ผมที่กำลังวิ่งหนีอย่างสุดชีวิตตอนนี้ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรกับทุกอย่างได้แต่คิดว่า
"นี่มันเื่บ้าอะไรกัน"
ทุกอย่างมันเริ่มขึ้นจากวันนั้น...
หลายเดือนที่ผ่านมานี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในหลายๆ ที่ซึ่งผมไม่ค่อยได้สนใจอะไรเพราะมันบ่อยจนชินไปแล้ว และผมยังมีงานอยู่ล้นมือที่ต้องทำถึงงานมันจะน่าเบื่อแต่ก็จำเป็ต้องทำ ตอนนี้เราอยู่ในยุคที่งานมีมากมายแต่เงินนั้นหายากประมาณว่ามีแต่งานที่ทำแล้วไม่คุ้มค่าแรงแต่ถ้าไม่ทำก็ไม่มีกินแล้วคนส่วนใหญ่ในตอนนี้เป็แรงงานเกือบทั้งหมด..
ไคลด์"เพราะอย่างนี้ถึงจำเป็ต้องทำหรออ่าาา"
แจ็ค"บ่นอีกแล้วหรอไคลด์บ่นไปทุกวันมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกนะ"
แจ็คตบไปที่บ่าไคลด์
ไคลด์"เงียบไปเลยแจ็คก็คนมันเบื่อนี่หว่าทำไงได้"
แจ็คเขาเป็เพื่อนที่ทำงานกับผมเราค่อนข้างสนิทกันเลยทีเดียว
ไคลด์"ก็ได้แต่คิดละนะแต่ว่าใช้ชีวิตแบบนี้มันไม่ดูน่าเบื่อไปหน่อยหรอ..."
แจ็ค "ฮ่าๆๆๆ ทำไงได้ละ "
ระหว่างนั้นได้เกิดแรงสั่นะเืขึ้น [สั่นๆ]
แจ็ค"เอาอีกแล้วๆ "
มีรายงานว่าเกิดแผ่นดินไหวใกล้กับที่ที่ผมทำงานเราเลยต้องหยุดการทำงานแล้วออกมาด้านนอก ถึงมันจะไม่รุนแรงนักก็ตามและที่ดูเป็ปกติไม่มีการแตกตื่นเพราะมันเกิดขึ้นบ่อยๆ
ไคลด์"ดีจริงๆ เลยนะตอนที่ได้พักในเวลางานเนี้ย"
ผมกับแจ็คเดินคุยกันจนมาถึงที่ปลอดภัย
ขนะที่แผ่นดินไหวกำลังเกิดนั้นผมได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ถนนมีก้อนสีดำอะไรสักอย่างกำลังขยายตัวขึ้นอยู่กลางอากาศพร้อมกับแรงสั่นะเืของแผ่นดินไหวที่เพิ่มขึ้น
แจ็ค"มันดูเหมือนวันนี้มันสั่นแรงขึ้นนะ"
ไคลด์"นั้นมันอะไรน่ะก้อนสีดำนั้นดูไม่ปกติเลยนะหลุมดำหรือไง"
เเจ็ค"นั่นมันอะไรฉะนั้น"
ไคลด์"จะไปรู้ไหมละก็เห็นพร้อมแกนี้หว่า"
อยู่ดีๆ แรงสั่นของแผ่นดินไหวก็รุนแรงขึ้น
แจ็ค "นี้มันไม่แรงไปหน่อยหรอ"
ผมกับแจ็คและคนอื่นๆ ต้องนั้งลงกับพื้นเพราะแรงสั่นของแผ่นดินไหวทำให้ทรงตัวยาก
ผู้คนแตกตื่นกับสิ่งที่เกิดขึ้นแรงสั่นนั้นแรงขึ้นพวกตึกอาคารบางตึกนั้นได้ถล่มลงมา ผู้คนหนีตายกันให้วุ่นผมกับแจ็คที่ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำได้แค่มอง
แจ็ค"แกเห็นนั่นไหมพวกคนที่ออกจากตึกมาไม่ทัน"
แจ็คมองไปที่ศพที่สภาพไม่น่าดูเท่าไหร่
ไคลด์"อย่าไปมองน่า เราโชคดีจริงๆ ที่ออกมากก่อน"
แจ็ค"วันนี้มันวันอะไรกันวะเนี้ย"
ถึงอยาจะช่วยก็เถอะผมนั้นทำอะไรไม่ได้เลยเข้าไปตอนนี้ก็แค่เข้าไปตายแค่นั้นผมน่ะทำได้แค่รอความช่วยเหลือเท่านั้น
ดูเหมือนแผ่นดินไหวสงบลงแล้วหน่วยกู้ภัยและหน่วยพยาบาลก็เริ่มเข้ามา
ผมนั้งพักอยู่ประมาณ5-6นาทีได้
ผมนั้นยังใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมมองไปรอบตัวเพื่อสังเกตรอบๆ ผมยังเห็นก้อนสีดำก้อนเดิมแต่ตอนนี้มันใหญ่ขึ้นมากกว่าตอนที่เห็นตอนแรกหลายเท่าตอนนี้ขนาดของมันประมาณตึก2-3ชั้นได้เลยละมั้ง ถึงมันจะน่าแปลกแต่ตอนนั้นผมก้นึถึงแม่ขึ้นมา ด้วยความเป็ห่วงว่าแม่จะเป็ยังไงบ้างจึงออกวิ่งไปที่ที่ผมนั้นจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ทันทีที่นึกมาได้
แจ็ค"เฮ้ยยจะไปไหนของแกวะ"
ไคลด์"บ้าน...กลับบ้าน"
ผมรีบวิ่งไปให้เร็วที่สุดถึงมันจะอยู่ใกล้กับไอ้ก้อนอะไรซักอย่างสี่ดำๆ นั่นก็เถอะ
"เอ้ะ"
ทำไมไม่เหนื่อยเลยผมรู้สึกแปลกๆ กับร่างกายนี้เราวิ่งเร็วขึ้นรึเปล่ามันแปลกมากทั้งๆ ที่ผมโหมงานหนักทั้งดื่มเหล้ามาเป็เวลานานทำให้ร่างกายผมไม่ค่อยแข็งแรง มันเลยแปลกมากแต่ตอนนั้นผมไม่ได้สนมันเท่าไรร
พอถึงที่จอดรถตอนนั้นเองมีเสียงบางอย่างดังขึ้นด้านหลังไคลด์เป็เสียงที่ดังมากเป็เสียงที่คล้ายๆ อะไรที่ทั้งหนักและใหญ่กระแทกลงพิ้นพร้อมกับเสียงกรี๊ดและผู้คนด้านหน้าไคลด์ที่กำลังแตกตื่นและวิ่งหนีกันอย่างวุ่นวาย
ไคลด์ได้หันไปดูด้านหลังเป็ที่ที่เสียงนั้นออกมาสิ่งที่เขาเห็นนั้นคือสิ่งมีชีวิตขนาดั์ที่รูปร่างคล้ายมนุษย์ที่สูงกว่า10เมตรผิวสีซีดใส่ชุดเกราะและถืออาวุธก้าวออกมาจากหลุมอากาศสีดำนั้น
ทั้งที่ยังคิดอะไรไม่ออกแท้ๆ แต่ขานั้นกลับขยับไปก่อนแล้ว
ผมวิ่งออกจากจุดนั้นอย่างสุดชีวิตรู้ตัวอีกทีก็อยู่ไกลจากที่นั่นพอดูแต่ยังมองเห็นไอ้ก้อนสีดำนั้นอยู่และยังเห็นั์นั้นด้วย ผมหลบอยู่ที่ตึกหลังหนึ่งกับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่หลบไอ้พวกที่ออกมาจากไอ้ก้อนสีดำที่อยู่ข้างนอกนั้นเหมือนกัน
ทุกคนในนี้หลบอยู่ด้วยความหวาดกลัวและมีคนที่าเ็อยู่ด้วยแต่โชคดีที่ตอนนี้ที่นี่มีหมออย ู่ผมได้คุยกับหมอนิคนิดหน่อยเหมือนว่าเขาเป็คนดูแลคนที่าเ็ในตึกนี้ผมรู้จักกับนิคเพราะจบจากโรงเรียนเดียวกันแต่ว่าไม่ได้สนิดกันมากเท่าไหร่เพราะอยู่คนละห้อง
ไคลด์"นายเห็นไอ้ตัวข้างนอกนั้นไหม"
นิค"เห็นสิส่วนใหญ่ก็เห็นกันหมด"
ไคลด์"นิคแล้วทำไมนายถึงไม่ไปหาที่ปลอดภัยที่ไกลกว่านี้ละ"
นิค"ที่ต้องอยู่ที่นี่เพราะมีคนาเ็ที่เคลื่อนย้ายได้ลำบากน่ะแต่เราก็พยายามหาหนทางและติดต่อรัฐบาลอยู่ถึงทางนั้นจะยังติดไม่ติดต่อกลับมาก็เถอะ ยังไงการรักษาคนที่าเ็ก็ต้องมาก่อนงั้นผมขอกลับไปทำงานก่อนนะ"
(แม่จะเป็ยังไงบ้างนะแต่ในตอนนี้คงต้องเอาตัวเองให้รอดก่อนละนะอย่างน้อยก็ขอให้แม่ปล่อดภัยด้วยเถอะ)
หลังจากนั้นผมมองออกไปดูทางที่จุดที่ก้อนสีดำนั้นอยู่ถึงจะไกลมากแต่ก็ยังพอมองเห็นอยู่ เหมือนว่าพวกสัตว์ประหลาดมันออกมากันเรื่อยๆ มากขึ้นมากขึ้นและเริ่มมีพวกแบบอื่นออกมาแบบที่ไม่ใช่ั์นั้นอาจจะมีพวกคล้ายๆ สัตว์ที่เคยเห็นบนโลกบ้างมีบ้างตัวคล้ายๆ พวกสิ่งมีชีวิตในนิยายหรือในตำนาน. ผมจำไม่ค่อยได้เลยไม่รู้ว่าจะเรียกพวกมันว่ายังไงดี
ผมสังเกตดูพวกมันไปเรื่อยๆ พวกมันเริ่มทำลายทุกอย่างสิ่งก่อสร้างอาคารหรือสิ่งมีชีวิตหรือทุกอย่างที่ไม่ใช่พวกมันผมเห็นบางตัวกำลังไล่ทำร้ายผู้คนอยู่ด้วย พวกมันมีหลายแบบหลายขนาดหลายชนิดพวกมันคืออะไรกันแน่นะ
พวกมันยังออกมาจากก้อนสีดำนั้นไม่หยุดและดูเหมือนขนาดของหลุมมันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยก้อนสีดำนั้นมันอะไรกันนะประตูมิติรึไง
ผู้คนแถวๆ นี้เริ่มน้อยลงแล้วส่วนใหญ่คงหนีพวกสัตว์ประหลาดกันไปแล้วหรือไม่ก็หลบกันอยู่ในตึกหรืออาคารหรือไม่งั้นก็คงตายกันไปเยอะเเล้วละ
ผมคิดว่าอีกไม่นานพวกสัตว์ประหลาดคงมาถึงที่พวกเราแน่ๆ
[บึ้มมม..]
มีเสียงะเิดังขึ้นใกล้ๆ ตึก
คนในตึกดูแตกตื่นกันเพราะเสียงมันค่อนข้างใกล้ตึกที่ผมอยู่ผมวิ่งขึ้นไปที่ด่านฟ้าเพื่อมาดูว่าเสียงะเิที่ดังขึ้นเกิดจากอะไรเพราะกลัวด้วยว่าพวกมาจะเข้ามาใกล้เร็วกว่าที่คิดไว้แต่ภาพที่เห็นนั้นมีพวกสัตว์ประหลาดเข้ามาเร็วว่าที่คิดไว้ก็จริงแต่มีสิ่งที่น่าใกว่านั้น
ดูแล้วยังไงเขาก็เป็คนปกติทั้งการแต่งตัวรูปร่างท่าทางเขาคือคนธรรมดาที่กำลังวิ่งหนีสัตว์ประหลาดอยู่แน่ๆ แต่ที่ไม่ปกติคือลูกไฟที่ออกจากมือของเขาที่กำลังะเิใส่พวกสัตว์ประหลาดจนพวกมันลงไปดิ้นกับพื้นได้
ดูเหมือนว่าเขาจะวิ่งมาทางตึกนี้
ผมวิ่งกลับลงไปหาหมอนิคเพื่อที่จะบอกเื่ที่พวสัตว์ประหลาดเขามาใกล้พวกเรามาแล้วและพวกเขาต้องออกห่างจากไอ้ก้อนสีดำบ้านั้นให้เร็วที่สุด
ผมกลับเข้าไปที่ห้องที่ใช้รักษาคนเจ็บแต่กลับไม่มีคนที่าเ็อยู่เลยผมจึงเข้าไปหานิคที่ห้องของเขาเอง
ไคลด์"นิค"
นิค"ผมได้ยินเสียงะเิมาจากข้างนอกเกิดอะไรขึ้นหรอ"
ไคลด์"เสียงะเิที่คุณได้ยินน่ะหรอจะบอกว่ามีคนที่ปล่อยลูกไฟออกจากมือใส่พวกสัตว์ประหลาดจนเกิดะเิขึ้นจนสัตว์ประหลาดมันดิ้นตายนายจะเชื่อรึเปล่าละ แล้วก็อีกอย่างพวกสัตว์ประหลาดมันก็เริ่มเข้ามาไกล้ตึกนี้แล้วชั้นคิดว่าพวกนายคงต้องรีบออกจากที่นี่กันได้แล้ว"
นิค"คนที่ปล่อนลูกไฟออกจากมือหรอ ตอนนี้ถึงจะมีอะไรที่มันแปลกๆ เกิดขึ้นอีกก็คงไม่น่าใเท่าไรแล้วละ เพราะว่าอยู่ดีๆ คนที่าเ็แผลค่อยๆ หายอย่างรวดเร็วทั้งๆ ที่แผลยังใหม่แท้ๆ กลับใช้เวลาประมาณ30นาทีก็หายได้เองอย่างน่าใ ผมเองก็ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไรเหมือนกันแต่การอพยพคงทำได้แบบไม่ต้องห่วงแล้วละ"
ไคลด์"ถึงว่าทำไมถึงไม่เห็นผู้าเ็ในห้องพักเลยสักคนถ้าอย่างนั้นพวกนายคงเริ่มการอพยพกันได้แล้วสิชั้นเองจะว่าจะไปก่อน พวกนายก็รีบกับหน่อยนะ"
นิค"นึกว่าจะไปพร้อมกับพวกกเราสะอีก ยังไงก็ขอให้โชคดีพวกเราคงต้องใช่เวลาเตรียมตัวกันสักพักนะ"
ระหว่างลงไปด้านล่างผมก็ได้พบคนคนหนึ่งถึงเธอจะอยู่ห่างแต่เห็นแค่นิดเดียวผมก็จำเธอได้
"ริน...หรอ"
เราเคยคบกันอยู่่หนึ่งแต่ก็เลิกคุยกันไปนานแล้วก็เถอะเธอเป็คนเรียนเก่งมากในระดับหนึ่งไม่แปลกเลยทีได้เป็หมอแล้วเทียบกับผมแล้วก็นะไม่ทักเธอแล้วรีบผ่านไปดีกว่า...
พอไปถึงชั้นล่างสุดผมก็ได้พบกับคนที่ปล่อยไฟออกจากมือคนนั้นผมจำเขาได้เพราะพึ่งเห็นเขาได้ไม่นานและผมอยากรู้อะไรบางอย่างมากๆ อย่างจึงเข้าไปคุยกับเขา
ไคลด์"นี้คุณ-คุณคือคนที่ปล่อยไฟออกจากมือข้างนอกเมื่อกี้นี้ใช่ไหม"
ไคดล์เอื้อมมือไปแตะไหล่ชายคนนั้น
ชายนิรนาม"ก็ใช่แล้วทำไมละผมไม่ใช่พวกเดี่ยวกันกับสัตว์ประหลาดพวกนั้นหรอกนะขอบอกไว้ก่อน ั้แ่เขามาในนี้หลายคนก็มองมาที่ผมแปลกๆ "
ไคลด์"มีหลายคนเลยนะที่เห็นคุณปล่อยไฟออกมาได้ไม่แปลกที่จะมองคุณ"
ชายนิรนาม"งั้นหรอ"
ไคลด์"ขอถามอะไรสักอย่างสิที่นายปล่อยไฟออกจากมือน่ะทำได้ยังไง"
ชายนิรนาม"จริงๆ แล้วที่คุณเห็นข้างนอกผมก็ทำครั้งแรกก็แค่รู้สึกแปลกๆ เหมือนว่าจะปล่อยอะไรออกมาได้แล้วมันก็ออกมาจริงๆ แค่นี้เลยตอนนี้ก็ยังปล่อยลูกไฟออกมาได้นะรู้สึกอย่างนั้น"
ไคลด์"งั้นหรอรู้สึกได้เอง"
"ไคลด์ "
เสียงนี้เสียงที่ผมคุ้นเคยผมรีบหันไปหาทันที
ไคลด์"แม่..."
แคลร์"ไคลด์าเ็ตรงไหนรึเปล่าแม่เป็ห่วงมาเลยนะรู้ไห.....
ตอนนั้นเองแผ่นดินไหวได้เกิดขึ้นอีกครั้งและมันรุนแรงมากตึกและอาคารส่วนใหญ่ได้ถล่มลงรวมทั้งตึกที่ไคลด์อยู่ก็ได้ถล่มลงมาเช่นกัน
ไคลด์ได้ตื่นขึ้นและพบว่าตัวเขานอนอยู่ใต้ซากตึกที่ถล่มลงมา
"อะไร-นี้มันเกิดอะไรขึ้น"
"ทำไมเรามาอยู่ตรงนี้"
"แผ่นดินไหว....หรอ"
"มีใครอยู่ใกล้ๆ นี้ไหม" (ะโ)
ผมค่อยๆ ขยับออกจากใต้ซากปรักหักพังขึ้นมาและมองไปรอบๆ และผมก็ได้เห็นสิ่งที่ทำให้ผมคิดว่านี้คือจุดจบของโลกงั้นหรอ..
สิ่งที่ไคลด์ได้เห็นตรงหน้าคือก้อนสีดำที่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างมหาศาลพร้อมกับสัตว์ประหลาดั์ที่อยู่รอบๆ ก้อนสีดำนั้นขนาดของมันที่ขนาดมหึมาประมาณ100กว่าเมตรได้หรืออาจะมากกว่าด้วยซ้ำพร้อมกับพวกสัตว์ประหลาดนับร้อยๆ ตัวที่กรูกันออกมาจากหลุมสีดำนั้น
ตอนที่ผมกำลังช็อคกับภาพที่เห็นตรงหน้าตอนนั้นมีมือของใครบางคนแตะที่ไหล่ผมทำให้ผมได้สติขึ้นมา
แคลร์"เป็อะไรไปไคลด์มัวทำอะไรอยู่รีบหนีกันเร็ว"
แคลร์ดึงมือไคลด์ให้ลุกขึ้น
ผมดีใจมากที่ได้รู้ว่าแม่ไม่เป็อะไรผมลุกขึ้นและหันไปด้านหลัง ผมพบว่าไม่ได้มีแค่ผมกับแม่ที่รอดจากแผ่นดินไหวยังมีคนที่รอดอีกหลายคนที่วิ่งไปก่อนแล้วและบางคนที่กำลังออกมาจากซากของตึกพอเห็นอย่างนั้นผมก็ออกวิ่งทันที
ตอนที่ผมกำลังวิ่งฝ่าผู้คนอยู่ได้สังเกตเห็นรินที่ดูเหมือนาเ็และคนที่อยู่ข้างๆ นั่นคือนิคผมหยุดวิ่งและหันกลับมามองก็ได้ข่าวว่าคบกับหมออยู่หรอกแต่ไม่คิดว่าหมอคนนั้นจะเป็นิคไม่สิอาจจะไม่ใช่ก็ได้แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาอิจฉาใครหรอกนะ
ตอนนั้นเองพวกสัตว์ประหลาดได้เข้าโจมต ีมีหลายคนถูกโจมตีและมีสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งกำลังไปเข้าโจมตีนิค
ไคลด์"นิคระวัง!! "
สัตว์ประหลาดั์ที่สูงกว่า5เมตรนั้นกำลังฟาดท่อนไม้ขนาดใหญ่ไปที่นิค
เสียงแรงปะทะดังขึ้นอย่างรุนแรงผุ่นคลุ้งขึ้นมาจากการโจมตีของเ้าั์นั้นไม่กี่วินาทีฝุ่นก็จางลงทำให้มองเห็นนิคที่ถือโลสีทองที่ใช้ป้องกันการโจมตีไว้
ไคลด์"ห้ะ"
โล่และดาบก็ปรากฏขึ้นที่มือของนิคเขาใช้โลปัดท่อนซุงออกและถอยออกมานิคดูใกับสิ่งที่เขาทำแต่ก็ยังมีสติและถอยออกมาได้ตอนนั้นเองได้มีลูกไฟพุ่งไปใส่ั์นั้นทำให้นิคมีโอกาสหนีออกจากตรงนั้นมาได้
ตอนนี้ผู้คนได้หนีจากพวกสัตว์ประหลาดกันอย่างอนละมานไคลด์กับแม่ของเขาได้มาหลบอยู่หลังซากตึกหลังหนึ่งตอนนั้นเองได้มีคนวิ่งเข้ามาหลังกำแพงนี้นั่นคือนิคและริน
ไคลด์"นิค"
แคลร์"คนรู้จักกันหรอลูก"
แคลร์มองหน้าไคลด์
ไคลด์"ครับ"
นิค"ไคลด์ยังปลอดภัยอยู่สินะและก็"
นิคมองไปที่แคลร์
ไคลด์"นี้แม่ชั้นแคลร์ก็อย่างที่เห็นตอนนี้ไม่รู้ว่าจะไปต่อยังไงเลยเจอไอ้พวกตัวแบบนั้นตอนนี้มันเกิดเริ่องบ้าอะไรขึ้นกับโลกกันแน่ว่าแต่นายเถอะไอ้ที่นายทำข้างนอกก่อนหน้านี้น่ะมันอะไร"
นิค"อ๋อถ้าไคลด์ไม่บอกตอนนั้นผมอาจจะแย่ก็ได้ต้องขอบคุณด้วย"
ไคลด์"ชั้นหมายถึงโล่กับดาบของนาย"
นิค"โล่กับดาบหรอจริงๆ แล้วตอนนั้นผมแค่คิดว่าจะป้องกันการโจมตีของโอเกอร์ตัวนั้นแล้วตอนที่คิดว่าทำยังไงถึงจะกันการโจมตีมันไว้ได้แล้วโล่ก็ออกมาและตอนที่ผมคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างกับมันดาบก็ออกมาตอนนี้ผมก็ยังเรียกออกมาได้นะแปลกๆ ดีเหมือนกัน"
ไคลด์"คล้ายๆ กันกับคนที่ปล่อยลูกไฟคนนั้นเลยนะแต่เมื่อกี้เรียกั์นั่นว่าโอเกอร์หรอ"
นิค"ใช่ไม่รู้จักหรอโอเกอร์สัตว์ประหลาดในตำนานในหนังไงก็ยังมีอีกหลายตัวเลยนะที่ผมเห็นถึงจะอยู่ไกลแต่ก็พอดูออกว่าเป็ตัวอะไรตลกดีนะที่อยู่ดีๆ ได้เจอสัตว์ในตำนานพวกนี้ตัวเป็ๆ "
ไคลด์"อ๋องั้นหรอแต่อย่างน้อยตอนนี้ชั้นกับแม่ก็คงปลอดภัยในระดับหนึ่งเพราะมีนายอยู่ละนะ"
นิค"อย่าพึ่งวางใจขนาดนั้นผมพึ่งจะเคยใช้มันเองนะเอาเป็ว่าตอนนี้เราคงหาที่ที่มันปลอดภัยกว่านี้ก่อน"
ไคลด์มองไปที่รินเล็กน้อยด้วยความสงใสที่เธอนั้นไม่พูดอะไรเลย.
ไคลด์"ที่ที่ปลอดภัยกว่านี้หรอก็คงต้องรีบหน่อยละนะ"
(รินไม่พูดหรือทักเราเลยลืมกันปล้วรึไงหรอหรือว่าแค่ไม่อยากคุยนั่นคงไม่ใช่เื่ที่เราต้องรู้หรอกมั้ง)
จากนั้นเราที่กำลังออกจากซากตึกตอนนั้นมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งผ่านเราไปแบบสุดฝีเท้าเหมือนว่ากำลังหนีอะไรอยู่ผมหันไปดูด้านที่พวกเขาวิ่งมา
ตอนที่ไคลด์กำลังหันไปนั้นมีอะไรบางอย่างผ่านหน้าเขาไปด้วยความเร็วมีเสียงการกระแทกดังขึ้น
"ซวก"
"อ้อกแอกกกก"
ริน"กรี๊ดดด"
สิ่งที่ผ่านหน้าไคลด์ไปนั้นคือหอกขนาดเท่าท่อนซุงนั้นปักอยู่กลางออกของแคลร์
ไคลด์ที่ได้เห็นภาพนั้นแคลร์ที่เป็ครอบครัวเพียงคนเดียวและเป็คนที่สำคัญที่สุดได้ตายลงต่อหน้าเขาราวกับชีวิตเขาได้พังทลายลงตรงนั้น
"ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่"
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกก"
ไคลด์นั้นทรุดลงกับพื้นและร้องะโออกมาราวกับเสียสติ
นิคได้เห็นไคลด์ที่ดูกำลังแย่เขาจึงเข้าไปช่วยไคลด์
นิค"ไคลด์หนีตอนนี้เราต้องหนีก่อน"
นิค"เร็วเข้า"
นิค"ไคลด์ดด"
ตอนนั้นเองได้มีหอกอีกเล่มถูกขว้างมาทางไคลด์. แต่นิคได้ป้องกันไว้ได้ทันด้วยโล่ของเขา ไคลด์และนิคมองไปทางที่หอกนั้นพุ่งมาและได้เห็นกลุ่มของสัตว์ประหลาดที่กำลังมุ่งมาหาพวกเขาและหนึ่งในนั้นคือครึ่งคนครึ่งม้าหรือเซนทอร์ที่ใส่ชุดเกราะแบบเต็มตัวสูงตระง่าและเป็ตัวที่ขว้างหอกใส่แคลร์ด้านหลังมันมีโอเกอร์ที่ใส่หมวกเกราะถือและดาบใหญ่มันสูงประมาณ10เมตรตัวใหญ่และดูน่าจะอันตรายที่สุดในกลุ่มพวกมัน
เมื่อไคลด์ได้เห็นเ้าของหอกที่ปักอยู่ที่แคลร์เขาได้ลุกขึ้นทันที
นิค"ไคลด์ได้สติสักทีเราต้องหนีแล้วเข้าใจไหม...เข้าใจ-ไหม.."
นิคที่พยายามบอกให้ไคลด์หนีแต่ไคลด์นั้นกลับวิ่งเข้าไปหาพวกสัตว์ประหลาดนั้นพร้อมกับะโอย่าบ้าคลั่ง
ไคลด์"อ๊ากกกจะฆ่าให้หมดจะฆ่าพวกแกให้หมด"
นิค"ไคลด์ดดด"
ไคลด์ที่กำลังพุ่งเข้าใส่สัตว์ประหลาดตัวเล็กผิวสีเขียวซีดหูแหลมหรือก็อบลินที่อยู่ไกลจากกลุ่มของมันไคลด์พุ่งไปโดยไม่คิดอะไรถูกก็อบลินใช้ดาบของมันฟันมาแต่เขาใช้แขนรับดาบไว้ได้โดยไม่โดนจุดสำคัญและแย่งดาบสั้นๆ ของมันมากระหน่ำแทงไปที่ตัวมันพร้อมกันะโไปด้วย
ไคลด์''ตายๆๆๆๆ ตายซะะ''
ไคลด์มองไปที่พวกสัตว์พวกประหลาดด้วยสายตาอาฆาตแค้นและพุ่งเข้าไปหาพวกมันอย่างไม่คิดชีวิต
ด้านหน้าไคลด์มีก็อบลินที่ใช้ธนูอยู่หนึ่งตัวมันกำลังยิงมาทางไคลด์มีลูกธนูหนึ่งดอกปักเข้าที่ไหล่ของไคลด์แต่ก็ไม่สามารถทำให้ไคลด์หยุดได้ขนะที่ก็อบลินกำลังขึ้นลูกธนูใหม่ไคลด์ก็ใช้ดาบแทงเขาที่คอของก็อปลินตัวนั้น
"แอ้อออแฮ่กกกกๆ "ก็อปลินร้องด้วยเสียงที่ทรมาน
มันดิ้นทุรนทุรายและใช้เล็บตะกุยแขนไคลด์ข้างที่แทงคอมันอยู่5-6วิจนมันนิ่งไปไคลด์ก็ดึงลูกธนูออกไคลด์นั้นไม่ะโเหมือนก่อนหน้านี้แล้วเหมื่อนว่าเริ่มใจเย็นลงแล้วแววตาเขาที่เหมือนว่าว่างเปล่าแท้ที่จริงแล้วในนั้นมีแต่ความอาฆาตแค้นจนทำให้ตัวไคลดนั้นทิ้งสิ่งที่เรียว่าความกลัวตายไปแล้ว
ไคลด์''ตายซะไอ้พวกนรก''
"ตึ้งง"
เซนทอร์เริ่มปาหอกมาใส่ไคลด์แต่ไคลด์นั้นหลบได้หอกที่ปักกับคอนกรีตนั้นถ้าโดนเขาคงไม่รอดแน่ๆ ไคลด์คิดและลองยกหอกดู
ไคลด์"หนักเป็บ้าปาของแบบนี้มาได้ยังไง"
"ตึ้งง"
เซนทอร์ยังคงปาหอกมาเรื่อยๆ และข้างๆ มันมีออร์คก็อปลินและหมูที่ยืนสองขาออร์คสูงประมาณ2-3เมตรได้คอยแบกหอกและส่งให้มัน
ไคลด์ยังคอยหลบหอกของเซนทอร์หอกที่ปามานั้นทั้งเร็วและรุนแรงแต่ไคลด์ก็หลบได้ตลอดจนมันหยุดเพราะเหลือหอกอันสุดท้ายเซนทอร์ทำอะไรสักอย่างแล้วก็อปลินกับออร์คบางส่วนก็เคลือนไหวมุ่งมาที่ไคลด์
ไคลด์"ส่งลูกน้องมาหรอไอ้ขี้ขลาด"
ก็อปลิน2ตัวและออร์คอีก3ตัวกำลังวิ่งมาทางไคลด์ก็อปลินนั้นนำมาก่อนเพราะออร์คช้ากว่ามากไคลด์ที่เคยสู้กับก็อปลินมาแล้วก็รู้ว่าพวกมันตัวเล็กแรงถือว่าเยอะกว่าตัวมันมากแต่ไม่ได้เยอะกว่าเขาและมันดูไม่ค่อยฉลาดเท่าไรเขารอให้มันเข้ามาใกล้และใช้หินคว้างใส่ก็อปลินตัวที่อยู่ไกลกว่าให้มันหยุดชะงักและรีบถีบตัวที่อยู่ใกล้ให้ล้มแล้วตามเข้าไปแทงไปที่คอของมัน
ไคลด์"พวดแกนี้มันโง่จริงๆ นะ"
แค่ทำให้พวกมันเสียหลักและซ้ำมันได้อย่างง่ายดายแค่หลอกล่อมันนิดหน่อยง่ายกว่าตอนมีเื่กับคนเยอะเลย
ไคลด์ใช้ดาบฟันไปตรงๆ ให้มันรับดาบและเตะขัดขามันให้ล้มหยีบมันไว้และฆ่ามันได้แบบง่ายๆ
เหลือแค่3ตัวตอนนี้เขามีดาบสั้นที่ได้จากก็อปลินมา3เล่ม
ไคลด์รีบวิ่งเข้าไปหามันเพราะมีออร์ค1ตัววิ่งนำมาและทิ้งระยะห่างกับพวกมันอีก2ตัวเพื่อที่จะเก็บที่ล่ะตัวและดูแล้วพวกมันเคลื่อนไหวช้าไคลด์จึงเข้าประชิดมันพิกแมนใช้กระบองฟาดใส่ไคลด์แต่เขาหลบได้อย่างง่ายเพราะการโจมตตีมันช้าไคลด์พุ้งเขาไปใช้ดาบแทงเข้าไปที่ส่วนขาพับของมันทำให้ทรุดลงละใช้ดาบอีกอันแทงที่คอมันเพราะตัวมันใหญ่และอ้วนเนื้อที่คอมันหนาดาบนั้นเข้าไปแค่ครึงเล่มมันจึงไม่ตายในทันที
"โอ๊กกกๆ "เสียงออร์คร้องด้วยยความเ็ป
เพราะออร์คอีก2ตัวกำลังจะมาถึงใคลด์จึงหยิบดาบสั้นอีกอันเเทงไปอีก1ครั้งมันล้มลงทันทีไคลด์รีบหยิบดาบมาเก็บไว้ไคลด์ได้ลองหยิบหินขึ้นมาขนาดเท่ากำมือและเขวี้ยงใส่มันสุดแรง
"ปัก"
หินทำได้แค่ชะงักมันเล็กน้อยเท่านั้นเืไม่ออกด้วยซ้ำร่างกายมันถึกทนน่าดูขนาดดาบยังเเทงเข้าแค่ครึ่งเล่มพวกก็อปลินยังแทงทะลุง่างแท้ๆ
ไคลด์ล่อออร์คสองตัวไปที่ที่มีซากตึกทำให้มันเดินยากแล้วเข้าไปอยู่ตรงกลางระหว่างมันพอได้จังหวะที่ตัวใดตัวหนึ่งทำท่าจะโจมตีทำให้มันล้มโดยใช้ดาบฟันไปที่ขาพับมันและผลักมัน
"ตึ้งงงง"ออร์คล้มลง
ไคลด์ขึ้นไปยืนอยู่บนตัวมันแล้วล้าให้อีกตัวโจมตีมาแล้วหลบเพื่อให้การโจมตีนั้นโดนตัวที่นอนอยู่
"ปั้กก"
การโจมตีที่รุนแรงของมันบดหัวออร์คอีกตัวจนเละไปครึ่งหนึ่งในครั้งเดียว
ไคลด์ (ก็คิดว่าแรงพอที่จะฆ่าได้หรือไม่ก็สลบแต่นี้มันก็แรงเกินไปรึเปล่า)
ไคลด์รีบเข้าโจมตีทันทีเพื่อไม่ให้มันตั้งตัวทัน1ดาบแทงที่รักแร้และอีก1เข้าซอกคอ
ดาบเข้าไปแค่ครึ่งเล่มเหมือนเดิมไคลด์จึงใช้มือกระแทกดาบเข้าไปเืที่กระเชนไปทั่วพื้น
ไคลด์"ตัวใหญ่แรงเยอะแต่สมองก็ยังเป็หมูสินะต่อไปก็แกกกก"
ไคลด์โยนดาบ1เล่มไปทางเซนทอร์และวิ่งเข้าไปหามันแบบสุดฝีเท้าและหลบออร์ค3ตัวที่อยู่หน้าเซนทอร์ขณะที่เซนทอร์ใช้หอกปัดดาบที่ไคลด์โยนใส่ไคลด์เข้าไปใต้ท้องเซนทอร์ปักมีดเข้าไปใต้ท้องมันที่ไม่มีเกราะป้องกันแต่ดาบก็เข้าไปไม่ถึงครึ่งเพราะหนังมันหนาพอดูเลย
"อ้าาากกกก"เสียงร้องของเซนทอร์
ร้องเสียงคล้ายกันกับคนเลยนะแกน่ะ
เซนทอร์ดีดขาและะโเหมือนม้าที่พยศไคลด์จึงปีนขึ้นหลังมันและพยายามหาช่องโหว่ของเกราะของมันเพื่อจะแทงดาบเข้าไปแต่เซนทอร์สะบัดตัวจนไคลด์ตกลงมาที่พื้นและใช้หอกแทงและฟันใส่ไคลด์หลายครั้งไคลด์พยายามที่จะหลบแต่ก็โดนแบบเฉียดๆ ไปหลายครั้งและตอนนั้นเองโอเกอร์ก็ใช้ดาบอันมหึมาของมันฟาดลงมาที่ไคลด์โดยไม่สนว่าจะโดนพวดเดียวกันไคลด์นั้นพยายามหลบให้ไม่โดยการโจมตีตรงๆ แต่ก็โดนแรงกระแทกและเศษหินและเหล็กแต่การโจมตีนั้นโดนเซนทอร์เต็มๆ
"ตึ้งงงงงงงงงงงงง"
แรกกระแทกนั้นรุนแรงมากถึกับทำให้ไคลด์ที่รับแรกกระแทกกำลังลอยขึ้นและหมดสติลง
ก่อนหน้านี้ทางนิค
ริน"นิคระวังงง"
''กรรกรรรรร''
เงาของสัตว์ปีกขนาดใหญ่ที่ปกคลุมลงมาที่นิคกับรินและมันก็ลงมาโจมตีนิค
"ตึ้งงงง"
ฝุ่นนั้นคลุ่งจากแรงปะทะ
นิคพารินถอยออกมาจากฝุ่น
นิค"บ้าน่าอะไรเนี้ยัหรอ"
นิค"แต่ัน่าจะตัวใหญ่กว่านี้อีกสักหน่อยนะ"
ริน"นิคค"
ไวเวิร์นที่ชูตัวขึ้นและทำท่าเหมือนว่ากำลังจะโจมตีนิคอีกครั้ง
"บึ้มๆ บึ้มมม"
เสียงะเิดังขึ้น3ครั้งไวเวิร์นโดนแรงะเิจนกระเด็นลงไปกองกับพื้น
"ช่วยเหลือพลเรือนก่อน"
นิคที่ล้มอยู่เพราะโดนแรงะเิเล็กน้อยค่อยๆ ลุกขึ้น
นิค"รินเจ็บตรงไหนรึเปล่า"
ริน"ไม่-ค่ะ"
เขาหันกลับไปมองด้านหลังเขาและพบกับรถถังและทหารตอนนี้ใบหน้าเขาแสดงถึงความโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด
นิค"กองทัพหรอกว่าจะมาเล่นเอาเเทบแย่เลยละ"
ริน"เรารอดแล้วหรอ"
นิค"ครับแล้วเดี่ยวไคลด์-ไคลด์ละ"
"ตึ้งงงงงงงงงงง"
นิคหันกลับไปมองทางที่เสียงดังขึ้งและเขาก็ได้เห็นไคลด์ที่กำลังลอยขึ้นและเืที่ไหลกระฉูดร่างของไคลด์กระเด็นมาทางนิคมองไปทางที่ไคลด์ดระเด็นมาเขาเห็นโอเกอร์กับออร์คที่ยืนอยู่และร่างของเซนทอร์กับก็อปลินจำนวนหนึ่งที่กองอยู่กับพื้น
นิค"ให้ตายสินายล้มไอ้ตัวแบบได้ยังนั้นไงกัน"
นิคและรินจึงเข้าไปดูว่าไคลด์เป็อย่างไรบ้าง
นิค"ไคลด์ๆ ยังมีสติอยู่ไหม"
ไคลด์"ยัง-ยังเหลือ-พวกมัน"
ไคลด์ตอบด้วยเสียงที่อิดโรยนิคเช็คดูร่างกายของไคลด์ร่างกายของไคลด์ตอนนี้ต่อให้ไม่ใช่หมอก็คงรู้ว่าอาการหนัก
ริน"ไคลด์.."
ริน"นิคเขาเป็ยังไงบ้าง"
นิค"แขนซ้ายหักกระดูกแทงออกมามีแผลถูกของมีคมเต็มไปหมดแล้วยังดูเหมือนมีกระดูกอีกหลายส่วนที่หักปกติคงหมดสติหรือไม่ก็ตายไปแล้วนายนี้มันอึดจริงๆ เลยนะ"
ไคลด์"แอ่กแค่กๆ "
ไคลด์"อ่าาก็สง-สัยเหมือน-กันว่า-รอดมาได้ยังไง"
ไคลด์พูดจบก็พยายามประคองตัวเองขึ้น
นิค"บ้าไปแล้วแน่ๆ นายลุกขึ้นมาได้ยังไงสภาพแบบนั้น"
นิคเข้ามาช่วยประคองไคลด์
ไคลด์"อะฮ่าฮ่า-แค่กๆ "
นิค"ขำได้แบบนี้แสดงว่ายังแข็งแรงอยู่สินะเดินไหวไหม"
ริน"แต่แผลนายดูน่ากลัวมากเลยนะ"
ไคลด์"รีบไปเถอะ-พวกมันจะมากันแล้ว"
ตอนนั้นเองมีแรดแมนหรืุ์หนูหลบอยู่ได้กระโจนเพื่อเข้ามาโจมตี
ปั้งๆ ปั้งง"เสียงปืนดังขึ้น3นัด
ะุทะลุตัวของมันไปร่างของมันตกลงสู่พื้นแต่มันก็ไม่ได้ตายทันทีถึงจะตัวเล็กแต่มันตายยากน่าดูเลย
ทหาร3คนได้ปรากฏตัวขึ้นในซากตึก
ทหาร"พวกคุณปลอดภัยรึเปล่า"
นิค"เรามีคนเจ็บครับด้านหลังเรามีพวกสัตว์ประหลาดอยู่กลุ่มหนึ่งกำลังมุ้งมาทางนี้"
ทหารสื่อสารกับหน่วยเขา
ทหาร"ทางนี้ช่วยผู้รอดชีวิต3คนมีคนาเ็1และพบกลุ่มมอนเตอร์จำนวนหนึ่งขอกำลังเสริมด่วน"
ทหาร"พวกคุณเดินไหวไหมมามาหลบทางนี้ก่อนเร็วเข้า"
นิคและรินช่วยกันพาไคลด์ไปหลบที่ทหารคนนั้นอยู่
ทหาร"อีกเดี๋ยวกำลังเสริมจะมารับพวกคุณไปที่ปลอดภัยพวกผมจะออกไปต้านไอ้พวกข้างนอกไว้ก่อน"
นิค"ไคลด์ยังไหวอยู่ไหม"
ไคลด์หลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
ริน"ปล่อยให้เขาพักผ่อนก่อนเถอะ"
นิค"อืม"
เสียงปืนดังขึ้นหลายชุดและเสียงร้องของสัตว์ประหลาดตามมาเป็่ๆ
ตอนนั้นได้มีเสียงรถเข้ามาจอดใกล้ๆ และทหารก็วิ่งมาแบบหน้าตาตื่น
ทหาร"หนีเร็วมีรถอยู่ด้านหลังเร็วเข้าเราจะต้านไม่อยู่เเล้ว"
นิครีบประคองไคลด์ออกไปด้านหลัง นิคได้สังเกตไปที่ร่างกายของไคลด์แผลของเขานั้นได้หายไปหมดราวกับว่าไม่เคยมีมัน
"ตู้มมม"มีการโจมตีเข้าที่ตึกที่พวกไคลด์อยู่
ฝุ่นปกคลุมไปทั่วนิครินทหารอีก2คนและไคลด์กระเด็นออกมาเพราะแรงกระแทกมีทหาร1คนที่โดยการโจมตีเข้าเต็มๆ
ทหาร1''ดัสละอาทเห็นดัสไหม"
ทหาร2"ไม่รู้ผมไม่เห็นเขาเลย"
นิค"รินเป็อะไรรึเปล่า"
ทหาร1"เธอสลบไปแล้วใครก็ได้พาเธอขึ้นรถไปก่อนเลย"
ไคลด์นั้นนอนอยู่ใกล้กับซากตึกนิคพยายามลุกขึ้นมาเพื่อจะไปช่วยไคลด์แต่เงาดำสูงตระหง่านปรากฏขึ้นตรงหน้านิคเขาได้เงยหน้าขึ้นมองไปที่มัน
ทหารทั้ง2คนได้ยิงไปที่โอเกอร์ตัวนั้นจนหมดแม็กและอีก2คนในรถออกมาช่วยยิงแต่ดูเหมือนว่าะุเจาะผ่านมันิัมันไม่ค่อยจะเข้า
โอเกอร์ทำการโจมตีอีกครั้งได้ตามลงมาตรงระหว่างนิคและไคลด์
"ตึ้งงงงงง"
นิคได้เอาโล่ออกมาเพื่อป้องกันแต่ก็กระเด็นออกมาไคลด์นั้นกระเด็นไปคนละทางกับนิค
นิค"ไคลด์ดด"
นิคพยายามจะเข้าไปช่วยไคลด์อีกครั้งแต่ตอนนั้นไวเวิร์น2ตัวกำลังบินลงมาทหาร1คนวิ่งเข้าไปหานิคและหยุดเขาไว้
ทหาร"คุณเราต้องไปกันแล้วเดี๋ยวนี้เลย"
นิค"แต่ว่าเพื่อนผมตรงนั้น-"
นิคพยายามจะไปช่วยไคลด์ต่อ
ทหาร"เราจะตายกันหมดคุณรู้ไหม"
นิคนนั้นถอดใจที่จะช่วยไคลด์และถอยขึ้นรถไปภาพสุดท้ายที่มองไปทางไคลด์คือซากของตึงกำลังไหลลงมาทับตัวไคลด์จนเกือบจะหมดทังตัว
พวกทหารและนิคออกรถไปด้วยความเร็วเต็มสปีดจากนั้นสักพักนิคก็หลับลงด้วยความเหนื่อยล้าเขาหลับไปประมาณ6-7ชั่วโมงและตื่นขึ้นมา
นิค"เรากำลังไปที่ไหนหรอครับ"
ทหาร"ที่ที่ปลอดภัยไง"
นิค"ถ้าข้างนอกมีแต่ไอ้พวกนั้นเต็มไปหมดที่ไหนมันจะไปปลอดภัยกัน"
ทหาร"มีสิเราได้รับคำสั่งมาน่ะให้พามาที่นี่เราใกล้ถึงแล้วดูข้างนอกนั้นสิ"
นิคชะโงกออกมาด้านหน้าและเขาก็ได้เห็นที่ที่เรียกว่าที่ปลอดภัย
นิค"นี้มันอะไรกันน่ะโดมหรอแต่แบบนี้มันดูเหมือนบาเรียมากกว่า"
ทหาร"เราเรียกที่นี้ว่าแอเรียที่11รู้สึกว่าที่แบบนี้จะมีอยู่11ที่นะ"
จากนั้นรถก็ได้วิ่งเข้าไปในที่ปลอดภัย