บทที่ 1
สัมพันธ์แรกพบ 2
“มาทำงานยังไง?”เขาเปลี่ยนเื่คุยเพราะมีเป้าหมายใหม่แล้ว
“วินมอเตอร์โซค์ค่ะ”
“เลิกงานแล้วพี่จะไปส่ง”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ! บัวจ่ายรายเดือนให้น้าวินคอยรับส่งอยู่แล้ว”บัวหอมรีบปฏิเสธไปตามสัญชาตญาณ
ท่าทางใของบัวหอมทำให้เขาหลุดขำและยิ่งอยากจะรู้จักหญิงสาวให้มากขึ้น “ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ก็ยกเลิกน้าวินมอโซค์ซะ”
“แต่...”
“อยากรู้จักหอพัก ตามนี้นะ”เขาลุกขึ้น “ให้พักอีกสิบห้านาที” เตชินไม่รอฟังคำตอบ เขาก้มลงมาหาแล้วจูบแรงๆ ที่แก้มแดงเรื่อก่อนจะเดินจากไปและปิดประตูห้องพักพนักงานให้เสียด้วย
บัวหอมยังคงนั่งมองประตูอยู่พักใหญ่ก่อนจะลูบหน้าอกตัวเองแรงๆเพราะใจกำลังรัวกระหน่ำจนน่าใ หัวใจดวงน้อยๆ นี้เต้นแรงจนแทบทะลุอกอยู่แล้วช่างกล้าบ้าบิ่นที่ยอมให้เตชินกระทำการแนบชิด แต่ก็ไม่ได้นึกรังเกียจเขาสักนิด นั่นเพราะรู้ตัวเองดีว่าพอใจในตัวเขาั้แ่แรกเจอแล้วทว่าก็ยังกังวลใจอยู่มากที่ยอมให้เขาเอาจูบแรกไปง่ายๆ ทั้งยังจูบแก้มอีกเตชินจะคิดว่าเธอใจง่ายเกินไปหรือเปล่านะ เขาจะคิดมากเหมือนเธอไหมนิ้วเรียวไล้แก้มและริมฝีปากที่โดนเขาจูบ มันยังคงรู้สึกร้อนวูบวาบทำให้กายใจสั่นไหวอย่างไรชอบกล
บัวหอมส่ายหน้าพร้อมถอนใจหนักๆแล้วลูบตรงหน้าอกตัวเองแรงๆ อีกหลายครั้ง ใบหน้างามก้มลงมองพลาสเตอร์ที่ส้นเท้าริมฝีปากขยายกว้างและนั่งลูบไล้พลาสเตอร์นั้นอยู่นานสองนาน
“ยังไงเขาก็เป็ผู้ชาย”บัวหอมเตือนสติตัวเองให้จงระวัง ก็เพราะพฤติกรรมของเตชินบอกว่าเขาคิดจะสานต่อความสัมพันธ์เขาคงไม่ให้มันจบลงง่ายๆ แน่นอน แต่มันจะยั่งยืนและไปได้ไกลแค่ไหนบัวหอมก็บอกไม่ได้คิดแล้วก็หน้าแดงอีกเลยรีบใส่รองเท้าและออกไปทำงานเพราะคิดว่าน่าจะเป็การปัดเื่ในหัวได้ดีที่สุด
เตชินหายไปจากหน้าร้านแล้วบัวหอมเลยมีสมาธิทำงานมากขึ้นคืนนั้นลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรมีมากเพราะเป็คืนวันศุกร์ พนักงานวุ่นวายกันไปหมดต่างเหนื่อยล้า แต่ก็หนักกระเป๋ากลับบ้านเพราะทิปบัวหอมเสร็จจากหน้าที่ของตัวเองแล้วช่วยคนอื่นเก็บร้านอย่างเช่นที่เคยทำเป็ประจำ แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่เห็นเตชินเขาคงหลอกเล่นกระมังที่ว่าจะไปส่งที่หอพัก
เสร็จจากงานบัวหอมเปลี่ยนกลับเป็ชุดกางเกงกับเสื้อยืดเพราะไม่อยากกลับที่พักด้วยชุดบริษัทมันคงอันตรายมากอยู่บัวหอมยกโทรศัพท์ขึ้นเพื่อเรียกรถมารับอย่างเช่นเคยแต่มือถือเธอกลับถูกดึงออกไปก่อน
“อะ!”เมื่อหันกลับไปมองก็เห็นเตชินยกโทรศัพท์เธอแนบหูตัวเองแล้ว
“ครับ” เตชินพูดเพราะปลายสายรับแล้วบัวหอมเลยรีบดึงโทรศัพท์มาคุยเอง “น้าจิว วันนี้บัวกลับเองนะคะ ไม่ต้องเป็ห่วงค่ะค่ะ” เตชินฟังบัวหอมอยู่ตลอดและรู้ว่าปลายสายเป็คนมีอายุอยู่บ้างเพราะน้ำเสียงตอนที่รับสายเมื่อสักครู่
บัวหอมวางสายแล้วและกำลังจ้องหน้าเตชินเธอกำลังปั้นปาก ขมวดคิ้ว ท่าทางนี้ทำให้เตชินได้หัวเราะอีกก็แม่สาวน้อยกำลังโกรธเขา
“ไปเถอะ”เตชินเดินนำหน้าไปที่ลานจอดรถทางด้านหลังร้าน
บัวหอมมองย้อนไปตามทางเดินเล็กๆนั้น กลัวว่าจะมีใครเห็นเธอกับเตชินเข้าก็เพราะยังไม่อยากเป็หัวข้อสนทนาของพวกพนักงานคนอื่นนี่นาเมื่อไม่เห็นใครแล้วก็รีบสาวเท้าตามร่างสูงไป กำลังจะถึงรถอยู่แล้ว
“พี่โต! นั่นจะพาไอ้บัวไปไหน” เสียงถามดังมาจากข้างหลังปิยารีบซอยเท้าตามมายืนอยู่หน้าเตชิน
“เข้าม่านรูด”
บัวหอมหันขวับ ใในคำตอบของเตชินจนหน้าถอดสีเขาพูดเล่นใช่ไหม ต้องพูดเล่นแน่ๆ แต่เธอก็กลัวจริงๆ นั่นแหละก็ดูหน้าเขาจริงจังเสียเหลือเกิน
“ชิชะไวไฟจริงนะพ่อปลาไหลกับแม่เวอร์จิ้น”
คำพูดของปิยาไม่ได้ทำให้บัวหอมหวั่นไหวเท่าคำตอบของเตชินแต่ก็ต้องหันซ้ายแลขวาเผื่อจะมีคนอื่นได้ยินก็เพราะที่ร้านอาหารแห่งนี้ข่าวสารไปไวยิ่งกว่าจรวดใครไปไหนทำอะไรกับใครดันรู้กันเสียทั่วหน้าบัวหอมเลยต้องระวังให้มากเพราะเพิ่งจะมาประจำร้านนี้ไม่ถึงอาทิตย์ ถ้ามีปัญหาขึ้นมาอาจถูกส่งตัวกลับบริษัทและถ้าไม่โดนสอบความจนไล่ออกก็คงต้องเปลี่ยนไปประจำร้านอื่นเลยและบัวหอมก็ไม่อยากให้มีเื่จนต้องย้ายร้าน
“ไอ้บัว ระวังจะโดนเมือกปลาไหลเข้าละ”
เมื่อเห็นสีหน้าของบัวหอมแล้วเตชินก็ต้องผลักหน้าปิยา“กลับบ้านไปอ้อนพ่อแกเลยไป!” เตชินไล่ปิยาแล้วเปิดประตูรถให้บัวหอมรถเก๋งทรงสปอร์ตของเขาจอดนิ่งอยู่ข้างรถของปิยานั่นเอง
บัวหอมยังคงยืนนิ่งชักลำบากใจเสียแล้ว คิดว่าขอเตชินกลับเองจะดีกว่าไหมนะยิ่งผู้จัดการสาวห้าวทักมาหลายครั้งยิ่งกลัวเสียแล้ว เมื่อมองไปทางปิยาที่เดินไปเปิดประตูรถของตัวเองและก่อนที่เ้าตัวจะเข้าไปนั่งยังทำท่าปาดคออีก แล้วอย่างนี้จะไม่ให้กลัวเตชินได้ยังไงเล่า
“บัว?”
บัวหอมหันมามองหน้าเตชินท่าทางอึดอัดใจ “บัวกลับเองดีกว่าค่ะ”
“พี่แค่พูดเล่น แล้วไอ้ปีมันก็ปากเสียอยู่แล้วรู้ใช่ไหม ไปเถอะ รับรองว่าไม่ทำอะไรแน่นอนครับ” เตชินจับศีรษะบัวหอมโยกเบาๆ รู้ดีถึงความลำบากใจที่ถูกปิยาใส่ไฟ
บัวหอมยิ้มน้อยๆกระดากอายที่เข้าใจเขาไปในทางเสียหาย สายตามองรถของปิยาที่เพิ่งจะขับออกไปแล้วก็ถอนใจหันมองหน้าเตชินอีก เขาก็พยักหน้าให้พร้อมทั้งยกมือขึ้นเป็เชิงว่าเขาสาบานในคำพูดว่าจะไม่ทำอะไรให้เสื่อมเสียบัวหอมเลยยอมเข้าไปนั่งในตอนหน้าคู่กับคนขับ เตชินปิดประตูแล้วอ้อมมาขึ้นรถด้วยความรวดเร็ว
เขาพารถออกจากร้านทันทีเห็นบัวหอมเงียบเขาเลยชวนคุย “กลับดึกทุกวันไม่กลัวหรือไง”
บัวหอมกำลังใจลอยเมื่อได้ยินเสียงเขาเลยสะดุ้งเล็กน้อยแล้วตอบเขาไป“ชินแล้วค่ะ”
“ทำพีจีนานแล้วเหรอ?”
“บัวทำได้ปีกว่าแล้วค่ะ แรกๆก็กังวลที่ต้องกลับดึก แต่น้าจิวเป็คนดี บัวใช้บริการบ่อยจนสนิทกันแล้วน้าจิวก็อยู่ไม่ไกลจากที่บัวพัก วินหน้าปากซอยก็รู้จักกันหมดทุกคนค่ะ”
“หิวหรือเปล่า?” อยู่ๆเตชินก็เปลี่ยนเื่
“หา?”
“หิวไหม?”
“ไม่ค่ะ ปกติกลับห้องแล้วก็นอนเลย”
“วันนี้ขอไม่ปกติได้ไหมแวะหาอะไรกินก่อนแล้วค่อยกลับ”
“พี่โตหิวเหรอคะ?”
“หิวจนหน้ามืดตาลาย”เตชินเอ่ยพร้อมทั้งเสียงหัวเราะ
“ก็แล้วทำไมไม่กินที่ร้านเสียล่ะคะ”
“พี่แวะไปที่สาขาสองมาเทียวไปเทียวมาจนลืม เพิ่งจะนึกออกว่ายังไม่กินมื้อเย็นก็ตอนท้องร้องนี่แหละ”เตชินหัวเราะตบท้าย
“บัวถึงไม่เห็นพี่โต”
“คิดถึงเหรอ” เขาหันมายิ้ม
บัวหอมหลบตา กอดกระเป๋าเสียแน่น“จะกินอะไรคะ สายนี้มีแต่ร้านข้าวต้ม” บัวหอมมองไปสองข้างทางก็เห็นร้านข้าวต้มร้านหนึ่ง
“ใกล้ๆ บ้านพี่มีตลาดโต้รุ่งยิ่งดึกยิ่งครึกครื้น เคยไปหรือเปล่า” เตชินถามขึ้นขณะที่ชะลอรถลง
“ไม่เคยค่ะแต่เคยผ่านตอนกลับจากทำงาน”
“ถ้างั้นไปเดินดูที่ตลอดโต้รุ่งกัน”เตชินไม่รอคำตอบและกลับรถพาบัวหอมไปยังอำเภอใกล้ๆ มีตลาดโต้รุ่งทุกวันหาของกินได้จนถึงเจ็ดโมงเช้า แต่บางร้านก็เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่แล้ว เป็ตลาดที่ใกล้บ้านเขาและใกล้ร้านสาขาสองด้วย
“แต่พี่โตต้องขับรถกลับไปกลับมาเหนื่อยนะคะ”
“ไม่เป็ไรหรอก เหนื่อยแค่ไหนดึกแค่ไหนก็จะมาส่งให้ถึงที่ รับรองความปลอดภัย” เขายิ้มล้อเลียนแต่ไม่ได้หันมามองและรู้ดีว่าบัวหอมกังวลที่ต้องอยู่กับเขานานๆ
บัวหอมมองเขานิ่งแล้วก็ต้องยอมตามที่เขาพูดแค่สิบห้านาทีก็มาถึงที่หมายเพราะดึกแล้วถนนโล่งเขาเลยทำเวลาได้เร็วกว่าปกติเตชินจอดรถที่ริมถนนและเดินเข้าประตูตลาดโต้รุ่งไปบัวหอมเดินตามหลังเขาไปเพราะผู้คนมากมายเหมือนเป็งานประจำปีเสียมากกว่าตลาดโตรุ่งดีที่เก็บกระเป๋าไว้ในรถของเตชินและถือมาแค่กระเป๋าใบเล็กที่ใส่โทรศัพท์กับเงินได้พอดีบัวหอมกำลังเดินดูสองข้างทางเพลินแต่แล้วก็ต้องใเมื่อถูกคว้าข้อมือหมับเข้าแทบจะสะบัดออกอยู่แล้วแต่เมื่อเห็นว่าเป็มือของเตชินเธอเลยหยุดไว้
“ขอโทษที พี่เห็นบัวเดินใจลอยกลัวจะหลงกัน”
“บัวกำลังดูของกินอยู่”บัวหอมมองข้อมือที่ถูกมือใหญ่รวบไว้ก่อนที่มันจะถูกปล่อยแล้วเปลี่ยนมาจับมือแบบประสานนิ้วกัน
“แบบนี้คงดีกว่า”เขาจับมือเธอชูขึ้นและพากันออกเดิน
บัวหอมประหม่าเดินตัวแข็งมือแข็งเพราะไม่เคยเดินจับมือกับใครแบบนี้มาก่อนมือไม้อีกข้างก็ไม่รู้จะวางไว้ที่ไหน ได้แต่ลูบผมที่ถูกปล่อยยาวเบาๆ
“อยากกินอะไรไหม?”
บัวหอมยังคงตื่นเต้นที่เขาจับมือแต่เตชินกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอเลยพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆคิดเสียว่านี่เป็การทำงานพีจีวันแรก ทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวแต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี
“ว่าไง?”
บัวหอมหันมองร้านค้าสองข้างทางก่อนจะชี้ไปที่ร้านเครป
“กินเครปตอนตีหนึ่งนี่นะ” บัวหอมพยักหน้าเพราะอยากกินจริงๆเตชินเลยจูงมือเธอแหวกผู้คนไปยืนอยู่หน้าร้านขายเครป
“พี่โตจะกินด้วยไหมคะ?”เตชินส่ายหน้า บัวหอมเลยสั่งส่วนของตัวเอง “เอากลัวหอมครีมช็อกโกแลตค่ะ”
ทั้งสองรออยู่ไม่นานได้เครปแล้วเตชินจ่ายเงินให้ บัวหอมปฏิเสธยังไงเขาก็ไม่ยอม ทั้งสองเดินดูของกินต่อเตชินตัวสูง บัวหอมที่สูงร้อยหกสิบหกก็ยังสูงแค่คางเขาเอง เขาทั้งหล่อ สาวๆที่เดินผ่านเลยส่งสายตาให้ไม่ขาดสาย บางคนไม่ใช่แค่สายตา ยังยิ้มหวานหยดยังมีสาวประเภทสองที่ใส่เสื้อกล้ามเว้าหน้าลึกจนเห็นเนินอกที่คงจะไปทำมาและดูท่าทางเ้าตัวก็คงภูมิใจมากเมื่อเดินสวนกันไปเ้าหล่อนยังเดินกลับมาส่งจูบให้และส่ายหน้าอกจนสองเต้ากระเพื่อมต่อหน้าเตชินเขาชะงัก สีหน้าบอกบุญไม่รับขึ้นมาทันใด แต่บัวหอมกลับขำเสียยกใหญ่ แม่สาวอกโตเดินจากไปแล้วพร้อมเสียงหัวเราะทุ่มใหญ่แม้จะพยายามดัดให้เล็กแหลมเพียงใดก็ฟังเหมือนเสียงหัวเราะผู้ชายอยู่ดี
เตชินจูงมือเธอรีบสาวเท้าจากมาก่อนจะหันมาขยี้หัวบัวหอม“ไม่ตลกเลยนะ”
“ฮ่าๆ เขาชอบพี่โต” บัวหอมใช้เครปปิดปากหัวเราะ
เตชินจุ๊ปากขัดใจ “ตัวเท่าั์นมยังกับส้มโอ”
“พี่โตปากจัดจัง ฮ่าๆ”บัวหอมยังคงหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง ท่าทางเตชินโกรธจริงๆแต่บัวหอมก็หยุดหัวเราะไม่ได้นี่นา
“หัวเราะนานแล้วพอใจหรือยังครับคุณบัวหอม” เขายิ้มให้และทำตาดุใส่บัวหอมเลยหยุดหัวเราะแค่นั้นก่อนจะอมยิ้มแล้วยัดเครปเข้าปากกัดไปคำใหญ่