ตอนที่ 2 หญิงโฉดออกโรง สั่งสอนบ่าวชั่ว
“มู่เหมียนลุกขึ้น เกิดอะไรขึ้นรึ แค่ตักน้ำทำไมนานขนาดนี้กัน” ป๋ายเอ้าเสวี่ยเดินมาข้างกายมู่เหมียน แล้วพยุงมู่เหมียนขึ้นมา
มู่เหมียนมองป๋ายเอ้าเสวี่ย ความสงสัยในแววตาเพิ่มมากขึ้น ยามปกติหากพบเจอเื่แบบนี้ ป๋ายเอ้าเสวี่ยมีแต่จะร้องไห้ขอร้องไม่ให้พวกนางรังแกตน หรือไม่ก็ปล่อยให้พวกนางรังแกตน ไม่เคยมีท่าทางแบบนี้ เ็าวางมาด เชิดอกหลังเหยียดตรง ดูเหมือนสบายๆ ทว่าความจริงแล้วทุกอย่างอยู่ในการควบคุม
“คุณหนู ข้าจะไปตักน้ำแต่พวกนางไม่ให้ข้าตัก หลังจากนั้นเลยเกิดโต้เถียงกันขึ้น” มู่เหมียนมองป๋ายเอ้าเสวี่ยที่วางมาดเช่นนั้น จากนั้นก็เอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง
หากว่าเป็ยามปกติ นางไม่มีทางบอกกับป๋ายเอ้าเสวี่ย มีแต่จะให้ป๋ายเอ้าเสวี่ยกลับห้องไป แต่คุณหนูในวันนี้กลับทำให้นางสบายใจ
“อ้อ ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้เป็คุณหนูใหญ่นี่เอง เป็หญิงอ่อนแอมาสิบห้าปี วันนี้จะกลับตัวกลับใจแล้วหรือ” เด็กสาวในเสื้อสีเขียวมองป๋ายเอ้าเสวี่ยอย่างดูแคลน
“ลี่ว์อู๋ เ้าอย่าคิดว่าตัวเองเป็สาวใช้ของคุณหนูรองแล้วจะทำตัวไม่สนกฎไม่สนฟ้าได้ ข้ากับเ้าเป็เพียงสาวใช้ ถือสิทธิ์อะไรมาเอ่ยวาจากับคุณหนูของข้าเช่นนี้” มู่เหมียนพอได้ฟังคำพูดของลี่ว์อู๋ก็ตวาดอย่างโมโหทันที
ส่วนลี่ว์อู๋ก็เหมือนถูกมู่เหมียนแทงใจดำ นางกรีดเสียงแหลมขึ้นมา “มู่เหมียนนางชั้นต่ำน่าตาย ในเมื่อเ้าคิดจะปกป้องหญิงอ่อนแอไม่มีใครรักแบบนี้ เช่นนั้นพวกเ้าก็ลงนรกไปพร้อมกันเถิด พี่น้องข้าลงมือ สั่งสอนนางชั้นต่ำสองคนนี้เสีย!” เสียงบาดหูชวนหงุดหงิดสะท้อนในเรือนโทรมๆ หลังเล็กอยู่นาน
มู่เหมียนได้ยินว่าพวกนางจะลงมือก็เข้าไปขวางหน้าป๋ายเอ้าเสวี่ยตามสัญชาตญาณทันที
ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองมู่เหมียนที่ร่างกายผอมบางทว่ายืนหยัดแน่วแน่ร่างนั้น ขอบตาแดงเรื่อขึ้นบางๆ ไม่ว่าจะเป็ป๋ายเอ้าเสวี่ยอดีตมือสังหารราตรีทมิฬหรือหมอมารป๋ายเอ้าเสวี่ย แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยมีใครขวางหน้าตัวนาง ปกป้องนางเช่นนี้
ตอนนี้ตรงหน้าป๋ายเอ้าเสวี่ยกลับมีเงาร่างที่นางรอคอยยืนอยู่ จะไม่ให้ซาบซึ้งได้อย่างไร
ป๋ายเอ้าเสวี่ยค่อยๆ ก้าวไปด้านหน้า ยื่นมือตบไหล่มู่เหมียนเอ่ยเสียงเรียบ “มู่เหมียนดูให้ดี ดูข้าสั่งสอนสุนัขไม่กี่ตัวพวกนี้ สุนัขที่เป็แต่เห่าหอน วันนี้จะให้พวกเ้าได้เปิดหูเปิดตาว่าป๋ายเอ้าเสวี่ยจริงๆ แล้วเป็หญิงอ่อนแอหรือหญิงโฉดกันแน่”
ในตอนที่มู่เหมียนยังไม่ได้สติกลับมา ป๋ายเอ้าเสวี่ยก็ก้าวอาดๆ ไปด้านหน้า แผ่นหลังยืนหยัด แม้ว่าจะผอมบางทว่าทำให้คนรู้สึกวางใจ
“หญิงชั้นต่ำน่าตาย ถึงกับด่าข้าเป็สุนัข วันนี้ข้าจะต้องตีปากเ้าให้เละเลยคอยดู” ลี่ว์อู๋ตวาดเสียงดัง พุ่งออกมาทันใด
ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองลี่ว์อู๋ มองใบหน้าที่บิดเบี้ยวเพราะความโกรธ พลางเลิกคิ้วเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก “เ้ารีบร้อนเช่นนี้ อยากจะได้มาซึ่งฉายานี้ขนาดนี้ เช่นนั้นข้าก็จะให้เ้าสมหวัง”
ในตอนที่ลี่ว์อู๋ยังเห็นไม่ชัดว่าป๋ายเอ้าเสวี่ยลงมือตอนไหน ลี่ว์อู๋ก็ได้ถูกป๋ายเอ้าเสวี่ยถีบกระเด็นออกไปแล้ว
“กรี๊ด!” เสียงกรีดเ็ปดังสะท้อนในอากาศเรือนหลังเล็ก
ลี่ว์อู๋ที่ถูกเตะกระเด็นกระแทกเข้ากับต้นไทรแก่หนึ่งเดียวในเรือนหลังเล็ก ป๋ายเอ้าเสวี่ยรู้ดีว่ากระดูกลี่ว์อู๋คงหักไปสองท่อน แม้ว่าร่างกายจะไม่ได้ดั่งใจนาง แต่ป๋ายเอ้าเสวี่ยไม่มีทางพลาดเื่การควบคุมแรง
เสียงกรีดร้องของลี่ว์อู๋ได้ดึงสติพวกสาวใช้ที่เดิมอวดดีรวมถึงมู่เหมียนที่นิ่งอึ้งอยู่ด้านข้างกลับมา
ป๋ายเอ้าเสวี่ยเหล่ตามองพวกสาวใช้ที่ร้อนรนคิดหนี พลางเอ่ยขึ้นเสียงเหี้ยม “ในเมื่อตอนเข้ามาเมื่อครู่ตัดสินใจกันดีแล้ว พวกเ้าตอนนี้หากใครกล้าออกไป ข้าก็จะหักขามันคนนั้น ก็เหมือนกันกับแบบนี้” คำพูดนั้นเอ่ยจบได้ไม่ทันไร ป๋ายเอ้าเสวี่ยก็ไปยืนอยู่ข้างลี่ว์อู๋ เท้าเหยียบลงไปบนกระดูกขานาง
“กร๊อบ”
“อ๊า อ๊า ข้าเจ็บ” เสียงกระดูกแตกมาพร้อมกันกับเสียงกรีดร้องสุดแรงของลี่ว์อู๋ ทำให้พวกสาวใช้ที่เดิมคิดหนีขนลุกซู่ทันใด
“คุณหนูใหญ่ ท่านให้อภัยพวกเราเถิด พวกเราถูกลี่ว์อู๋เรียกมา ไม่เกี่ยวกับพวกเรา” สาวใช้ชุดชมพูนางหนึ่งมองป๋ายเอ้าเสวี่ย แล้วเอ่ยขึ้นเสียงสั่นเทา
ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองสาวใช้ชุดชมพู ค่อยๆ ย้อนความทรงจำ หากว่าจำไม่ผิด สาวใช้นางนี้ จำนวนครั้งที่เคยรังแกมู่เหมียนก็เหมือนว่าจะมากที่สุด
“มู่เหมียน เห็นอิฐฝั่งนั้นหรือไม่ หยิบขึ้นมา ต้อนรับพี่สาวนางนี้ให้ดี แต่ก่อนนางมากไมตรีนัก ดูแลเ้าอยู่หลายหนทีเดียว” ป๋ายเอ้าเสวี่ยเลิกคิ้วมองมู่เหมียน
มู่เหมียนที่เดิมแข็งค้างราวขอนไม้ เมื่อได้ยินคำกล่าวของป๋ายเอ้าเสวี่ยแล้วก็เอ่ยถามอย่างตื่นเต้น “คุณหนู ข้าทำได้หรือ” แม้จะถาม ทว่านางก็วิ่งไปหยิบอิฐก้อนนั้นมาแต่แรกแล้ว
ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองการกระทำของมู่เหมียนแล้วก็หลุดหัวเราะ “ทำเื่ที่เ้าอยากทำมานานเถอะ วันนี้ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา ข้าก็จะแบกรับแทนเ้าเอง วางใจเถอะ”
มู่เหมียนได้ยินคำกล่าวของป๋ายเอ้าเสวี่ยแล้วก็ไม่ลังเล หยิบอิฐขึ้นมา เดินไปทางสาวใช้ชุดชมพู
“มู่เหมียน สาวใช้ชั้นต่ำอย่างเ้า หากเ้ากล้าตีข้า ภายหน้าข้าก็จะให้เ้าร้องขอชีวิตไม่ได้ ร้องขอความตายไม่ได้ ข้าเป็คนของฮูหยิน แม้แต่นายท่านก็ยังไม่กล้าล่วงเกินฮูหยิน ข้าจะให้ฮูหยินขายเ้าไปรับแขกที่หอป่ายเซียง” สาวใช้ชุดชมพูเห็นมู่เหมียนมีท่าทางโหดขึงเหี้ยมเกรียมก็ถอยหลังไปทีละก้าว ทว่าปากกลับเอ่ยวาจาเสียดหู
ป๋ายเอ้าเสวี่ยพอได้ยินวาจาของสาวใช้ก็เอ่ย “มู่เหมียน วันนี้เ้าตีนางให้ตายก็พอ สาวใช้ชั้นต่ำนางหนึ่ง ข้ามีฐานะเป็บุตรสาวสายตรงจวนเสนาบดี มีสิทธิ์สั่งสอนบ่าวชั่วอยู่แล้ว วันนี้ข้าก็จะขอดูหน่อยว่าข้าที่มีฐานะเป็บุตรสาวสายตรงจวนเสนาบดีมีสิทธิ์สั่งสอนสาวใช้นางหนึ่งหรือไม่ ประเดี๋ยวข้าจะไปหาท่านพ่อ ให้เขาได้เปิดหูเปิดตาดูว่าจวนเสนาบดีจริงๆ แล้วอี๋เหนียงมีอำนาจศักดิ์ใหญ่ บ่าวชั่วเกลื่อนเต็มจวนใช่หรือไม่”
มู่เหมียนและสาวใช้ชุดชมพูพอได้ยินคำพูดของป๋ายเอ้าเสวี่ย คนหนึ่งรู้สึกสิ้นหวัง คนหนึ่งรู้สึกตื่นเต้นยินดี มู่เหมียนยกอิฐขึ้นโดยไม่สนใจอะไรอีก ฟาดแรงๆ ใส่สาวใช้ชุดชมพู ฟาดไปบ่นพึมพำไป “ใครให้เ้ารังแกข้า ใครให้เ้ารังแกคุณหนูข้า ใครให้พวกเ้าเป็สุนัขอวดดี ข้าจะตีเ้าให้ตาย ตีเ้าให้ตาย”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยที่เดิมดูมู่เหมียนและสาวใช้ชุดชมพูอยู่เบี่ยงกายหลบเล็กน้อย หลบลี่ว์อู๋ที่ลอบโจมตีนางจากด้านหลัง หินก้อนหนึ่งเฉียดผ่านปอยผมป๋ายเอ้าเสวี่ยไป