3 ปี ต่อมา
“ยัยดายอนนนน ฉันได้งานที่โรงพยาบาลในโซลแล้วค่าาา”
“หู้วว จริงดิ ยอดไปเลย ได้ไปเป็สาวโซลแล้วสินะ”
ฉันแสดงความยินดีกับโบรา เพื่อนสาวคนสนิทของฉัน
“ว่าแต่ของแกล่ะจะไม่ไปโรงพยาบาลในโซลกับฉันจริงหรอ ฉันไม่อยากห่างกับแกเลยอ่ะ”
“เฮ้อ ฉันก็อยากไปหรอก แต่แกก็รู้ว่าฉันต้องอยู่ดูแลแม่น่ะ ถ้าจะย้าย ก็ต้องย้ายโรงพยาบาลประจำของแม่ด้วย อีกอย่าง หมอโรงพยาบาลอื่น ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาจะรับเคสของแม่ฉันไหม”
ฉันพูดแล้วถอนหายใจ หลังเรียบจบพวกเราก็กระจายตัวไปใช้ชีวิตของผู้ใหญ่คณะแพทยศาสตร์เอกของฉัน สามารถทำงานเอกชลหรือรัฐบาลก็ได้
ตอนแรกฉันตั้งใจสมัครไปที่โรงพยาบาลรัฐที่แม่รักษาตัวอยู่เพราะจะได้ดูแลแม่ไปในตัว แต่มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะไม่มีตำแหน่งว่างเลยน่ะสิและแน่นอนฉันพุ่งเป้าไปที่เอกชลต่อทันที ถึงจะห่างแม่หน่อยแต่อย่างน้อยการเงินก็โอเคระดับนึงล่ะนะ
ครืดดด ครืดดด
“สวัสดีค่ะ”
< สวัสดีค่ะ คุณหมอคิมดายอน ใช่ไหมคะ >
“ค่ะ ไม่ทราบว่าจากไหนคะ”
< ดิฉันเป็หัวหน้าแผนกฝ่ายบุคคลของบริษัทอุตสาหกรรมยานยนต์ xyz ค่ะ ทางเราได้พิจารณาคุณสมบัติของคุณหมอคิมแล้ว อยากจะนัดสัมภาษณ์เพิ่มเติม พรุ่งนี้ 09.00 น.สะดวกไหมคะ >
“ได้ค่ะ.. ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ”
< ยินดีค่ะ พรุ่งนี้พบกันนะคะ >
กรี้ดดดดฉันได้นัดสัมภาษณ์งานแล้วค่าาา แถมเป็บริษัทเอกชลอันดับหนึ่งที่ฉันเล็งเอาไว้เพราะได้ค่าจ้างค่อนข้างสูง สวัสดิการเลิศ แถมไม่ไกลจากโรงพยาบาลแม่ฉันด้วย
เอาล่ะ ต้องเตรียมตัวฉันจะต้องคว้างานของที่นี่ให้ได้
วันต่อมา
ฉันมาสัมภาษณ์งานที่บริษัท คร่าวๆ ที่ทราบข้อมูลที่นี่รับนำเข้ารถยนต์และอะไหล่รถแบรนด์นอกเข้าประเทศ เป็บริษัทอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในภาคเฉพาะสาขานี้ มีพนักงานรวมๆ เกือบสามหมื่นคน แบ่งเป็โรงงานส่วนต่างๆซึ่งรวมถึงแพทย์เองก็เช่นกัน
ฉันได้งานแพทย์ประจำโรงงานส่วนเครื่องล่างหรือเรียกง่ายๆ ว่าส่วนประกอบอะไหล่เครื่องยนต์นั่นเองซึ่งฝ่ายนี้มีพี่หมอประจำแผนกอีก 2 คน และแจ็คพอตคือให้เริ่มงานทันที
ฉันเดินตามพี่หัวหน้าฝ่ายบุคคลมาและหยุดอยู่ที่หน้าห้องหนึ่ง ที่เขียนว่า “ห้องพยาบาล”
ก็อกๆๆๆ
“ พาน้องใหม่มาฝากค่ะ นี่คือแพทย์หญิงคิมดายอนจะมาประจำฝ่ายส่วนเครื่องล่างั้แ่วันนี้เป็ต้นไปค่ะฝากคุณหมอโกและคุณหมอจางสอนงานคุณหมอคิมด้วยนะคะ”
พี่ฝ่ายบุคคลแจงยาวเหยียด ฉันโค้งหัวคำนับพวกพี่ๆที่ยืนยิ้มตาหยีให้ฉันอยู่
“สวัสดีค่ะ …คิมดายอนขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ”
“สวัสดีครับ พี่โกอุนกู ส่วนนี่ พี่จางเจฮา เป็แพทย์ประจำฝ่ายส่วนล่างครับ”
พี่หมอผู้ชายหน้าหล่อ ผมดำสนิทจมูกโด่ง ตัวสูง หน้าหวานสไตล์โอปป้าพูดและผายมือไปที่พี่หมอผู้หญิงอีกคนที่ดูมีอายุกว่านิดหน่อย
“นี่โต๊ะทำงานเรา พี่เตรียมไว้ให้แล้วพวกเราไม่มีห้องพักส่วนตัวนะคะ ส่วนเื่กินอาหาร ก็ไปกินที่โรงอาหารหรือจะห่อมากินเองที่นี่ก็ได้..พวกเราอยู่กันแบบสบายๆ ไม่ต้องเกร็ง มีปัญหาสงสัยอะไรถามพี่ได้เลยนะ”
พี่เจฮาพูดและเดินมาโอบไหล่ฉันให้นั่งลงที่โต๊ะ
“ค่ะ”
“เราดายอนใช่ไหม .. พี่เรียกธรรมดาไม่ถือใช่ไหมครับ”
“ค่ะ เรียกดายอนได้เลยค่ะ “
“ครับ…ดายอนเรียนจบแพทย์เอกชีวอนามัยมาใช่ไหมครับ”
“ค่ะ พึ่งจบใหม่เลยค่ะเคยฝึกงานของโรงพยาบาลรัฐมา่นึง”
“ครับ ถ้างั้นก็เก่งแล้วพี่คงไม่ต้องสอนเยอะ อาจจะเป็เราต้องสอนพี่แทน”
“ฮ่าๆๆ พี่ก็พูดไปยังไงขอฝากตัวกับพี่ๆ ด้วยนะคะ”
ฉันทำท่าไฟล์ทติ้งแล้วลุกคำนับพี่ๆ อีกครั้ง
หน้าที่ฉันก็ทั่วๆ ไปรอรักษาพนักงานที่เกิดอุบัติเหตุระหว่างทำงานซึ่งต้องสลับเวรกันอยู่ประจำห้องพยาบาล ส่วนมากพี่อุนกูจะอยู่กะกลางคืน เพราะเป็ผู้ชายฉันกับพี่เจฮาจะสลับกันเข้าเช้าบ้าง หรืออาจมีแทนกะกลางคืนกรณีพี่อุนกูหยุด
ด้วยความที่บริษัทนี้ค่อนข้างใหญ่ถ้าเดินคนเดียวมีหลงทางแน่นอนฉันเลยเลือกที่จะไม่เสี่ยงชีวิตโดยการนั่งทำตาปริบๆ รอคนมารักษา
ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์แล้วฉันได้เจอคนไข้ (พนักงาน) ที่เข้ามาขอยาแก้ปวดหัว ปวดท้อง และรักษาแผลเล็กๆ จากการโดนเครื่องจักรบาดนิ้ว บาดขาและหกล้มเท่านั้น
“เอ่อ คือว่า มันว่างขนาดนี้จริงๆ หรอคะ”
“ก็ประมาณนี้แหละเพราะที่นี่กฎระเบียบการปฏิบัติงานค่อนข้างเคร่งครัด เลยไม่ค่อยมีพนักงานได้รับอุบัติเหตุน่ะนอกซะจากจะป่วยกะทันหัน”
พี่เจฮาตอบ คือว่าตอนทำงานที่โรงพยาบาล ฉันยุ่งจนแทบไม่มีเวลากินข้าวเลยด้วยซ้ำแต่พอมาทำที่นี่ กลับว่างจนฉันนั่งหาวไปหลายรอบ
“ง่วงหรอครับ”
พี่อุนกูหันมาถาม
“นิดหน่อยค่ะ”
“งั้นไปเดินเล่นไหมครับ เดี๋ยวพี่พาไปเรายังไม่เคยเดินดูรอบๆ โรงงานเลยนิ”
“เกรงใจค่ะ พี่อุนกูจะพักผ่อนหรือเปล่า”
“ไม่ครับ พี่ก็ง่วงๆ เหมือนกัน”
ว่าแล้วก็ถือโอกาสนี้เดินเล่นเลยแล้วกันเผื่อวันไหนไปคนเดียวจะได้ไม่หลง ฉันชวนพี่เจฮาแต่แกยกมือบ๊ายบายเพราะกำลังติดซีรี่ย์อยู่
“เราอายุเท่าไรแล้วนะครับ”
พี่อุนกูเปิดฉากถามขณะที่เรากำลังเดินเล่นอยู่นอกตึก
“ปีนี้ 26 ค่ะ… พี่อุนกูล่ะคะ”
“พี่แก่แล้วครับ 30 แล้ว”
“30 ยังแจ๋วนะคะ ฮ่าๆๆๆ”
ฉันแซวพี่อุนกู เ้าตัวดูผงะไปแวบนึงที่โดนมุกห้าบาทสิบบาทของฉัน แล้วเกาหัวแกรกๆใส่
“ฮ่าๆๆๆ ครับ แล้วเรามีแฟนหรือเปล่าครับ”
“..คะ?”
ฉันหันมองพี่อุนกู เ้าตัวรีบยกมือปฏิเสธพัลวัน
“คือ ..พี่จะได้ไม่ล้ำเส้นครับจะได้รู้ว่าอะไรเล่นได้ เล่นไม่ได้ พี่กลัวจะมีปัญหาทีหลังน่ะครับ”
“อ่อ สบายใจได้ค่ะดายอนยังไม่มีแฟนค่ะ”
“เอ๋ ดายอนน่ารักขนาดนี้ การศึกษาก็ดีไม่มีแฟนจริงหรอครับ”
“แปลกตรงไหนคะ ดายอนไม่อยากมีเองค่ะ มัน…ยาวน่ะค่ะ”
ฉันหลบตาลงพื้นเพราะเื่ที่กำลังคุยกัน มันทำให้ฉันนึกถึงเื่ในวันนั้นขึ้นมาอย่างชัดเจน
“เอ่ออพี่ถามเราเกินเลยไปหรือเปล่าครับ”
“ไม่ค่ะ คือกับแฟนเก่าเราเลิกกันไม่ดีน่ะค่ะ เลยนึกขึ้นมาได้”
“อ่อ พี่ขอโทษด้วยนะครับไม่ได้ตั้งใจให้ดายอนรู้สึกแบบนั้น เปลี่ยนเื่ดีกว่า … ปกติเราชอบกินอะไรครับ”
“ฮ่าๆๆๆ ปรับอารมณ์ตามไม่ทันเลยค่ะ”
หลังจากนั้นเราก็เดินคุยกันมาเรื่อยจนได้ข้อมูลที่ทำให้รู้จักกันมากขึ้นฉันััได้ทันทีว่าพี่อุนกูเป็ผู้ชายที่โอปป้ามาก ยิ้มแล้วเหมือนดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานรับแสงยาวเช้าเป็คนที่คุยด้วยแล้วสบายใจ
“พี่ขอแวะโรงอาหารซื้อน้ำซักหน่อยนะครับคุยกับดายอนคอแห้งเลย”
“แหม่งั้นขากลับดายอนจะไม่พูดกับพี่อุนกูนะคะ”
ฉันแซวกลับเราพากันหัวเราะแล้วแวะโรงอาหารของแผนก
“....เฮ้ย ไอ้ฮัลวอล รอด้วยโว้ย”
พนักงานหนุ่มคนนึงรีบยัดข้าวเข้าปากแล้ววิ่งตามเพื่อนชายอีกคนที่เดินหลังลิบๆไป
“ฮัลวอล… ไอ้คนเฮงซวย”
ฉันเผลอสบถคำหยาบออกมาเบาๆเพราะได้ยินชื่อเ้ากรรมนายเวรเ้าเดิมก่อนจะรีบตั้งสติ
แค่ชื่อเหมือนกันแหละ ในเกาหลีฮัลวอลมีแต่หมื่นเป็แสนคน คงไม่ใช่ ..ฮัลวอล เดียวกันหรอกมั้ง
“ดายอน”
“คะ”
“เป็อะไรหรือเปล่าเห็นเรายืนพึมพำอะไรคนเดียว”
“อ่อ คุยกับแม่สื่ออยู่ค่ะ”
“หืม พูดจริง”
“โอ้ย พี่อุนกู เชื่อคนง่ายไปไหมคะ”
“เอ้า อย่าหลอกพี่เลย พี่แก่แล้ว”
เราพากันหัวเราะลั่นแล้วเดินกลับห้องพยาบาล
“พี่เจฮา.. มีขนมมาฝากค่ะ”
“อุ้ยยย ขอบใจจ้ะ “
พี่เจฮาหันมารับขนมแล้วยิ้มแฉ่ง
“อาทิตย์หน้า พี่จะลาอาทิตย์นึงนะพี่จะกลับบ้านที่โซลน่ะ น้องสาวพี่แต่งงาน”
“ฝากยินดีด้วยครับพี่ ว่าแต่อาทิตย์นึงเลยหรอครับ”
“จ้ะ เพราะนานๆ จะรวมครอบครัวด้วยน่ะเลยว่าจะพากันไปเที่ยวที่ไทย”
“่นี้ไทยฤดูร้อนนะคะพี่เห็นว่าร้อนเหมือนซ้อมตกนรกเลย”
“ ฮ่าๆๆ เอาเถอะอีกหน่อยเกาหลีก็จะเข้าฤดูหิมะแล้ว พี่คงคิดถึงแดดประเทศไทยเองแหละ”
ฉันแซวพี่เจฮา ว่าแต่อาทิตย์นึงนี่นานมากเลยนะ แล้วฉันต้องอยู่กับพี่อุนกูสองคนด้วยเกร็งๆ อยู่นิดนึง
“พี่อุนกูไหวใช่ไหมคะจัดตารางให้ดายอนเข้ากะดึกสลับกับพี่ก็ได้นะคะ”
“ไม่เป็อะไรครับ ดายอนเข้าเช้าดีกว่ากลางคืนมันน่ากลัวนะ”
“เอ่อ ค่ะ”
ฉันรับคำพี่อุนกู แล้วนั่งทำงานต่อจนหมดวัน
วันนี้ฉันต้องแวะไปหาแม่ด้วยั้แ่ได้งาน ฉันก็ไปวันเว้นวัน เพราะตารางเยี่ยมไม่ตรงกับตารางงานฉัน
“ดายอนกลับก่อนนะคะพี่ๆ สวัสดีค่ะ”
“เอ๋ วันนี้ออกไวจังเลยครับ”
“แหะๆ ดายอนต้องไปเยี่ยมแม่ค่ะ”
“หืม แม่เราเป็อะไรหรอ” พี่เจฮาถาม
“มะเร็งค่ะ ระยะสุดท้าย…”
ฉันก้มหน้าพูดด้วยเสียงเบา ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ
“เอ่ออ พี่ไม่น่าถามเลย ขอโทษนะดายอน”
พี่เจฮาพูด ก่อนจะยิ้มแหยๆ ให้ฉัน
“ไม่เป็อะไรค่ะพี่”
“อยู่โรงพยาบาลไหนหรอครับ” พี่อุนกูถาม
“โรงพยาบาลโกวอนค่ะ”
“พี่ผ่านทางนั้นพอดีงั้นเราติดรถพี่ไปไหมครับ”
“เกรงใจค่ะเดี๋ยวดายอนเรียกแท็กซี่ไปเองดีกว่า”
“ไม่ต้องเกรงใจครับบ้านพี่ผ่านทางนั้นอยู่แล้ว”
“เอ่อ ค่ะ งั้นรบกวนด้วยนะคะ”
ฉันกับพี่อุนกูล่ำลาพี่เจฮาที่อยู่เวรดึก แล้วก็ออกมากัน ก่อนจะขึ้นรถเก๋งของพี่อุนกู ตรงดิ่งไปที่โรงพยาบาลโกวอน
“แม่เรา..เป็มานานแค่ไหนแล้วหรอครับ”
“ นับจากวันที่พบ ก็น่าจะ 3 ปีกว่าแล้วค่ะ”
“ถือว่านานมาก สำหรับคนเป็โรคนี้แม่เก่งมากเลยนะครับ”
“ค่ะ เพราะตอนเจอ เจอระยะต้น บวกกับดายอนมีความรู้หมอ เลยประคบประหงมแม่มาอย่างดีค่ะทำให้รักษายืดเวลามาได้ แต่ตอนนี้มันลุกลามไปเยอะแล้ว เลยรักษาตามอาการได้เท่านั้นค่ะ”
“แล้วแม่ดายอนอายุเท่าไรแล้วครับ”
“52 ค่ะ “
“อ่อ งั้นไว้วันหลังพี่ลงไปเยี่ยมแม่ด้วยได้ไหม จะได้ทักทายผู้ใหญ่ด้วย”
“ได้ค่ะ… ว่าแต่บ้านพี่อุนกูไปทางนี้หรอคะ”
“ครับ จริงๆ ก็ห่างโรงพยาบาลโกวอนไม่ถึง 10 กิโลหรอก”
“อ่อค่ะ”
“ถ้าวันหลังจะมา มากับพี่ก็ได้นะ”
“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”
หลังพี่อุนกูส่งฉันหน้าโรงพยาบาลแล้วก็แยกย้ายกันไป
ฉันเดินมาถึงห้องแม่ก็เห็นหญิงชราคนนึงที่ร่างกายซูบผอมจนเห็นรูปร่างของโครงกระดูกนั่งยิ้มรอฉันอยู่ที่เตียง
“แม่คะ”
“วันนี้เป็ไงบ้างลูก”
แม่ถามฉันด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“ดีมากเลยค่ะแม่ พี่ๆ ใจดี งานไม่หนักอ่อ วันนี้ดายอนมีน้ำสมุนไพรมาให้แม่ด้วยนะคะปรับสูตรนิดหน่อย แม่จะได้ดื่มง่ายขึ้น”
ฉันเทน้ำสมุนไพรที่ต้มเอง คิดสูตรเองให้แม่ดื่ม
“ดายอน…”
“คะ”
ฉันนั่งลงข้างเตียงและมองหน้าแม่ แม่ยิ้มเล็กๆออกมา ก่อนจะหลบตาฉัน
“แม่ฝัน ว่าพ่อมาชวนไปอยู่ด้วยน่ะ”
“...แม่”
“แม่คิดว่า มันใกล้จะถึงเวลาแล้วเพราะฉะนั้น ลูกสาวคนเก่งของแม่ หนูควรจะไปใช้ชีวิตของตัวเองได้แล้วนะลูก”
“...”
“เพราะมัวแต่ดูแลคนแก่อย่างแม่ ดูสิ ลูกสาวคนสวยยังขายไม่ออกเลยเนี้ย”
“..ฮึก ”
แม่ลูบหัวฉันเบาๆ ฉันน้ำตาไหลอาบแก้มสะอื้นจนตัวโยน ถึงจะทำใจมานานแล้วว่าต้องมีสักวันที่ฉันควรจะปล่อยมือแม่ แต่ฉันยังไม่พร้อมที่จะเป็เร็วๆ นี้ เพราะบนโลกใบนี้ฉันเหลือแม่แค่คนเดียว ถ้าขาดแม่ไปชีวิตฉันก็ไม่เหลือใครให้รักแล้ว
ฉันนั่งร้องไห้อยู่นาน จนพยาบาลเข้ามาแจ้งว่าหมดเวลาเยี่ยม ฉันล่ำลาแม่ แล้วเรียกแท็กซี่กลับห้องเช่าตัวเอง
“แม่งเอ้ย เมื่อไรอีเด็กนั่นจะมาวะรอจนขาแข็งแล้ว”
“ขาแข็งรึอะไรแข็ง แกพูดอีกที”
อึก
ฉันรีบวิ่งไปหลบหลังกำแพงบ้านทันทีเพราะแก๊งเ้าหนี้นอกระบบ มันมาดักรอฉันหน้าบ้าน …อีกแล้ว
ใช่ ฉันกู้หนี้นอกระบบมาเพื่อรักษาแม่เพราะตอนที่แม่เริ่มป่วย ฉันยังเรียนมหา’ลัย จะมีปัญญาเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้เป็ปีๆ กันล่ะ
“...เดือนนี้ฉันจ่ายดอกไปแล้วนิทำไมพวกมันยังมาล่ะ”
ฉันพึมพำ ก่อนจะรีบกดโทรศัพท์หาตำรวจสายตรวจ
“เห้ย กลับก่อนเถอะ ป่านนี้แม่งไปไหนไม่รู้”
“อะไรวะ กะจะมาไถดอกเบี้ยเพิ่มซะหน่อยถ้าไม่มีให้ ก็จับขัดดอกแม่ง ฮ่าๆๆ”
ฉันมือสั่น กำโทรศัพท์แน่นเพราะได้ยินไอ้สวะพวกนั้น พูดถึงฉัน ในแง่แบบนั้น ไม่นานฉันก็ได้ยินเสียงเดินลงบันไดมาฉันรีบเข้าหลบมุมมืดข้างถังขยะจนสิ้นเสียงคุย จึงค่อยๆ เดินออกมาดูแล้วรีบวิ่งขึ้นห้อง
“เฮ้อออ ชีวิตฉันทำไมต้องมาเป็แบบนี้ด้วยนะ”
ฉันนั่งกอดเข่าทรุดลงกับพื้นห้องไม้เก่าๆที่เช่าป้าคนนึงไว้ ปล่อยน้ำตาและความเครียดออกมา ฉันเหนื่อยฉันท้อไปหมดแล้ว ชีวิตนี้มันไม่สนุกเลยสักนิด
กริ้งงงง กริ้งงง
ฉันสะดุ้งตื่นจากเสียงนาฬิกาปลุก ..อาา นี่ฉัน หลับไปทั้งอย่างนี้เลยหรอ ฉันลุกไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะออกไปทำงานที่เรารักต่อ
วันนี้ฉันอยู่กับพี่อุนกู 2 คน โดยฉันจะเข้ากะเช้าพี่อุนกูเข้ากะบ่าย
“สวัสดีครับดายอน”
“สวัสดีค่ะพี่อุนกู”
“ทำอะไรอยู่หรอครับ”
“อ่านบทความแพทย์ค่ะ หาความรู้ใหม่ๆ”
“ขยันจังเลย อ่ะนี่ พี่ซื้อขนมมาฝาก”
พี่อุนกูส่งขนมปลาไส้เนยกลิ่นหอมฉุยให้ฉัน
“ขอบคุณ…ว้าย”
ตุ๊บ!
ฉันรับถุงมาแต่เพราะมันร้อนมาก ฉันเลยเผลอปล่อยมือจนถุงขนมล่วงพื้น
“เป็อะไรหรือเปล่า”
พี่อุนกูรีบจับมือฉันไปดูและเป่าให้ประหนึ่งฉันเป็เด็กน้อย
“มะ ไม่เป็อะไรค่ะ”
ฉันพูด พี่อุนกูยังกุมมือฉันไว้ แล้วลูบเบาๆจนฉันแอบใจสั่นนิดๆ
ปั้ง!!
“หมอ ....แห้กๆๆ เกิด อุบัติเหตุ ...แห้กๆ ครับ”
พนักงานชายพูดไปหอบไป จนแทบฟังไม่รู้เื่
“เกิดอะไรขึ้นครับ” พี่อุนกูลุกขึ้นถามด้วยความร้อนลน
“แห้กๆ.. อึกล้อแม็กซ์หล่นลงมาทับขาพนักงานช่างครับ “
“ดายอน เตรียมอุปกรณ์ทำแผลด่วนครับ”
“รับทราบค่ะ”
ฉันวิ่งไปเตรียมกล่องปฐมพยาบาลพี่อุนกูแบกชุดดามขา พวกเราพากันวิ่งเข้าไปในโรงงานต้นตอทันที
พนักงานชาย ที่ใส่ชุดหมีทั้งหลาย กำลังยืนมุงดูผู้าเ็ ที่นอนโอดครางอยู่
“ขอทางด้วยครับ!”
พี่อุนกูะโบอก ก่อนจะแหวกทาง จนถึงตัวผู้ได้รับาเ็
“ขาเบี้ยวผิวรูป แต่ไม่มีเืออกคาดว่ากระดูกน่าจะเคลื่อนหรือหัก หมอจะดามไว้ก่อน ดายอน โทรเรียกรถพยาบาลด่วนครับ”
“รับทราบค่ะหมอ”
ฉันรีบกดโทรศัพท์หาโรงพยาบาลประสานงานทันทีพี่อุนกูเป็คนลงมือดามขา ส่วนฉันเป็ผู้ช่วยจับและส่งอุปกรณ์ให้
“ทุกท่านกลับไปทำงานด้วยครับ”
เสียงชายสูงวัยคนนึงสั่งขึ้น ทุกคนกระจายตัวกันไปทำงานตามปกติ พอผู้คนเริ่มบางฉันเงยหน้าขึ้น สายตาก็ไปผสานกับชายคนนึงที่ใส่ชุดหมีครึ่งล่าง เสื้อกล้ามท่อนบน โชว์กล้ามและรอยสักที่คุ้นตาโผล่ออกมาตรงกล้ามอก
… ไอ้ชั่วฮัลวอล หรอ
เหมือนเวลาถูกหยุดเอาไว้ตรงนั้น ฉันและเขาจ้องตากันนิ่งหูฉันอื้อจนไม่ได้ยินเสียงวุ่นวายรอบข้าง
เขาดู ..เปลี่ยนไปนิดหน่อย แบบว่าดูตัวบึกบึนขึ้น มีกล้ามเป็มัดๆ สีผิวเข้มขึ้นหน้าดูดุขึ้น ไม่ได้ขาวตี๋อย่างเมื่อก่อน
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันมั่นใจว่าเป็เขาแน่นอน คือ รอยสัก รูปฟันเฟืองที่มีโซ่คล้อง และโน๊ตเพลงซ่อนอยู่ รอยสักนี้ มีคนเดียวในโลกเพราะฉันเป็คนออกแบบรอยสักนั้นเอง
“...ดายอนครับ”
“...”
“...ดายอน!”
“ห้ะ คะ?”
ฉันรีบตั้งสติ มาหาคนาเ็ตรงหน้า
“ขอผ้าเทปด้วยครับ”
“ค่ะ”
ฉันส่งของให้พี่อุนกูด้วยมือที่สั่นเทาเพราะใเสียงตะคอกของพี่อุนกู หรือประหม่าการลงสนามครั้งแรกหรือเพราะใครนะ ฉันถึงสติหลุดไป
“รถพยาบาลมาแล้ว ไปนำทางมาครับ”
พี่อุนกูสั่งฉันรีบลุกวิ่งไปหารถพยาบาล ก่อนจะนำทางเขามารับตัวผู้าเ็ขึ้นรถไป ฉันไม่กล้าหันไปมองทางเดิมเพราะกลัวจะเจอคนๆ นั้น ใจฉันสั่น เต้นแรง เหมือนกำลังจะเป็ลม
หลังส่งตัวผู้าเ็ให้รถโรงพยาบาลแล้วฉันก็มาเก็บของแล้วเดินกลับห้องพยาบาลทันที
“เป็อะไรหรือเปล่าครับ” พอถึงห้อง พี่อุนกูก็เปิดฉากถาม
“คะ?? ไม่เป็อะไรค่ะ”
“พี่เห็นเราเหม่อไป่นึง ประหม่าการลงสนามหรือเปล่า”
“เอ่อ นิดหน่อยค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ”
“ไม่เป็ไรครับแต่อยากให้เราตั้งสติให้ดี เพราะวินาทีนั้น คือนาทีชีวิต ถ้าหมอมัวเหม่อคนไข้อาจจะได้รับอันตรายมากขึ้นกว่าเดิมนะครับ”
พี่อุนกูติยาว ฉันทำได้เพียงก้มหน้ารับคำตินั้น มุแง้... โดนพ่อหนุ่มดอกไม้ดุค่าาา
“จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกค่ะ”
“ครับ”
เพราะไอ้บ้านั่นแหละ …
หลังเกิดเื่ทั้งวันฉันก็ไม่กล้าขยับไปไหนเลย เอาแต่คิดถึงใบหน้านั้น แล้วภาวนาว่าขอให้ตาฝาดไปเอง จนวันต่อมา