“ว่าอย่างไร เื่นี้ได้รายงานท่านพ่อของเ้าหรือยัง” เป่ยจินถามออกไป
“ข้ารายงานไปแล้วล่ะ ส่วนท่านพ่อก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ข้าคิดว่าท่านพ่อคงต้องหาหลักฐานและรอเวลาในการตัดสินใจเช่นกัน” ไป๋ฮวาเอ่ยออกมาอย่างเชื่อมั่นในตัวของผู้เป็บิดา
เมื่อได้ฟังเช่นนั้นเป่ยจินก็รับรู้ได้ทันทีว่า ปล่อยให้เป็เื่ของคนในรอบครัวคนอื่นแล้วกัน หากมัวแต่คาดหวังในสิ่งที่้าจนลืมความปรารถนาแรกที่ตั้งใจไว้ เช่นนั้นก็ต้องรับสิ่งที่จะตามมาให้ได้เช่นเดียวกัน
“ได้ เช่นนั้นคืนนี้เราจะเข้าป่ากัน”
“เข้าป่าตอนกลางคืนเนี่ยนะ”
“ก็ใช่ แล้วอย่างไรเล่าหรือเ้ามิเคยเข้าปากกันตอนกลางคืน”
“ก็ไม่เคยน่ะสิ เ้าไม่รู้หรอว่าป่าม่านหมอกมันอันตรายแค่ไหน ชาวบ้านส่วนใหญ่หรือแม้กระทั่งชาวยุทธยังไม่กล้าเข้าไปตอนกลางคืนด้วยซ้ำ”
“แล้วอย่างไรเล่า เ้าจะไปกับพวกข้าหรือไม่”
“ข้าขอคิดดูสักครู่” ไป่ฮวานั้นกังวลเป็อย่างมาก ด้วยพลังปราณหรือวรยุทธ์นางก็มิมี หากเกิดอันใดขึ้นรั้นจะเป็ภาระให้พวกเขามากกว่า อีกทั้งหากนางหายตัวไป ท่านพ่อก็คง…
“ตามจริงข้าก็คิดมาบ้างแล้วว่า พวกเ้าคงไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป”
ไป๋ฮวาตัดสินใจแล้วว่าจะตาม เป่ยจินและทุกคนเข้าป่าจะด้วยเหตุใดนั้นางมิแน่ใจนัก จะให้คิดเข้าข้างตนเองว่าสหายของนางจะยอมเข้าป่าในยามราตรี เพื่อเื่ของตนเช่นนั้นหรือ
“ว่าแต่เ้าจะให้ข้าเข้าป่ากับเ้าเพื่อเหตุใด”
“ก็ไปตามหาสมุนไพรให้น้องเ้าอย่างไรเล่า”
“ขอบใจเ้ามากนะ หลังจากนี้จะให้ข้าตอบแทนเ้าอย่างไร เ้าบอกมาได้ทุกเื่เลยนะจินเออร์”
“ว่าแต่เ้ารู้แล้วหรือว่าเรา้าสมุนไพรอะไรบ้าง”
“รู้แล้วนะสิ ก็ใช้สมุนไพรแค่ตัวเดียวเท่านั้นแหละ”
ทั้งสี่คนก็ได้เข้าป่าไปหาสมุนไพร เพื่อมาถอนพิษน้องชายของไป่ฮวา หากให้เอ่ยตามความจริง เรียกว่าไปเที่ยวเล่นเสียมากกว่า หลังจากเข้าป่าครั้งล่าสุด มิมีสมุนไพรใดที่เป่ยจิน้าแล้วมิได้มา ด้วยการเข้าป่ามาในครั้งนี้นางมิ้าให้ไป๋ฮวาสงสัยว่าสมุนไพรเหล่านี้มาจากที่ใด
เพียงแต่้าเข้ามาเพื่อแสดงละคร ให้สมบทบาทก็เท่านั้น ส่วนไป๋ฮวาที่ไม่เคยเข้าป่าตอนกลางคืน กลับมองรอบด้านทุกอย่างไปด้วยความเจริญหูเจริญตา มองทางซ้ายก็มีดอกไม้ที่เติบโตในเฉพาะยามค่ำคืน มองทางด้านขวาก็จะเป็นกยูงรำแผนที่มีพลังสูงสุดในเมืองแห่งนี้ ทั้งที่ยังมิก้าวเข้ามาในป่าม่านหมอกเสียด้วยซ้ำ
ยามราตรีล่วงเลยผ่านไปใกล้รุ่งสางทั้งสี่คนได้แยกย้ายกันกลับไปยังที่พักของตนเอง
เช้าวันถัดมากรุณาตระกูลไปก็ได้เกิดเื่ราวใหญ่โตเกิดขึ้น เมื่อผู้นำตระกูลไปและทุกคนในตระกูลต่างมาชุมนุมกันอยู่ ณ โถงตระกูลเพื่อสอบถามความเป็ไป ที่เกิดขึ้นกับว่าที่ผู้นำตระกูลคนถัดไป
ในตอนนี้ ร่างกายของน้องชายของไป๋ฮวาอาการกำเริบขึ้น ไป๋ฮวาถึงกับนั่งไม่อยู่และ้าความช่วยเหลือเป็อย่างยิ่ง
เป่ยจินที่รับรู้ได้จึง ไปเยือนหน้าคฤหาสน์ตระกูลไป๋ทันที และเช่นทุกครั้งคือกำลังจะเข้าไป เพียงแต่ หลังจากที่อาการของคุณชายรองทรุดลง มีคำสั่งจากนายท่าน สั่งห้ามมิให้คนในออก คนนอกเข้ามา มิว่าผู้ใดทั้งสิ้น หาก้าไปไหน หรรือทำอันใด ต้องมีใบอนุญาต หรือเอกสารใดที่แสดงหรือยืนยัน
“หยุดนะ” ข้ารับใช้ตระกูลไป๋เอ่ยออกมา
“ข้าเป็เพื่อนกับคุณหนูของเ้า” เป่ยจินเอ่ยออกมา
“ขออภัยขอรับ เพียงแต่พวกท่านมีเอกสารยืนยันหรือไม่”
ทางด้านของจินหลงนั้น เสนอให้หายตัวเข้าไป เพียงแต่เป่ยจินและหยางคง อยากเข้าไปแบบธณรมดามากกว่า ไม่อยากจะสร้างปัญหาใดเพิ่มเติม
“ข้าไม่มี เช่นนั้นเ้าก็ไปเชิญคุณหนูของเ้ามา เพื่อยืนยันตัวข้าเถอะ ข้าจะรออยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน”
“ได้สักครู่ขอรับ” ข้ารับใช้ที่พอจะจดจำเป่ยจินและคนทั้งสองได้ จึงมีท่าทางอ่อนน้อม พร้อมกับรีบเดินไปเรียนเชิญคุณหนูของตนเองมาโดยทันที
ด้วยความที่คุณหนูใหญ่ไป๋ฮวามิค่อยมีสหายมากมายนัก และได้ให้ความสำคัญกับสหายทั้งสามของตนเอง ข้ารับใช้ที่พอจะคุ้นเคยหรือรู้จักจึงให้การต้อนรับ มิได้ไล่กลับไปหรือเมินเฉยเช่นแขกคนอื่นๆ
“เป่ยจิน พี่จินหลง พี่หยางคง พวกท่านจริงๆ ด้วย พวกท่านมาได้ทันเวลาพอดี ตอนนี้น้องชายของข้า อาการกำลังทรุดหนักมาก จนหมอในตระกูลก็บอกว่าไม่สามารถรักษาได้ เ้าว่าอย่างไร สามารถรักษาได้หรือไม่” ไป๋ฮวาที่เห็ฯหน้าคนทั้งสามถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกไป รีบวิ่งมาในทันที
ก่อนหน้านี้ ทั้งสี่ตกลงกันไว้แล้วว่าจะรอให้บิดาของไป๋ฮวาจัดการปัญหาเสียก่อน ด้วยมิอยากจะเข้าไปขวางการจัดการของคนตระกูลไป๋
“นำข้าไปห้องของน้องเ้า แล้วข้าจะช่วย” เป่ยจินเอ่ยออกมา
เพียงแต่สีหน้าของข้ารับใช้ และผู้ดูแลที่โดนนายท่านไป๋ให้ติดตามคุณหนูไป๋ นั้นได้แสดงออกถึงความยุ่งยากออกมา ด้วย้าห้ามปรามคุณหนูของตนเอง
“ได้ การรักษาน้องชายของข้า ข้ารับผิดชอบเอง เช่นนั้นเ้าตามข้ามาเถอะ ห้องของน้องชายข้าอยู่ด้านนี้” ไป๋ฮวาเอ่ยออกมาพร้อมกับหันไปเอ่ยกับข้ารับใช้ของตนเอง เพื่อบ่งบอกให้รู้ว่า นางจะเป็ฯผู้รับผิดชอบเอง หากมีเื่อันใดเกิดขึ้น ให้รายงานนายท่านไปตามนี้
เมื่อเห็นว่าไป๋ฮวาเอ่ยรับรองออกมาเช่นนี้ เป่ยจินจึงมอบหน้าที่ท่านหมอให้แก่หยางคง ดำเนินการต่อไป
“ได้ เช่นนั้นพี่หยางเ้าคะ รบกวนช่วยตรวจดูอาการของเด็กคนนี้หน่อยเ้าค่ะ"
"อืม ชีพจรของเด็กคนนี้เริ่มเต้นช้าลง เกรงว่าจะไม่ถึงพันทิวา ราตรี ที่ว่านิรันดร์เสียแล้วสิ” หยางคงจับชีพจรของเด็กน้อยและเอ่ยออกมาเบาๆ คล้ายเื่บอกเล่า มิได้จริงจัง ร้อนให้ผู้ที่ยืนฟังงอยู่ถึงกับแสดงสีหน้าต่างๆ กันออกไป
“เกิดอะไรขึ้นเ้าคะ เหตุใดน้องข้าถึงอยู่ไม่ครบหนึ่งพันทิวา” ไป๋ฮวาที่เชื่อมั่นในฝีมือของหยางคง ถึงกับมีสีหน้าร้อนรนออกมา ส่วนข้ารับใช้บางคนก็รีบเดินออกจากห้องเพื่อไปรายงานนายท่านของตนเองทันที
“ตอนนี้ข้าเกรงว่า หนอนบ่อนไส้ในตระกูลของเ้า มันคงจะรู้ตัวเสียแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงได้เพิ่มปริมาณยา เพื่อให้น้องชายของเ้าตายไวขึ้น” หยางคงเอ่ยออกมา
“เช่นนั้นมีหนทางที่พอจะช่วยได้หรือไม่เ้าคะ” ไป๋ฮวาหันไปส่งสายตาอ้อนวอนแก่เป่ยจิน หยางคงและจินหลง และแน่นอนว่าจินหลงนั้นอยากรีบจบเื่ราวนี้เสียที จึงไล่ไป๋ฮวาออกไปจากห้อง
“แน่นอนว่าพวกข้ามี เ้าออกไปก่อนเถอะ ข้าขอความเป็ส่วนตัว” จินหลงเอ่ยออกมา
“ได้ข้าฝากน้องข้าด้วยนะเป่ยจิน” ไป๋ฮวารับปากจินหลง และหันไปกำชับสหายอย่างเป่ยจินอีกรอบ
“ได้”
“คุณหนูเ้าคะ…” ยังมิทันที่นายจะเอ่ย แต่ข้ารับใช้ที่มิยินยอมรีบเอ่ยค้านออกมาทัน
“ออกไป หลังจากนี้ข้าจะเป็คนรับผิดชอบทุกอย่างเอง”
หลังจากที่ทั้งหมดออกไปแล้ว ก็เหลือเพียงที่กลุ่มของเป่ยจินที่กำลังนั่งคุยกัน ถึงเื่ราวความเป็ไป ความเป็มาของอาการของเด็กน้อยตรงหน้าที่จู่ๆ ก็แย่ลงแบบนี้
ตอนนี้นางได้เตรียมยาเสร็จแล้ว เพียงแค่กรอกให้ลงปากเด็กคนนี้ สุดท้ายแล้วอาการของเด็กคนนี้คงต้องขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถทนรับความเ็ปจากการขับยาพิษออกมาจากร่างกายได้มากเพียงใด
“ไป๋ฮวาหลีกไปเดี๋ยวนี้” เสียงะโดังเข้ามาในห้องที่ทั้งสามกำลังรักษาผู้ป่วย