สูนทราพาจิตรกรมาที่โบสถ์อีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็ความขอร้องจากคุณยายแอนนาไม่ใช่เ้าตัวสูนทราเอง เมื่อสูนทรามาถึงโบสแล้วเห็นคุณยายแอนนากับลิบลินอยู่ในชุดที่ทั้ง 2 คนคิดว่าดูดีที่สุด รูปภาพของลิบลินนั้นได้ถือดอกทานตะวันไว้แต่ภาพที่กำลังจะให้จิตรกรวาดคราวนี้ คุณยายแอนนาอยากถือไว้โดยมีลิบลินยืนอยู่ข้างๆอีกคนหนึ่งในรูปภาพ แต่ว่าคุณยายแอนนาอยากให้รูปภาพมีสูนทราเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง จึงขอจิตรกรวาดรูปให้โดยมีทั้ง 3 คนอยู่ในภาพเดียวกัน ซึ่งมีคุณยายอยู่ตรงกลางแล้วมีลิบลินกับสูนทรายืนอยู่ข้างๆ หลังจากที่จิตรกรลงมือวาดภาพแล้วใช้เวลาไปประมาณ 3 - 4 ชั่วโมง ถึงวาดภาพจนเสร็จแล้วยื่นให้คุณยายแอนนาดู
"โฮ่ๆๆ ภาพช่างดูงดงามเหลือเกิน....ลิบลินกับคุณนักกวี ขอบคุณทั้งสองคนนะ"
"ยายไม่มีสิ่งใดที่ค้างคาใจแล้วล่ะ"
ลิบลินได้ยินแบบนั้นจึงรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่
"ไม่เอาน่า คุณยายยังมีอะไรอีกมากมายในเมืองนี้ที่หนูยังไม่ได้พาคุณยายไปดูเลยนะคะ"
"โฮ่ๆๆ ถ้างั้นระหว่างเที่ยววันนี้ ไปซื้ออาหารมาทำมื้อใหญ่แล้วทานพร้อมกันกับเพื่อนๆน้องๆและซิสเตอร์ของลิบลินด้วยกันเถอะจ้ะ"
"เข้าใจแล้วค่ะ คุณยาย คุณนักกวีไปเที่ยวด้วยกันมั้ยคะ?"
"ได้สิ วันนี้พี่ว่างอยู่พอดี"
จากนั้นทั้ง 3 คนเดินเที่ยวชมเขตร้านค้าโดยในระว่างที่กำลังเที่ยวชมนั้นก็แวะซื้อพวก ผลไม้ ผัก เนื้อและเครื่องปรุงจากร้านค้าเพื่อนำมาทำทำบาร์บีคิวทานกันในตอนเย็นจนถึงค่ำที่โบสถ์
ในขณะที่กำลังทำอาหารนั้น ลิบลินก็หั่นผักและเตรียมพวกเครื่องปรุงต่างๆ รอสูนทราที่กำลังหั่นเนื้อหลังจากตั้งเตาหินพร้อมก่อไฟแบบง่ายๆเสร็จ
"คุณนักกวี ขอบคุณมากเลยนะคะที่ช่วยหนูกับคุณยายได้พบกัน หนูไม่คิดว่าจะได้มาทำอาหารที่โบสถ์แล้วยังได้เดินทางท่องเที่ยวไปหมู่บ้านคอเฮมอีก"
"หนูพอมีอะไรจะตอบแทนคุณนักกวีได้มั้ยคะ?"
สูนทรานได้ยินแล้วหยุดหั่นเนื้อสักพัก
"ตอนนี้ยังไม่มีล่ะมั้ง ลิบลินยังเด็กอยู่"
สูนทราพูดไปโดยมีสีหน้าที่ยิ้มแบบมีเลศนัย
"เอ๋~~~~~ มันอะไรกันคะนั่น แล้วทำไมต้องรอเป็ผู้ใหญ่ด้วยคะ?"
ลิบลินทำท่าทางสงสัยแล้วพยายามเค้นถามสูนทรา
"ฮ่ะๆๆ ไว้ถึงตอนนั้นพี่จะบอกเอง....ตอนนี้ยังไม่เหมาะเท่าไหร่หรอก"
สูนทราหัวเราะแล้วหั่นเนื้อต่อไป
"ฮึ่มมมม ก็ได้ค่ะ ยังไงสักวันลิบลินก็ต้องได้ไปผจญภัยกับคุณนักกวีอยู่แล้วค่ะ"
"อ๋อ ที่พี่สัญญากับลิบลินไว้ใช่มั้ย"
"ใช่ค่ะ หรือว่าพี่ลืมไปแล้ว?"
ลิบลินมองมาที่สูนทราในขณะกำลังถือมีดหั่นผักอยู่
"ฮ่ะๆๆ พี่ไม่ลืมหรอก....พอลิบลินโตเป็ผู้ใหญ่แล้วพี่มารับแน่นอน โอเครมั้ย?"
แล้วสูนทรายกมือขวาวางบนหัวลิบลินที่กำลังทำท่างอนอยู่แล้วลูบหัวเบาๆพร้อมกับยิ้มให้ลิบลิน
"ก็ได้ค่ะ ตอนนั้นลิบลินแข็งแกร่งจนสามารถปกป้องคุณนักกวีได้แน่นอนค่ะ"
ลิบลินพูดแบบนั้นแล้วเริ่มยิ้มออกมาด้วยใบหน้าที่งดงาม นัยตาสีฟ้าของเธอที่กระทบกับแสงของดวงจันทร์ที่เริ่มส่องแสงลงมานั้น ช่างงดงามเหลือเกิน สูนทราเห็นลิบลินแล้วอดคิดอีกไม่ได้
'คงมีเหตุผลสักอย่างที่ลิบลินไม่บอกชั้น...แต่เธอเป็ผู้หญิงที่งดงามจริงๆ'
หลังจากเตรียมอะไรเสร็จเรียบร้อย สูนทราเริ่มทำบาร์บีคิวให้กับทุกคนทานกันอย่างเอร็ดอร่อย....
ในระหว่างที่กำลังย่างเนื้อบาร์บีคิว สูนทราก็แอบมองลิบลินเป็ระยะๆ โดยไม่ให้เ้าตัวรู้
หลังจากที่ทานบาร์บีคิวกันจนอิ่มก็ช่วยกันเก็บของและทำความสะอาด พอเสร็จเรียบร้อยแล้วลิบลินพาคุณยายแอนนาไปนอนหลับที่บ้านใกล้ๆกับโบสถ์ ส่วนสูนทรานำเตาหินเก็บไว้ในคลังเก็บไอเทมกับเนื้อที่เหลือ จากนั้นก็กลับโรงแรมไปขัดเกลาเพลงที่เสร็จแล้วให้มันไพเราะขึ้น พอเริ่มรู้สึกเพลียสักพักก็หลับไป
พอตื่นเช้าขึ้นมาลิบลินรีบมาหาสูนทราบนห้องพักของโรงแรมแล้วบอกว่าคุณยายแอนนาจากไปแล้ว.........
*************************************************************