มีหลายคนบนโลกใบนี้เชื่อเื่พรหมลิขิต ผมก็เชื่อแหละ นิดหนึ่ง ก่อนที่ผมจะเกลียดสิ่งที่เรียกว่าพรหมลิขิตแบบเข้าไส้
“เอาไปสิ อาเจียง อุตส่าห์ไปซื้อมาให้”
“ไม่เอาหรอกอามู่ ยาสีฟันที่บ้านยังอยู่”
“ยาสีฟันบ้านมึงสิ หลอดแบบนี้ คราวก่อนเห็นแผลเป็ที่ไหล่ อันนี้ใช้ดีนะ เอาไปสิ”
ก้มมองหัวไหล่ตัวเองสลับกับเพื่อนต่างสาขาที่นั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อน ยื่นหลอดยามาให้ จริงๆผมก็ไม่ได้แพ้ยาหรือรังเกียจอะไร แต่ถ้าเปลี่ยนเป็เงินสดๆจะดีกว่า ของกินก็ได้ นี่ผมเคยกินอาหารหมาด้วยนะ เพื่อนในสาขาเรียกผมว่าไอ้หน้าหมาเลยเหอะ
ผมเรียนวารสารปี 2 เื่สายขอให้บอก ผมไปเรียนสายที่สุดในชั้นแล้ว ไม่มีใครทุบสถิติวิ่งเหมือนหมาของผมได้ ก็เพราะผมต้องมาหาเพื่อนซี้ที่ตึกแพทย์ไง
มือซ้ายจับไหล่เพื่อนและมองนาฬิกาที่ข้อมือขวาตัวเอง เอ่ยเสียงหนัก
“ไม่เอา!” รีบพูดรีบเผ่น “จะสายแล้วไปเรียนก่อนนะ เจอกันโต๊ะเดิมตอนเที่ยงเว้ย”
สับตีนหมาให้ไวครับงานนี้ จะลาดีๆมันก็ได้แหละ แต่มันไม่คูล
“เฮ้อ อะไรนักหนาก็ไม่รู้ แค่รอยหมากัดเอง ไม่เจ็บสักหน่อย”
แอบบ่นได้ไม่เท่าไหร่ รอบข้างก็เปลี่ยนไปจนผิดสังเกต ไม่มีสิ่งมีชีวิตและมืดมิดเหมือนราตรี มันไม่ใช่แสงแบบตอนเย็นหรือตอนหัวค่ำนะครับ แต่มันมืดสนิท มืดมิดจนแม้แต่อาคารรอบข้างก็เหมือนอากาศถูกย้อมไปด้วยสีดำ
ถึงปกติต่อให้มามหาลัยตอนกลางคืนจะสยองแค่ไหน แต่อันนี้มันผิดกันเลย อย่างกับถูกดูดเข้าไปในหลุมดำ อยากจะวิ่งให้เหมือนแฮมทาโร่แต่ขามันก้าวไม่ออกนี่แหละ
เ้าของความมืดโผล่หัวมาสักที เขาดูอายุสามสี่สิบ ไม่รู้คนหรือผี แต่น่าจะหลงยุค ถึงได้ใส่ชุดจีนโบราณออกมาอาละวาดทำอะไรแบบนี้ พอผมมองหน้าเขาตาไม่กะพริบเขาทำตาพราวดีอกดีใจเหมือนหมาตัวใหญ่ แถมหมาตัวนั้นก็เข้ามารวบตัวผมเข้าไปกอดอย่างไว นี่ถ้ามีใครอยู่แถวนี้ผมจะะโว่า
อนาจาร อนาจาร!
ต่อจากนี้ไปผมต้องตายหรือเปล่า นี่ผมต้องสวดมนต์ไว้อาลัยสินะ
“เจอแล้ว เ้าสาวในรอบพันปีของข้า เ้าช่างสง่างาม” เขาว่าด้วยเสียงทุ้มๆ ทั้งที่เนื้อตัวเต้นอย่างยินดี
พอผละกอดออกมามองหน้าผมได้ เขาก็เอาใหญ่ยื่นหน้ามาเหมือนจะจูบ
“ลุงคุยกับใครอะ ทำไมใส่ชุดโบราณแบบนั้น”
“ข้าคือ โอวหยาง เป็อสูรงูขาวผู้ยิ่งใหญ่ เป็สามีของเ้า”
“สามี?”
“จากนี้ไป ข้ากับเ้าจะไม่แยกจากกันนิจนิรันดร์”
“นิจนิรันดร์?”
“ข้า…”
“โว้ย มาคงมาข้าอะไร คุณลุงเป็บ้าเหรอ นี่มันยุคไหนแล้ว”
คนโดนด่าตีหน้ามึน เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น คนอะไรพูดจาได้งิ้วขนาดนี้ น่าโมโห ไม่โดนด่าสักทีไม่ดีขึ้น ไม่สิ โดนแล้วก็ยังไม่สำเหนียก
ทางออกอยู่ไหน ทำไมรอบข้างมันเงียบเชียบมืดชืดขนาดนี้ คนคนนี้น่ากลัว ทำเป็พูดดีใส่ แต่เป็ตัวอะไรไม่รู้ ผมหัวใจเต้นระส่ำจนแทบกระเด็นกระดอนกระด็อกกระแด๊กออกมาแล้ว พยายามยกขามันดันแข็งจนไม่ไป
บางทีถ้าผมใช้ไม้อ่อนเข้าสู้ ประนีประนอมโอนอ่อนไปกับเขา ถึงจะบ้าแต่อาจจะเป็ผีบ้าที่มีความปรานี มุทิตา อุเบกขาก็ได้
ขนาดสามีภรรยายังต้องหาตรงกลางถึงจะไปกันรอดเลย นี่มันก็เหมือนๆกันนั่นแหละ…มั้ง
แต่หน้าตาเขามองดีๆก็ดูหล่ออยู่นะ คิ้วก็หนาตามมาตรฐาน ปากก็หยักได้รูป สันกรามยิ่งกร้าวใจ แต่…
หมอนี่มันเป็ผีบ้า กูจะไปอยู่กับผีบ้าแบบนี้ได้ไง
“ผสมพันธุ์กับข้าเถอะ ข้าทนไม่ไหวแล้ว ข้าจองจำตัวเองในถ้ำมากว่าพันปีเพื่อรอเวลานี้ ไออุ่นและกลิ่นกายของเ้าทำให้ข้าทนไม่ไหว”
คุกเข่าคลานดึ้บๆเข้ามากอดเอว ผมก็หน้าเสียสิ ริมฝีปากสั่น ตอนนี้ไม่ได้แค่ขาที่แข็ง บอกเลยแข็งทั้งตัว นี่เกิดมายังไม่เคยแตะเนื้อสาวสักครั้ง แต่ไอ้ผีบ้ามันพ่นคำอุบาทว์นั่นออกมาหน้าตาเฉย
เขาเงยหน้าขึ้นมามองผมทำตาปิ้งๆ ผมนี่ยิ้มแห้ง ยิ่งเขาทำตัวไร้สติ ผมยิ่งอยากเอาค้อนทอร์ทุบสติตัวเองกลับมาไวๆ เกิดเป็ชายจะให้โดนผู้ชายตอก ฝันไปเถอะ
ไอ้หัวเน่าเนี่ยคิดเข้าสิวะ ทำยังไงจึงจะหลุดจากที่นี่ไปได้
“ข้าสัญญาว่าจะอ่อนโยน”
อะ อ่อนอะไรนะ
ไม่ทันให้ได้อ้าปากเป็ครั้งที่สอง ฝ่าเท้าที่เคลือบเงาด้วยรองเท้าหนังนักศึกษาก็ฟาดหน้าแรงๆ ผมผลักเขาออกและช่วยเรียกสติด้วยท่าจระเข้ฟาดหางเข้าที่ก้านคอ
ตอนแรกว่าจะใช้ไม้อ่อน แต่เอาเท้าอ่อนๆไปก่อนเลย โรคจิตไม่รู้เวลาสถานที่
“จะบ้าหรือไง ที่นี่มันมหาลัยนะเว้ย กลางวันแสกๆ แสกไหมวะ?”
“โอ๊ย ภรรยาข้า” คนโอดจับคอตัวเองด๊อกแด๊กแล้วลุกจากพื้น “งั้นถ้าไม่ใช่ที่นี่ก็ทำได้ใช่หรือไม่”
ที่พยักหน้าตอบ เข้าใจคำว่าเออออห่อหมกไหม คนตัวใหญ่กับคนตัวเล็ก คนหล่อกับคนหนุ่ม คนธรรมดากับตัวประหลาด ตีลังกามองพระเ้ายังบอกเลยว่า อิมพอสซิเบิล มันเป็ไปบ่อได้!
พรึ่บ
“ทำอะไร จะอุ้มไปไหน”
พริบตาเดียว ผมที่อยู่ท่าเ้าสาวโคตรน่าอายก็วาปมาอยู่ในห้องนอนคอนโดตัวเอง
ไอ้ตัวนี่มันหายตัวได้ ไม่สิ มันจะพากูไปไหนก็ได้ แล้วถ้าโดนฆ่าหั่นศพ กูคง…
เสียงเข้าดังจากไอ้เครื่องที่สั่นตรงก้น ผมรีบะโโหยงลงพื้น ล้วงไอ้เครื่องสีดำออกมา
Rrrrrrr
[อามู่]
ติ้ด.
(ฮัลโหล อาเจียง ไหนว่าจะไปที่ห้องเรียน ทำไมฉันได้ข่าวว่านายโดด)
“คือว่า…”
โดด คำนี้พูดเบาๆใจก็เจ็บ สมองรีบหาเหตุผลร้อยแปดพันเก้า ทำไมผมถึงได้ลนลานขนาดนี้น่ะหรือ เพราะผมเคยโหลยโท่ยมาก่อนน่ะสิ
ฟังไม่ผิด ผู้ชายอายุยี่สิบกว่าปกติเขาเคยจับมือถือแขนสาวกันหมด แต่ผมดันเฉียดแค่ปลายมือไม้เรียวครูวัยเกษียณ ผิวเนียนเนื้อนวลเชิงโรแมนติกไม่เคยได้แอ้ม และบริสุทธิ์ผุดผ่องมันแย่ตรงไหน แย่ตรงนี้แหละ!
‘อาเจียง ไปนัดบอดหน่อยไหม’
‘อ้าวอาเจียงไม่เจอกันนาน คริสต์มาสไม่อยู่กับแฟนหรือ’
‘อาเจียง ลื้อไม่สนใจผู้หญิงหรือ’
เป็ร้อยเป็พันครั้งที่ผมหน้าแตกจนหมอไม่รับเย็บ ผมแม่งโคตรชอบผู้หญิง โคตรอยากมีแฟน
ฉะนั้น ถ้าไม่รีบขุดคำตอบดีๆ คงได้เปลี่ยนจากไม่เคยมีเมียเป็เกเก้งแน่นอน
หลังขุดหัวคิดจนสมองจะะเิ ััแกร่งก็เข้ามาล็อกตัว เหมือนจ้องจะตะปบอยู่นานแล้ว
สมองยังไม่ทันะเิตาย แก้มผมจะแดงะเิก่อน ไอ้ผีบ้ามันเข้ามาเกาะแกะด้วยการกอดจากด้านหลัง จนผมยืนตัวแข็งเป็หุ่น พยายามเสหน้าหนีลมหายใจร้อนๆ เื่ชิ่งบอกเลยของกล้วยๆ ที่ผ่านมาจะชิ่งเพื่อน ชิ่งเรียน ชิ่งหนีหมาก็มาหมดแล้ว ตอนนี้ ผมก็เลยพยายามยกมือดันหน้าหนาๆเขาออกไปหน่อย อยากจะบ้า อยู่ในห้องตัวเองทำไมประหม่าขนาดนี้ เตียงตรงกลางห้องสีชมพูนั่นกับผ้าม่านสีม่วงดูแล้วเสียวตูด
ใบหน้าคมคายที่กำลังซุกไซ้คอสะท้อนกับกระจกประตูตู้เสื้อผ้า มองแล้วโคตรน่าอาย ตู้สีน้ำตาลที่ในนั้นมีเครื่องแต่งกายเล็กน้อย ตั้งอยู่ตรงข้าม ที่นี่เป็คอนโดให้เช่าใกล้มหาลัย ราคาถูกเฟอร์นิเจอร์ครบครันที่มีกลุ่มผู้เช่าเป็บรรดานักศึกษามอดัง ตัวโครงเป็ปูน แต่พื้นสีไม้โอ๊คขาว ธรรมดาห้องนี้ก็ไม่ได้แคบอะไรหรอก จนคนตีมึนเข้ากอดมาเจ๊าะมาแจ๊ะนี่แหละ
ตอนนี้บ่ายสาม คาบเรียนน่าจะเลิกแล้ว เพื่อนเขาถึงว่างโทรมา เสียงรถเสียงจอแจของคนนอกอาคารก็ดังแว่วลอดหน้าต่างมา นักศึกษาพากันกลับคอนโดมาเปลี่ยนชุดไม่ก็พักผ่อน และจุดที่ผมโคตรไม่ชอบ…สกิลการเก็บเสียงของคอนโดนี้
ศูนย์เดซิเบล!
โคตรเห้ แล้วผมจะไล่ไอ้ผีบ้ายังไง!
ผมหลับตาปี๋จนเส้นขึ้น ไม่มองไม่รับรู้ตัวตนข้างหลัง นึกภาพหญิงสาวเอวบางหน้าอกตูมๆ ผมทองบ้างดำบ้าง ใส่ชุดว่ายน้ำเซ็กซี่ขึ้นมาในหัว ใช่แบบนี้แหละสเป๊กที่คู่ควร
ผมมันเด็กสมาธิสั้น เพราะั้แ่เล็กจนโตไม่เคยทำอะไรสำเร็จราบรื่น อุปสรรคมันต้องมาสักทาง ไม่ทางกายก็ทางใจ รอบนี้โดนสกินชิปทีเดียวสติเตลิดไปถึงขั้วโลก พอหลับตาตั้งสติได้มุมปากก็ยกยิ้มหวานๆผ่อนคลาย
นี่แหละข้อดีของผม
เท่านี้ก็ไม่มีปัญหา ไม่ต้องปวดหัวแล้ว แค่บอกปลายสายว่าโดดไปตอดสาวก็จบเื่
เวอร์จิ้นสัดๆ ลิ้นไม่เคยได้เลียแผลบๆ หนังไม่เคยได้จับสักกะติ้ด จะเจอคนถูกใจจนโดดเรียนไปก็สมเหตุสมผล โคตรเมคเซ้นต์ จนผมเองยังอดภูมิใจในไอคิวสามร้อยที่มีไม่ได้
จะให้รู้ว่าอยู่กับผู้ชายไม่ได้เด็ดขาด ถ้าฝั่งโน้นเปิดสปีคเกอร์โฟนและมีคนอื่นๆรู้เข้า เอาข่าวไปกระจายต่อ ถึงเพื่อนรักจะไม่ใส่ใจเื่เพศแต่ผมก็ไม่มีน้ำหน้าไปมหาลัยแน่ ดังนั้น ผมต้องทำน้ำเสียงดูมีความสุข และเริงร่าดูตกในห้วงรักตอบไปให้เนียน
“ภรรยา ไหนเ้าว่าจะยอมผสมพันธุ์กับข้าไง”
ชู่ว!
รีบเบรกแทบไม่ทัน หัวจะปวด อะไรๆก็ไม่ได้ดั่งใจเสียจริง หุบปากเงียบมาตั้งนาน มาแหกปากอะไรตอนนี้ พอผมที่เอามือปิดโทรศัพท์กันเสียงเข้าเมื่อครู่ออก ก็…
(อ่อ เข้าใจแล้ว แอบไปมีความรักสินะ)
ปากผมสั่นหงึกๆ ก่อนหน้านี้เพิ่งบอกอามู่ว่าจะรีบเผ่นไปเข้าเรียน เพื่อนมันต้องคิดว่าผมอดอยากปากแห้งจนตอนนี้ เอาไม่เลือกแน่
“ไม่ใช่นะอามู่”
“ทำไมหรือ ภรรยา”
ยัง ยังจะมาเอ่ยเสียงอ่อย ผู้ชายเสียงห่ามๆทุ้มๆทำมาเสียงสองเสียงสาม ถ้าเป็เสียงผู้หญิงออดอ้อนค่อยว่าไปอย่าง
ัันุ่มนิ่ม ดวงตาประกายแสนน่ารัก แค่คิดว่าจะได้ยินเสียงหวานๆเรียกพี่คะพี่ขาก็ใจฟู ตอนนี้นอกจากใจไม่ฟู เสียงหนาๆระยะเผาขนยิ่งทำให้ขนลุกซู่แปลกๆ
ไม่ได้ ต้องดิ้นให้หลุด!
ยิ่งกอดยิ่งใกล้ยิ่งได้ยินเสียง ร่างกายยิ่งผิดเพี้ยน ผมต้องโดนเ้าผีบ้าแพร่เชื่อผีบ้าใส่จังๆแน่ๆ
แค่ดิ้น แค่ผลัก ง่ายๆเลยเว้ย มึงทำได้อาเจียง มึงมันขุนพลสนามรบ
(แค่เป็ห่วงเลยโทรมาถามดู อย่าลืมตามงานแล้วกัน)
ติ้ด.
“เดี๋ยวอามู่ อามู่!!”
แม่งเอ๊ย
อยากมุดดินหนี ไม่สิ อยากตายแล้วเกิดใหม่ โว้ย ชีวิตผมน่าจะรีบบอกไปว่าอยู่กับพ่อ ครูนัดพบ เชี่ยไรก็ได้ ไม่สิ…เรียกภรรยาขนาดนั้น หมายังไม่เชื่อเลย ผมดิ้นสุดแรงขืนตัวออกจากร่างใหญ่ แต่ไอ้ผีบ้านี่น่าจะเป็ผีเดอะฮัก ไม่สะทกะเื ตัวอะไรวะเนี่ย
ผมเหนื่อยจนจะไม่ไหวแล้วนะ เหนื่อย โคตรเหนื่อย!
“โอ๊ยลุง ออกไปห่างๆ”
อีกฝ่ายรีบเอามือออก ยกมือขึ้นเหมือนโดนตำรวจจับ ทำตาละห้อย พอถูกตะคอกใส่ตามอารมณ์เกรี้ยวกราด
แต่ว่า…
“ชิดมุม! เข้าชิดผนังเดี๋ยวนี้!!”
อุ้ต้ะ ตัวก็โต แรงก็ช้าง แต่เชื่องจัง นึกว่าหมาตัวโต บอกให้ทำอะไรก็ทำ
ผมกอดอกแสร้งว่ายังหัวเสีย มองคนคอตกเขยิบไปยืนเอาหน้าผากค้ำกำแพงตัวสั่นๆเหมือนจะร้องไห้
ทำไมรู้สึกเหมือน…กูทำอะไรผิดวะ
ผมเดินเข้าไปยืนข้างๆเขา มือตบไหล่หนาเบาๆปลอบ ความอึดอัดในห้องผ่อนคลายขึ้น แต่พวกคุณเข้าใจคำว่าผ่อนคลายไหม ผ่อนคลายที่ไม่ได้แปลว่าอีโรติก…