“เออ...ขอโทษด้วยนะ อันที่จริงฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะมานั่งเลคเชอร์ให้เธอฟังยืดยาวอย่างนี้หรอก...การที่คนเรามีอายุมากขึ้นมามันก็มีความดีอยู่อย่างหนึ่งคือ เราสามารถจะพูดได้ในทุกสิ่งที่อยู่ในความคิดของเรา และคนฟังเขาก็จะมองเห็นว่า นั่นคือความคิดเห็น แทนที่จะมองไปในแง่ร้าย” แมทตี้ยิ้ม และเลย์นก็มองเห็นแววขบขันฉายแสงอยู่ในดวงตาคู่สีเขียวสดใสของหล่อน “แต่ถ้าไปถามพวกหนุ่ม ๆ สาว ๆ เข้า เขาก็จะต้องพูดว่า ยายแก่ที่พูดจาน่าเบื่อเป็ที่สุด”
“แหม...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ” เลย์นพูดแกมหัวเราะ “แต่ที่จริง...คุณทําให้ฉันเกิดความคิดขึ้นมาอย่างหนึ่งนะคะ ฉันยังไม่มีโอกาสเล่าให้คุณฟังเลยค่ะว่า ฉันเขียนคอลัมน์อยู่กับหนังสือพิมพ์ โอมาฮ่า” เลย์นกาเครื่องหมายกางเขนอยู่ในใจที่ตัวเองต้องกล่าวเท็จออกไปอย่างหน้าตาเฉย “ฉันสนใจที่จะมาสมัครทํางานกับคุณที่ไร่นะคะ เพื่อที่ว่าฉันจะได้เขียนเื่ราวเกี่ยวกับชีวิตในไร่ปศุสัตว์ ที่มันเป็ชีวิตที่ต้องทํางานอย่างหนัก ไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายอย่างที่ใคร ๆ คิดลงในหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น ซึ่งฉันก็ยังอยากจะทําอยู่ แต่ถึงยังไงก็อยากจะขอความคิดเห็นจากคุณ ในเื่ที่คุณเพิ่งจะเล่าให้ฉันฟังนะคะ...เื่ของผู้หญิงยุคใหม่ ว่าเธอควรและไม่ควรทําหน้าที่ไหน อย่างไรบ้าง” เลย์นหยุดเว้นระยะ ทันสังเกตเห็นแววแห่งความสนใจที่ปรากฏขึ้นในสีหน้าของแมทตี้ “แต่คุณคงไม่คิดที่จะจ้างฉันทํางานที่ไร่นี่หรอก ใช่ไหมคะ?”
“ฉันว่ามันเป็เื่ของความเพ้อฝัน เหมือนนางเอกในนิยายมากกว่าที่เธอจะขอสมัครทํางานที่นี่” แมทตี้สรุปความคิดเห็นของตนเองออกมา
แต่น้ำเสียงและคําพูดที่ไม่ได้แสดงการตัดรอน หรือปฏิเสธอย่างเด็ดขาดนั้น ทําให้เลย์นพอจะรู้สึกว่าตัวเองยังมีความหวังอยู่
“ถ้าฉันได้ทํางานที่นี่สักสองสามเดือน ฉันก็คงจะได้ข้อมูลมากพอที่จะเอาไปเขียนเื่ราว นับั้แ่งานที่ต้องทําในฤดูหนาว ไปจนกระทั่ง ถึงการต้อนวัวในฤดูใบไม้ผลิได้ และฉันยังเขียนเื่ราวเกี่ยวกับตัวคุณเองได้อีกเื่หนึ่งด้วยนะคะ”
“จะยอกันมากไปหน่อยแล้วละมั้ง แต่...” แมทตี้ยังมีท่าทีลังเลที่จะตกลงใจอยู่
“คุณอยากจะพูดอะไรก็พูดออกมาเถอะค่ะ” เลย์นเอ่ยขึ้น “คุณสมบัติที่ฉันมีอยู่ก็แค่ว่าฉันขี่ม้าเป็ แล้วก็รักสัตว์เท่านั้น คุณยัง้าคุณสมบัติอะไรสําหรับการที่จะสมัครมาทํางานที่นี่มากกว่านี้อีกคะ”
“เธอรู้รึเปล่าว่า...ฉันกําลังคิดว่าเธอน่ะบ้านะ” แมทตี้เท้าคางอยู่กับโต๊ะ ขณะที่พิจารณาใบหน้าของเลย์นอยู่อย่างสนใจ “ฟังนะ ถ้าเธอทํางานที่นี่เธอจะต้องทํางานอย่างหนัก และต้องใช้เวลานานกว่าที่เคยทําที่ไหนมาก่อนในแต่ละวัน แล้วงานที่ทําก็ไม่ใช่งานชั้นดีอะไรเลย ค่าจ้างก็ต่ำด้วย”
“ฉันขอทําโดยไม่รับค่าจ้างค่ะ...” นี่คือโอกาสที่์ประทานมาให้แล้ว เพื่อที่เธอจะได้รู้จักผู้หญิงคนนี้ในทุกรูปแบบและในทุกสถานการณ์ เธอรู้ว่าขณะนี้ แมทตี้กําลังชั่งใจอยู่ว่าควรจะรับเธอไว้ทํางานดีหรือไม่ ซึ่งทําให้เลย์นต้องกลั้นใจเมื่อรอฟังคําตอบอยู่
“เฮ้อ... ฉันก็คงจะบ้าไปเหมือนกันละนะ...” แมทตี้ถอนหายใจออกมา ส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนที่จะยกถ้วยกาแฟขึ้นมาพิจารณา “เอาละ ขอดื่มให้กับลูกจ้างคนใหม่ก็แล้วกัน”
เสียงหัวเราะอย่างดีอกดีใจของเลย์นดังก้องขึ้น ขณะที่เธอยื่นถ้วยกาแฟไปชนกับถ้วยของแมทตี้
“ฉันหวังว่าเธอจะไม่เสียใจในการตัดสินใจครั้งนี้ของตัวเองหรอกนะ” แมทตี้เสริมก่อนจะยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ
“ไม่หรอกค่ะ” เลย์นยิ้มด้วยความมั่นใจ ขณะที่ดื่มกาแฟในถ้วยของเธอ “แล้วคุณจะให้ฉันเริ่มทํางานได้เมื่อไรล่ะคะ”
“เธอพร้อมเมื่อไหร่ก็ทําได้เลย ยิ่งเร็วยิ่งดีนะ” แมทตี้บอก “ปกติแล้วคนงานที่เราจ้างมาจะนอนกันที่เรือนพักคนงาน แต่เนื่องจากที่นั่นไม่ได้ออกแบบมาสําหรับจะให้ผู้หญิงอยู่ เพราะฉะนั้น เธอมานอนที่นี่กับฉันก็ได้ ชั้นบนมีห้องว่างอยู่อีกห้องหนึ่ง”
“ฉันไม่ทราบจะพูดยังไงเลยค่ะ...มันตื้นตันไปหมด” ซึ่งเลย์นพิศวงกับโชคชะตาของตัวเองจนพูดอะไรไม่ออกเลยจริง ๆ ...
“อย่ากังวลไปเลย ถึงแม้จะดูเหมือนว่าฉันทําอะไรบ้า ๆ ลงไป... แต่ฉันก็มีหลักการของตัวเองอยู่ เธอช่วยทําอาหารเลี้ยงพวกผู้ชายได้นี่” แมทตี้ให้คําแนะนําที่แสดงให้เห็นว่า จริง ๆ แล้วเลย์นก็ไม่ได้เสียประโยชน์กับการมาอยู่ที่นี่
“ตอนนี้ เสื้อผ้าของฉันยังอยู่ที่โมเต็ลในวาเลนไทน์เลยค่ะ...ฉันจะรีบขับรถกลับไปที่นั่น พอจัดกระเป๋าเสร็จสรรพ ฉันก็จะรีบกลับมา ซึ่งก็คงจะมาถึงตอนบ่าย ๆ ละมังคะ...” เลย์นกล่าว
“ฉันหวังว่าเธอจะมีเสื้อผ้าหนา ๆ สําหรับใส่ทํางานแล้วก็รองเท้าบู๊ทที่ไม่ได้โดยไม่ต้องกังวลเื่ความสกปรกสักคู่หนึ่งนะ” แมทตี้พูดพร้อมกับปรายตามองไปทางรองเท้าบู๊ทราคาแพงที่เลย์นถอดแอบไว้ข้างประตู
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ...อะไรที่ไม่มีก็หาซื้อเอาได้” มันไม่ใช่เื่ที่สร้างความกังวลใจให้กับเธอเลยแม้แต่น้อย
ห้องนอนชั้นบนนั้นค่อนข้างเล็ก เตียงนอนขนาดสองคนกินเนื้อที่ของห้องเข้าไปตั้งครึ่งแล้ว ทําให้พื้นที่เหลือเพียงแค่ที่จะตั้งเพียงโต๊ะเครื่องแป้งที่มีลิ้นชักไว้สําหรับใส่เสื้อผ้า ชุดชั้นใน ตรงกลางเพดานที่เป็รูปโค้งมีไฟแสงสว่างติดอยู่เพียงแค่ดวงเดียว ตู้ใส่เสื้อผ้าเล็กและแคบมาก หลังจากที่เลย์นจัดเสื้อผ้าเข้าที่เรียบร้อยแล้ว เธอก็รู้สึกพอใจที่โต๊ะเครื่องแป้งยังมีพื้นที่พอจะให้วางของกระจุกกระจิกได้ เธออยากจะใช้คําพูดว่า ‘ผาสุก’ สําหรับห้องนี้ อันเป็คําที่เคยเห็นจากหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ใช้อธิบายบรรยากาศของห้องเช่าเล็ก ๆ ขนาดนี้
เลย์นไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนกับความคับแคบแต่อย่างใดเลย มันกลับเตือนใจให้เธอหวนคิดไปถึงเมื่อครั้งที่เคยอยู่หอพักในมหาวิทยาลัย ต้องอยู่ร่วมห้องกับเพื่อนนักศึกษาและพื้นที่ก็ไม่ได้ใหญ่โตไปกว่านี้เลย
ยิ่งกว่านั้น ที่นี่ยังมีบรรยากาศของความเป็บ้านอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่มีเ้าแมวขนสีเหลืองอมส้ม นอนหมอบราวสฟิงซ์อยู่บนผ้าคลุมเตียง คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวในทุกอิริยาบถของเธออยู่ แม้จะด้วยสายตาที่บอกถึงความห่างเหินเมินหมางก็ตาม ท่าทางของมันเป็แมวที่รักความสงบอยู่มาก มันจะเมินหน้าหนี หรือไม่ก็กวาดหางทุกครั้งที่เลย์นทำท่าจะพูดกับมัน
“นี่หมายความว่าฉันจะพูดอะไรไม่ได้ จนกว่าแกจะพูดด้วยอย่างนั้นใช่ไหม” เลย์นพูดกับเ้าแมวยโสตัวนั้น
หางกวัดไกวขึ้นในอากาศอีกครั้ง เมื่อมันหันหน้าหนีอย่างไม่สนใจในคําพูดของเธอเลยแม้แต่น้อย ทําเป็ว่าสนใจในสิ่งอื่นมากกว่า ซึ่งทําให้เลย์นต้องหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างนึกขัน และก้มหน้าตาจัดเสื้อผ้าชุดชั้นในเข้าลิ้นชักต่อจนเสร็จเรียบร้อย
รองเท้าบู๊ทส้นเตี้ยคู่ใหม่ วางอยู่ในตู้ชั้นล่างเคียงข้างกับรองเท้าบู๊ทสําหรับบุกหิมะ เสื้อเชิตใหม่สามตัวแขวนอยู่ในตู้ เสื้อยืดพับใส่ไว้ในลิ้นชักชั้นที่สองของโต๊ะเครื่องแป้ง นอกจากนั้น ก็มีถุงเท้าขนสัตว์หนา ๆ อีกหลายคู่ กับกางเกงยีนที่ซื้อมาใหม่เพื่อเพิ่มจํานวนจากที่มีอยู่
การเดินทางครั้งนี้ดูเหมือนจําเป็จะต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่เกือบจะทั้งหมด แต่ถ้าเธอวางแผนที่จะให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้น มันก็คงจะไม่ราบรื่นขนาดนี้แน่
เมื่อคิดถึงว่านับแต่นี้เป็ต้นไปเธอจะต้องอยู่ร่วมบ้านกับแมทตี้ เกรย์ ทํางานร่วมกับหล่อน รับประทานอาหารร่วมกันต่อไปเป็เวลาอย่างน้อยก็สองเดือน เลย์นมีความรู้สึกคล้ายกับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ใช่เื่จริงเลย
ภายนอกดวงอาทิตย์กําลังลดต่ำลงสู่ขอบฟ้า... แต่ยังอ้อยอิ่งอําลาเนินเขาทั้งหลายที่รายล้อมอยู่ อย่างน้อยก็อีกครู่ใหญ่ ๆ และแล้ว สีกุหลาบแกมเหลืองก็เจือจางลง และเลือนหายไปในความมืด...
จากข้างล่าง เลย์นได้ยินเสียงประตูบ้านด้านหน้าเปิดออกและปิดตามลง มีเสียงผู้ชายพูดอะไรบางอย่าง แต่จับใจความได้ไม่ถนัด เนื่องจากมีฝากั้นไว้ระหว่างห้อง เลย์นจึงเพียงแต่รับรู้ว่า ขณะนี้ มีใครอีกคนหนึ่งเข้ามาในบ้าน ซึ่งก็เป็เวลาพอดีกับที่เธอจัดของเสร็จ เอากระเป๋าเดินทางใส่ไว้ตรงชั้นบนสุดของตู้เสื้อผ้า และก็นึกขึ้นมาได้ว่าแมทตี้ได้บอกให้เธอรู้ล่วงหน้าแล้วว่า หุ้นส่วนที่ชื่อ ครีด ดอว์สัน จะมาที่นี่ ในตอนเย็นวันนี้ และเลย์นก็เดาเอาว่าคงจะต้องเป็เขานั่นเอง