โครตพลังดวงตาเทพเจ้า

    ตอนที่ 5 ตราที่จื่อกังสิ้นใจ

    ตอนที่ 5 ตราที่จื่อกังสิ้นใจเมื่อได้ยินราคาที่ฉีเจาเสนอ เซิงห่าวรู้แล้วว่าธุรกิจนี้คงดำเนินต่อไปไม่ได้แล้ว เขาส่ายหัวแล้วพูดว่า: “ในเมื่ออาจารย์ฉีไม่รู้จักของดี งั้นผมคงต้องไปร้านอื่น!”“ฮึ!” ฉีเจาได้ยินเขาพูดคำนี้ “ไม่รู้จักของดี” ไฟโกรธก็ลุกโชนขึ้นทันที “เด็กน้อย! แกมาที่หยกเลิศบำเหน็จเพื่อสร้างปัญหาใช่ไหม แกอย่าพึ่งไป! พูดให้มันชัดเจน ใครกันที่ไม่รู้จักของดี......แกเป็นคนที่หยูหลิงหลงส่งมาทำลายชื่อเสียงฉันใช่ไหม!”ฉีเจากำลังเตรียมตัวสําหรับงานตรวจสอบสมบัติประจําปี เกี่ยวกับคู่ปรับเก่าเจียงรุ่ยหัวหน้าผู้ประเมินของหยูหลิงหลงเขาจะต้องระวังเล่ห์กลของตาแก่นี่อยู่ตลอดเวลา หลังจากได้ยินคำพูดของเซิงห่าว ก็เริ่มสงสัยขึ้นมาทันทีว่าเซิงห่าวอาจจะถูกศัตรูส่งมาเพื่อสร้างปัญหาเซิงห่าวไม่คาดคิดว่าฉีเจาจะโกรธมากมายขนาดนี้ เมื่อเห็นว่าเขาถือตราจื่อกังไว้ในมือ ในใจก็รู้สึกเป็นห่วงเล็กน้อย กลัวว่าจะถูกเขาทำพัง จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปทันทีและคว้าข้อมือที่โบกสะบัดของฉีเจาไว้พร้อมกับยื่นมือชิงแผ่นหยกคืนมาจากมือของฉีเจาอย่างรวดเร็ว เมื่อเฉิงห่าวรู้สึกสบายใจแล้วจึงคลายมือออกแต่สิ่งที่เขาพึ่งทำไปนั้น ทำให้เส้นเอ็นตรงข้อมือของฉีเจาเกิดการบิดตัว และบวมขึ้นมาทันที ฉีเจากุมมือของตัวเองพลันตะโกนขึ้นว่า : “เด็กๆมาจับตัวเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้ไว้ให้ฉัน แล้วแจ้งตำรวจ!”เมื่อได้เห็นคนดูแลภายในร้านปิดล้อมกันเข้ามา แววตาของเซิงห่าวก็พลันสาดเป็นประกายดุดันขึ้น ตะโกนออกมาอย่างเยือกเย็นว่า : “ อะไรกัน? คนของหยกเลิศบำเหน็จอย่างคุณกดราคาแต่ซื้อไม่ได้ แล้วยังวางแผนจะปล้นกันซึ่งๆหน้าอีก!”เมื่อเขาพูดออกมาอย่างนั้นพวกคนงานก็เริ่มที่จะลังเลเล็กน้อย “กดราคารับซื้อ” “ปล้นกันซึ่งๆหน้า”เรื่องสกปรกอย่างนั้นพวกเขาไม่เคยจะแตะต้อง ทำงานในสายงานวัตถุลายครามมักจะให้ความสำคัญกับการบอกต่อเป็นอย่างมาก เมื่อไรที่คำพูดใดๆของเด็กคนนี้หลุดออกไป มันจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อหยกเลิศบำเหน็จมากวันนี้ฉีเจาโกรธมาก เขาก็ไม่ได้คิดมากขนาดนั้น แต่เห็นได้ชัดว่าฝ่ายตรงข้ามตั้งใจทำข้อมือของตัวเองบาดเจ็บ เขาไม่สามารถปล่อยมันไปได้ ตอนนี้เขาบาดเจ็บที่มือ แต่มะรืนนี้เขาจะไม่สามารถเข้าร่วมงานตรวจสอบสมบัติประจําปีได้เป็นแน่.....คิดถึงเรื่องนี้แล้ว เขายิ่งเชื่อว่าเจียงรุ่ยของหยูหลิงหลงส่งคนมาทำร้ายเขา“พวกแกตายกันหมดแล้วเหรอ! จับมันมาให้ฉัน........เหล่าหลิว เรียกตำรวจสิ!”เมื่อตอนที่เขากำลังตะโกนอยู่นั้น ชายวัยกลางคนอายุราว50ปีกว่าคนหนึ่งเดินลงมาจากชั้นบน เขาตะโกนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “อย่าพึ่งเรียกตำรวจ!”เห็นเถ้าแก่เดินลงมา ฉีเจารีบไปฟ้องทันที : “เถ้าแก่สิง เด็กคนนี้ถูกส่งมาโดยหยูหลิงหลงเพื่อมาทำลายร้านของเรา และยังทำให้มือของผมได้รับบาดเจ็บอีก!”เซิงห่าวมองไปเห็นซิงกัง และฉีเจายังเรียกเขาว่าเถ้าแก่ ย่อมไม่สามารถยอมรับข้อกล่าวหาของฉีเจาได้อย่างแน่นอน เขาพูดอย่างโกรธเกรี้ยวว่า : “ ผมเห็นชัดๆว่านี้คือหยกที่ลู่จื่อกังทำขึ้น อาจารย์ฉีของพวกคุณไม่รู้จักดีก็ช่างเถอะ ผมแค่อยากที่จะไปร้านอื่น แต่เขาไม่เพียงแต่เอาของผมไปแล้วยอมคืนยังจะเกือบทุบของของผมเสียหายแล้ว......”สิงกังย่อมไม่เชื่อว่าฉีเจาจะสามารถทำของที่ลูกค้าจะเอามาขายเสียหายได้อย่างแน่นอน ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับวัตถุลายครามมานานถึง 20 ปี แม้ว่าฉีเจาจะรู้ว่าอีกฝ่ายนำของปลอมมาแต่ก็ไม่สามารถทำลายมันลงได้เขาพูดออกมาอย่างไม่แยแสว่า : “หนุ่มน้อย เรื่องนี้ต้องเข้าใจผิดแน่นอน อย่าโกรธไปเลย พูดกันดีๆเถอะ ....”เซิงห่าวได้ยินคำพูดของเขาแล้วดูเหมือนว่าต้องการจะปกป้องฉีเจา ในใจย่อมเกิดความระแวดระวังอย่างแน่นอนในเวลานี้ ก็มีอีกคนหนึ่งลงมากจากชั้นสอง เขาหัวเราะ “อิอิ” แล้วพูดออกมาว่า : “ หยกของลู่จื่อกัง ไม่ได้เห็นมันมานานหลายปีแล้ว หยิบมาให้คนแก่อย่างฉันดูหน่อยซิ!”หลังจากได้ยินคำพูดของคนคนนี้ ฉีเจาก็ได้ถอยหลังไปโค้งคำนับทันทีแล้วกล่าวว่า : “ท่านอาจารย์!”เซิงห่าวได้ยินเสียงชายชราที่กำลังเดินลงมาจากบันไดอย่างช้าๆ แต่มีเรื่องที่ไม่คาดคิดเล็กน้อย เสียงนี้ช่างคุ้นหูเสียจริง.....“เจ้าเด็กเลวนี่ ! อายุมากขนาดนี้แล้ว อารมณ์ร้อนอย่างนี้ไม่เคยเปลี่ยน....” ชายชราใช้เสียงที่เย็นชาดุฉีเจาเพียงแค่คำว่า“เด็กเลว”คำนี้เพียงคำเดียว ก็ทำให้แววตาของเซิงห่าวเปล่งประกายเขานึกออกแล้วว่าเคยได้ยินเสียงนี้เมื่อไร ..... ในตอนต้นหลังจากที่เขาถูกพวกของตู้เถิงทั้งสามคนใช้ปากกาเลเซอร์ทำลายตาของเขา ก็ได้ยินคำพูดคำนี้ “เด็กเลว” พวกตู้เถิงถึงได้ปล่อยเขาแล้ววิ่งหนีไป หลังจากนั้น เขาจำได้แค่ว่าชายชราคนนี้ให้คนนำเขาขึ้นรถแล้วไปส่งที่โรงพยาบาลขณะที่เขากำลังตกตะลึงอยู่ ชายชราก็เดินมาถึงตรงหน้าเขาแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า “หนุ่มน้อย เอาหยกที่เธอบอกว่าเป็นของจื่อกังมาให้คนเฒ่าคนแก่ดูหน่อย ตราของจื่อกังร้านของเรามีอยู่ 1 ชิ้น ถ้าหากฉันดูแล้วว่ามันไม่ใช่ของจริงมันก็ไม่มีทางของจริงแล้วละ”ชายชราคนนี้ตัวเล็กมากดูเหมือนความสูงเขาจะแค่ประมาณเมตรยี่สิบสาม แล้วก็ผอมมากด้วย แถมยังดูเหมือนลิงแก่บนเขาฮวากั่วอีกด้วย ถึงอย่างนั้น เซิงห่าวไม่สามารถเอาความในใจเขาออกมาพูดได้จากความรู้สึกขอบคุณที่มีต่อชายชรา แม้ว่าชายชราคนนี้จะคืออาจารย์ของฉีเจา เซิงห่าวก็เชื่อว่าชายชราคนนี้จะไม่มีเจตนาร้ายต่อสมบัติของเขา“ท่านลองดู....” เซิงห่าวนำหยกวางลงบนมือของชายชราอย่างนอบน้อมเพื่อให้ชายชราพูดคุยได้อย่างสะดวก เขาเลยจงใจที่จะย่อตัวลงนั่งยองๆชายชรารับหยกไปแล้วแต่ก็ยังไม่ทันได้ตรวจดู เพียงได้เห็นการกระทำของเซิงห่าว ก็ได้แต่ยิ้มอยู่ในใจ“อื้ม! ของชิ้นนี้มาจากราชวงศ์หมิง ฝีมือในการทำก็ค่อนข้างคล้ายกับสไตล์ของจื่อกัง วัสดุหยกก็เป็นหยกเหอถานหยู....” ชายชราเพียงเหล่ตามองครู่หนึ่งเท่านั้นก็ถอนหายใจแล้วส่ายหัวพูดขึ้นว่า “นี่มันลักษณะ.....โธ่! หนุ่มน้อย รู้ว่านี่คือหยกของจื่อกังทำไมยังเก็บไว้แบบนี้ มันไม่สมควร! มันจะทำลายวัตถุล้ำค่า!”“ท่านดูถูกต้องแล้วใช่หรือไม่? นี่คือตราของจื่อกังจริงๆหรือ?” ฉีเจาขยับเข้ามาใกล้แล้วถามอย่างประหลาดใจ“ยังไม่แน่ใจเท่าไรหนัก คิดว่าใช่ 90% ถือ.......แว่นขยายเธออยู่ที่ไหน!” ชายชราหันไปทางฉีเจาและยื่นมือออกไป ฉีเจารีบหยิบแว่นขยายที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อและส่งให้อย่างนอบน้อมหลังจากที่รับแว่นขยายแล้วลองดูหยกชิ้นนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนอยู่ครู่หนึ่ง ชายชรากุมหยกเอาไว้แน่นแล้วหลับตาลงหลังจากนั้นเนิ่นนาน ชายชราก็ถอนหายใจแล้วพูดขึ้นว่า : “ลู่จื่อกัง ทำไมคุณถึงดื้อดึงขนาดนี้ เพื่อจะทิ้งชื่อของตัวเองไว้ให้คนรุ่นหลังแล้ว ท้ายที่สุดแล้วมันกลับทำลายชีวิตของคุณ!เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายชราพูด ทุกคนที่อยู่ในร้านก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อย ประโยคนี้ของชายชรามีความหมายว่าอย่างไร? “ท่านอาจาร์โฮว ป้ายชิ้นนี้.....”สิงกังโน้มตัวเข้าไปถามประโยคนั้นอย่างแผ่วเบาท่านอาจารย์โฮวพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว! ไม่เพียงแต่เป็นตราของจื่อกัง แต่เป็นตราที่ทำให้จื่อกังสิ้นใจน่ะสิ!”ลู่จื่อกังในฐานะที่เป็นปรมาจารย์แห่งยุค มีเทคนิคการแกะสลักหยกที่เป็นเอกลักษณ์ หยกสลักของเขานั้นจะใช้โดยราชวงศ์เสมอ สำหรับหยกสลักของราชวงศ์นั้นย่อมไม่สามารถที่จะทิ้งชื่อไว้ได้อย่างแน่นอน แต่ลู่จื่อกังดันมีนิสัยที่ไม่ดีอยู่อย่างหนึ่ง ในทุกๆผลงานของเขาจะทิ้งสัญลักษณ์ไว้ และยังชอบที่จะลงนามไว้ในที่ที่ไม่เด่น หรือลงไว้ใต้ฝาปิดด้านล่างเป็นต้น จักรพรรดิเคยสั่งให้เขาแกะสลักกาน้ำหยก และสั่งอย่างเคร่งครัดว่าไม่ให้เขาลงนามไว้ที่กาน้ำ แต่เขาได้ใช้ทักษะการแกะสลักที่ชาญฉลาดในการลงนามไว้ในปากของกาน้ำตามตำนานเล่าว่าครั้งหนึ่งลู่จื่อกังได้แกะสลักหยกสำหรับจักรพรรดิ เขาได้สลักชื่อของตัวเองไว้ที่ลายของหัวมังกร ทำให้จักรพรรดิขุ่นเคืองพระทัย น่าเสียดายที่ถูกฆ่า แต่ว่าเรื่องพวกนี้ก็เป็นเพียงแค่ตำนานเท่านั้น“ป้ายหยกอันนี้จะต้องเป็นป้ายที่ทำให้จื่อกังต้องสิ้นใจอันนั้นเป็นแน่!” ท่านอาจารย์โฮวพูดพลางถอนหายใจแล้วชี้ไปบนหยกที่มีตัวอักษรขนาดเล็กเท่าเส้นผมสองตัวเขียนไว้ว่า “จื่อกัง” ...