ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 6 บทที่ 172 ความคิดถึงฝนลึกลงกระดูก

            เสี่ยวจ๋ายจ๋ายรู้สึกอย่างลึกซึ้งว่า คนที่ชื่อฟางเสียนจือคนนั้นน่ารังเกียจจริงๆ มองมันด้วยสายตาที่ดุดัน ไม่เคยเอาอะไรมาให้มันกินเลย ผิดกับชายหนุ่มตรงหน้าที่อ่อนโยนเหลือเกิน ไม่เพียงแต่ชมเชยและยกย่องมัน ยังเอาเนื้อมาให้มันกินด้วย!

            ฮือๆ อยากให้เจ้านายเปลี่ยนคนรักจัง!

            ฟางเสียนจือที่อยู่ไกลถึงเมืองหลวงจามออกมาอย่างแรงในตอนกลางดึก เขาพลิกตัวด้วยความงุนงง เหมือนจะไม่สบายหรือเปล่านะ?

            เขายกมือขึ้นแตะหน้าผากตัวเอง ไม่มีไข้ และลองสำรวจร่างกายตัวเอง ก็ไม่รู้สึกถึงอาการไม่สบายอะไรเลย

            หลังจากตื่นขึ้นมา เขาก็ไม่สามารถข่มตานอนได้อีก คิดถึงแต่จิ่งเยี่ยนกุย เขาหวังให้เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยในเมืองหลวงได้เร็วๆ เขาจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากความคิดถึงแบบนี้

            เขาคิดถึงเธอแทบขาดใจ เมื่อคืนยังได้รับโทรศัพท์จากเจียงอี่โหลว บอกเล่าเรื่องที่ซูไป่ชิงจ้องจะจีบจิ่งเยี่ยนกุยให้เขาฟังอย่างละเอียด “ถึงตอนนี้เยี่ยนกุยจะเห็นซูไป่ชิงเป็นแค่พี่ชาย แต่ใครจะรู้ว่าความรู้สึกมันจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า”

            “ลูกเอ๊ย อย่ามัวแต่ทำงานจนเสียเมียไป จะเสียใจเปล่าๆ นะ!”

            ดังนั้นฟางเสียนจือที่เคยไม่ชอบซูไป่ชิงอยู่แล้ว ก็ยิ่งไม่ชอบมากขึ้นไปอีก ไอ้คนน่ารังเกียจนี่ช่างไม่รู้จักเจียมตัวเสียเลย

            ฟางเสียนจืออยากจะทิ้งงานทุกอย่างแล้วกลับไปเฝ้าจิ่งเยี่ยนกุยที่เมืองหยางเฉิง แต่มีงานสำคัญที่อยู่ในช่วงสำคัญตั้งมากมาย เขาจึงไม่สามารถปลีกตัวไปไหนได้

            ฟางเสียนจือรู้สึกหงุดหงิดมาก ยิ่งคิดก็ยิ่งนอนไม่หลับ เขาจึงลุกขึ้นมาหยิบเอกสารมาจัดการ แต่พอทำไปได้สักพัก ปากกาในมือของเขากลับวาดรูปของจิ่งเยี่ยนกุยออกมาเสียอย่างนั้น

            ฟางเสียนจือรู้สึกตัวหลังจากวาดเสร็จ ในความเงียบสงัดยามค่ำคืน ความคิดถึงก็ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นทะเล เขาสูญเสียการควบคุมความรู้สึกอย่างสิ้นเชิง สติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดดึงความคิดของเขากลับมา ทำให้เขาตั้งใจทำงานตรงหน้าต่อ

            เขาบอกกับตัวเองในใจว่า หลังจากจัดการเรื่องนี้เสร็จ เขาจะกลับเมืองหยางเฉิงไปหาจิ่งเยี่ยนกุย ถ้าอยากเจอหน้าภรรยาเร็วๆ ก็ต้องตั้งใจทำงาน!

            หลังจากสะกดจิตตัวเองแบบนั้น ในที่สุดฟางเสียนจือก็สามารถกลับสู่โหมดทำงานได้ พอฟ้าสาง เขาก็ไปบริษัทด้วยสภาพตาหมีแพนด้า เมื่อคู่หูของเขามาถึงตอนแปดโมง ก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นสภาพของเขาเป็นแบบนี้

            เขาโยนเอกสารที่จัดการเสร็จแล้วให้คู่หู “เอกสารจัดการเสร็จหมดแล้ว ฉันจะกลับเมืองหยางเฉิง”

            คู่หูของเขาตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเอกสารในมือ เอกสารเยอะขนาดนั้น ถ้าเป็นคนอื่นคงต้องใช้เวลาเป็นสิบวันหรือครึ่งเดือนถึงจะจัดการเสร็จ แต่เขากลับจัดการเสร็จทั้งหมดภายในคืนเดียว! สมกับเป็นอัจฉริยะจริงๆ!

            ฟางเสียนจือไม่สนว่าคู่หูของเขาจะคิดอะไร ตอนนี้เขาอยากกลับเมืองหยางเฉิงให้เร็วที่สุด

            แต่โชคร้ายที่ตั๋วเครื่องบินและตั๋วรถไฟไปยังเมืองหยางเฉิงในวันนั้นขายหมดเกลี้ยง! ตั๋วที่ใกล้ที่สุดก็ต้องรออีกสามวัน!

            ฟางเสียนจือ หนุ่มผู้มีมารยาท พูดจาสุภาพเรียบร้อยมาโดยตลอด กลับต้องสบถออกมาในใจอย่างเงียบๆ เส้นทางจากเมืองหลวงไปยังเมืองหยางเฉิงถึงเป็นที่นิยมอะไรขนาดนี้เนี่ย? มันไม่สมเหตุสมผล!

            ฟางเสียนจือที่กลับเมืองหยางเฉิงไม่ได้ในตอนนี้รู้สึกกระวนกระวาย แต่ก็ต้องอดทนไว้

            เช้าวันรุ่งขึ้น จิ่งเยี่ยนกุยที่นอนไปเพียงสามชั่วโมงก็ลุกขึ้นมาเตรียมของ เมื่อคืนหลังจากจัดของเสร็จแล้ว ห้องปรุงยาก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้นมาก สมุนไพรส่วนใหญ่ก็เข้าที่เข้าทางแล้ว

            หยางหว่านซิ่วพอได้ยินว่าลู่เฉียวตงจะมาวันนี้ก็ตกใจจนต้องลุกขึ้นมาแต่เช้า พาอาหญิงเล็กจิ่งมาทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ เพราะลู่เฉียวตงคือเทพแห่งโชคลาภของบ้าน ถ้าพวกเธอหวังให้เขามาสั่งซื้อยาจากจิ่งเยี่ยนกุยเยอะๆ ก็ต้องสร้างความประทับใจที่ดีให้เขา

            ความจริงพวกเธอก็ทำความสะอาดบ้านอย่างละเอียดไปแล้วครั้งหนึ่ง ภายในบ้านจึงสะอาดมาก แต่หยางหว่านซิ่วก็ยังคงยกระดับมาตรฐานความสะอาดขึ้นอีก ทำความสะอาดหน้าต่างและวงกบหน้าต่างอีกครั้ง

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกว่าย่าของเธอตื่นเต้นกว่าเธอเสียอีก ส่วนเธอกลับรู้สึกสงบลง เพราะเธอได้ทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว ท้ายที่สุดแล้วเธอต้องเอาชนะด้วยคุณภาพของยา

            ประมาณสิบโมงเช้า ซูไป่ชิงก็ได้พาลู่เฉียวตงและเยวี่ยฉิงจ้าวมาด้วยกัน ขณะที่จิ่งเยี่ยนกุยรออยู่ที่หน้าประตู

            วันนี้เยวี่ยฉิงจ้าวใส่ชุดกี่เพ้าสีเขียวเข้ม เธอเป็นคนที่งดงามสง่าเป็นทุนเดิม และมีบุคลิกที่ดูอ่อนโยน ชุดที่เธอใส่จึงยิ่งทำให้เธอมีเสน่ห์มากขึ้น ราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด

            หยางหว่านซิ่วและอาหญิงเล็กจิ่งมองจนตาค้าง พวกเธอไม่เคยเจอผู้หญิงที่สวยและมีเสน่ห์ขนาดนี้มาก่อน!

            วันนี้พวกเธอใส่ชุดที่สวยที่สุดเท่าที่พวกเธอมี แต่เมื่อเทียบกับเยวี่ยฉิงจ้าวแล้ว พวกเธอกลับรู้สึกว่าตัวเองดูบ้านนอกไปเลย!

            แต่เยวี่ยฉิงจ้าวก็ไม่ได้ดูถูกพวกเธอ เธอยิ้มแล้วพยักหน้าให้ จิ่งเยี่ยนกุยจึงแนะนำหยางหว่านซิ่วและอาหญิงเล็กจิ่งให้เธอรู้จัก หยางหว่านซิ่วยิ้มอย่างสดใสและทักทายเธอ อาหญิงเล็กจิ่งรู้สึกละอายใจที่ด้อยกว่าเล็กน้อย แต่ก็คิดว่าไม่ควรทำให้จิ่งเยี่ยนกุยต้องอับอาย จึงทักทายเธออย่างสง่าผ่าเผย

            เยวี่ยฉิงจ้าวรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวของจิ่งเยี่ยนกุยเล็กน้อย เพราะไม่เห็นพ่อแม่ของเธอ เห็นเพียงแต่ญาติผู้ใหญ่และอาหญิงเล็ก มันดูแปลกไปสักหน่อย

            แต่เธอและจิ่งเยี่ยนกุยก็เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน คำถามพวกนี้อาจจะกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของครอบครัว จึงไม่ควรที่จะถาม

            ทุกคนเดินเข้าไปด้านใน ไม่นานก็ถึงห้องปรุงยา จิ่งเยี่ยนกุยไม่ได้ปิดบังอะไร บอกกับลู่เฉียวตงตรงๆ ว่า “ที่นี่คือห้องปรุงยาค่ะ”

            หลังจากพูดจบ เธอก็อธิบายขั้นตอนการปรุงยาคร่าวๆ ให้ลู่เฉียวตงฟัง

            ครั้งนี้ที่ลู่เฉียวตงมาดูสถานที่ปรุงยา แต่แท้จริงแล้วมาหาจิ่งเยี่ยนกุยมากกว่า ขอแค่ยาของเธอมีคุณภาพดี เขาจะไม่สนใจว่าเธอผลิตมันออกมายังไง

            แต่เขาก็คิดว่าเขาควรจะทำเป็นสนใจสักหน่อย จึงแสร้งทำหน้าเคร่งขรึมแล้วพูดว่า “ที่นี่มันดูโทรมไปหน่อยนะ?”

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกโล่งอก ถ้าลู่เฉียวตงได้เห็นบ้านเก่าของตระกูลจิ่ง เขาคงจะหันหลังกลับไปเสียแล้ว

            เธอพูดด้วยท่าทีสงบนิ่งว่า “แม้ที่นี่จะดูโทรมไปหน่อย แต่คุณภาพรับประกันได้ค่ะ วัตถุดิบที่ใช้ปรุงยาเป็นของที่ดีที่สุดในตลาด และขั้นตอนการปรุงยาทั้งหมดก็อยู่ในการควบคุมของฉันเองค่ะ”

            ลู่เฉียวตงพูดด้วยท่าทางรังเกียจว่า “สภาพแวดล้อมการผลิตแบบนี้ ฉันจะเชื่อถือเธอได้ยังไง?”

            เขาพูดจบก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ที่นี่พื้นที่ทั้งหมดไม่เกินหนึ่งร้อยตารางเมตร แบ่งครึ่งหนึ่งไปทำตู้ยาแล้ว กับหม้อต้มยาก็มีแค่สองใบ อุปกรณ์ในการผลิตพวกนี้ ถ้าจะพูดว่าเป็นการผลิตแบบหยาบๆ ไม่ได้มาตรฐานก็ยังน้อยไป”

            สิ่งที่เขาพูดทั้งหมดนั้น จิ่งเยี่ยนกุยก็รู้ว่ามันเป็นจุดอ่อนของเธอจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้เธอปรุงยาอยู่ที่บ้านเก่า ซึ่งมีพื้นที่น้อยมาก อุปกรณ์ปรุงยาก็เลยจำกัด แถมยังขาดแคลนแรงงาน ขั้นตอนการปรุงยาก็ต้องคอยอาศัยประสบการณ์ของเธอทั้งหมด ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานจริงๆ

            แต่เรื่องนี้เธอจะยอมรับต่อหน้าเขาไม่ได้ จึงยิ้มแล้วพูดว่า “สถานที่ปรุงยาอาจจะไม่ใหญ่เท่าไหร่ เพราะตอนนี้เราเพิ่งเริ่มต้น หลังจากนี้จะดีขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนค่ะ”

            “ส่วนเรื่องคุณภาพยา คุณชายลู่ไม่ต้องกังวล ฉันรับประกันด้วยชื่อเสียงของฉัน ว่ายาทุกตัวที่ส่งไปมีคุณภาพเหมือนตัวอย่างยาที่เคยส่งไปทุกประการค่ะ”

            แต่ลู่เฉียวตงกลับถามด้วยท่าทางเยาะเย้ย “รับประกันด้วยชื่อเสียงของเธอเหรอ? ชื่อเสียงความดุร้ายของเธอนั่นน่ะเหรอ?”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505