ภายในห้องของลั่วจิ่งเฉินเขาเจอตัวเฉียนจี้หวั่งที่อยู่ด้านในด้วย
ขณะนี้คนทั้งสองกำลังช่วยกันวิเคราะห์ปัญหาว่าเหตุใดแผนการของพวกเขาจึงถูกจับได้
“พวกเจ้าไม่ต้องคิดแล้ว เรื่องนี้ต้องถามน้องชายตัวดีของเจ้าดูสิว่าเขาทำอะไรไปบ้าง”
เสียงที่ดังขึ้นกะทันหันของนายกองหงทำเอาคนทั้งสองที่อยู่ในห้องถึงกับสะดุ้งตกใจ
“มองข้าแบบนี้ทำไม ข้ารอเจ้าที่จวนนานค่อนคืนก็ไม่เห็นตัวเจ้า นอนกอดฮูหยินอุ่นๆไม่หอมหวานกว่าหรือเหตุใดจึงรั้นจะมาอยู่กับผู้ชาย” นายกองหงไม่ได้ถือว่าตนเป็นคนนอกแต่อย่างใดเขานั่งลงและรินน้ำดื่ม ก่อนหันไปมองทั้งสองคน “มัวมองอะไรนั่งลงสิ”
สำหรับเรื่องที่ลั่วจิ่งซีพบเจอสัญลักษณ์ลับนายกองหงจับตาดูพวกเขามาโดยตลอด ย่อมรู้เรื่องนี้ดี กระทั่งเรื่องที่สือซานถูกลั่วจิ่งซีรับตัวไว้เขาเองก็รับทราบ เดิมทีเขายังสงสัยไม่หาย แต่พอได้เห็นจ้าวจือชิงปรากฏตัวที่บ้านตรงถนนทิศใต้เขาที่ยังสงสัยอยู่ในตอนนั้นจึงได้ประลองฝีมือกับเขาไปหนึ่งรอบ
คิดไม่ถึงว่าเพียงไม่กี่กระบวนท่าตนก็พลาดท่า เดิมทียังอยากถามอะไรมากกว่านี้แต่กลับถูกเตือนว่าอย่าถามมาก สำหรับการกระทำเช่นนี้ เขารู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้สายตาที่มองเฉียนจี้หวั่งก็ไม่ค่อยพอใจนัก เกรงว่าคนผู้นี้คงรู้เรื่องแล้วแต่กลับจงใจไม่บอกเขา
เฉียนจี้หวั่งไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดสิ่งใดอยู่รถึงมาหาเขาทั้งที่ตอนนั้นเป็นคนบอกเขาว่า พยายามอย่าเจอกันบ่อยแท้ๆเหตุใดตอนนี้กลับไม่กลัวผู้คนล่วงรู้และมาหาเขาต่อหน้าลั่วจิ่งเฉินเช่นนี้
“นี่คือผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารของเวยหวู่โหว นายกองหงเดาว่าเจ้าอาจจะไม่เคยเจอมาก่อน”
ลั่วจิ่งเฉินมองนายกองหง “ก่อนหน้านี้เคยมีวาสนาได้เจอกันหนึ่งหนเพียงแต่ไม่รู้ว่าเมื่อครู่ที่นายกองหงกล่าวว่าเกี่ยวกับอาซีนั้น หมายถึงอย่างไรหรือ?”
สำหรับเรื่องที่คนทั้งสองเคยเจอกันเฉียนจี้หวั่งประหลาดใจเล็กน้อย แต่เขาก็รู้จักนิสัยบุ่มบ่ามของนายกองหงดีจากนิสัยละเอียดรอบคอบอ่อนไหวของจิ่งเฉิน คงจดจำผู้คนที่พบเจอได้เช่นกัน
ดวงตาคู่นั้นของนายกองหงจับจ้องบนตัวลั่วจิ่งเฉินแววตาก็หนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ มิน่าก่อนหน้านี้ความรู้สึกที่เขาได้รับจากลั่วจิ่งเฉินกับลั่วจิ่งซีนั้นค่อนข้างประหลาดตอนนี้ดูเหมือนเรื่องที่แปลกน่าจะอยู่ที่ดวงตาหงส์คู่นั้น
“คุณชายลั่ว ดวงตาสวยใช้ได้ แต่ข้าเห็นลั่วฮูหยินแล้วเหมือนว่านางจะไม่ได้มีดวงตาหงส์เช่นนี้นี่เจ้าได้มาจากบิดาหรือ?”
คำพูดไร้ต้นสายปลายเหตุของนายกองหงทำเอาเฉียนจี้หวั่งจับทางไม่ถูกเมื่อเขานึกถึงสถานการณ์ซับซ้อนของสกุลลั่ว จึงรีบส่งสัญญาณให้นายกองหงหยุดถาม แต่นายกองหงเหมือนจะไม่เห็นสัญญาณใดๆและยังคงถามต่อไป
“เจ้ากับน้องชายต่างก็มีดวงตาหงส์ บุรุษบนแผ่นดินนี้หาผู้ที่มีดวงตาเช่นนี้ได้ยากยิ่งโดยเฉพาะคนงดงามเฉกเช่นคุณชายลั่ว”
โชคดีที่ลั่วจิ่งเฉินมิใช่คนขาพิการและขาดความมั่นใจเหมือนก่อนอีกแล้วสำหรับการหยั่งเชิงของนายกองหง เขาจึงมองออกได้ไม่ยากนัก
“บิดาของข้าจากไปตั้งแต่ข้ายังเด็ก ส่วนที่ว่าเหมือนเขาหรือไม่ข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่หวังว่านายกองหงจะไม่ไปถามมารดาของข้าเพื่อยืนยันได้หรือไม่เพราะการตายของบิดาข้ายังเป็นความเจ็บปวดในใจของนาง ดังนั้นหากไม่เอ่ยถึงจะเป็นการดีที่สุด”
“ส่วนที่ว่างดงามหรือไม่ สำหรับบุรุษแล้วก็เป็นแค่เปลือกนอกเหมือนอย่างนายกองหงก็ใช่ว่าจะไม่ดีตรงไหน”
เฉียนจี้หวั่งมองดูลั่วจิ่งเฉินกล่าวเป็นนัยว่านายกองหงอัปลักษณ์โดยสีหน้าไม่เปลี่ยนพลันรู้สึกยกย่องเขาจนอยากยกนิ้วให้ สำหรับผู้มีวรยุทธ์ส่วนมากล้วนหน้าตาดูน่ากลัว แรกๆ ที่เขาได้เจอนายกองหงก็รู้สึกไม่คุ้นเคยเช่นกันแต่ต่อมาเมื่อเห็นบ่อยๆ จึงค่อยๆ คุ้นชินกับใบหน้าของเขา ถึงอย่างไรตนก็ยังไม่กล้าวิจารณ์เรื่องรูปลักษณ์ของนายกองหงมาก่อน
นายกองหงถูกลั่วจิ่งเฉินตอกกลับเช่นนี้จึงไม่กล้าเอ่ยต่อได้
“น้องชายของเจ้าตามสัญลักษณ์ที่เจ้าทิ้งไว้ไปน่าจะไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้ว แม้ไม่รู้ว่าพวกเจ้ามีแผนการอะไรแต่น้องชายของเจ้าคงช่วยเจ้าทำตามแผนจนจบแล้ว”
คำพูดนี้ทำให้ลั่วจิ่งเฉินกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัวเขาลืมอาซีไปได้อย่างไร สิงเหล่าซื่อจะต้องเคยสอนสัญลักษณ์เหล่านี้ให้กับอาซีเป็นแน่
“นายกองหงพอทราบหรือไม่ว่าตอนนี้อาซีอยู่ที่ใด?”
แม้จะร้อนใจแต่ก็ต้องทำตัวให้ใจเย็น นายกองหงมองดูเขาที่ร้อนใจจนแทบนั่งไม่ติดแต่ใบหน้ากลับยังคงนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง
ดีเป็นคนที่เก็บอาการได้ดี
“ข้าจะรู้ได้อย่างไร” หลังจากนายกองหงรู้ว่าลั่วจิ่งซีได้รับการสอนวิชาต่อสู้จากจ้าวจือชิงจึงไม่ได้สนใจเขาอีก ทว่าเมื่อนึกถึงคำสั่งของท่านโหวในวันรุ่งขึ้น เขาจึงเอ่ย “ข้าสามารถช่วยเจ้าตามหาได้ แต่เจ้าก็ต้องช่วยข้าเรื่องหนึ่ง”
“ขอเพียงอยู่ในขอบเขตความสามารถของข้า”
การแลกเปลี่ยนค่อนข้างยุติธรรมหากนายกองหงไม่พูดอะไร เขาก็คงไม่กล้ารับปาก
“พรุ่งนี้ ท่านโหวจะไปที่บ้านถนนทิศใต้เจ้าต้องหาข้ออ้างให้ท่านโหวไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ” เมื่อเห็นเขาเงยหน้าขึ้นมองตนเองนายกองหงก็รีบโบกมือ “ข้าไม่อาจบอกเหตุผลได้ แต่เจ้ารู้แค่ว่าไม่ใช่เรื่องไม่ดีก็พอ”
ลั่วจิ่งเฉินไตร่ตรองครู่หนึ่งก่อนพยักหน้ารับ “คืนนี้ข้าจะกลับไปเตรียมตัว วันพรุ่งนี้จะต้องให้ท่านโหวมาได้อย่างเป็นธรรมชาติแน่นอน
พูดจบเขาก็จับพู่กันมาเขียนสาส์นใต้แสงเทียน “รบกวนนำสาส์นฉบับนี้ส่งไปให้ผู้เฒ่าเฝิงวันพรุ่งนี้นายกองหงก็พาท่านโหวมาเจอกับผู้เฒ่าเฝิงก็พอ”
นายกองหงถือสาส์นด้วยความสงสัย “ของสิ่งนี้จะช่วยให้เรื่องสำเร็จได้หรือ?”
เฉียนจี้หวั่งมองเขาอย่างดูแคลน “สมองท่อนไม้อย่างเจ้ามีหรือจะเปรียบกับลั่วจิ่งเฉินได้? หากเจ้าไม่เชื่อ เจ้าก็ไม่ต้องมอบสาส์นนี้ก็ได้ก็แค่ทำให้งานของเวยหวู่โหวล่าช้า เจ้าลองคิดเอาเองก็แล้วกัน”
……
นายกองหงถือสาส์นไปหาผู้เฒ่าเฝิงอย่างไม่ค่อยเชื่อนักแต่เมื่อผู้เฒ่าเฝิงได้ยินว่าเป็นสาส์นจากลั่วจิ่งเฉิน ก็รีบหยิบมาอ่าน
“ฮ่าๆ เจ้าเด็กนี่!” เขาตบหน้าตักและหัวเราะดังลั่น “ข้ารู้แล้ว วันพรุ่งนี้ให้เจ้าแก่เวินจ้านไปรอได้เลย!”
มองดูท่าทางกระตือรือร้นของผู้เฒ่าเฝิงนายกองหงก็เกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก เขาคงไม่ได้ทำให้ท่านโหวแย่หรอกนะ?
……
ลั่วจิ่งเฉินกลับไปถึงบ้านตอนค่ำและเพื่อไม่ให้คนในบ้านเกิดเป็นกังวล เขาจึงปีนกำแพงเข้าไปแทน หากชีเหนียงเห็นเข้าเขาถูกนางมองว่าอ่อนแอมาโดยตลอด แต่กลับกระโดดปีนกำแพงได้อย่างคล่องแคล่วเช่นนี้นางต้องตกใจเป็นอย่างมากแน่นอน
จิ่งเฉินร่อนลงพื้นอย่างมั่นคงแต่เมื่อหันหลังกลับ ก็เจอเยี่ยนรั่วเสวี่ยที่นอนไม่หลับออกมาเดินเล่น
“ใครกัน?”
เยี่ยนรั่วเสวี่ยส่งเสียงร้องออกมาลั่วจิ่งเฉินเองก็ไม่รู้ว่าคิดอย่างไร ถึงได้ใช้มือปิดปากนางไว้
“อย่าตะโกน ข้าเอง!”
เขาค่อยๆลดมือลง เยี่ยนรั่วเสวี่ยได้ยินเสียงอันคุ้นเคย ถึงไม่ดิ้นรนต่อรอจนเห็นชัดเจนว่าเป็นลั่วจิ่งเฉิน จึงถามด้วยความสงสัย
“เจ้ากลับมาแล้วหรือ? เหตุใดจึงไม่เข้าทางประตูเล่า?”
“ข้ากลับมาดึก ไม่อยากให้คนในบ้านตกใจ ใครจะรู้ว่าก็ยังทำคนตกใจจนได้”
เยี่ยนรั่วเสวี่ยเขินอายเล็กน้อย “ข้านอนไม่หลับ จึงมาเดินเล่น จะโทษเจ้าได้อย่างไรกัน”
ทว่าเมื่อนึกถึงท่าทางคล่องแคล่วที่กระโดดลงจากกำแพงเมื่อครู่ทำให้ยากนักที่นางจะอดนำภาพของเด็กหนุ่มตรงหน้ามาซ้อนทับกับเด็กหนุ่มที่ขอความช่วยเหลือในวัดเฉิงเอินได้ช่างต่างกันเหลือเกิน โดยเฉพาะภาพที่เห็นเมื่อครู่ นางไม่กล้าจะเชื่อจริงๆว่าคนผู้นี้จะเคยเป็นเด็กหนุ่มที่ขาพิการมาก่อน
คงเพราะถูกจ้องมองนานเกินไปใบหน้าของลั่วจิ่งเฉินจึงร้อนผ่าวขึ้นเล็กน้อย ดีที่ท้องฟ้ามืดแล้ว จึงมองยากจะสังเกตเห็น
-----