คลุมถุงชน_End

    บทที่ 1 ความทรงจำ... 100%

            บรื้นนน!!!!...... บรื้นนน!!!!......


            เสียงรถยนต์วิ่งเข้ามาในบริเวณหน้าบ้าน ทองก้อน ซึ่งกำลังบอกเล่าระลึกถึงความหลัง เมื่อครั้งเก่าก่อนให้วริทธิ์นันท์ฟัง ก็ต้องหยุดชะงักการบอกเล่านั้นลงไปอย่างฉับพลัน และหันเหสายตาเมียงมองดูแขกผู้มาเยือนอย่างตั้งอกตั้งใจ


            “สวัสดีครับป้าทองก้อน”


            ดนวัต หรือที่ใครๆ ต่างพากันเรียกขานไปทั่วบ้านทั่วเมืองว่า ‘ดน’ เปิดประตูรถกระบะ ก้าวออกจากรถ แล้วเดินอาดๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ ทองก้อนและวริทธิ์นันท์นั่งกันอยู่ ก่อนจะเปล่งเสียงกล่าวทักทาย พร้อมกับยกมือไหว้ทองก้อน


            ดนวัตเหลือบสายตาคมกริบ มามองดูวริทธิ์นันท์ ซึ่งก็ทำให้คนทั้งสองสบสายตากันและกันเข้าอย่างจัง วริทธิ์นันท์รู้สึกใบหน้าร้อนผะผ่าวขึ้นมาแปลกๆ จึงแสร้งมองเมินหลบสายตากลมโตคู่สวย ไปมองทางอื่นแบบเนียนๆ


            “ไหว้พระเถอะนะพ่อดน มาก็ดีเลย จะได้รู้จักกับยัยนันท์สักที.... นี่ยัยนันท์ลูกสาวอีกคนของป้า ยัยนันท์พึ่งมาถึง”


            ทองก้อนเปิดยิ้มกว้างอย่างดีอกดีใจที่ได้เห็นหน้าดนวัต ซึ่งวริทธิ์นันท์ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมทองก้อนจะต้อง ทำเป็๲ดี๊ด๊าดีอกดีใจจนออกนอกหน้านอกตาอย่างนี้ด้วย ทั้งที่ผู้ชายคนนี้ก็แค่แขกที่มาเยี่ยมเยือนกันเฉยๆ เท่านั้น ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลย เอ๊ะ! หรือว่ามี...


            “นันท์นี่พ่อดน ลูกชายของนาธรไหว้พี่เขาสิลูก”


            ทองก้อนหันมาบอกวริทธิ์นันท์ ที่นั่งคิ้วขมวดสงสัย อากัปกิริยาของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็๲มารดาบังเกิดเกล้า แต่พอได้ยินมารดาว่ามาอย่างนั้น ก็เหลือบมองหน้าคมเข้ม และยกมือไหว้ชายหนุ่มไปตามมารยาทเสียไม่ได้


            ดนวัตเห็นวริทธิ์นันท์ยกมือขึ้นไหว้ เขาก็ยกมือใหญ่ขึ้นรับไหว้ พร้อมทั้งจับจ้องมองสำรวจอากัปกิริยาของหญิงสาว ด้วยใบหน้านิ่งเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย และพอวริทธิ์นั้นไหว้เสร็จ ก็ลุกขึ้น เดินขึ้นไปบนบ้าน เพื่อไปเอาน้ำท่ามาให้แขก


            “น้ำค่ะ”


            วริทธิ์นันท์วางแก้วน้ำลงตรงหน้าแขกผู้มาเยือน พร้อมกับบอกกล่าวให้เขาได้รู้ แล้วเดินออกห่างจากตรงนั้น ปล่อยให้มารดาและแขกผู้มาเยือนได้คุยกันสะดวก โดยมีสายตาคมกริบของดนวัตมองตามหลังไปจนลับสายตา


            จริงๆ วริทธิ์นันท์ไม่ได้ไปไหนไกลเลย เธอเดินมาเก็บดอก แล้วเดินเข้าไปในวัด ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน ไปหยุดยืนนิ่งอยู่ที่เจดีย์บรรจุอัฐิของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็๲บิดาบังเกิดเกล้า สายตากลมโตคู่สวยมองจับจ้องอยู่ที่เจดีย์บรรจุอัฐิ ด้วยแววตาเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด


            “พ่อขา นันท์กลับมาบ้านเราแล้วนะ ถึงนานๆ จะกลับมาสักที แต่นันท์ก็ยังคงรัก คิดถึง และระลึกถึงพ่ออยู่ทุกวันนะ ไม่มีว่าวันไหนที่นันท์ไม่คิดถึงเลยจริงๆ นะ”


            วริทธิ์นันท์หย่อนร่างบางลงไปนั่ง ยื่นดอกไม้ที่อยู่ในมือไปวางที่ฐานของเจดีย์บรรจุอัฐิ ทั้งได้พูดไปและก็มีน้ำใสๆ ไหลเอ่อขึ้นมาคลอเต็มสองดวงตากลมโตคู่สวย เธอกะพริบตาถี่ๆ ขับไล่น้ำใสๆ นั้น ให้ไหลกลับลงไปข้างในตามเดิม ซึ่งไม่ว่าจะวันเวลาจะหมุนเวียนผ่านไปกี่ปีๆ และหากจำไม่ผิดปีนี้ก็น่าจะเข้าปีที่ห้าแล้วที่บิดาจากโลกนี้ไป แต่เธอก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี


            เธอจำได้สมัยตอนเด็กๆ บิดาจะเป็๲คนไปเที่ยวรับเที่ยวส่งเธอที่โรงเรียน หรือไม่เวลามีกิจกรรมต่างๆ หรือเวลาที่เธอไม่สบาย บิดาก็จะเป็๲ผู้พาเธอไปตลอด ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เธอสนิทกับบิดาเป็๲อย่างมาก จนทำให้พี่ๆ น้องๆ ต่างพากันบอกว่าเธอเป็๲ลูกรักของบิดา


            วริทธิ์นันท์นั่งมองเจดีย์บรรจุอัฐิอยู่อย่างนั้น อยู่ชั่วขณะหนึ่ง จึงลุกขึ้นหันหลังเดินกลับบ้าน ซึ่งพอถึงบ้าน ก็ได้เห็นว่าผู้ชายตัวโตที่มาเป็๲แขก ก็กำลังจะกลับแล้วเหมือนกัน เธอเผลอมองไปที่ชายหนุ่ม ซึ่งเขาก็มองมาพอดี จึงทำให้สายตาทั้งคู่สบกันเข้าอย่างจัง และก็เป็๲วริทธิ์นันท์อีกนั่นแหละ ที่ต้องแสร้งหลบเลี่ยงไปมองทางอื่น


            “นันท์ไปไหนมา พี่เขาจะกลับแล้วนี่ ไม่มาอยู่พูดคุยกับพี่เขาเลยนะเรา”


            ทองก้อนร้องเอ็ดมาให้ได้ยิน ซึ่งวริทธิ์นันท์ยักไหล่ทำเป็๲ไม่สนใจคำพูดของมารดา ก็ไม่ใช่แขกเธอนี่นะ แล้วทำไมจะต้องให้เธอสนใจ ใส่ใจด้วยล่ะ เธอทำเป็๲หูทวนลม เดินขึ้นบันไดไปบนบ้านอย่างสบายอารมณ์


            “ไอ้ลูกคนนี้นี่ ดูมันทำ/อย่าถือสานันท์มันเลยนะพ่อดน มันก็เป็๲ซะอย่างนี้แหละ หากภายหน้ามันดื้อด้านนัก ก็สั่งสอนมันได้แต่ถึงขั้นลงไม้ลงมือนะพ่อ”


            ทองก้อนส่ายหน้าไปมา อย่างไม่รู้จะพูดจะว่าอะไรกับลูกสาวคนนี้ดี ก่อนจะหันไปพูดกับดนวัต ซึ่งชายหนุ่มก็ทำเพียงแต่ยิ้ม และเหลือบมองคนตัวเล็กที่เดินขึ้นไปบนบ้านนิดหนึ่ง ด้วยสายตาที่เดาไม่ออกมาเขาคิดอะไรยังไง



    ๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔