ต้วนจื่อบังเกิดความรู้สึกสลดสังเวชในใจ
เขาเคยคิดมาตลอดว่าชีวิตในชาติก่อนของตนนั้นแสนอาภัพเติบโตในสถานสงเคราะห์ ไร้บิดามารดา ไร้ญาติขาดมิตรมิอาจหยั่งรู้รสแห่งสายสัมพันธ์ในครอบครัว
ทว่าเมื่อได้ล่วงรู้ถึงชาติกำเนิดของเถียนโหรวโหรวในกาลนี้ได้เห็นถึงเคราะห์กรรมและสภาพความเป็อยู่ของนางเขาพลันบังเกิดความรู้สึกว่าชีวิตในชาติก่อนของตนนั้นยังถือว่าโชคดีนัก
อย่างน้อยเขาก็ยังมีสิทธิ์ที่จะลิขิตชีวิตของตนเองมิใช่เพียงหุ่นเชิดที่ถูกผู้อื่นชักใย อาจเป็จริงดังคำโบราณที่ว่าก่อนที่จะได้ประจักษ์ถึงความวิบัติที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ ความทุกข์เล็กๆ น้อยๆที่ประสบในปัจจุบันก็ถือเป็ความสำราญแล้ว
"โหรวโหรว ข้าจะช่วยแก้ไขปัญหานี้เองจงวางท่อสูบยานั่นลงเสีย อย่าทำร้ายตัวเองเลย"
กล่าวจบต้วนจื่อก็ย่อตัวลงช่วยเถียนโหรวโหรวจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง
แววตาใสกระจ่างของเขามิได้เจือปนไปด้วยความใคร่อยากแม้แต่น้อย
ในชั่วขณะนั้นเองแสงสว่างก็พลันฉายวาบในดวงตาที่ว่างเปล่าของเถียนโหรวโหรว
ถึงแม้ว่าแสงนั้นจะริบหรี่เพียงใดแต่กลับอบอุ่นดุจแสงตะวัน ไหลรินดุจธาราทิพย์ชโลมผืนดินแห้งผากเติมเต็มาแที่ถูกกรีดลึก
"ขอบคุณ... ขอบคุณเ้าค่ะ..."
หยาดน้ำตาไหลรินราวกับทำนบพังทลายหยดลงบนอาภรณ์จนเปียกชุ่ม
ต้วนจื่อตบไหล่เถียนโหรวโหรวเบาๆปลอบประโลมด้วยคำพูดที่อ่อนโยน จากนั้นจึงลุกขึ้นเดินไปยังจูโร่วผู่
ด้วยแรงเหวี่ยงเมื่อครู่จูโร่วผู่ถึงกับตาลาย คลานขึ้นมาอย่างทุลักทุเล
หลังจากตั้งสติได้ก็เห็นเ้าตัวต้นเหตุยืนขวางอยู่เบื้องหน้าท่าทางหยิ่งยโสของอีกฝ่ายทำให้เขาโกรธจนจัดแทบะเิ
"บังอาจนัก!กล้าลงมือกับผู้จัดการของสมาคมการค้าเยี่ยน เ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไร?!!"
ต้วนจื่อแค่นหัวเราะ"ผู้จัดการ? ไม่ใช่เศษสวะหรือ?"
สีหน้าของจูโร่วผู่แข็งค้าง ลำคอแดงก่ำ
"เ้าบ้านี่ แน่จริงก็พูดอีกทีสิ!"
ต้วนจื่อเหลือบตามองบนก่อนจะเอ่ยคำสองคำออกมาช้าๆ
"เศษ สวะ!"
"เ้า..." สีหน้าของจูโร่วผู่ซีดเผือด ผมเผ้าชี้ฟูยุ่งเหยิง
เขาสั่งตัวเองให้กำหมัดแน่นเตรียมจะซัดหน้าต้วนจื่อให้จมธรณีทว่าก็รู้ดีว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ ทำได้เพียงอดกลั้น
"เถียนโหรวโหรว เ้ามันร้ายนักนะจงใจหาคนมาท้าทายข้าใช่ไหม?"
"ดีมาก แผนการของเ้าถือว่าใช้ได้ข้าโดนเ้ายั่วโมโหสำเร็จแล้ว"
"คอยดูเถอะข้ามีวิธีที่จะทำให้เ้าอยู่ในเมืองจื่อหรานนี้ไม่ได้"
ริมฝีปากของเถียนโหรวโหรวพลันซีดเผือดนางอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรบางอย่างทว่าก็ได้ยินต้วนจื่อแค่นเสียงหัวเราะออกมาเสียก่อน
"บ้าอำนาจเหลือเกินนะนี่คิดว่าตัวเองเป็เ้าของสมาคมการค้าเยี่ยนไปแล้วหรือไงถ้าคนอย่างเ้ายังสามารถเข้ามาทำงานและได้เป็ผู้จัดการที่นี่ได้ดูท่าทางสมาคมการค้าเยี่ยนก็คงไม่ได้ดีเด่อะไร"
จูโร่วผู่กำลังจะสวนกลับก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง
"ข้าทำงานอยู่ในสมาคมการค้าเยี่ยนมาหลายปีเพิ่งเคยเห็นคนที่กล้าพูดจาดูถูกสมาคมการค้าเยี่ยนเช่นนี้เป็ครั้งแรก"
เห็นเพียงชายผู้หนึ่งสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากแพรไหมเดินเข้ามาใบหน้าคล้ายคลึงกับจูโร่วผู่หลายส่วน แต่รูปร่างกลับไม่ได้อ้วนท้วมเช่นเขาหากแต่มีรูปร่างที่สมส่วน
ด้านหลังของชายผู้นั้นยังมีทหารรักษาการณ์ที่ฝึกฝนวรยุทธ์ตามมาอีกหลายคนส่วนใหญ่มีพลังอยู่ในขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับหนึ่งและระดับสอง
ชายผู้นี้มีชื่อว่าจูโร่วเหล่าเป็พี่ชายแท้ๆ ของจูโร่วผู่ ทั้งยังเป็ผู้จัดการใหญ่ของสมาคมการค้าเยี่ยนมีหน้าที่คอยดูแลผู้จัดการเล็กๆ อย่างจูโร่วผู่
"ท่านพี่มาได้จังหวะพอดีเ้านี่ิ่กฎของสมาคมการค้าเยี่ยน ทำร้ายข้าโดยไม่ฟังความท่านรีบกำจัดเขาให้สิ้นซากเถอะ" เมื่อเห็นชายผู้นั้นสีหน้าของจูโร่วผู่ก็เปี่ยมสุข รีบร้อนวิ่งเข้าไปหา
จูโร่วเหล่าขมวดคิ้ว"ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าต่อหน้าคนนอกให้เรียกข้าว่าผู้จัดการใหญ่จะได้ไม่ถูกคนวิพากษ์วิจารณ์"
"ขอโทษด้วยท่านพี่ ข้าลืมไปเสียสนิท"จูโร่วผู่รีบโค้งคำนับขออภัย
"คราวหน้าต้องระวังให้มากๆ เล่า"จูโร่วเหล่าเตือนสติก่อนจะเดินผ่านน้องชายของตนไปหยุดอยู่เบื้องหน้าต้วนจื่อ
คนตรงหน้าผู้นี้สวมเสื้อคลุม และสวมหน้ากากแม้จะไม่สามารถมองเห็นใบหน้าได้ แต่ดูจากรูปร่างที่ผอมบางแล้วไม่น่าจะเป็คนที่ร้ายกาจอะไร
"สมาคมการค้าเยี่ยนมีกฎว่าหากใครก่อเื่ก็จะถูกหักขา เ้าจะทำเองหรือจะให้ข้าลงมือ?"
ต้วนจื่อกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ"เ้าก็ลองดูสิ"
"เ้านี่มันกล้าดีจริงๆ ข้าชอบ"จูโร่วเหล่าพลันยิ้มออกมา ทว่าในน้ำเสียงกลับเจือไปด้วยความเ็า
เขาหันหลังกลับแล้วโบกมือให้เหล่าทหารรักษาการณ์ที่ติดตามมาด้านหลังกลุ่มคนเ่าั้เข้าใจความหมายก็รีบเดินเข้าไปล้อมต้วนจื่อเอาไว้
"ด้วยระดับพลังที่กระจอกงอกง่อยของเ้าคิดจะมาสู้กับข้า? ช่างไม่เจียมตัวเสียจริง!" จูโร่วผู่เห็นดังนั้น มุมปากก็ยกยิ้มอย่างโเี้
"ตึง!"
ทันทีที่พูดจบร่างร่างหนึ่งก็ถูกเหวี่ยงกระเด็นออกมาอย่างเงียบเชียบตกลงตรงหน้าเท้าของจูโร่วผู่
เขามองข้ามทหารรักษาการณ์ที่นอนจมกองเือยู่ตรงหน้าทหารรักษาการณ์คนนั้นพยายามเงยหน้าขึ้นมอง
จูโร่วผู่เพียงเห็นภาพฉากเบื้องหน้าก็แทบลมจับ
ทหารรักษาการณ์นับสิบที่เข้าล้อมต้วนจื่อถูกซัดกระเด็นล้มฟุบไปภายในเวลาไม่กี่วินาที กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นส่งเสียงครวญครางโหยหวนราวกับฝูงแกะที่ถูกเสือกวาดล้าง
พลังเช่นนี้!
ความเร็วเช่นนี้!
นี่... นี่มันตัวอะไรกันแน่?!
เถียนโหรวโหรวถึงกับอึ้งงัน
เดิมทีคิดว่าต้วนจื่อเป็เพียงคนธรรมดาๆแต่ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายกลับเป็ผู้ฝึกยุทธ์ แถมยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
ส่วนจูโร่วเหล่าถึงกับเหงื่อกาฬไหลทะลักออกมาจากหน้าผาก
จูโร่วเหล่าถึงกับไม่กล้าแม้แต่จะหายใจราวกับมีไอเย็นกระแสหนึ่งกำลังพัดพาให้จิตใจของเขาดิ่งลงสู่เหวลึกที่ไม่อาจหยั่งถึง
น่ากลัว!
น่ากลัวเกินไปแล้ว!
ในพริบตาก็สามารถล้มคนสิบกว่าคนลงอย่างง่ายดายโดยที่ยังไม่หอบหายใจเลยสักนิด ทั้งยังสงบเยือกเย็น ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ
ความสามารถเช่นนี้ช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก!
"วูบ!"
เงาดำสายหนึ่งพาดผ่านสายตาราวกับถูกมนต์สะกดจูโร่วเหล่าพบว่าเบื้องหน้าตนเองมีใครบางคนยืนขวางอยู่
ภายใต้หน้ากากปรากฏดวงตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
สายตาคู่นั้นราวกับแผ่รังสีอำมหิตทำให้บรรยากาศโดยรอบพลันเย็นเยียบลงในทันที
ความหวาดกลัวแพร่กระจายไปทั่วร่างของจูโร่วเหล่าในชั่วพริบตา
รูม่านตาของเขาหดตัวลง ใบหน้าซีดเซียวแผ่นหลังเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อกาฬ
"ที่นี่คือสมาคมการค้าเยี่ยนอย่าคิดว่ามีพลังอยู่บ้างแล้วจะมาวางโต ที่นี่ถ้าเ้ากล้าลงมือกับข้า รับรองว่า..."
"เพียะ!"
จูโร่วเหล่าพูดไม่ทันจบต้วนจื่อก็ตบหน้าเขาอย่างแรง
"เ้า... เ้ากล้าตบข้า?"จูโร่วเหล่ากุมใบหน้า ดวงตาฉายแววเกรี้ยวกราด
"แล้วทำไมข้าจะไม่กล้าตบเ้าเล่า?"ต้วนจื่อแค่นหัวเราะ ก่อนจะตบหน้าจูโร่วเหล่าซ้ำอีกครั้ง
"ตบครั้งแรกก็เพราะเ้าบังอาจดูถูกข้า ให้คนมาจัดการข้า"
"ส่วนที่ตบไปเมื่อครู่ก็เพราะเ้าคิดว่าข้าไม่กล้าตบเ้า ข้าจึงต้องพิสูจน์ให้เห็น"
"ไสหัวไปซะ!" จูโร่วเหล่ากำหมัดแน่น สองตาแดงก่ำ เขาพุ่งเข้าหาต้วนจื่ออย่างไม่คิดชีวิตเตรียมจะสังหารอีกฝ่ายให้ได้
"ตึง!"
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะถึงตัวต้วนจื่อก็เตะเขาออกมาอย่างแรงจนร่างกระเด็นไปไกลหลายเมตรกลิ้งอยู่บนพื้นถึงสองตลบกว่าจะหยุด
"เดิมทีข้ากับเ้าก็ไม่ได้มีเื่บาดหมางอะไรกันแต่เ้าก็ยังจะมาช่วยน้องชายเศษสวะของเ้า งั้นก็ช่วยไม่ได้"
เขากล่าวพลางเดินเข้าไปหาจูโร่วเหล่า
จูโร่วเหล่าพยุงร่างที่เต็มไปด้วยาแขึ้นมาใบหน้าโกรธเกรี้ยวบิดเบี้ยวราวกับสิงโตคลั่ง ความอ่อนโยนที่เคยมีมลายหายไปสิ้นมีเพียงเพลิงโทสะที่แผดเผา
ความเ็ปบริเวณอกนั้นไม่อาจเทียบได้กับความโกรธแค้นที่สุมทรวง
เขาอยากจะสู้กับต้วนจื่อทว่าก็รู้ดีว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ ทำได้เพียงอดกลั้นความโกรธไว้
"คอยดูเถอะข้าจะเรียกคนมาจัดการเ้า!"
"ข้าช่วยเ้าเอง" ต้วนจื่อเตะจูโร่วเหล่าซ้ำอีกครั้ง ส่งเขาไปให้ถึงจุดหมาย
หลังจากเห็นอีกฝ่ายคลานจากไปแล้วเขาก็หันไปมองจูโร่วผู่ และกล่าวอย่างเฉยเมยว่า "เอาสัญญาขายตัวของเถียนโหรวโหรวมา"
"นี่... " จูโร่วผู่มีท่าทีขัดขืนอย่างเห็นได้ชัด
"พรึ่บ!"
ต้วนจื่อสะบัดแขนเสื้อแรงลมจากปลายแขนเสื้อพุ่งออกไปกระแทกร่างของจูโร่วผู่
เืสดๆ พลันทะลักออกจากปากของเขาร่างกระแทกลงกับทางเดิน กระดูกแตกหักหลายท่อน
"ยังลังเลอยู่อีกหรือ?" ต้วนจื่อมองจูโร่วผู่จากที่สูง
"ปล่อย... ปล่อยข้าเถอะ..."จูโร่วผู่กระอักเืพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีล้วงเอาสัญญาขายตัวออกจากอกเสื้อหาสัญญาของเถียนโหรวโหรวออกมา มอบให้ต้วนจื่ออย่างทุลักทุเล
"ทำแบบนี้ั้แ่แรกก็จบเื่แล้วไหงต้องบังคับให้ข้าลงมือด้วย" ต้วนจื่อถอนหายใจรับสัญญาขายตัวมา โยนเหรียญทองให้จูโร่วผู่หนึ่งเหรียญ
"ข้าเป็คนใจกว้างและมีเหตุผลเ้าซื้อเถียนโหรวโหรวมาด้วยราคาแค่ยี่สิบเหรียญเงิน ข้าขอซื้อนางคืนในราคาห้าเท่า"
กล่าวจบ เขาก็เดินกลับไปหาเถียนโหรวโหรวแล้วยัดสัญญาขายตัวใส่มือนาง
"เ้า... เป็อิสระแล้ว!"
ร่างของเถียนโหรวโหรวสั่นสะท้าน
นางมองสัญญา มองต้วนจื่อหัวใจราวกับธารน้ำที่เหือดแห้งได้รับการชโลมด้วยน้ำใส ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างหยาดน้ำตาไหลรินจากดวงตาทั้งคู่ ซึมซาบลงบนริมฝีปากอย่างแ่เบา
หยาดน้ำตานี้มิได้ขมขื่น หากแต่หวานชื่น!
"แควก..."
เถียนโหรวโหรวร้องไห้พลางฉีกสัญญาขายตัวอย่างบ้าคลั่งอารมณ์พลุ่งพล่านอย่างที่สุด
ต้วนจื่อมิได้ขัดขวาง
เมื่อปักษีที่ถูกกักขังในกรงทองได้รับการปล่อยตัวสู่ท้องฟ้าการขยับปีกของนางมิใช่เพื่อโผบิน หากแต่เป็การต้อนรับอิสรภาพที่มาช้าเกินไป
[ติ๊ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่แสดงการต่อกรกลุ่มชน+เอ็นดูสตรี+การลงทัณฑ์คนพาล+แสดงความเอาใจใส่ถือว่าสำเร็จสี่การแสดงต่อเนื่อง ได้รับค่าเทียนซิ่ว +888!]
.......
อีกด้านหนึ่งจูโร่วเหล่าที่ถูกเตะกระเด็นออกมา ได้พบกับน้าของตนระหว่างทางซึ่งก็คือนักประเมินราคาชื่อดังสกุลสวี – สวีคุน!
"หน้าเ้าไปโดนอะไรมาหรือ?"สวีคุนเห็นใบหน้าของจูโร่วเหล่าที่บวมเป่ง ก็ขมวดคิ้วถาม
จูโร่วเหล่าถึงกับกล้ำกลืนความขมขื่น
เขาใช้ชีวิตอย่างสง่างามในสมาคมการค้าเยี่ยนมาหลายปีวันนี้ถือเป็วันที่น่าอับอายที่สุด
"ท่านน้า ท่านมาได้จังหวะพอดีมีคนมาอาละวาดในสมาคมการค้าเยี่ยน มันทำร้ายจูโร่วผู่ ข้าจึงเข้าไปช่วยแต่เ้านั่นมีพลังมากเกินไป คนของข้าสู้ไม่ได้ แถมมันยังไม่เห็นหัวของท่านกล่าวว่าต่อให้เป็ท่านน้าก็ทำอะไรมันไม่ได้"
จูโร่วเหล่าใส่สีตีไข่อย่างต่อเนื่องปั้นเื่ราวขึ้นมาใหม่ โยนความผิดทั้งหมดให้ต้วนจื่อ
ได้ผลชะงัด เมื่อได้ยินคำเ่าั้สวีคุนก็หน้าดำคล้ำทันที
"พาข้าไปดูหน่อยข้าอยากจะรู้นักว่าใครมันบังอาจถึงเพียงนี้!"
จูโร่วเหล่าไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบนำทางสวีคุนไป ระหว่างทางก็ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ ถามว่า"ท่านน้ามิได้อยู่ในห้องประเมินสมบัติประมูลหรือขอรับ? เหตุใดถึงมาอยู่ที่ห้องสรุปผลการประมูลได้?"
"วันนี้เจอผู้ใหญ่ท่านหนึ่งนำเคล็ดวิชาระดับสุดยอดมาร่วมประมูลท่านอาจารย์เฟิงเฉินได้มอบป้ายระดับสูงสุดให้อีกฝ่ายและยังให้ข้าหาทางมาผูกมิตรกับเขา" สวีคุนลังเลเล็กน้อยก่อนเล่าเื่ทั้งหมดหวังจะให้จูโร่วเหล่าได้เรียนรู้
"เมื่อครู่เคล็ดวิชาระดับสุดยอดเล่มนั้นถูกประมูลไปในราคาหนึ่งล้านเหรียญทองตอนนี้ข้าจะนำเงินที่สรุปผลเสร็จแล้วไปมอบให้กับใต้เท้าท่านนั้นหวังว่าจะสามารถสานสัมพันธ์กับเขาได้"
ดวงตาของจูโร่วเหล่าเบิกกว้างแทบถลนออกจากเบ้า
เคล็ดวิชาระดับสุดยอด?
ป้ายระดับสูงสุด?
หนึ่งล้านเหรียญทอง?
คลื่นแห่งความใซัดกระหน่ำจนเขาแทบล้มทั้งยืน!
เวลาผ่านไปนานพอสมควร จูโร่วเหล่าจึงค่อยๆระงับความใลง เขากลืนน้ำลายอึกหนึ่งก่อนกล่าวว่า "ท่านน้า ท่านผู้นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรหรือขอรับ?"
"ไม่แน่ใจแต่คนที่สามารถนำเคล็ดวิชาระดับสุดยอดออกมาขายได้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน"สวีคุนส่ายศีรษะเล็กน้อย และกล่าวว่า "เดี๋ยวพอจัดการเื่ของเ้าเสร็จข้าจะพาเ้าไปพบท่านผู้นั้น ให้รู้จักกันเอาไว้"
"ดี ดี ดี ขอบคุณท่านน้าขอรับ"จูโร่วเหล่าลิงโลดด้วยความยินดีอย่างที่สุด
สวีคุนยิ้มและไม่ได้กล่าวอะไรมาก
เมื่อจูโร่วเหล่ามาถึงทางเดินไปยังห้องพักระดับสูงสุดเขาก็เห็นทหารรักษาการณ์กว่าสิบคนนอนจมกองเือยู่
เขามุ่นคิ้ว และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัย"ถึงกับต้องทำร้ายกันขนาดนี้?"
"ขอโทษที่ทำให้ท่านน้าต้องขายหน้าขอรับ"จูโร่วเหล่ารู้สึกละอาย
สวีคุนขมวดคิ้วถาม"แล้วเ้าตัวต้นเหตุอยู่ที่ไหน?"
"อยู่ข้างหน้านั่นขอรับ!"จูโร่วเหล่าชี้ไปยังใครบางคนด้วยสายตาเคียดแค้น
สวีคุนเงยหน้าขึ้นมองแต่กลับรู้สึกคุ้นเคยกับแผ่นหลังนั้นอย่างประหลาดในใจพลันเกิดความรู้สึกไม่ดีขึ้นมา
เขากำลังจะเอ่ยบางอย่างทว่าจูโร่วเหล่ากลับเดินเข้าไปก่อนแล้ว เมื่อเห็นน้องชายจูโร่วผู่ที่าเ็จูโร่วเหล่าก็โกรธแทบคลั่ง กัดฟันกรอด
"ไอ้เวร ข้าจะฆ่าเ้าให้ได้!"
"อ้อ เรียกคนมาช่วยแล้วหรือ? รวดเร็วทันใจดีนี่" ต้วนจื่อเลิกคิ้วขึ้นพลางหันหลังกลับมา
"ให้ข้าดูหน่อยซิว่าเป็ใครกันถึงได้กล้าทำตัวโอหังขนาดนี้"
จูโร่วเหล่าแค้นจนแทบคลั่งเห็นท่าทางของต้วนจื่อแล้วก็ยิ่งแค้น จึงตวาดอย่างเกรี้ยวกราด"เ้าทำเกินไปแล้ว!"
"ท่านน้า ท่านได้ยินแล้วใช่หรือไม่?ไอ้สารเลวนี่โอหังถึงขนาดที่ไม่เห็นท่านอยู่ในสายตาท่านต้องลงโทษมันอย่างสาสม..."
จูโร่วเหล่าสาธยายไม่ทันจบประโยคสวีคุนที่ตามมาข้างหลังกลับเปลี่ยนสีหน้าฉับพลันก่อนคำรามลั่น
"คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!"