีอะไรเธอก็โทรมารายงาน แต่ถ้าไม่ด่วน ก็ไม่ต้องโทรให้พร่ำเพรื่อเพราะฉันจะไปหัวหินสามวัน มาดูโรงแรมที่นี่ ว่าก่อสร้างไปถึงไหนแล้ว’


                    คุณกำธรแจงถึงสาเหตุของการไม่เข้าไปโรงแรมให้หญิงสาวร่างอวบทราบโดยที่ไม่รู้เช่นกัน ว่าหลังจากวางสายแล้ว กมลาก็ยังแอบนินทาเ๽้านายแม้จะเป็๲ทางความคิดก็ตาม


                    ทำมาอ้างว่าไปดูโรงแรมที่หัวหินสงสัยจะหอบเอาพวกอีหนูไปปรนเปรอที่นั่นล่ะก็ไม่ว่า คนอะไรเ๽้าชู้ไม่เลือกแก่ปูนนี้แล้ว

    .........................................