ความมืดมิดและกลิ่นอายโลหะอันเข้มข้นยังคงอบอวลอยู่ภายในอุโมงค์โบราณที่เจี้ยนหลิน (剑林) และขาวน้อย (小白) กำลังเดินทางผ่าน แสงสว่างเดียวที่พอจะมองเห็นได้คือประกายแสงสีเงินจางๆ ที่สะท้อนจากสายแร่โลหะบนผนังอุโมงค์ และแสงนวลอ่อนๆ ที่แผ่ออกมาจากร่างของสหายตัวน้อยบนไหล่ของเขา เสียงฝีเท้าของเด็กหนุ่มก้องสะท้อนในความเงียบเป็นระยะ สร้างบรรยากาศที่ทั้งอ้างว้างและกดดันหลังจากก้าวพ้นจากบริเวณที่เกิดหินถล่มมาได้สักพัก การนำทางจากภายในจิตใจก็ยิ่งทวีความชัดเจนขึ้น มันชักนำให้เขามุ่งหน้าลึกลงไปในอุโมงค์ที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุดนี้ เจี้ยนหลินยังคงโคจรพลังปราณตามหลักการของ "เคล็ดวิชาพฤกษานิรมิต" (万木归元剑诀) เขาพยายามทำความเข้าใจและปรับตัวให้เข้ากับพลังงานธาตุปฐพีและศิลาที่หนาแน่นในสถานที่แห่งนี้ แม้พลังปราณขั้นหลอมรวมลมปราณระดับเจ็ดของเขาจะยังไม่สามารถดูดซับพลังงานเหล่านี้มาใช้ได้โดยตรง แต่ก็รู้สึกได้ว่าร่างกายเริ่มจะ "ต้านทาน" หรือ "คุ้นชิน" กับแรงกดดันของพลังงานเหล่านี้ได้ดีขึ้น และ "สัมผัสแห่งพฤกษา" ของเขาก็เริ่มจะ "ขยายขอบเขต" การรับรู้ไปสู่ "พลังชีวิตแฝงเร้น" ในรูปแบบอื่นนอกเหนือจากพืชพรรณที่มองเห็นได้ชัดเจนทันใดนั้น! สัญชาตญาณอันตรายก็พลันแล่นวาบขึ้นมาในจิตใจ! ขาวน้อยบนไหล่ของเด็กหนุ่มส่งเสียง "คิก!" แหลมเล็กออกมาอย่างตื่นตัว ขนอ่อนๆ รอบตัวมันตั้งชันขึ้นเล็กน้อย!เขาหยุดชะงักในทันที สองเท้าหยั่งมั่นคงบนพื้นศิลา ดวงตาคมกริบเพ่งมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า แม้สัมผัสแห่งพฤกษาจะถูกจำกัดในสภาพแวดล้อมนี้ แต่ด้วยการฝึกฝนเคล็ดวิชาใหม่ มันก็ยังพอจะรับรู้ได้ถึง "คลื่นพลังงาน" ที่ "ไม่เป็นมิตร" และ "แข็งกระด้าง" อย่างยิ่งยวด กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในเงาอุโมงค์ข้างหน้า!"ครืด...แครก...แครก..."เสียงคล้ายโลหะเสียดสีกับหินดังใกล้เข้ามาทุกขณะ พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนแผ่วเบาที่ส่งผ่านมาตามพื้นอุโมงค์ รุนแรงขึ้นทีละน้อยแล้วเงาร่างทะมึนร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นจากความมืด!มันคือ "อสูรผลึกโลหะ" (晶金妖兽) รูปร่างของมันคล้ายกับกิ้งก่ายักษ์สี่ขา ลำตัวใหญ่โตกว่าสองสามเท่า ปกคลุมด้วยเกล็ดผลึกสีทองแดงและเงินที่ส่องประกายแวววาวตัดกับความมืด ดวงตาสองคู่ของมันเป็นสีแดงก่ำดุจถ่านไฟ ลุกโชนด้วยความดุร้ายและกระหายเลือด กรงเล็บทั้งสี่ข้างแหลมคมราวกับใบมีด ยามที่มันเคลื่อนไหว เกล็ดผลึกบนร่างของมันเสียดสีกันเกิดเป็นเสียง "แครกๆ" ที่น่าขนลุก กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของมันนั้นรุนแรงและกดดันอย่างมหาศาล บ่งบอกถึงระดับพลัง หลอมรวมลมปราณขั้นสิบ/สมบูรณ์!‘แข็งแกร่งถึงเพียงนี้! เทียบเท่ากับราชันย์พยัคฆ์ตนนั้นเลยทีเดียว!’ เจี้ยนหลินประเมินพลังของมันในใจอย่างรวดเร็ว ความตึงเครียดฉายชัดในแววตา นี่คือบททดสอบที่หนักหนาสาหัสอย่างแท้จริงสำหรับพลังขั้นเจ็ดของเขา และยังเป็นการเผชิญหน้ากับอสูรที่แข็งแกร่งกว่าตนเองถึงสามขั้นย่อยเต็ม ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อพลังธาตุพฤกษาของเขาเลยแม้แต่น้อย!อสูรผลึกโลหะคำรามเสียงต่ำในลำคอ ดวงตาสีแดงก่ำทั้งสี่ดวงจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มราวกับเห็นเหยื่ออันโอชะ มันค่อยๆ ย่างสามขุมเข้ามาอย่างช้าๆ แต่ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยพลังกดดันที่ทำให้หายใจติดขัดเจี้ยนหลินมิได้รอให้มันเป็นฝ่ายจู่โจม เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พลังปราณขั้นเจ็ดในร่างโคจรอย่างรวดเร็ว มือขวากระชับ "กระบี่จิตพฤกษา" (草木心剑) ที่บัดนี้แฝงไว้ด้วยไอพลังธาตุน้ำจางๆ ทำให้ผิวไม้ดู "ชุ่มชื้น" และ "ลื่นไหล" ขึ้นเล็กน้อย ส่วนมือซ้ายก็ก่อรูป "กระบี่ไม้" (木剑) ขึ้นมาอีกเล่มหนึ่ง เตรียมพร้อมสำหรับ "วิถีกระบี่สองมือ"หลักการของ "เคล็ดวิชาพฤกษานิรมิต" ถูกใช้ออกมาอย่างเต็มกำลัง! เขาพยายาม "หยั่งรู้" และ "เชื่อมโยง" กับพลังชีวิตแฝงเร้นที่อาจจะยังคงหลงเหลืออยู่ใน "ตะไคร่น้ำ" หรือ "พืชชั้นต่ำ" ที่เกาะอยู่ตามผนังอุโมงค์อันชื้นแฉะ แม้จะน้อยนิด แต่เขาก็พยายามจะดึงมันมาเสริมพลังให้กับตนเองและกระบี่ไม้ในมือ และที่สำคัญคือ เขาเริ่มจะ "ประยุกต์" สัมผัสแห่งพฤกษาในการ "อ่าน" การไหลเวียนของ "พลังงานธาตุปฐพี" ที่แฝงอยู่ในโครงสร้างของอุโมงค์ เพื่อหา "จุดอ่อน" หรือ "ช่องว่าง" ในการเคลื่อนไหวของอสูร"โฮกกกก!"อสูรผลึกโลหะคำรามลั่น มันพุ่งทะยานร่างอันใหญ่โตของมันเข้าใส่เด็กหนุ่มด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากร่างที่ดูอุ้ยอ้ายเช่นนั้น! กรงเล็บผลึกอันแหลมคมตวัดเข้าใส่หมายจะฉีกร่างของเขาออกเป็นชิ้นๆ!เจี้ยนหลินใช้ "ก้าวพริ้วเยี่ยงเมฆา" (云蹤步) พลิ้วตัวหลบหลีกอย่างหวุดหวิด! ท่วงท่าที่เขาเคยแอบเฝ้ามองศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง (月清灵) ฝึกฝน บัดนี้ผสานเข้ากับความเข้าใจในพลังธาตุพฤกษาและความเฉียบคมจาก "หน่ออ่อนแห่งกระบี่" (剑之嫩芽) ทำให้การเคลื่อนไหวของเขามีความ "เป็นธรรมชาติ" และ "คาดเดาได้ยาก" ยิ่งขึ้น พร้อมกันนั้น "กระบี่จิตพฤกษา" ในมือขวาก็วาดออกเป็นเพลงกระบี่ "เมฆาไหล" (流云剑法) กระบวนท่า "เมฆาคล้อยเคลื่อนธารา" ปลายกระบี่ที่อาบพลังธาตุน้ำวาดผ่านอากาศราวกับสายน้ำที่เชี่ยวกราก พลันปรากฏ ริ้วแสงสีเขียวอ่อนจางๆ (青色光晕) เคลือบคลุมคมกระบี่ในชั่วพริบตา เสริมพลังและความเฉียบคมขึ้นอีกระดับ ฟาดฟันเข้าใส่บริเวณข้อต่อขาหน้าของอสูรผลึกโลหะ ซึ่งเป็นจุดที่เขาสังเกตเห็นว่าเกล็ดผลึกดูจะ "บาง" กว่าส่วนอื่นเล็กน้อย!"เคร้ง!"เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น! ประกายไฟแตกกระจาย! "กระบี่จิตพฤกษา" ที่เสริมพลังธาตุน้ำและเจตจำนงกระบี่จาก "หน่ออ่อนแห่งกระบี่" (剑之嫩芽) สามารถสร้างรอยบิ่นเล็กๆ บนเกล็ดผลึกบริเวณนั้นได้สำเร็จ! อสูรผลึกโลหะชะงักไปเล็กน้อย ส่งเสียงคำรามด้วยความไม่พอใจ!มันเดือดดาล! สะบัดหางที่เต็มไปด้วยหนามผลึกแหลมคมฟาดเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็วและรุนแรง!เด็กหนุ่มใช้กระบี่ไม้ในมือซ้ายตวัดขึ้นเป็นกระบวนท่า "เมฆาปัดป้องวายุ" พยายามจะนำ "แก่น" ของความอ่อนหยุ่นที่เคยเห็นจากเพลงกระบี่ของศิษย์พี่หญิงมาปรับใช้ ปลายกระบี่ไม้พลันปรากฏ ริ้วแสงสีเงินบางเบา (银色光华) วูบวาบขึ้น พยายามจะเบี่ยงเบนวิถีการโจมตีนั้น แต่ด้วยพลังที่แตกต่างกันเกินไป!"เปรี้ยง!"กระบี่ไม้แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ในทันที! แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้แขนซ้ายของเจี้ยนหลินชาหนึบ เขากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ชนเข้ากับผนังอุโมงค์อย่างแรง! ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง!‘พลังป้องกันและพลังโจมตีของมันแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ!’ เขาตระหนักได้ในทันที การต่อสู้ครั้งนี้หนักหนาสาหัสกว่าที่เคยคาดคิดไว้มาก จะต้องใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มี และต้องหา "โอกาส" ให้พบ!เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง พยายามข่มความเจ็บปวด พลังจาก "เคล็ดวิชาพฤกษานิรมิต" ถูกโคจรจนถึงขีดสุด เขารู้สึกได้ถึงพลังชีวิตอันน้อยนิดจากพืชชั้นต่ำรอบๆ ที่กำลัง "ตอบสนอง" ต่อการเรียกหาของเขา มันค่อยๆ ไหลรวมเข้ามาเสริมพลังให้กับ "กระบี่จิตพฤกษา" และก่อรูปเป็นกระบี่ไม้เล่มใหม่ในมือซ้ายของเขาอย่างรวดเร็ว! กระบี่ไม้เล่มใหม่นี้แม้จะยังดูธรรมดา แต่กลับแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายพลังชีวิตที่เข้มข้นขึ้นเล็กน้อย!ดวงตาของเจี้ยนหลินจับจ้องไปยังอสูรผลึกโลหะอย่างไม่ลดละ เขากำลัง "หยั่งรู้" และ "วิเคราะห์" ทุกการเคลื่อนไหวของมัน เพื่อค้นหา "ช่องว่าง" หรือ "จุดอ่อน" ที่แท้จริง ท่ามกลางวิกฤตนี้ สติปัญญาและความเยือกเย็นของเขากำลังถูกทดสอบถึงขีดสุด!
(จบตอนที่ 136)