วันนี้ยังคงปกติอีกเช่นเคย ท้องฟ้าสีครามในยามเที่ยง ก้อนเมฆค่อยๆเคลื่อนผ่านไป
เจ้าตัวมาโรงเรียนเหมือนเดิมและใช้ชีวิตสงบสุขเหมือนกับเด็กสาวมัธยมปลายทั่วๆไป
“ เฮ้ย เหม่อลอยอะไรอยู่ไม่ทราบ? ”
เสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้นจากหน้าห้อง ไม่ต้องเดาเลยสักนิดว่าเป็นใครที่เรียกเธอ เด็กสาวที่เหม่อลอยหันกลับมามองเพื่อนของเธอที่กำลังเดินเอาไม้กวาดไปเก็บไว้ในตู้ล็อกเกอร์
คิมหันต์ยอมรับว่าแอบแปลกใจเล็กน้อย เธอไม่เคยคิดว่าคนอย่างซูซาคุจะรู้จักทำเวรด้วย
มันช่างเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายจริงๆที่เด็กหนุ่มท่าทางหัวรั้นเหมือนกับนักเลงจะมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตน
ขอโทษนะที่ฉันมองนายแต่เปลือกนอกน่ะ
“ มองแบบนั้นหมายความว่ายังไงฟระ ? จะหาเรื่องกันรึไง ? ก่อนอื่นเลย เอาการบ้านมาลอกหน่อยดิ ปากกาด้วย” ซูซาคุรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่เด็กสาวมองหน้าเขาด้วยสายตาแปลกๆ
“ ค่ะๆ เชิญลอกได้ตามสบายเลยค่ะ” เธอพูดอย่างเคยชินพร้อมกับหยิบสมุดการบ้านวิชาประวัติศาสตร์และปากกา ส่งให้เพื่อนโต๊ะหลัง ช่วงหลังๆมานี้เด็กสาวนั้นแทบจะเริ่มชินชากับการพูดจาหาเรื่องแบบนี้ของซูซาคุไปเสียแล้ว
“ กลับมาแล้ว” น้ำเสียงบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าของไพลินดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวที่เดินมาเอาหน้าฟุบไปกับโต๊ะอย่างรวดเร็ว
“ เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ ?” เธอถามด้วยความสงสัยเนื่องจากพอเรียนคาบสี่เสร็จอาจารย์ประจำชั้นก็เรียกให้ไพลินไปหาที่ห้องพักครูหลังกินข้าวเสร็จ
“ โดนบ่นเรื่องหลับในคาบเรียน น่าเบื่อชะมัด”
“ สมควร ! เตือนกี่ครั้งก็ไม่เคยจำ”
“ ทำการบ้านไปเงียบๆเถอะ รำคาญ”
“ หน๊อย ! ยัยนี่ !” เขาถึงกับแยกเขี้ยวออกมาทันทีเมื่อเห็นท่าทางรำคาญของไพลิน
เป๊าะ
เขาโมโหจนเผลอหักด้ามปากกาในมือออกเป็นสองเสี่ยง เด็กสาวนั่งมองปากกาสีม่วงแท่งโปรดของเธอแยกออกเป็นสองส่วนคาอยู่ในมือของเด็กหนุ่ม เธอทำสีหน้าตกใจเล็กน้อยเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างก่อนจะกลับมาเป็นปกติ
“ ขอโทษ ! เดี๋ยวฉันซื้อให้ใหม่” เด็กหนุ่มพูดขึ้นทันที
ถึงเขาจะพูดออกไปด้วยเสียงปกติแต่ตอนนี้ภายในใจของเขาก็เริ่มกังวลเล็กน้อย เขาต้องการชดใช้ให้เธอด้วยการซื้อปากกาแท่งใหม่ให้ แต่พอเขาพูดออกไปแบบนั้นสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงลมถอนหายใจของคิมหันต์แต่อย่างเดียว
“ ช่างมันเถอะ ไม่ต้องไปใส่ใจหรอก เอามานี่มา ” คิมหันต์พูดอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหยิบชิ้นส่วนปากกาจากมือของซูซาคุ เจ้าตัวจ้องมองปากกาด้ามนี้แวบนึงก่อนจะเก็บซากมันไว้ในกระเป๋ากระโปรงของเธอ
เด็กหนุ่มมองเด็กสาวอย่างไม่เข้าใจ เขาคิดว่ายังไงคนที่ให้ยืมการบ้านต้องโกรธเขาแน่นอนเพราะสีหน้าตอนเห็นปากกาด้ามนั้นแยกออกเธอดูตกใจแท้ๆแต่กลับบอกปัดมาไม่ต้องใส่ใจ
แถมเธอยังเก็บซากปากกานั้นไว้อีกไม่เอาไปทิ้งถังขยะ จะให้เขาไม่รู้สึกผิดได้อย่างไรกัน ?
หลังเลิกเรียน
“ เอ่อ .. ทั้งสองคนกลับไปก่อนเลย พอดีฉันมีธุระนิดหน่อย ” หลังจากเลิกเรียนเสร็จคิมหันต์ก็เอ่ยปากบอกเพื่อนทั้งสองทันทีด้วยท่าทางเร่งรีบ
ซึ่งมันแปลกมากสำหรับพวกเขาเพราะปกติแล้วเด็กสาวมักจะรอกลับบ้านพร้อมกันตลอด นอกจากทั้งคู่จะไม่ว่างจริงๆถึงจะกลับบ้านคนเดียว
“ เฮ้ย ! จะไปไหนของเธอ ” ซูซาคุถามแทบจะทันทีเมื่อเห็นเด็กสาวผมสีน้ำตาลมีท่าทีลนลานอย่างน่าสงสัย
“ ไว้เจอกันนะ ! ” คิมหันต์เลือกที่จะเมินคำถามของซูซาคุและรีบวิ่งออกจากห้องออกไปอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าการกระทำนี้เหมือนกับการยั่วโมโหซูซาคุไปในตัว
“ เมินฉันแบบนี้หมายความว่ายังไงวะ ?”
“ หมายความว่าคิมหันต์โกรธนายยังไงล่ะ เจ้าคนชอบใช้ความรุนแรง” ไพลินพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
“ มันก็แค่ปากกาด้ามเดียวจะอะไรกันนักกันหนา”
“ เฮ้อ…. ใช่ มันก็แค่ปากกาด้ามเดียวแต่อาจจะเป็นของสำคัญที่คนสำคัญให้มาก็ได้ จริงไหม?”
“ เหอะ ! ไร้สาระสิ้นดี” ถึงตัวเขาจะพูดออกมาแบบนั้น ไพลินก็ยังสามารถรับรู้ได้ว่าเพื่อนของเธอคงแอบเป็นห่วงความรู้สึกของคิมหันต์อย่างแน่นอน บางทีไอ้นิสัยปากแข็งมันก็ปัญหาเยอะจริงแฮะๆ อย่างน้อยแค่พูดขอโทษออกไปมันอาจจะไม่ต้องมารู้สึกอึดอัดกันแบบนี้ก็ได้
ด้านของคิมหันต์
“ เฮ้อ ซูซาคุจะโกรธรึเปล่านะ ที่ไปขัดใจเขาเรื่องจะซื้อปากกาให้ใหม่เนี่ย” เจ้าตัวพอเดินพ้นออกมาจากห้องเรียนไกลพอสมควรบ่นพึมพำกับตัวเอง
ที่จริงเธอแค่จะปลีกตัวออกมาซื้อปากกาแต่เพียงเท่านั้น เธอรู้ดีว่าซูซาคุต้องการจะชดใช้ปากกาแท่งใหม่ให้กับเธอ
เพียงแต่ว่าซูซาคุก็ไม่ได้มีเงินมากอะไร เขายังจำเป็นต้องทำงานพิเศษเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายของเขาเอง ตอนที่พบกันครั้งแรกเขาถึงขนาดชวนเธอไปทานของว่างที่ร้านที่เขาทำงานพิเศษอยู่ เพื่อให้ได้รับเงินโบนัสเล็กๆน้อยๆ แล้วแบบนี้เธอจะไปบังคับให้เขาซื้อปากกาแท่งใหม่ให้ได้อย่างไร
แต่เมื่อเธอตัดสินใจทำแบบนี้ เธอก็รู้ดีว่าซูซาคุจะต้องโกรธเป็นธรรมดา ด้วยนิสัยของเขาแล้วเขาน่าจะเป็นคนที่ไม่อยากจะไปติดค้างกับใคร แต่เธออยากให้เขาเก็บเงินเอาไว้ ถึงเธอจะต้องโดนเขาโกรธก็ตาม
เรียกได้ว่าตอนนี้ทั้งคู่ต่างเข้าใจผิดกันไปหมด รวมทั้งไพลินด้วย
ความจริงแล้วเด็กสาวไม่ได้โกรธเลยสักนิดแต่เธอกลัวว่าซูซาคุจะโกรธเลยรีบชิ่งออกมา ส่วนเรื่องที่ซูซาคุโมโหจนเผลอหักปากกาด้ามนั้น เธอแค่ตกใจเท่านั้นเองเพราะปากกาด้ามนี้เป็นของขวัญวันเกิดตอนอายุครบ 12 ปี ที่เรียวซื้อให้ แต่พอคิดไปคิดมาเจ้านั่นคงจะลืมไปแล้วด้วยซะล่ะมั้ง
นึกได้ดังนั้นเจ้าตัวจึงหยิบซากปากกานั่นออกมาจากกระเป๋ากระโปรงพลางมองมันด้วยแววตาที่เศร้าสร้อย ทั้งที่เธอพยายามตีตัวออกห่างจากน้องชายต่างสายเลือดแถมยังพูดจาแย่ๆใส่เพื่อตัดความสัมพันธ์ให้เด็ดขาดแล้วทำไมกันนะ คนที่รู้สึกเจ็บปวดมากที่สุดก็คือเธอเอง
เรื่องในอดีตช่างมันเถอะ ! ที่สำคัญตอนนี้จะง้อหมอนั่นยังไงดีนะ ?