บนแท่นตื่นรู้เซียวเยี่ยที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นขั้นตอนการปลุกอาชีพ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวภาพของเทพทั้งสี่และนิมิตประหลาดรอบกายก็ค่อยๆ เลือนหายไปก่อนที่ทัศนียภาพโดยรอบจะแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันเขาถูกเคลื่อนย้ายจากศิลาจารึกโบราณมายังสถานที่แปลกตาอีกแห่งหนึ่งในทันที
พลันมีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นที่ข้างหู
[ผู้ตื่นรู้รุ่นเยาว์ ท่านได้เข้าสู่หอคอยแห่งการทดสอบแล้ว!]
หอคอยแห่งการทดสอบคือการทดสอบขั้นสุดท้ายของผู้ตื่นรู้ในแต่ละรุ่น
ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับอาชีพของตนเองได้อย่างรวดเร็วและการรีดเร้นศักยภาพสูงสุดของอาชีพที่ปลุกขึ้นมา คือสิ่งที่สมาคมต่างๆให้ความสำคัญมากที่สุด
แม้จะเป็อาชีพในระดับเดียวกันแต่ด้วยขีดความสามารถที่แตกต่างกันของผู้ใช้มักจะทำให้ประสิทธิภาพในการต่อสู้จริงนั้นห่างชั้นกันอย่างมหาศาล
ที่ผ่านมาบรรดาผู้ตื่นรู้ที่ปรับตัวเข้ากับอาชีพได้อย่างรวดเร็วและทำลายสถิติการพิชิตหอคอยซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่างก็กลายเป็บุคคลเนื้อหอมที่สมาคมั์ใหญ่แย่งตัวกันไปปั้นเสริมบารมีอย่างไม่ต้องสงสัย!
และเหตุผลที่เซียวเยี่ยถูกขนานนามว่าเป็เมล็ดพันธุ์อัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองซ่างจิงก็เพราะผลการทดสอบต่างๆ ตลอดสามปีในชั้นมัธยมของเขานั้นโดดเด่นจนเกินไป!
ทุกคนต่างตั้งความหวังในตัวเขาไว้สูงลิบโดยเชื่อว่าขอเพียงเขาปลุกอาชีพได้ั้แ่ระดับ A ขึ้นไปเขาจะต้องเฉิดฉายในหอคอยแห่งการทดสอบนี้อย่างแน่นอน
ทว่าช่างน่าเสียดายยิ่งนักเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอาชีพระดับ SSS ที่หาได้ยากในรอบร้อยปีอย่าง‘มหันตภัยกองทัพอันเดด’ เซียวเยี่ยกลับเลือกอาชีพไร้ระดับที่เป็ขยะในหมู่ขยะกระทั่งอาชีพระดับ D ก็ยังเหนือกว่า...
บางทีในโลกนี้คงมีเพียงคนเดียวที่ไม่ได้คิดเช่นนั้นซึ่งก็คือตัวเซียวเยี่ยเอง
เซียวเยี่ยกวาดสายตาสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างรวดเร็ว
เขาพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางป่าโบราณที่มืดมิดจนแทบมองไม่เห็นเดือนเห็นตะวันแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านกิ่งก้านสาขาหนาทึบลงมานั้นวูบวาบไม่แน่นอนอีกทั้งรอบกายยังมีเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ฟังดูประหลาดดังแว่วมาเป็ระยะ
ที่นี่คงจะเป็ชั้นที่1ของหอคอยแห่งการทดสอบ
ในหอคอยแห่งการทดสอบนี้แต่ละชั้นจะมีมิติแยกเป็เอกเทศมีเพียงการกำจัดมอนสเตอร์พิทักษ์ของแต่ละชั้นเท่านั้นจึงจะสามารถมุ่งหน้าสู่ชั้นต่อไปได้
“เปิดแผงสถานะ!”
เซียวเยี่ยเรียกขานเบาๆเมื่อผู้ตื่นรู้ได้รับอาชีพแล้วจะสามารถตรวจสอบข้อมูลสถานะของตนเองได้ทันใดนั้นหน้าจอที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดของเซียวเยี่ยในตอนนี้ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
[เซียวเยี่ย]
[อาชีพ: ผู้ถูกทวยเทพทอดทิ้ง]
[ระดับ: 1]
[พลังชีวิต: 200; มานา: 100]
[พลังโจมตี: 20; พลังป้องกัน: 20]
[พละกำลัง: 5; ความแข็งแกร่ง: 5]
[ความคล่องตัว: 5; จิติญญา: 5]
[ทักษะเริ่มต้น: ไม่มี]
[พร์: เทวลักษณ์บกพร่อง]
“ช่างอ่อนแอจนน่าเวทนาจริงๆ...”
แม้แต่เซียวเยี่ยเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจอาชีพ‘ผู้ถูกทวยเทพทอดทิ้ง’ นี้ไม่ต่างอะไรกับอาชีพไร้ระดับเลยค่าสถานะพื้นฐานทั้งสี่อย่าง พละกำลัง ความแข็งแกร่ง ความคล่องตัว และจิติญญามีเพียง 5 แต้มที่ดูน่าสมเพชเท่านั้น
ทั้งพลังชีวิตพลังโจมตี และพลังป้องกัน ก็ยังต่ำเตี้ยเรี่ยดินยิ่งกว่าอาชีพระดับ Dที่ต่ำที่สุดเสียอีก
กระทั่งทักษะเริ่มต้นก็ยังไม่มีสิ่งเดียวที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้เห็นจะมีเพียงพร์เริ่มต้นอย่าง‘เทวลักษณ์บกพร่อง’ เท่านั้น
“ตรวจสอบพร์ เทวลักษณ์บกพร่อง!”
เซียวเยี่ยหรี่ตาลงเขาเดิมพันทั้งชีวิตและโชคชะตาไว้กับพร์สีแดงคล้ำนี้พร์ทั่วไปนั้นไล่ั้แ่ระดับต่ำสุดคือสีเทา สีขาว สีเขียว สีฟ้าไปจนถึงระดับสูงอย่างสีม่วงและสีส้ม ยิ่งระดับสูงเท่าไรพร์นั้นก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น!
ทว่าเทวลักษณ์บกพร่องของเซียวเยี่ยกลับมีสีแดงก่ำดั่งโลหิตดูลึกลับและแปลกประหลาดอย่างยิ่ง!
จากนั้นบรรทัดคำบรรยายก็ปรากฏขึ้นต่อสายตาของเซียวเยี่ย:
[เทวลักษณ์บกพร่อง]
[คำอธิบาย: เทวลักษณ์ของผู้ที่ถูกทวยเทพทอดทิ้งแม้จะบกพร่องแต่สามารถรับการสังเวยได้การสังเวยเพลิงประทีปจะช่วยเติมเต็มเทวลักษณ์ที่บกพร่องให้สมบูรณ์]
“หวังว่าฉันจะเดิมพันไม่ผิดนะ!”
เซียวเยี่ยขบฟันแน่นบริเวณที่เขาถูกส่งตัวเข้ามานั้นมีกล่องอาวุธขนาดมหึมาวางอยู่
ภายในเต็มไปด้วยกระบี่โล่ หอก ธนู คทาเวท... และอาวุธหลากหลายชนิดเตรียมไว้ให้เลือกใช้
อาวุธเหล่านี้ล้วนเป็อาวุธไร้ระดับขั้นเริ่มต้นทั้งสิ้นทั้งนี้ก็เพื่อให้การทดสอบในหอคอยมีความยุติธรรมที่สุด
เซียวเยี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเลือก‘หอกเหล็กหยาบ’ ขึ้นมาหนึ่งเล่ม
ปัจจุบันอาชีพของเขาไม่มีโบนัสความชำนาญอาวุธใดๆการเลือกหอกนั้นเป็เพียงเพราะว่าในบรรดาอาวุธระยะประชิดทั้งหลายหอกมีระยะการโจมตีที่ไกลที่สุด
สำหรับร่างกายที่บอบบางในตอนนี้ระยะห่างถือเป็ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมในการต่อสู้ที่ปลอดภัยที่สุดให้แก่เขา
[หอกเหล็กหยาบ]
[ระดับที่้า: 1]
[พลังโจมตี: +15]
หลังจากสวมใส่หอกเหล็กหยาบพลังโจมตีบนแผงสถานะของเซียวเยี่ยก็เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 35แต้ม
และในตอนนั้นเองก็มีเสียงเคลื่อนไหวดังสวบสาบมาจากพุ่มไม้รอบด้าน มอนสเตอร์ผู้พิทักษ์ชั้นที่ 1ของหอคอยแห่งการทดสอบปรากฏกายขึ้นแล้ว!
มันคือมอนสเตอร์ร่างมนุษย์หลายตัวที่มีหลังค่อมหัวแหลม หูยาว และมีิัสีเขียวน่าเกลียดน่ากลัว
“ก็อบลิน!”
เซียวเยี่ยจำมอนสเตอร์ชนิดนี้ได้ทันทีเผ่าพันธุ์ก็อบลินที่ดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนบนแผ่นดินใหญ่ด้วยความสามารถในการแพร่พันธุ์อันมหาศาลแม้จะเป็มอนสเตอร์ที่อ่อนแอที่สุดชนิดหนึ่งแต่สำหรับเซียวเยี่ยที่มีค่าสถานะพื้นฐานแทบจะว่างเปล่าในตอนนี้ เขาไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
เซียวเยี่ยกระชับหอกในมือแน่นพลางถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างระแวดระวัง
ก็อบลินที่ปรากฏตัวต่อหน้าเขามีทั้งหมดสามตัวหากเขาตกอยู่ในวงล้อม ด้วยร่างกายที่เปราะบางเช่นนี้อาจถูกจัดการได้ในชั่วพริบตา
แต่โชคดีที่ตอนนี้เซียวเยี่ยยืนพิงต้นไม้ใหญ่ขนาดห้าคนโอบรากไม้ขนาดั์ที่โผล่พ้นดินขึ้นมาทำให้เขาชิงความได้เปรียบทางชัยภูมิในการต่อสู้จากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ
ขณะนั้นเองก็อบลินตัวที่อยู่หน้าสุดก็ร้องแผดเสียงะโพลางพุ่งเข้าหาเซียวเยี่ยมันใช้กรงเล็บที่มีขนสีเขียวขึ้นแซมเงื้อกระบี่เหล็กขึ้นสนิมฟันใส่เซียวเยี่ยทันที!
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังกังวานเซียวเยี่ยใช้สองมือกุมหอก ปัดกระบี่ในมือของก็อบลินให้เบี่ยงออกไปได้อย่างแม่นยำนี่คือทักษะการต่อสู้ขั้นพื้นฐานที่สุด
ทว่าหากเซียวเยี่ยมีทักษะ‘ปัดป้อง’ การโจมตีนี้คงเพียงพอที่จะทำให้ก็อบลินเสียหลักจนเปิดช่องโหว่ได้
น่าเสียดายที่เซียวเยี่ยไม่มีแม้แต่ทักษะปัดป้องพื้นฐานการรับแรงเหวี่ยงฟันของก็อบลินตรงๆ ทำให้เขาถึงกับรู้สึกชาที่ฝ่ามือ!
ถึงกระนั้นเซียวเยี่ยที่เชี่ยวชาญการต่อสู้และครองชัยภูมิที่เหนือกว่าก็ยังหาจังหวะสวนกลับได้อย่างเฉียบคมอาศัยจังหวะที่ก็อบลินตัวนั้นเสียสมดุลจากการปัดกระบี่เขาก็แทงหอกเหล็กหยาบเข้าที่หน้าอกของมันอย่างจัง
[-29!]
ตัวเลขความเสียหายปรากฏขึ้นทันทีนี่คือผลลัพธ์จากพลังโจมตีของเซียวเยี่ยหักลบด้วยพลังป้องกันของก็อบลินก็อบลินตัวนั้นร้องโหยหวนด้วยความเ็ปประกอบกับตำแหน่งที่มันเหยียบบนรากไม้นั้นไม่มั่นคงอยู่แล้วเมื่อถูกหอกแทงเข้าไปหนึ่งครั้ง ร่างของมันจึงเสียหลักโอนเอนไปมา
เซียวเยี่ยก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วตวัดหอกสลับกับการฟาดฟัน สร้างความเสียหายตามมาอีกสองระลอก
[-31!]
[-29!]
แถบพลังชีวิตของก็อบลินตัวแรกลดฮวบลงเกินครึ่งทว่าในตอนนั้นเองเพื่อนร่วมฝูงอีกสองตัวของมันก็ร้องคำรามพุ่งเข้ามาขนาบข้างเพื่อโจมตีเซียวเยี่ยเมื่อต้องรับมือกับการขนาบข้างจากซ้ายและขวาเซียวเยี่ยกลับตัดสินใจพุ่งไปข้างหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว หอกในมือทะลวงร่างของก็อบลินตัวหน้าสุดอย่างรุนแรง
[-27!]
แถบพลังชีวิตที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดถูกล้างจนเกลี้ยงในพริบตา!
นี่คือรูปแบบการต่อสู้ของเซียวเยี่ย...เด็ดขาดและดุดัน เมื่อต้องสู้กับศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าสิ่งที่ต้องทำคือต้องกำจัดออกไปให้ได้ก่อนหนึ่งตัว
ก็อบลินตัวแรกค่อยๆล้มลง แววตาที่ว่างเปล่าของมันยังแฝงไปด้วยความไม่ยินยอม
ในขณะเดียวกันเซียวเยี่ยก็ได้ข้อมูลที่สำคัญยิ่ง นั่นคือก็อบลินหนึ่งตัวมีพลังชีวิตประมาณ 100แต้ม ด้วยพลังโจมตีจากหอกเหล็กหยาบเขา้าการโจมตีมากที่สุดเพียงสี่ครั้งต่อตัวเท่านั้น
เมื่อเห็นเพื่อนตายลงก็อบลินอีกสองตัวที่เหลือก็ยิ่งคลุ้มคลั่ง พุ่งเข้าฟันเซียวเยี่ยด้วยโทสะทว่าท่ามกลางการโจมตีที่ขนาบเข้ามาพร้อมกัน เซียวเยี่ยกลับไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อยเขาขยับก้าวหลบหลีกอย่างพลิ้วไหว พลางใช้หอกปัดป้องการโจมตีไปด้วย
หากในตอนนี้มีใครบางคนกำลังมองผ่านมุมมองของเซียวเยี่ยอยู่ล่ะก็จะต้องตกตะลึงกับการเคลื่อนที่อันชาญฉลาดและการควบคุมระยะห่างของอาวุธที่ยอดเยี่ยมเกินบรรยายแม้จะมีก็อบลินสองตัวจู่โจมเข้ามาพร้อมกันแต่นอกจากพวกมันจะแตะต้องตัวเซียวเยี่ยไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้วแล้วยังถูกเซียวเยี่ยปัดป้องและสวนกลับซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแถบพลังชีวิต ค่อยๆลดเลือนหายไป...
ห้านาทีต่อมาก็อบลินตัวสุดท้ายก็ค่อยๆ ร่วงหล่นจากปลายหอก กลายเป็ศพไร้ิญญา
แสงสีขาวสามสายจากร่างของพวกมันพุ่งเข้าสู่ตัวเซียวเยี่ยมอบค่าประสบการณ์ที่มากพอจะทำให้เขายกระดับทันที
[ระดับเพิ่มขึ้น!]
[ได้รับแต้มสถานะอิสระ 5 แต้ม!]
อย่างไรก็ตามสายตาของเซียวเยี่ยกลับถูกดึงดูดด้วยซากศพของก็อบลินทั้งสามตัวบนศพของก็อบลินแต่ละตัวมีเปลวไฟดวงเล็กๆ รำไรลอยเด่นขึ้นมา และนั่นก็คือเพลิงประทีป!
การสังหารมอนสเตอร์จะทำให้ได้รับเพลิงประทีปการนำเพลิงประทีปไปสังเวยให้แก่เทพที่ตนติดตาม จะช่วยให้ได้รับความโปรดปรานได้รับทักษะใหม่ๆ หรือแม้แต่การเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สอง ครั้งที่สาม...เพื่อเลื่อนระดับอาชีพ!
ทว่าในตอนนี้พร์เทวลักษณ์บกพร่องในตัวเซียวเยี่ยกลับบ่งบอกว่า...เขาสามารถสังเวยเพลิงประทีปเหล่านี้ให้แก่ตัวเองได้!
“สังเวยเพลิงประทีปของก็อบลิน!”
เซียวเยี่ยเริ่มพิธีกรรมสังเวยโดยไม่ลังเลความสำเร็จหรือล้มเหลวตัดสินกันที่จุดนี้แก่นอัคคีสามดวงจากศพก็อบลินวนเวียนอยู่รอบปลายหอกในมือเซียวเยี่ยหนึ่งรอบก่อนจะสลายหายเข้าไปในร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง
[สังเวยเพลิงประทีปก็อบลินสำเร็จ! แต้มแก่นอัคคี +1!]
[สังเวยเพลิงประทีปก็อบลินสำเร็จ! แต้มแก่นอัคคี +1!]
..........
หลังจากการสังเวยเพลิงประทีปติดต่อกันเสียงแจ้งเตือนอันไพเราะก็ดังขึ้นที่ข้างหูเซียวเยี่ย
[สังเวยเพลิงประทีปก็อบลินสำเร็จ! แต้มแก่นอัคคี +1!]
[ได้รับคุณสมบัติพร์ พลังป่าเถื่อนระดับ D! ความแข็งแกร่ง+100!]