บทที่ 12 เป็แค่อนารยชน แต่บังอาจมาดูิ่?
“คนไข้เกิดอาการหัวใจล้มเหลว ฉีดพยาบาลกระตุ้นหัวใจก่อนหนึ่งเข็ม” ดร.คอนเนอร์กล่าวด้วยภาษาจีนสำเนียงแปร่ง ๆ
“ดร.คอนเนอร์ ฝากด้วยนะครับ!” ถังหัวหลงเอ่ยฝากฝัง
เฉินอวี่ยิ้มเยาะอย่างไม่ใส่ใจ “เห็นแก่ที่รับผลประโยชน์จากตระกูลถังมา ผมจะบอกความจริงให้ว่า เข็มนี้ที่จะฉีดลงไป มันจะเอาชีวิตเขาแทน”
“หมอที่ฉันอุตส่าห์เชิญมาจากต่างประเทศจะสู้ไอ้เด็กที่ไม่มีแม้แต่ใบประกอบโรคศิลป์อย่างแกไม่ได้เชียวเหรอ? เขาตีพิมพ์บทความทางการแพทย์มาแล้วตั้งหลายฉบับในงานเสวนาวิชาการก็ยังได้รับการยอมรับจากพวกคนใหญ่คนโตในวงการแพทย์ ส่วนแกมันก็แค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ออกไปซะ!” ถังหัวหลงตวาดลั่นทันที
หลังจาก ดร.คอนเนอร์ ฉีดยากระตุ้นหัวใจเสร็จ เขามองไปที่ถังเต๋อจงซึ่งดูเหมือนจะมีอาการกลับมาเป็ปกติ แล้วหันมาแค่นหัวเราะใส่เฉินอวี่ด้วยภาษาจีนตะกุกตะกัก
“เห็นหรือยัง? นี่น่ะเหรอที่คุณบอกว่าฉีดลงไปแล้วจะตาย? แต่ตอนนี้เขากลับมาเป็ปกติแล้ว คุณจะว่ายังไง?”
เฉินอวี่คร้านจะใส่ใจพวกมดปลวก
แต่ ดร.คอนเนอร์ กลับนึกว่าเฉินอวี่กลัว จึงรุกไล่ต่อ
“ถ้าคุณมีความรู้อยู่บ้าง งั้นผมขอถามหน่อย”
“คุณเคยรับการศึกษาทางการแพทย์อย่างเป็ระบบไหม? จบจากมหาวิทยาลัยแพทย์ที่ไหน?”
“อาจารย์ที่ปรึกษาคือใคร? เคยวิจัยผลงานอะไรมาบ้าง?”
“เคยตีพิมพ์วิทยานิพนธ์ในวารสารหรือเวทีการแพทย์ระดับนานาชาติกี่ฉบับ?”
“ถ้าไม่มีเลย ฉันบอกได้คำเดียวว่า วิชาการแพทย์ของจีนมันก็แค่ขยะ”
คอนเนอร์เริ่มเผยธาตุแท้ออกมาแล้ว
แม้แต่ถังเต๋อจงและลูกสาวก็เริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดี
ทั้งสองคนถึงกับรู้สึกว่า การที่พวกตนเคยคุกเข่าอ้อนวอนให้เฉินอวี่มาช่วยรักษานั้น เป็เื่ที่ผิดพลาดอย่างมหันต์และน่าอัปยศที่สุด! รู้สึกเหมือนตาบอดที่ไปตามไอ้สวะอย่างเฉินอวี่มา
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด...
จู่ ๆ เครื่องมือแพทย์ก็ส่งเสียงหวีดแหลมขึ้นอีกครั้ง ถังเต๋อจงเริ่มเกิดอาการชักเกร็งไปทั้งตัว
“คุณปู่!”
“พ่อ!”
ทุกคนต่างพากันร้องะโ
“ดร.คอนเนอร์ นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ผม้าคำอธิบาย!” ถังหัวหลงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ดร.คอนเนอร์เองก็เริ่มลนลาน “เป็ไปไม่ได้ ตามหลักการแล้วฉีดไปเข็มหนึ่งต้องไม่เป็อะไรสิ!”
“ฉันไม่สนว่าแกจะใช้วิธีไหน ถ้าพ่อฉันตาย แกก็ตายตกไปตามกันซะ!” ถังหัวหลงคำราม
ดร.คอนเนอร์กัดฟันฉีดยากระตุ้นหัวใจให้ถังเต๋อจงอีกเข็มเพื่อกู้ชีพ แต่ผลที่ได้คือร่างกายของถังเต๋อจงกลับสั่นเทาหนักกว่าเดิม
เฉินอวี่หยิบมือถือขึ้นมาดู “เหลืออีกห้านาที”
“ห้านาทีอะไร?” ถังรั่วเสวียนไม่เข้าใจ
“เหลืออีกห้านาที ไม่อย่างนั้น พรุ่งนี้พวกคุณก็เตรียมเชิญญาติสนิทมิตรสหายมากินเลี้ยงงานศพได้เลย”
ทุกคนชะงักไป ถึงได้เข้าใจความหมายของเฉินอวี่
ทว่า ทุกคนยังไม่ค่อยเชื่อถือเฉินอวี่นัก ใบประกอบโรคศิลป์ก็ไม่มี ใครจะกล้าให้เขารักษา? อีกอย่าง เฉินอวี่ก็เป็แค่เขยสวะที่ถูกตระกูลฉินไล่ออกมา ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะแสดงพลังการต่อสู้ออกมาบ้าง แต่มันก็ยังไม่น่าเชื่อถือในด้านการแพทย์อยู่ดี!
แต่ท่าทางของเฉินอวี่ก็ดูเหมือนไม่ได้ล้อเล่น
“ลุงคะ ตอนนี้ต้องลองทุกทางแล้ว ลองให้เขาดูเถอะค่ะ!” ถังรั่วเซวียนกล่าวอย่างร้อนใจ
หลังจากลังเลอยู่พักใหญ่ ในที่สุดถังหัวหลงก็ยอมตกลงตามคำขอของหลานสาว
“เฉินอวี่ รีบช่วยคุณปู่ฉันที!” ถังรั่วเซวียนบอก
“การลงมือครั้งนี้ ถือว่าหนี้บุญคุณเื่หยกิญญาของเราจบสิ้นกัน” พูดจบ เฉินอวี่ก็ก้าวเดินตรงไปที่ถังเต๋อจง
แต่ภาพต่อมากลับทำให้ทุกคนขวัญผวา!
เฉินอวี่กระชากสายยางและเครื่องมือแพทย์ทุกอย่างออกจนหมด
“คุณถัง เห็นไหม! เขาคือหมอเถื่อน เขากำลังฆ่าคน!” คอนเนอร์ะโออกมาชี้นิ้วด่าเฉินอวี่
“เฉินอวี่ นายทำอะไรน่ะ?”
“เฉินอวี่ แกอยากตายใช่ไหม?”
“หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นอย่าหวังว่าจะได้เดินออกไปจากโรงพยาบาลนี้!” ถังรั่วเซวียนกับถังหัวเฉียงและถังหัวหลงต่างะโลั่นด้วยความใ
ดร.คอนเนอร์ฉายแววตาดูถูกและแดกดัน
“แค่นี้เหรอ? นี่คือวิธีการรักษาของคุณ? แปลกใหม่จริง ๆ”
“หุบปาก มันรบกวนฉัน” เฉินอวี่ไม่ได้ไว้หน้าใครทั้งสิ้น เขากล่าวเสียงเย็น
สิ้นคำพูดทุกคนก็ต่างเงียบกริบเพราะอย่างไรเสียถังเต๋อจงก็คงอยู่ไม่พ้นวันนี้สู้ปล่อยให้เฉินอวี่ลองเสี่ยงดูสักตั้งเผื่อจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น
หลังจากถอดเครื่องมือออกหมด เฉินอวี่ก็รวบรวมปราณิญญาไว้ที่ฝ่ามือ แล้วฟาดฝ่ามือลงไปที่หน้าอกของถังเต๋อจงหนึ่งครั้ง
ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึงกับวิธีการรักษาของเขา!
ความจริงที่พวกเขาไม่รู้ก็คือปราณิญญาถูกส่งเข้าไปในร่างของถังเต๋อจงเพื่อทะลวงจุดชีพจรและปรับธาตุทั้งห้าที่ปั่นป่วนให้เข้าที่ด้วยการพยุงของปราณนี้ถังเต๋อจงจะสามารถมีชีวิตต่อได้อีกอย่างน้อยสิบปี
ดร.คอนเนอร์อดไม่ได้ที่จะอุทาน “พระเ้า! มีวิธีช่วยคนแบบนี้ด้วยเหรอ?”
ทุกคนต่างตื่นจากภวังค์เพราะเสียงของคอนเนอร์
ถังรั่วเซวียนและคนอื่น ๆ โกรธจนหน้าแดงก่ำ แทบจะะเิอารมณ์ เดิมทีอาการของถังเต๋อจงก็แย่อยู่แล้ว พอเฉินอวี่มาทำแบบนี้ มันคือการผลักเขาไปสู่ความตายชัด ๆ นี่มันคือการฆาตกรรม!
“ตายซะเถอะ!” ถังหัวหลงซัดหมัดเข้าใส่เฉินอวี่
เฉินอวี่มีสีหน้าเรียบเฉย เขาค่อย ๆ ยกฝ่ามือขึ้นแล้วซัดถังหัวหลงจนกระเด็นไป
ถังหัวหลงล้มลงกับพื้น กระอักเืออกมา สีหน้าดูเคร่งเครียดอย่างถึงที่สุด “พลังภายในของแกเอยู่จุดสูงสุดแล้วงั้นเหรอ! ที่ผ่านมาแกปิดบังพวกเราซะมิดชิดเลยนะ!"
เขาเป็นักสู้ระดับพลังภายในขั้นต้น เมื่อเห็นเฉินอวี่ซัดตนหมอบได้ในฝ่ามือเดียว ก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายอยู่ระดับสูงกว่ามาก
“อะไรนะ?”
ถังหัวเฉียงใสุดขีด
“พลังภายในกลับอยู่ในระดับสูง... เขาเป็นักสู้ระดับนั้นได้ยังไง อายุแค่นี้เองนะ?”
ดูจากรูปลักษณ์ เฉินอวี่น่าจะอายุแค่ 23-24 ปี แต่กลับมีพลังภายในอยู่ในระดับสูง อย่าว่าแต่เมืองเสาโจวเลย ต่อให้มองไปทั่วทั้งหัวเซี่ยเขาก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน แม้แต่พี่ใหญ่ถังหัวหลงตอนอายุเท่านี้ยังเป็แค่นักสู้ภายนอกเท่านั้นกว่าจะฝึกมาถึงระดับพลังภายในขั้นต้นได้ก็นานนักหนาสาหัส ทั้งเพื่อให้ตระกูลถังยืนหยัดในเสาโจวและกองทัพต่อไปได้
พวกเขาไม่เข้าใจ
จากการสืบประวัติเฉินอวี่ไม่เคยฝึกวิชาและไม่มีกำลังให้ฝึกเลยด้วยซ้ำ
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ในใจของเขาก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก
ถ้าให้เวลาเฉินอวี่อีกไม่กี่ปีเขาจะน่ากลัวขนาดไหน?
เกรงว่าระดับ 'ปรมาจารย์' ที่อยู่สูงสุด ก็อาจจะเป็แค่เื่เล็กน้อยสำหรับเขา
“ฉันไม่สนว่านายจะเป็ใคร ฉันจะแจ้งความ ฉันจะส่งนายเข้าคุก!” ถังรั่วเซวียนแผดเสียงอย่างเสียสติ
เธอเสียใจเหลือเกินที่เรียกเฉินอวี่มา ไม่อย่างนั้นคุณปู่อาจจะมีเวลาเหลือมากกว่านี้ แต่ตอนนี้เฉินอวี่กลับทำให้ชีวิตคุณปู่ต้องจบสิ้นลง เธอแค้นใจเหลือเกิน!
“แค็ก แค็ก!”
ทันใดนั้นเอง ถังเต๋อจงที่นอนอยู่บนเตียงก็ส่งเสียงไอออกมา
“คุณปู่ ฟื้นแล้ว!”
“พ่อ ฟื้นแล้ว!” คนตระกูลถังต่างดีใจจนเนื้อเต้น รีบพุ่งเข้าไปหาถังเต๋อจง
ถังเต๋อจงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น และพยุงตัวลุกขึ้นโดยมีถังรั่วเซวียนคอยช่วย “เกิดอะไรขึ้น? ฉันอยู่ที่ไหน?” เนื่องจากเขาหมดสติไปก่อนหน้านี้ จึงไม่รู้เื่ราวหลังจากนั้นเลย
ถังรั่วเสวียนร้องไห้ด้วยความดีใจ พลางเล่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดรวมถึงเื่ที่เฉินอวี่ช่วยชีวิตเขาไว้อย่างละเอียด
“คุณเฉิน ต้องขอบคุณ คุณเฉิงจริง ๆ ไม่อย่างนั้นตาแก่อย่างฉันคงไม่รอดแล้ว” ถังเต๋อจงกล่าวขอบคุณ
ถังรั่วเซวียนยิ้มหวาน มือเรียวขาวนวลกุมมือเฉินอวี่ไว้ “ขอบคุณนะ เฉินอวี่”
วินาทีก่อนยังะโจะส่งเข้าคุก วินาทีต่อมากลับจับมือยิ้มแย้ม ช่างเปลี่ยนหน้าไวยิ่งกว่าพลิกหนังสือ
“จบกันแล้ว” เฉินอวี่บอกเสียงเรียบ พลางดึงมือออก ทิ้งให้มือของถังรั่วเซวียนค้างเติ่งอยู่กลางอากาศอย่างน่าเก้อเขิน
‘เพียะ!’
จากนั้น เฉินอวี่ก็สะบัดฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าของคอนเนอร์อย่างแรง
“อย่างแกน่ะเหรอ บังอาจมาบอกว่าวิชาแพทย์จีนเป็ขยะ?”
คอนเนอร์กุมใบหน้า กัดฟันด้วยความโกรธจัด “แกกล้าตบฉัน รู้ไหมว่าต้องชดใช้อะไรบ้าง?”
‘เพียะ!’
เฉินอวี่ตบซ้ำไปอีกฉาด
“Fuck!” คอนเนอร์สบถออกมา เขาไม่เคยได้รับความอัปยศเช่นนี้มาก่อน
‘ปัง!’
“วิชาแพทย์จีนนั้นยิ่งใหญ่ เป็แค่อนารยชนเพียงผู้เดียว บังอาจมาดูิ่งั้นหรอ?” เฉินอวี่เหยียบลงบนหัวของคอนเนอร์ มองลงไปที่อีกฝ่ายเหมือนมองมดปลวก
คอนเนอร์โกรธจนตัวสั่น ะโสุดเสียง “Fuck! อย่าเหยียบหัวฉัน!”
“ขอโทษวิชาแพทย์จีนซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะเหยียบหัวแกจนะเิ”
คอนเนอร์ััได้ถึงจิตสังหารของเฉินอวี่ เขาเริ่มกลัวว่าเฉินอวี่จะเหยียบหัวเขาเละจริง ๆ จึงรีบละล่ำละลักขอโทษ “ขอโทษ! ผมขอโทษวิชาแพทย์จีน ขอโทษครับ!”