“ ได้ยินเื่ที่เขาลือกันหรือไม่ สองสามวันมานี้มีคนหลีกหนีออกมาจากเขตที่อยู่ทางทิศตะวันออกเยอะพอสมควรเลย ”
ชายผิวแทนมีรอยกรงเล็บข่วนที่ดวงตาข้างซ้ายหันมองเพื่อนที่เดินเข้ามาในร้านน้ำชาข้างถนน เื่เมื่อครู่เขาพอได้ยินมาบ้าง แต่ยังไม่ได้เดินทางไปมองให้เห็นกับตา
“ เ้าคิดว่ามันเป็จริงงั้นหรือ ”
“ ข้าไม่รู้เพราะยังไม่ได้เดินทางไปดู ” ในระหว่างที่ทั้งสองคุยกัน เ้าของร้านน้ำชาที่ได้ยินจึงเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วโค้งตัวลงเกือบจะติดโต๊ะ มือข้างหนึ่งของเขายกขึ้นมาปิดปากก่อนจะกวาดตามองออกไปรอบๆราวกับว่าไม่้าให้ผู้ใดนอกจากสองคนตรงหน้าได้ยินสิ่งที่กำลังจะเอ่ย
“ นายท่านทั้งสอง หากเื่ที่ท่านพูดเกี่ยวกับตระกูลม่อ ข้ายืนยันว่ามันเป็เื่จริง ”
“ เ้าไปดูมาแล้วหรือ ”
“ ข้าทั้งได้ยินและไปดูมากับตา คนจากตรอกซิ่นฮวานอนเต็มหน้าทางเข้าตระกูลม่อ รอบๆตระกูลก็เช่นกัน ไม่ใช่เพียงแค่นั้นนะนายท่าน ตระกูลน้อยใหญ่ล้วนส่งตัวแทนของพวกเขาไปทวงเงินจนทำให้มีเสียงร้องะโโหวกเหวกโวยวายตลอดเวลา แต่ละตระกูลคิดหาวิธีที่จะเข้าไปใกล้ตระกูลม่อแต่ก็ยังไม่มีผู้ใดทำได้ ”
“ พวกเขาทำเช่นไรบ้าง ”
“ ข้าไม่เห็นตอนที่พวกเขาลงมือ แต่ข้าได้ยินมาว่านายน้อยตระกูลหยางใช้หลากหลายวิธี ทั้งข่มขู่คนที่มาจากตรอกซิ่นฮวาด้วยผู้ฝึกยุทธ์เป็จำนวนมาก หรือแม้แต่ลองใช้สัตว์ปีศาจที่พวกเขาเลี้ยงไว้ข่มขู่ คนจากตรอกซิ่นฮวากลับนอนนิ่งไม่มีผู้ใดหวาดกลัวเลยสักคนเพราะคนของทางเ้าเมืองอยู่ที่นั่นด้วย ”
“ ว่าแต่ทางเ้าเมืองไม่คิดจะทำสิ่งใดเลยหรือ การที่คนจากตรอกซิ่นฮวาออกมาจากตรอกไม่เท่ากับว่าพวกเขากำลังกระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่นอย่างนั้นหรือ ”
“ เมื่อครู่เ้าเมืองให้คนออกมาป่าวประกาศแล้ว ห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้ตระกูลม่อสักระยะ ผู้คนที่อาศัยอยู่ทิศตะวันออกของเมืองจึงออกมากันเกือบหมด ต่างคนต่างก็กลัวจะติดเชื้อ คนจากเ้าเมืองก็กลัวเช่นกันจึงยังไม่ได้ขับไล่คนจากตรอกซิ่นฮวาไปที่ใด ”
“ แล้วเื่ที่คุณหนูม่อเสวี่ยหรงชำระล้างปราณปีศาจได้เป็เื่จริงอย่างนั้นหรือ ”
เถ้าแก่ร้านน้ำชาถือวิสาสะเทชาลูกค้ามาดื่มจอกหนึ่งแล้วเล่าต่อ
“ นายท่านทั้งสอง คุณหนูม่อเสวี่ยหรงสามารถชำระล้างปราณปีศาจได้จริงๆ ข้าไปเห็นมากับตา นางได้ยิงเม็ดแสงสีทองออกจากปลายนิ้วไปยังกลางหน้าผากของผู้ที่มีปราณปีศาจ หลังจากนั้นปราณสีแดงเืที่ลอยออกมาจากร่างของเขาได้หายไปทันทีเลยล่ะ ข้าแทบไม่อยากจะเชื่อ ”
ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสองขมวดคิ้ว การจะชำระล้างปราณปีศาจได้จะต้องมีระดับพลังสูงมากพอสมควร
ถึงแม้ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนจะขับปราณปีศาจออกจากร่างกายได้ ปราณนั้นจะต้องมีระดับไม่สูงกว่าพวกเขา หากมีระดับเดียวกันก็ต้องใช้เวลานานนับเดือน
การที่คุณหนูม่อเสวี่ยหรงชำระล้างปราณปีศาจออกจากร่างของคนจากตรอกซิ่นฮวาทำให้พวกเขาไม่เชื่อ
“ ข้าพูดจริงนะนายท่าน นอกจากนั้นแล้วนางยังแจกจ่ายน้ำต้มสมุนไพรให้กับผู้คนอีก ตอนนี้หลายคนอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ มีหลายคนที่มาร้านของข้าบอกว่าการที่เ้าเมืองไม่ไล่ต้อนคนจากตรอกซิ่นฮวากลับไปยังตรอกของพวกเขา ไม่แน่อาจจะกำลังรอให้คุณหนูซิ่นฮวารักษาคนจากตรอกนี้ทั้งหมดก่อน ”
ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสองลูบคางตนเองเบาๆ เื่นี้อาจจะเป็ไปได้ ถ้าหากคุณหนูม่อเสวี่ยหรงชำระล้างปราณปีศาจออกไปจากผู้คนแล้วยังทำให้กลับมาเป็ปกติได้ ตำนานอันน่ากลัวของตรอกซิ่นฮวาจะจบลง ผู้คนภายในเมืองจะใช้ชีวิตง่ายยิ่งขึ้นไม่จำเป็ต้องหวาดกลัวต่อโรคร้ายที่ส่งออกมาจากตรอกแห่งนั้น
“ คุณหนูเสวี่ยหรงได้สิ่งใดจากการชำระล้างครั้งนี้กัน ”
เถ้าแก่รีบจิบชาอีกจอกจากนั้นจึงเล่าต่อ
“ ข้าได้ยินมาว่าคุณหนูเสวี่ยหรงกำลังหลีกหนีปัญหาหนี้ที่ติดค้างตระกูลและร้านค้ามากมายเอาไว้ ”
“ ตระกูลม่อเป็หนี้คนเยอะเช่นนั้นเลยหรือ พวกเขาออกจะร่ำรวย ต่อให้จะมีเหตุการณ์สังหารหมู่เกิดขึ้น ตระกูลม่อไม่น่าจะติดค้างผู้ใดได้ มีแต่ผู้อื่นจะติดค้างพวกเขา ” ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสองเกิดความสงสัยไม่น้อย เหตุใดตระกูลใหญ่ถึงติดค้างร้านค้ามากมายถึงเพียงนี้
“ จากที่ข้าทราบมา ในวันที่เกิดการสังหารหมู่ คนจากตระกูลม่อที่หลบหนีล้วนแล้วซื้อของจากตระกูลและร้านค้าภายในเมือง ม้าเอย ข้าวเอย เกวียนเอย ทุกอย่างลงบัญชีของตระกูลทั้งหมด สุดท้ายก็เป็เหมือนที่ท่านเห็น ตระกูลม่อกลายเป็ลูกหนี้ร้านค้าจำนวนมาก ”
“ แล้วเหตุใดพวกเขาถึงกล้าให้ตระกูลม่อเอาของไปก่อนล่ะ ”
“ ถ้าร้านเ่าั้รู้ว่าเกิดการสังหารหมู่พวกเขาคงไม่ยอม หากเป็ท่านจะทำเช่นไรเล่า กลางดึกมีคนของตระกูลม่อมาขอซื้อข้าว ม้า เกวียนจำนวนมาก ตระกูลม่อเป็ถึงตระกูลใหญ่ ใยท่านจะไม่รับ ข้าพูดถูกหรือไม่ แล้วยิ่งท่านไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับตระกูลม่อ ไม่มีทางที่ท่านจะปฎิเสธความ้าของตระกูลนี้ ตระกูลม่อเป็ตระกูลใหญ่มีหน้าตาในเมืองชุยฉาน การตามเงินคืนคงไม่ใช่เื่ยาก แต่ถ้าพวกเขารู้ว่าการซื้อขายในคืนนั้นจะเป็คืนสุดท้ายที่ตระกูลม่อยังคงอยู่ ข้าว่าไม่มีผู้ใดกล้าขายสินค้าให้หรอก ”
“ เ้าพูดถูก นี่เงินในส่วนของพวกข้า ”
ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสองวางเงินไว้ 5 เหวินแล้วเดินจากไป พวกเขาอยากไปเห็นด้วยตาว่าคุณหนูเสวี่ยหรงชำระล้างปราณปีศาจได้จริงหรือเปล่า
“ คุณหนูเ้าคะ ครั้งนี้เป็ตระกูลกัวเ้าคะ ”
ยี่ยี่เตือนคุณหนูด้วยท่าทางใ เที่ยงนี้ตระกูลที่กำลังก่อปัญหาเพื่อจะเข้ามาทวงหนี้คือตระกูลกัว แผนการณ์ของตระกูลหยางสิ้นสุดลงเมื่อวาน เธอยังไม่เห็นพวกเขาอีก มาวันนี้ตระกูลกัวและอีก 2 ตระกูลที่ยืนรวมตัวดูเหมือนจะจับมือกันทำบางอย่าง
“ เ้าพวกชั้นต่ำ หลีกทางออกไป ไม่เช่นนั้นข้าจะจุดไฟเผาพวกเ้า ”
นายน้อยตระกูลกัวรับคบเพลิงมาจากคนคุ้มกัน เปลวไฟสีส้มกำลังลุกไหม้อยู่บนคบเพลิงเรียกความสนใจของนายน้อยแต่ละตระกูลให้หันมอง
การฆ่าคนในเมืองชุยฉานนับว่าผิดกฎหมาย แต่ถ้าทำให้พวกเขาาเ็ไม่ถึงตายแล้วใช้อำนาจของตระกูลอ้างป้องกันตน พวกเขาสามารถพ้นผิดได้ด้วยการจ่ายเงินเล็กๆน้อยๆให้กับคนของทางการ
“ พวกเขาคิดจะทำสิ่งใดหรือเ้าคะ ”
“ เผาคน ” เสวี่ยหรงให้คำตอบแล้วมองไปยังถังไม้จำนวน 3 ถังกลิ้งมาวางด้านหน้านายน้อยทั้ง 3 ตระกูล
ผู้ฝึกยุทธ์สามคนที่เตะถังไม้ออกมาใช้ดาบของพวกเขาฟันไปยังบริเวณฝาจนทำให้กลิ่นเหม็นของน้ำมันลอยออกมาแตะปลายจมูกผู้ที่อยู่ใกล้ๆ
นายน้อยตระกูลกัวจึงบอกให้คนของมันเทน้ำมันออกจากถังเล็กน้อยเพื่อแสดงให้เห็นว่าในถังบรรจุสิ่งใดเอาไว้
เมื่อผู้คนที่มามุงดูเห็นน้ำมัน พวกเขาก็รู้ได้ในทันทีเลยว่านายน้อยตระกูลกัวคิดจะใช้คบเพลิงในมือจุดไฟเผาน้ำมันที่ให้คนราดลงไปบนถนนเพื่อเปิดทางไปยังตระกูลม่อ
“ หลบไป ไม่เช่นนั้นข้าจะเผาพวกเ้าไปพร้อมกับตระกูลม่อ หลบไปซะ! ”
น้ำเสียงหนักแน่นเอ่ยออกมาจากนายน้อยตระกูลกัว มัน้าข่มขู่ให้คนจากตรอกซิ่นฮวาเกิดความกลัวแล้วหนีไป
สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็ความเงียบ ไม่มีผู้ใดหวาดกลัวน้ำมันและเปลวไฟ มันจึงสั่งให้ผู้ฝึกยุทธ์ยกถังน้ำมันสะพายหลังแล้ววิ่งฝ่าผู้คนไปจนกว่าจะถึงหน้าทางเข้าตระกูลม่อ
ผู้ฝึกยุทธ์ที่ได้รับคำสั่งให้วิ่งเข้าไปในกลุ่มคนจากตรอกซิ่นฮวารู้สึกกลัว มันกลับไม่สามารถขัดคำสั่งได้จึงใช้ผ้าปิดจมูกแล้วอุ้มถังน้ำมันวิ่งฝ่าผู้คนเข้าไป
น้ำมันสีดำเข้มจากถังไม้ได้ไหลลงสู่พื้น ผู้ใดก็ตามที่ขวางทางล้วนแล้วถูกน้ำมันราดลงไปตามตัวจนิัเหนียวเหนอะหนะ หากมีสะเก็ดไฟเพียงน้อยนิด พวกเขาสามารถตกตายได้ทุกเมื่อ
เสวี่ยหรงใกับสิ่งที่มองเห็น เธอไม่คิดว่านายน้อยตระกูลกัวจะบ้าบิ่นเช่นนี้ พ่อบ้านหวางกลับกระซิบให้ใจเย็นลง เมื่อรู้ว่ากฎของเมืองชุยฉานเข้มงวดมากเธอจึงฉีกยิ้มแล้วให้ยี่ยี่ร้องะโบางอย่างออกไป
“ ข้าจะทำเต็มที่เลยเ้าค่ะ ”
ยี่ยี่สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วร้องะโออกมาเสียงดัง ผู้คนที่อยู่รอบข้างที่คิดว่าตนจะได้เห็นการย่างสดล้วนแล้วถอนหายใจเพราะพวกเขาก็เกือบลืมไปว่าที่นี่มีกฎ
“ ตระกูลกัวจะเผ่าคนทั้งเป็ พวกเขาไม่กลัวกฎหมายของเมืองเลยเ้าค่าเอ๊ย! ”
ประโยคเดิมดังขึ้นไม่ขาดสาย จนกระทั่งยี่ยี่เจ็บคอเธอก็ได้หยุดร้องะโแล้ววิ่งไปหลบหลังคุณหนู เฝ้ารอดูว่าคนจากตระกูลกัวจะยังเผาคนหรือไม่.