เมื่อเห็นสีหน้าของจ้าวฉงหย่วนดูหม่นหมองลงเล็กน้อย มัคคุเทศก์ใจดำก็เบ้ปาก นึกไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะเป็พ่อค้าที่รักชาติ ความจริงแล้วภาพเหตุการณ์เช่นนี้เขาเห็นจนชินตา
ยามที่จ้าวติ้งยังมาไม่ถึงโยวโจว สถานการณ์ช่างน่าเวทนายิ่งนัก ยิ่งกว่านั้นคือไม่มีแม้แต่เปลือกไม้ให้กิน
เื่การใช้หมั่นโถวไม่กี่ลูกแลกตัวภรรยากลับบ้านมีให้เห็นบ่อยครั้ง ตามรายทางเต็มไปด้วยผู้คนที่อดตายอย่างทรมาน แม้แต่ศพก็ไม่มีใครฝัง ทำได้เพียงปล่อยให้สุนัขป่ากัดกิน กระทั่งเื่การแลกบุตรเพื่อนำมาเป็อาหารก็เป็เื่ปกติที่พบเห็นได้ นั่นต่างหากที่เรียกว่านรกบนดิน
เพิ่งจะ่ไม่กี่ปีมานี้ที่ชีวิตความเป็อยู่เริ่มดีขึ้นบ้าง
"เห็นแก่ที่ท่านยังมีใจรักชาติ จี้หยกชิ้นนี้ข้าไม่ขอรับไว้ ส่วนเงินหนึ่งตำลึงเงินนั้น ข้าจางซานจะช่วยออกให้ก่อนแล้วกัน" มัคคุเทศก์ใจดำโยนจี้หยกที่จ้าวฉงหย่วนเคยโยนให้เขากลับคืนไป
"ไม่ต้อง" จ้าวฉงหย่วนโบกมือปฏิเสธ
ของที่โอรส์ประทานออกไปแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะต้องรับคืน
"เหอะ พ่อค้าผู้นี้มีอะไรน่าสนใจอยู่บ้างแฮะ"
จางซานฉีกยิ้มกว้างโดยไม่ได้ใส่ใจและหันไปสั่งการลูกน้องให้ช่วยเติมฟืนใต้หม้อต่อไป ขณะเดียวกัน สายตาของเขาก็มองไปยังกลุ่มผู้อพยพเ่าั้ด้วยความโลภ
คนเหล่านี้คือเงินทั้งนั้น
เมื่อถึงโยวโจว คนเหล่านี้จะได้กลายเป็คนงานในโรงงานภายใต้สังกัดของเยียนอ๋อง ถึงเวลานั้น เมื่อโรงงานต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้น ด้วยสิ่งประดิษฐ์แปลก ๆ ที่เยียนอ๋องคิดค้นขึ้นมา ทองคำคงจะเกลื่อนกลาดไปทั่วแน่
ในขณะเดียวกัน จ้าวฉงหย่วนไพล่มือไว้ข้างหลังแล้วเดินขึ้นไปบนรถม้า เขามองไปยังหวังลี่ซื่อด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "อ๋องชั้นรองแห่งเหยี่ยนโจวคือใคร?"
"หา?"
เมื่อได้ยินคำถามของจ้าวฉงหย่วน หวังลี่ซื่อขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตามีความฉงนสนเท่ห์
"พูดมา" จ้าวฉงหย่วนยังคงถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของจ้าวฉงหย่วน หวังลี่ซื่อรู้สึกว่าคงบ่ายเบี่ยงไม่ได้ จึงจำใจตอบว่า "คือฉีอ๋องพ่ะย่ะค่ะ"
"เ้าเด็กจ้าวเจ๋อนั่นน่ะหรือ?"
จ้าวฉงหย่วนมองหวังลี่ซื่อด้วยความประหลาดใจ น้ำเสียงของเขาเผลอสูงขึ้น
"พ่ะย่ะค่ะ ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ" หวังลี่ซื่อยิ้มแห้ง ๆ
ฉีอ๋องเป็บุตรคนที่แปดของจ้าวฉงหย่วน หรือก็คือพี่ชายต่างมารดาของจ้าวติ้ง เดิมทีเขตศักดินาของฉีอ๋องไม่ได้อยู่ที่นี่แต่อยู่ที่อื่น ต่อมาพระสนมเอกจางผู้เป็มารดาได้มาขอร้องจ้าวฉงหย่วนด้วยตนเอง ประกอบกับตระกูลจางมีอำนาจไม่น้อยในราชสำนัก จึงได้แต่งตั้งให้ฉีอ๋องจ้าวเจ๋อปกครองเหยี่ยนโจวแห่งนี้
แม้เหยี่ยนโจวจะไม่มั่งคั่งเป็พิเศษ แต่ก็เป็หนึ่งในคลังเสบียงที่สำคัญของแคว้นต้าเฉียน
บนดินดำนั้นปลูกพืชผลได้ง่ายที่สุด อีกทั้งยังมีโยวโจวเป็ปราการธรรมชาติ ตราบใดที่โยวโจวไม่แตก เหยี่ยนโจวก็แทบจะไม่มีความกังวลเื่า
แต่ทว่าตอนนี้...
"เลือกม้าเร็วสองตัวตามข้าไปเหยี่ยนโจว และเรียกคนติดตามอีกจำนวนหนึ่งเพื่อคุ้มกัน" จ้าวฉงหย่วนสั่งการด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"หา?" หวังลี่ซื่อใ เขามองจ้าวฉงหย่วนด้วยความลังเล ดวงตากลอกไปมาอย่างไม่รู้จะมองไปทางไหนดี
"ลังเลอะไร!" จ้าวฉงหย่วนตวาดด้วยความโกรธ "ข้ามอบหมายให้เ้าเด็กจ้าวเจ๋อปกครองเหยี่ยนโจว แต่เ้าดูสิว่ามันปกครองจนกลายเป็สภาพไหน!"
หวังลี่ซื่อยิ้มแห้ง ๆ แล้วพูดเบา ๆ ว่า "ฝ่าา ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าไม่ใช่เพราะฉีอ๋องปกครองไม่ดี แต่เป็เพราะเยียนอ๋องโดดเด่นเกินไปพ่ะย่ะค่ะ?"
"โดดเด่นอะไร จ้าวติ้งมันจะไปโดดเด่นตรงไหน มันหลอกข้าจนโดดเด่นเลยหรืออย่างไร!"
จ้าวฉงหย่วนไม่ยอมรับ เขาตบขาตัวเองดังปังแล้วด่าทอว่า "จ้าวติ้งมันโดดเด่นแล้วอย่างไร? ต่อให้โดดเด่นแค่ไหนมันก็เป็เชื้อสายของข้า เป็เพราะข้าเคี่ยวเข็ญได้ดี ข้าว่าที่ฉีอ๋องตอนนี้ไม่ได้เื่ เป็เพราะข้าเคี่ยวเข็ญไม่ดีต่างหาก!"
จ้าวฉงหย่วนยืดคอพลางจ้องหวังลี่ซื่อ
"แหะ ๆ " หวังลี่ซื่อยิ้มแห้ง ๆ
คำพูดนี้ของจ้าวฉงหย่วน เขาไม่รู้จะตอบอย่างไรดี และดูเหมือนว่าท่านผู้เป็บิดาก็สู้เยียนอ๋องไม่ได้กระมัง
แต่คำพูดนี้ หวังลี่ซื่อต่อให้ตายก็ไม่กล้าพูดออกมา
เขามองจ้าวฉงหย่วนทีหนึ่ง แล้วมองไปยังสินค้าหกเกวียนที่อยู่ด้านนอก จากนั้นจึงถามจ้าวฉงหย่วนว่า "ถ้าเช่นนั้นฝ่าา หากเราเปลี่ยนเส้นทางไปยังจวนฉีอ๋องที่เหยี่ยนโจว แล้วของเหล่านี้ที่นำออกมาจากโยวโจวจะจัดการอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?"
"ให้องครักษ์ที่ชื่อเอ้อร์หวาจื่อนำองครักษ์ราชสำนักบางส่วนคุ้มกันไปส่ง อย่าลืมปักธงทางการด้วยก็พอ" จ้าวฉงหย่วนสั่งการอย่างรำคาญ
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังสนทนากัน องครักษ์ได้จูงม้าเร็วมาให้หลายตัว
จ้าวฉงหย่วนะโขึ้นหลังม้าแล้วสะบัดแส้ม้าหนึ่งที
"ย่าห์!" ม้าชั้นดีสีดำใต้ร่างก็มุ่งหน้าไปยังเมืองเหยี่ยนโจวทันที
ในฐานะโอรส์ผู้ช่ำชองการรบ แม้จ้าวฉงหย่วนจะขึ้นครองราชย์มาหลายปี แต่ทักษะการขี่ม้าของเขากลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย
"นายท่าน"
เมื่อเห็นจ้าวฉงหย่วนควบม้าจากไป หวังลี่ซื่อรีบนำคนตามไปทันที
จางซานเห็นท่าทางเช่นนี้ก็ถึงกับงุนงง
เปลี่ยนเส้นทางกลางคันแบบนี้มันเื่อะไรกัน?
แต่เมื่อเห็นว่าแม้จ้าวฉงหย่วนจะจากไป ทว่ายังทิ้งคนไว้จำนวนหนึ่ง เขาก็เบาใจลง
แกะตัวอ้วนที่ได้มาอยู่ในมือแล้ว จะปล่อยให้บินหนีไปไม่ได้เด็ดขาด
...
ครึ่งวันต่อมา ภายในจวนฉีอ๋องแห่งเหยี่ยนโจว
ชายหนุ่มคนหนึ่งนอนเอกเขนกอย่างเกียจคร้านอยู่ในห้องโถง รอบกายมีเหล่านางรำรูปร่างอ้อนแอ้น หน้าตาสะสวย ร่ายรำอย่างพลิ้วไหวตามเสียงบรรเลงของนักดนตรี ข้างกายชายหนุ่มมีผู้เฒ่าในชุดบัณฑิตยืนอยู่ ขณะนี้เขากำลังกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูของชายหนุ่ม
"ข้าต้องยอมเป็คนที่ถูกกดขี่ในพระราชวังหลวงมาสิบแปดปี ตอนนี้อุตส่าห์ได้ครองเมือง ข้าจะหาความสุขสักหน่อยจะเป็อะไรไป? เป็อะไรไป?" ชายหนุ่มรับการปรนนิบัติอย่างอ่อนโยนจากสาวใช้ พร้อมกับถลึงตาใส่ผู้เฒ่าอย่างไม่พอใจ
ผู้เฒ่าในชุดบัณฑิตมีสีหน้าลำบากใจ รีบเกลี้ยกล่อมว่า "ท่านอ๋อง ข้าน้อยไม่ได้ห้ามท่านหาความสุข แต่คนข้างนอกรอจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว ท่านลองออกไปพบก่อนดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"
"พบอะไรกัน ไม่เห็นหรือว่าข้ากำลังหาความสุขอยู่"
ในระหว่างที่ทั้งสองคุยกัน ดนตรีและการร่ายรำในห้องโถงก็หยุดลง
จ้าวเจ๋อเห็นดังนั้นก็รีบร้อน ตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้พิง "บรรเลงดนตรีต่อไป ร่ายรำต่อไปสิ!"
"มัวยืนบื้อกันทำไม แค่คนสองคน รอให้ข้าหาความสุขเสร็จก่อนค่อยว่ากัน" จ้าวเจ๋อพูดอย่างไม่ใส่ใจ
ทันใดนั้นเอง
ปัง!
ประตูห้องโถงที่ปิดสนิทถูกใครบางคนถีบเปิดออกอย่างแรงจากด้านนอก ชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าคล้ายกับจ้าวเจ๋อ ถือแส้เดินเข้ามา
"เหอะ เ้าอยากให้บรรเลงดนตรีต่อไป ร่ายรำต่อไปใช่หรืไม่ มา ข้าจะทำให้เ้าร่ายรำให้เต็มที่เลย"
เพียะ!
แส้ถูกฟาดลงบนตัวจ้าวเจ๋ออย่างจัง
ผู้ที่เดินตามชายวัยกลางคนเข้ามาคือผู้เฒ่าหน้าขาวไร้หนวด
ขณะนี้ผู้เฒ่าหน้าขาวไร้หนวดกำลังเอามือกุมหน้า มองจ้าวเจ๋อด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ
ทั้งสองคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือจ้าวฉงหย่วนและหวังลี่ซื่อที่ควบม้าเร็วจากรอยต่อระหว่างโยวโจวและเหยี่ยนโจวมาถึงเมืองเหยี่ยนโจว
เดิมทีจ้าวฉงหย่วนก็มีไฟในอกอยู่แล้ว
ให้ตายเถอะ จ้าวเจ๋อกลับปล่อยให้เขาต้องรออยู่ข้างนอกถึงสองเค่อ โดยเฉพาะพ่อบ้านของจวนอ๋องที่บอกเขาว่าจ้าวเจ๋อกำลังหาความสุขกับการร่ายรำ ให้พวกเขารอต่อไป ส่วนจะรอถึงเมื่อไหร่ ให้ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของจ้าวเจ๋อ
ชั่วขณะนั้นจ้าวฉงหย่วนโกรธจนหน้าแดงก่ำ
เขาถือแส้พุ่งพรวดเข้ามา โดยไม่สนใจว่าจะมีคนอื่นอยู่ด้วยหรือไม่ ฟาดแส้ใส่จ้าวเจ๋อทันที
จ้าวเจ๋อแตกต่างจากจ้าวติ้ง พระสนมเอกจางมารดาของจ้าวเจ๋อ เป็สนมที่จ้าวฉงหย่วนโปรดปรานที่สุดรองจากฮองเฮา ั้แ่เด็กจ้าวเจ๋อก็อยู่ข้างกายเขามาตลอด เรียกได้ว่าเขาเป็คนเลี้ยงดูมากับมือ แต่ผลลัพธ์กลับเป็แบบนี้?
แบบนี้หรือ?
"เ้าบังอาจ!"
จ้าวเจ๋อหลบแส้ของจ้าวฉงหย่วนได้อย่างหวุดหวิด พุ่งตัวไปหลบหลังเสาในห้องโถงของจวนอ๋อง แล้วมองจ้าวฉงหย่วนด้วยท่าทางข่มขวัญทั้งที่ในใจสั่นระรัว
"เหอะ ข้าบังอาจหรือ เ้าดูสิว่าข้าเป็ใคร!"
เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวเจ๋อ จ้าวฉงหย่วนก็ยิ่งโกรธจัด เขาแค่นเสียงเหอะแล้วจ้องมองจ้าวเจ๋อ
"ท่านเป็ใคร? ท่านจะเป็เทวดาที่ไหน... เอ๊ะ เสด็จพ่อ" จ้าวเจ๋อเกือบจะหลุดปากด่าออกมาตามสัญชาตญาณ แต่เมื่อเห็นใบหน้าของจ้าวฉงหย่วนชัดเจน
จ้าวเจ๋อก็ถึงกับอึ้งไป