[ลงทุนเม็ดยาควบรวมปราณ3 ขวด สามารถรับเม็ดยาเจิ้งหยางได้ 30 ขวด]
[ลงทุนในวิชาต่อสู้ระดับสูงขั้นเสวียนสามารถรับวิชาต่อสู้ระดับสูงขั้นตี้ได้ 1 เล่ม]
[ลงทุนในอาวุธวิเศษขั้นสูง1 ชิ้น สามารถรับอาวุธวิเศษขั้นสูงได้ 3 ชิ้น]
เสียงระบบดังต่อเนื่องอยู่ในหัวของมู่เสินฉวน
หัวใจของเขาเต้นรัว
นี่คือฟังก์ชันที่สองของระบบการลงทุนคืนทุนใช่หรือไม่?
มันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ
อัตราส่วนการลงทุนสีฟ้านี้มีอย่างน้อยหนึ่งร้อยเท่าขึ้นไป
ไม่อย่างนั้น สิ่งที่จะได้รับกลับคืนมาคงจะไม่เพิ่มขึ้นมากขนาดนี้
การจัดประเภทวิชาต่อสู้แตกต่างจากระดับการฝึกตนเล็กน้อย
แบ่งออกเป็ จักรพรรดิ ศักดิ์สิทธิ์ เทพ าา ์ ตี้ เสวียน หวง
และการจำแนกประเภทของอาวุธโดยทั่วไปคือ
อาวุธจักรพรรดิขั้นสูงสุด อาวุธศักดิ์สิทธิ์ อาวุธเทพ อาวุธิญญา อาวุธวิเศษ
แต่ละระดับแบ่งออกเป็ขั้นสูงสุด ขั้นสูง ขั้นกลาง ขั้นต่ำ
ทั้งหมดเรียงจากสูงไปต่ำ
มู่เสินฉวนจ้องมองมู่เฉินและยิ้ม
"ได้ยินมาว่าพื้นฐานการฝึกตนของเ้าไม่ก้าวหน้ามาสามปีแล้ว?"
"แต่พื้นฐานการฝึกตนระดับรากฐานขั้นที่หนึ่งนี้นับว่าแข็งแกร่งไม่น้อยเลยนะ..."
เมื่อมู่เฉินได้ยินคำพูดนี้หัวใจของเขาก็สั่นขึ้นมาทันที
ท่านลุงสามดูออกจริงๆด้วย!
จิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ของผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงนั้นเฉียบคมแม่นยำจริงๆ
แต่ในตอนนี้ มู่เฉินกลับเงียบไม่ตอบอะไรเขาตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
แม้ว่าลุงสามจะไม่ใช่คนนอก
แต่เขาเคยสัญญากับอาจารย์ไว้แล้วว่าจะไม่เปิดตัวตนของอีกฝ่ายให้ใครรู้
ผู้ฝึกตนขั้นไฟศักดิ์สิทธิ์ย่อมมีศัตรูที่แข็งแกร่ง
ยิ่งไปกว่านั้นผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ทั้งสามนั้นมีฝีมือที่ยากจะคาดเดาได้การค้นหาจิติญญาและการคาดเดาไม่ใช่เื่ยากสำหรับพวกเขาเลย
หากร่องรอยของปรมาจารย์ิญญาถูกเปิดเผยมันอาจนำหายนะมาสู่ตระกูลมู่ได้
แน่นอนความลำบากใจบนใบหน้าของมู่เฉินจะรอดพ้นจากสายตาอันเฉียบคมของมู่เสินฉวนไปได้อย่างไร
มู่เสินฉวนโบกมือไปมาพร้อมกับพูดจริงจัง
"ผู้ฝึกตนทุกคนล้วนมีเหตุและผลของตัวเอง"
"หากเ้าไม่สะดวกใจที่จะพูดก็ไม่จำเป็ต้องฝืน"
มู่เฉินถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะตอบกลับไปด้วยความรู้สึกผิดเล็กๆ
"ขอบคุณลุงสามที่เข้าใจขอรับ"
มู่เสินฉวนยิ้มเล็กน้อยเพื่อแสดงว่าตัวเองไม่ได้ติดใจอะไรจากนั้นจึงพูดขึ้นว่า
"สามปีมานี้เ้าคงจะลำบากมาไม่น้อย"
"ไปกันเถอะลุงสามคนนี้จะพาเ้าไปที่คลังสมบัติเพื่อเลือกของบางอย่างให้เป็รางวัล"
"อ่า..."
มู่เฉินตกตะลึงเล็กน้อยและก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร ดวงตาของเขาก็พร่าเลือนเสียก่อน
มู่เสินฉวนพาเขามาที่คลังสมบัติของตระกูลมู่
มีกองศิลาิญญากองพะเนินเป็ูเาอยู่มากมายในคลังสมบัติพวกมันส่องประกายระยิบระยับ
สมุนไพริญญา เม็ดยาวิชาต่อสู้ วิธีการฝึกตน อาวุธ และอื่นๆ ล้วนมีครบครัน
มู่เฉินมองจนตาลาย และอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
นี่คือความมั่งคั่งที่ตระกูลมู่สะสมมาหลายปี
แม้ว่าตอนนี้จะไม่ร่ำรวยเหมือนก่อนแต่ก็มีไม่น้อยที่จะถูกใครมาดูแคลน
มู่เสินฉวนโบกมือกลางอากาศกวาดเอาทรัพยากรการฝึกตนทั่วไปบางอย่างลงในถุงเก็บของ
เพื่อเป็การประหยัดเวลาในการวิ่งไปมาที่คลังสมบัติและได้พบกับคนในตระกูลที่ลงทุนได้
จากนั้นเขาก็มอบเม็ดยาควบรวมปราณ3 ขวดวิชาต่อสู้ระดับสูงขั้นเสวียน และอาวุธวิเศษขั้นสูงให้กับมู่เฉิน ก่อนพูดอย่างจริงจัง
"เฉินเอ๋อร์พร์ในการฝึกตนของเ้านั้นนับว่าไม่เลว"
"การที่มันไม่ก้าวหน้าเลยใน่สามปีที่ผ่านมามันไม่ใช่เื่เลวร้ายสำหรับเ้า อย่างน้อยจิตใจของเ้าก็ได้รับการฝึกฝนแล้ว"
"เมื่อวันเวลาผ่านไปเ้าอาจจะกลายเป็ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงคนที่สองของตระกูลมู่ก็ได้"
กระแสความอบอุ่นไหลผ่านเข้าสู่หัวใจมู่เฉินเขายืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะยื่นมือออกไปรับ
ถึงอย่างไร ในตอนนี้เขาก็้าทรัพยากรการฝึกตนเหล่านี้มาก
จากนั้นเขาก็โค้งคำนับมู่เสินฉวนและตอบกลับอย่างจริงจังเช่นกัน
"มู่เฉินจะไม่ทำให้ท่านผู้นำตระกูลต้องผิดหวังขอรับ"
[ติ๊ง! ลงทุนสำเร็จ รับเม็ดยาเจิ้งหยาง 30 ขวดวิชาต่อสู้ระดับสูงขั้นตี้ 1 เล่ม อาวุธวิเศษขั้นสูง 3ชิ้น บันทึกไว้ในพื้นที่ระบบแล้ว]
มู่เสินฉวนพยักหน้าจากนั้นก็ยืนกอดอก แล้วทอดสายตามองออกไปไกล
"เ้าได้ยินเื่ที่หวังเยี่ยนหรันจะมาขอถอนหมั้นหรือไม่?"
"ข้ารู้แล้วขอรับ"
"แล้วเ้าจะทำอย่างไร?"
มู่เฉินชะงักนิ่ง ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ
"ถ้าเป็เช่นนั้นจริงๆ..."
"ข้า...ข้าจะพยายามรักษาหน้าตาของตระกูลเอาไว้ให้ได้"
"ในวันข้างหน้าเมื่อข้าฝึกตนสำเร็จ ข้าจะไปที่ถ้ำหลิงซูเพื่อทวงศักดิ์ศรีที่เสียไปกลับคืนมา!"
มู่เสินฉวนส่ายหัวและยิ้ม
คราวนี้ข้าเกรงว่าจะไม่สามารถรอนานขนาดนั้นได้อีกแล้ว
"เื่ถอนหมั้นเป็เื่จริง"
"แต่ตระกูลหวังยังมีแผนการอีกชั้นหนึ่งนั่นคือการใช้โอกาสนี้เชิญบรรพบุรุษระดับครึ่งก้าวตำหนักม่วงที่อายุยืนใกล้จะถึงอายุขัยสุดท้ายแล้วออกมาเพื่อทำลายล้างตระกูลมู่ของเรา!"
"อะไรนะ!"
"พวกเขามีความทะเยอทะยานเช่นนี้เชียวหรือ!"
มู่เฉินใ
สิ่งที่ได้ยิน มันเกินกว่าที่เขาคิดเอาไว้มากจริงๆ
ตระกูลหวังซ่อนบรรพบุรุษระดับครึ่งก้าวตำหนักม่วงไว้
หากไม่ใช่เพราะลุงสามฝ่าทะลุระดับตำหนักม่วงแล้วตระกูลมู่คงนองเื และต้องเผชิญกับหายนะแห่งการทำลายล้างเป็แน่!
หลังจากพูดจบดวงตาของมู่เสินฉวนก็ฉายแววแข็งกร้าวออกมา ก่อนจะพูดกับมู่เฉินเสียงเข้ม
"ข้ารู้ว่าเ้ารู้จักหวังเยี่ยนหรันมาั้แ่เด็กและมีความรู้สึกดีอยู่ในใจ"
"แต่ผู้ฝึกตนแท้จริงควรมีจิตใจแน่วแน่และไม่ควรถูกครอบงำด้วยเื่รักใคร่!"
"ดังนั้นข้าจึงขอสั่งเ้าในวันถอนหมั้น..."
"กำราบนาง!"
"ฆ่านางทิ้งซะ!"
"ใช้วิธีนี้บอกทุกคนคนในตระกูลว่าอัจฉริยะคนนั้นได้กลับมาแล้ว!!"
เสียงก้องดังขึ้นในหูของมู่เฉินราวกับระฆังขนาดใหญ่แก้วหูของเขาแทบแตกเป็เสี่ยงๆ และกระตุ้นคลื่นความรู้สึกนับพันในใจ
ทันใดนั้น ทั้งสายตาเยาะเย้ยและดูถูกเหยียดหยามที่เขาได้รับใน่สามปีที่ผ่านมาก็ดูเหมือนจะปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาเขาอย่างแจ่มแจ้งในยามนี้
ความเศร้าโศก ความเจ็บแค้นใจทั้งหมดกลายเป็แรงผลักดันชั้นดี
มู่เฉินรู้
ลุงสามกำลังสร้างแรงผลักดันให้ตนฮึดสู้
รับทรัพยากรการฝึกตนมาฝึกฝนกำราบคนในตระกูลให้ได้!
ผ่านไปครู่หนึ่งมู่เฉินก็สงบสติอารมณ์ลง แล้วพูดขึ้นด้วยเสียงกระท่อนกระแท่น
"แล้วถ้ำหลิงซู..."
"หึ ข้าก็ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงเหมือนกัน!"
"จะต้องกลัวอะไร?"
ดวงตาของมู่เสินฉวนฉายแววหยิ่งทระนงร่างกายเปล่งรัศมีอันแข็งแกร่งโดยไม่ได้ตั้งใจ ราวกับจักรพรรดิสูงสุดผู้ปกครองโลก!
"เข้าใจแล้ว!"
"มู่เฉินรับคำสั่ง!"
ดวงตาของมู่เฉินส่องประกายวาวโรจน์ดุจเปลวเพลิงความรู้สึกฮึกเหิมที่พุ่งเข้ามานี้ ทำให้เขามิลังเลที่จะแสดงความกล้าหาญออกมา
ตระกูลมู่เงียบสงบมานานเกินไปแล้ว
จนคนในเมืองชิงหยุนลืมไปแล้ว
อัจฉริยะของตระกูลมู่มู่เฉิน ผู้บรรลุจุดสูงสุดของอาณาจักรฝึกฝนร่างกายั้แ่อายุสิบสาม!
พร์เหนือกว่าผู้ใดในชิงหยุน!
ผู้นำตระกูลมู่มู่เสินฉวน ผู้สร้างชื่อเสียงด้วยกำปั้นเหล็ก!
ตลอดชีวิตนี้ไม่ด้อยไปกว่าใคร!