เสียงฝนที่ตกมาตลอดทั้งคืนเพิ่งจะซาลงในยามเช้า เมืองทั้งเมืองชุ่มด้วยไอหมอกและความเปียกชื้น แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านผ้าม่านที่ซีดจาง เซริอัสนั่งอยู่บนโต๊ะเล็กในห้องนอน หนังสือของเอลิน่าถูกวางไว้ตรงกลางโต๊ะเหมือนศูนย์กลางจักรวาลที่เขาไม่อาจละสายตาได้
เขาเพิ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัยหลังเรียนวิชาภาคเช้า สมุดเลคเชอร์วางกองอยู่ข้าง ๆ แต่เขาแทบไม่สนใจจดจำอะไรได้เลย สมองทั้งวันวนเวียนอยู่กับตัวอักษรประหลาดเ่าั้
ดินสอในมือขีดเขียนลงบนกระดาษอย่างใจจดใจจ่อ เขาพยายามถอดรูปทรงแปลก ๆ ให้กลายเป็เส้นพื้นฐาน—วงกลม เส้นโค้ง สามเหลี่ยม ซ้ำไปซ้ำมา เผื่อจะเห็นตรรกะบางอย่างซ่อนอยู่
แต่ยิ่งเขียนมากเท่าไร ความรู้สึกเหมือนตัวอักษรพวกนั้นจ้องกลับมาก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ภายในห้องเล็ก ๆ เงียบเกินไปจนเสียงลมหายใจของตัวเองฟังดูดังเกินควร
เขาสะบัดหัว พยายามดึงสติเก็บเข้าที่ ก่อนคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดหมายเลขเพื่อนสนิทที่มหาวิทยาลัย
เสียงปลายสายดังขึ้น
“ฮัลโหล เซริอัส? มีเื่อะไร โทรมาแต่เช้าเลยนะ”
“แค่…อยากถามเื่งานวิจัยนิดหน่อย” เขาพยายามทำเสียงราบเรียบที่สุด แต่ความสั่นในน้ำเสียงเล็ดลอดออกไป
“งานวิจัย? นายหมายถึงเื่ภาษาแปลก ๆ ที่นายกำลังหมกมุ่นอยู่นั่นน่ะเหรอ” ปลายสายหัวเราะเบา ๆ “ฉันบอกแล้วว่ามันไม่มีประโยชน์หรอก เซริอัส นายควรพักผ่อนบ้าง”
“แต่ฉันคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับเอลิน่า” คำพูดพรั่งพรูออกมาโดยไม่ทันคิด
อีกฝั่งเงียบไปเล็กน้อยก่อนตอบกลับมา
“นายยังไม่เลิกล้มความคิดเื่นี้อีกเหรอ… ฉันเข้าใจนะที่นายเป็ห่วงน้อง แต่ตำรวจยังหาคำตอบไม่ได้เลย นายอย่าไปกดดันตัวเองจนเกินไป”
เซริอัสเม้มปากแน่น เขาอยากจะเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น การเจอชายชื่อเอเดรียน การค้นพบว่าภาษานี้อาจเชื่อมโยงกับสิ่งที่ไม่ควรมีในโลก แต่เขารู้ดีว่าถ้าเล่าไป เพื่อนจะมองว่าเขาเสียสติไปแล้ว
“อืม…แค่ถามดูน่ะ” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนกดวางสาย ทิ้งโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด
สายตากลับมาจ้องที่สมุดของเอลิน่าอีกครั้ง ความคิดถึงกัดกินหัวใจ เขานึกถึงคืนสุดท้ายที่เห็นน้องสาว เธอสวมเสื้อคลุมยาวสีขาว นั่งอ่านหนังสือบนเตียง รอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้าเป็ภาพที่ยังชัดเจนในความทรงจำ
แต่ตอนนี้มีเพียงความว่างเปล่าแทนที่
ตกเย็น เขาตัดสินใจไปห้องสมุดแห่งชาติอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ไปหาหนังสือเล่มใหญ่ แต่ค้นหาเอกสารชั้นเก่าที่แทบไม่มีใครสนใจ—รายงานการขุดค้น, บันทึกโบราณ, และบันทึกส่วนตัวของนักสำรวจ
นิ้วไล้ไปตามหน้ากระดาษเก่าที่เหลืองกรอบ เขาเริ่มพบสัญลักษณ์บางตัวที่คล้ายกับในหนังสือของเอลิน่า บางส่วนถูกบันทึกว่าเป็
“ภาษาที่ไม่สามารถถอดรหัสได้” แต่ก็มีนักวิชาการบางคนตั้งสมมติฐานว่ามันอาจไม่ใช่ภาษาเลย หากแต่เป็
“กุญแจเชื่อม” ระหว่างบางสิ่ง
คำว่า “กุญแจเชื่อม” ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจในอก คล้ายกับว่ามีบางสิ่งกำลังรอคอยให้เขาเปิดมันออกมา
เขารีบจดบันทึกลงสมุดทุกตัวอักษรที่คล้ายคลึงกัน ความมุ่งมั่นทำให้เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งเ้าหน้าที่ห้องสมุดประกาศใกล้ปิดไฟ
เซริอัสเก็บเอกสารทั้งหมดอย่างระมัดระวัง เดินออกมาสู่ความมืดของค่ำคืน แสงไฟถนนทอดยาวไปตามทางกลับบ้าน
สายลมเย็นพัดผ่านซอกซอยของเมืองเก่า แสงไฟจากร้านกาแฟริม
ถนนกระจายเป็วงแหวนสีเหลืองอ่อนบนพื้นเปียกฝน เซริอัสเดินก้าวช้า ๆ มือหนึ่งยกสมุดและเอกสารแนบตัวอย่างระมัดระวัง ราวกับหากปล่อยหลุดเพียงเสี้ยววินาที จะสูญเสียบางสิ่งที่ไม่อาจกู้คืนได้
เขาสังเกตเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ รอบตัวลายรอยน้ำฝนบนพื้นกระจกของร้านที่ปิดไฟแล้ว กลิ่นเปียกชื้นของหญ้าที่ขึ้นตามซอกทางเท้า และเสียงรองเท้าก้าวเบา ๆ ของผู้คนที่กำลังเร่งกลับบ้าน เสียงเหล่านี้ทั้งหมดรวมกันเป็ดนตรีของเมืองในยามเย็น สงบ แต่ก็เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
เมื่อกลับถึงบ้าน เขาเปิดไฟในห้องนั่งเล่นทันที ไม่อยากอยู่ในความมืดแม้แต่วินาทีเดียว สมุดของเอลิน่าและสมุดบันทึกที่เขาจดเองถูกวางเคียงกัน
เขาเริ่มเปรียบเทียบทีละบรรทัด ทีละสัญลักษณ์ พยายามเรียงลำดับตามความถี่ที่ปรากฏ สัญลักษณ์บางตัวดูคล้ายจะเป็ตัวเลข บางตัวคล้ายเสียงพยัญชนะ แต่ไม่ว่าจะจัดเรียงอย่างไร มันกลับไม่ให้ความหมายที่ชัดเจน
ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามา แต่ดวงตาไม่ยอมละไปจากตัวอักษรเ่าั้ เขายกภาพถ่ายคู่ขึ้นมาอีกครั้ง มองใบหน้ายิ้มสดใสของเอลิน่าเหมือนกำลังบอกว่า “อย่ายอมแพ้นะ”
หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เขารู้สึกเหมือนตนเองกำลังใกล้จะไขปริศนาออก แต่ทุกครั้งที่ใกล้ความจริง กลับรู้สึกเหมือนมีม่านบางอย่างบดบัง
คืนนั้น เขานั่งอยู่จนเกือบตีสอง ก่อนจะเอนตัวลงกับเก้าอี้ หลับไปโดยไม่รู้ตัว
ความฝันประหลาดเข้ามาแทนที่—เขาเห็นเอลิน่ายืนอยู่ในความมืด ผมยาวสยาย ใบหน้าซ่อนอยู่หลังเงา มือเธอถือหนังสือเล่มนั้นไว้ และเมื่อเธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ควรจะสดใสกลับกลายเป็ว่างเปล่า เซริอัสพยายามวิ่งเข้าไปหา แต่ระยะห่างยิ่งวิ่งก็ยิ่งไกลออกไป
เสียงกระซิบดังแทรกเข้ามา “อ่านออก…แล้วเธอจะเจอฉัน”
เขาสะดุ้งตื่นขึ้น เหงื่อชุ่มทั่วแผ่นหลัง หัวใจเต้นถี่จนแทบหายใจไม่ทัน เขารีบคว้าหนังสือบนโต๊ะมากอดไว้แน่น
แม้จะเต็มไปด้วยความกลัว แต่ลึกลงไปในใจ เขารู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่น หากต้องเสี่ยงเพื่อเจอเอลิน่า เขาก็พร้อมจะเดินต่อไป
คืนนั้นจบลงด้วยแสงไฟที่ยังสว่างอยู่ตลอดเว
ลา หนังสือเล่มนั้นยังคงเปิดค้างอยู่ตรงหน้า และเซริอัสรู้…ว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น