"ออกไป หลี่อวี้ฝู"เฮยอู๋ฉางรีบจับถาดไม้มาไว้กับตัวเดินหนีสตรีร่างเล็กเเต่มากพิษสงให้ไกล
"ถ้าข้าปฏิเสธเล่า?""
"หลี่อวี้ฝู อย่าล้ำเส้น"เขามองหญิงสาวด้วยสายตาดุดันก่อนเดินไปเปิดประตูไล่ให้นางไปรอข้างนอก "ข้าจะเปลี่ยนเอง"
หลังจากเปลี่ยนเสร็จ หลี่อวี้ฝูตระเตรียมคำพูดกับเฮยอู๋ฉางด้วยท่าทีเจื่อนเล็กน้อยฝ่ายบุรุษสังเกตอยู่นาน ดูไปดูมานางเหมือนเเมวป่วย หรือเขาจะทำกับนางร้ายเเรงเกินไป
เเต่ที่เขาทำน่ะถูกเเล้ว หญิงชายจะทำสิ่งใดบัดสีเช่นนั้นได้อย่างไรกัน
ทั้งคู่มาถึงหน้าประตูเรือนฝั่งตะวันออกเฮยอู๋ฉางให้เกียรติหญิงสาวเดินเข้าไปก่อน ทั้งคู่เดินเข้าไปคนละฝั่ง ซึ่งมีม่านผ้าไหมกั้นตามประเพณีที่ไม่ให้ฝ่ายหญิงฝ่ายชายเจอหน้ากันก่อนด้วย
เเต่สำหรับกรณีนี้คงไม่ทันเเล้ว
ว่าที่บ่าวสาวจำเป็คำนับฝ่าาก่อนนั่งลงบนเบาะรองนั่งด้วยท่าทีสงบ
"ว่าที่บ่าวสาวมากันพร้อมเเล้วซินเเซหลิวเริ่มพิธีตรวจชะตาเลยเถิด"ขันทีหวังผู้ยืนข้างโอรสั รีบดำเนินการโดยเร็ว
สวี่เหวินคุนนั่งอยู่ตำเเหน่งหัวโต๊ะมองคุณชายเฉิงที่บุตรบุญธรรมเลือก ก็พอเข้าใจได้ว่าเหตุใดนางถึงตกหลุมรักเสียจนรีบวิ่งเต้นทำทุกอย่างเองเช่นนี้
พูดถึงเื่ความพอใจของบุตรีบุญธรรมนี่เป็เื่สำคัญ เเต่หากพูดถึงเื่ความเหมาะสม เื่นี้เองก็สำคัญไม่น้อย
ขันทีหวังถือถาดไปรับกระดาษข้อมูลส่วนตัวจากทางเเม่สื่อคุณชายเฉิงเเล้วนำไปส่งให้ทางซินเเซหลิว ซึ่งนางเป็เเม่สื่อของทางฝั่งเ้าสาวด้วย ซึ่งกระดาษนั้นก็เป็ฝีมือขององค์หญิงผิงอันที่เตรียมไว้หมดเเล้ว
"เราได้ยินมาว่าบัณฑิตเฉิงฮ่าวเป็ผู้มีพระคุณขององค์ผิงอัน"โอรสักล่าวขึ้นขณะซินเเซกำลังตรวจชะตาเขาคิดว่ามีบางสิ่งที่เเปลกไปกับเื่นี้
"พะย่ะค่ะ"เฮยอู๋ฉางประสานมือตอบรับอย่างอ่อนน้อมเเม้ในใจจะอึดอัดเเทบเเย่เเล้วก็ตาม "ครั้งนั้นองค์หญิงไปเที่ยวเล่นที่อันรุ่ยเเละถูกโจรชิงทรัพย์บังเอิญกระหม่อมผ่านไปจึงช่วยไว้ทัน"
เขาท่องตามที่หลี่อวี้ฝูกรอกเื่เท็จไว้ตรงตามทุกคำพูดถูกโจรชิงทรัพย์เช่นนั้นหรือ หากเขาเป็โจรผู้นั้น ขอยอมอดตายดีกว่าชิงทรัพย์นาง
"ที่เเท้บัณฑิตเฉิงเป็ชาวอันรุ่ยนี่เอง"สวี่เหวินคุนพยักหน้าพลางลูบเครางามเขาจรดสายตามองชายหนุ่มดวงหน้าขาวผ่องด้วยความสงสัยบางอย่าง "บรรพบุรุษสวี่เองก็เป็ชาวอันรุ่ย"
"บิดาของเ้าชื่ออันใดกันเล่า?"
เมื่อเป็คำถามนี้ ทั้งหลี่อวี้ฝูเเละเฮยอู๋ฉางต่างเริ่มนั่งไม่ติดเบาะพวกเขาไม่คิดว่าฮ่องเต้จะซักไซร้ถึงเื่นี้ หากตอบไม่ดีจะต้องมีปัญหาตามมาไม่จบเป็เเน่
"เสด็จพ่อ..."หลี่อวี้ฝูกล่าวเเทนนางกำลังจะช่วยเบี่ยงประเด็นสนทนา เเม้ตอนนี้มีข้อมูลต่างในหัวเเต่ก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้มากกว่านี้เเล้ว
ทว่าเฮยอู๋ฉางกลับพูดเเทรกนางอย่างมั่นใจ
"เฉิงหานพะย่ะค่ะ"เขาตอบหลังจากหลับตาเเน่นพยามสื่อจิตถึงหลี่อวี้ฝูในหัวของหลี่อวี้ฝูมีเเต่ชื่อของชายผู้นี้ หวังว่าสิ่งที่นางกำลังคิดในหัวต่อจากนี้จะเป็คำตอบที่ดี
"บัณฑิตหลวง อดีตอาจารย์สำนักฮั่นหลินน่ะหรือ?"สวี่เหวินคุนขมวดคิ้วเเน่น เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าเฉิงหานเป็ชาวอันรุ่ย
"หลังสิ้นรัชกาลอดีตฮ่องเต้ ท่านพ่อจึงกลับไปบ้านเกิดที่เมืองอันรุ่ยพะย่ะค่ะ"เฮยอู๋ฉางตอบอย่างฉะฉานหากเขาไม่สามารถสื่อจิตถึงหลี่อวี้ฝูได้ ทุกอย่างจบสิ้นตรงนี้เป็เเน่
"ข้าไม่ได้พบบัณฑิตหลวงเฉิงมานานไม่คิดว่าจะได้เป็ทองเเผ่นเดียวกัน..."
"องค์หญิง! องค์หญิงเพคะ!"ขณะนั้นเองเสียงเย่ฉีะโโหวกเหวกดังลั่นขัดเสียงคนในห้อง ฟังจากเสียงเเล้วคงเื่ใหญ่ไม่น้อยนางถึงกล้าทำเื่ที่เสี่ยงต่อศีรษะเช่นนี้
"เสียมารยาท"องค์หญิงผิงอันลุกขึ้นดุเสียงเย็นเเต่เวลานี้ไม่ใช่เื่สำคัญต่อเย่ฉีอีกต่อไป
"เกิดเื่เเล้วเพคะ! องค์หญิงรีบเสด็จไปที่หน้าประตูเถิดเพคะ!"เย่ฉีหลับตาเเน่นทิ้งตัวคุกเข่าขอร้องให้องค์หญิงไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นโดยเร็ว
หลี่อวี้ฝูเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้นับครั้งไม่ถ้วนอย่างเหตุการณ์ครั้งเหลียงป๋อนั้นก็ใช่ เเต่นางไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่มาขัดธุระสำคัญในชีวิตของนางเช่นนี้มากก่อนนางไม่รู้ว่าเื่ใดขึ้น เเต่คนที่เป็ต้นเหตุขัดขวางขั้นตอนการสมรสของนางจะไม่มีวันได้ใช้ชีวิตเหมือนเดิมเเน่
"ขอบพระทัยเสด็จพ่อที่ทรงเมตตาหม่อมฉันเเละคุณชายเฉิง"หลี่อวี้ฝูประสานมือเรียนโอรสัอย่างนอบน้อม"สำนักเหวยฝูไร้ธรรมเนียม วุ่นวายผิดเวลา เอาเป็ว่ายึดตามฤกษ์สะดวกใจในอีกสามวันขอบคุณเเม่สื่อทั้งสองที่เป็ธุระ"
ฤกษ์มงคลหรือ ช่างมันประไร อย่างไรเสียคนหาฤกษ์ไม่ใช่คนเเต่งเองเสียหน่อย
"หม่อมฉันเสียมารยาท น้อมส่งฝ่าาเพคะ"นางย่อกายเคารพฝ่าาก่อนรีบเดินตามเย่ฉีออกไปจากเรือน
ประตูไม้สีดำสำนักเหวยฝูสลักรูปเสือเคยเป็บานประตูศักดิ์สิทธิ์สำหรับทุกคนที่ผ่านไปมา หากไม่มีคำเชิญจากเ้าของ ใครเล่าจะกล้าเปิดเข้าไป
ทว่ายามนี้ไม่ใช่อีกต่อไป โคลนเหม็นสาบสาดเต็มบานประตูเสือโคร่งมีกระดาษเเผ่นหนึ่งเเปะทับไว้อย่างไม่ยำเกรง
'ไปตายเสีย หญิงชั่ว'
หลี่อวี้ฝูพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสายตาเรียบนิ่งเหล่าทหารนางกำนัลเตรียมหาน้ำมาสาดล้าง เเต่ถูกเ้าของห้ามไว้ นางกอดอกเเน่นไม่ปริปากพูดสิ่งใดชาวบ้านเดินผ่านไปมาต่างอดที่จะหยุดมุงดูเื่นี้อยู่ห่างๆ ไม่ได้
"เย่ฉี"หญิงสาวเอ่ยขึ้นในเสียงชุลมุน
"พะ...เพคะ"
"เ้าคิดว่าข้ามีทหารเฝ้าหน้าประตูไว้ทำสิ่งใด"นางถามเสียงเย็นสายตาจ้องทหารสองนายที่กำลังยืนคอตกสำนึกผิดตรงหน้า
"ทูลองค์หญิง...เื่นี้กระหม่อมอธิบายได้"นายทหารคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา
"ข้าไม่้าฟังคำเเก้ตัว"องค์หญิงผิงอันจ้องทหารตรงหน้าตาเขม็งนางเกลียดที่สุดคือคนที่ไม่สามารถรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง "มีเื่ใดสำคัญไปกว่ารักษาความปลอดภัยหน้าประตู"
ทหารทั้งสองได้เเต่เงียบ ไม่กล้าสู้หน้า
"ข้าถาม"
"มี...มีหญิงผู้หนึ่งเป็ลม นาง...นางเเต่งตัวดีกระหม่อมคิดว่าหากช่วยนางจะได้ลาภลอย"ทหารกล่าวเสียงสั่น สิ้นภาพทหารเเข็งเเกร่ง
หลี่อวี้ฝูเดินเข้าไปผลักไหล่ของทหารทั้งสองนางผลักพวกเขาคนละที โดยถามคำถามไม่เว้น่ให้พวกเขาได้ตอบ
"กล่าวคือพวกเ้าทิ้งเหวยฝูไปช่วยหญิงเป็ลมรึ?"
"ไม่รู้หรือว่ายามนี้ฝ่าาประทับที่เหวยฝู?"
"หากคนร้ายไม่ได้ทำเพียงสาดโคลนเกิดสิ่งใดขึ้นพวกเ้ารับผิดชอบไหวหรือ?"
"พวกเ้าไม่ไปรับใช้นางเสียเลยเล่า?"
นางผลักพวกเขาถอยหลังไปสะดุดกับธรณีประตูจนล้มลงคนในสำนักเหวยฝูรีบหันหลังก้มหน้าให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งไล่ให้ชาวบ้านรีบสลายตัวโดยไว
"กระหม่อมสมควรตาย!"นายทหารคนหนึ่งรีบคุกเข่าเอาหัวโขกพื้นหวังจะได้ความเห็นใจจากองค์หญิง
เเต่องค์หญิงผิงอันเคยเห็นใจใครด้วยหรือ
นางโน้มตัวลงกระชากหมวกที่ศีรษะของนายทหารทั้งสองออกก่อนเขวี้ยงทิ้งเสียงหมวกเหล็กกระทบพื้นดังก้อง ไม่มีใครกล้าเเม้เเต่จะหายใจ
"ข้าจะให้พวกเ้าสมปราถนา"
"ปลดนายทหารจ้าวเฉินเเละมู่จงไปเป็ทาสที่ชายเเดนเป่ยมู่จะกลับมาฉางเฟิ่งได้ก็ต่อเมื่อมีงานศพคนในครอบครัว"สิ้นประกาศิตขององค์หญิงผิงอันทุกคนตัวเย็นเฉียบ ทหารนายอื่นรีบมาคุมตัวอดีตนายทหารประจำหน้าประตูไป เสียงของพวกเขาทั้งสองโหยหวนน่าสงสารเเต่นางกลับไม่รู้สึกอะไรเเม้เพียงนิด
องค์หญิงตวัดสายตามองเย่ฉีอีกครั้งนางรู้ว่าศัตรูคนนี้เป็ใคร ในเมื่อต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ เช่นนั้นก็อย่าได้อยู่ในฐานะที่จะเดินไปไหนมาไหนอย่างภาคภูมิใจได้อีกเลย
"ห้ามผู้ใดเช็ด"
"ข้าจะจับหัวมันมาถูออกเอง"