ชานเมืองอำเภออวิ๋นเทือกเขาและทุ่งหญ้าเงียบงัน มีเพียงเสียงหวีดหวิวของใบไม้ที่ถูกลมพัด
“จากบ้านเกิดไปยี่สิบปี ข้าพาท่านกลับมาแล้ว นอนให้สบายเถิด” ฉู่อวี้ยังคงสวมชุดสีขาว ก้มตัวลงปักธูปหน้าป้ายหินที่สร้างขึ้นมาใหม่
“ท่านประมุขดูสิ คือคนเ่าั้ขอรับ พวกเขามาตั้งสุสานที่นี่ถ้าไม่ใช่จะทำลายฮวงจุ้ยของพวกเราแล้วจะเป็อะไรไปได้!”
เสียงคนดังมาฉู่อวี้ยืนอยู่หน้าป้ายหิน บนใบหน้ายังมีความโศกเศร้าเสียใจ
“พวกเ้าเป็ใคร ทำไมถึงมาตั้งสุสานที่นี่”
ด้านนอกป่ามีคนสวมชุดหรูหรางดงามสิบกว่าคนเดินเข้ามามีผู้ชายผู้หญิงคนแก่และเด็ก เหมือนจะมาจากตระกูลที่ร่ำรวยตระกูลหนึ่ง
คนติดตามยกกระบี่ขวางคนที่มาไว้ไม่ให้พวกเขาเข้าใกล้ผู้เป็นาย กล่าวเสียงเย็นว่า “ที่นี่เป็บ้านเกิดของนายหญิงผู้เฒ่าของเรานายหญิงผู้เฒ่าฝังอยู่ที่นี่จะมีอะไรไม่ถูกต้องรึ”
ผู้นำเฒ่าถือไม้เท้าพูดว่า“พูดจาเหลวไหล คนของที่นี่ล้วนเป็สมาชิกในตระกูลพวกเราจะมีคนจากภายนอกได้เยี่ยงไร”
“ความจำของเ้าช่างแย่นัก จนแม้แต่เื่เมื่อยี่สิบปีก่อนก็จำไม่ได้”
เสียงเรียบๆของฉู่อวี้แฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บ เขาหันกายกลับมาเผชิญหน้ากับสมาชิกตระกูลฉู่
ผ่านไปยี่สิบปีเด็กน้อยเติบโตเป็ผู้ใหญ่ แม้ใบหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ความคล้ายคลึงของตาและคิ้วก็เพียงพอที่จะทำให้คนนึกอะไรออกโดยเฉพาะเื่ที่จดจำได้อย่างลึกซึ้ง
ท่านรองแห่งตระกูลฉู่ใจนพูดไม่ออก“พี่ใหญ่ เ้าว่าเขาหน้าตาเหมือนกับเ้าสามหรือไม่”
ประมุขตระกูลฉู่ที่มองฉู่อวี้อยู่ตลอดนั้นเมื่อได้ยินคำของน้องรองก็คิดออกทันที ถามอย่างใว่า “หรือว่าเ้า…เ้าคืออาอวี้รึ”
ฉู่อวี้หลุบสายตามองขี้เถ้าธูปที่เลอะอยู่บนแขนเสื้อพลางปัดออกอย่างสงบ“เ้าไม่ต้องใส่ใจว่าข้าเป็ใคร มารดาของข้าอยากหลับใหลอยู่ที่นี่ข้าแค่ทำตามความปรารถนาสุดท้ายของนาง ใครก็ไม่อาจรบกวนความสงบของนางได้”
เหล่าสมาชิกตระกูลฉู่พากันแสดงความคิดเห็นขึ้นมาทันใด
ฉู่อวี้เงียบไม่ส่งเสียงแต่เขาได้ยินคำพูดหนึ่งรางๆ ว่า “พวกเขาแม่ลูกที่แท้ยังมีชีวิตอยู่!”
ฉู่อวี้เหลือบตาขึ้นตามองไปยังร่างของท่านรองตระกูลฉู่ที่พูดคำนี้
ท่านรองตระกูลฉู่ถูกแววตานั้นมองจนเกิดความร้อนตัวขึ้นมาอย่างไรปีนั้นก็เป็เขาที่ลากแขนของเด็กน้อยอ่อนเยาว์ผู้นั้นแล้วผลักไสออกไปจากประตูบ้าน
“อาอวี้ หากเ้าอยากฝังศพมารดาของเ้าอย่างน้อยก็ควรแจ้งแก่เหล่าลุงอาสักหน่อยเ้ากลับมากะทันหันเช่นนี้ ทุกคนต่างไม่รู้”
ฉู่อวี้หันมามองประมุขตระกูลฉู่ไม่เสียใจและไม่โมโห “แม่ของข้า มีความเกี่ยวข้องอันใดกับเ้าหรือ”
“อาอวี้ เื่ในปีนั้นก็ผ่านไปแล้ว วันนี้เห็นเ้าปลอดภัยกลับมา พวกเราก็โล่งใจแล้วมารดาของเ้า…” ประมุขตระกูลฉู่มองไปที่หลุมฝังศพที่ก่อด้วยหยกขาวน้ำดีพูดว่า “ให้นางอยู่ที่นี่เถอะ”
“เช่นนี้ ก็ดี”
เื่ราวมาถึงตรงนี้นับว่าตกลงกันได้ฉู่อวี้กำลังจะจากไป กลับได้ยินเสียงคนพูดดังว่า “ใครกันกล้ามาหาเื่บนอาณาเขตของบ้านข้า!”
ชายหนุ่มอายุน้อยที่โมโหเกรี้ยวกราดนั้นเป็ใครฉู่อวี้ไม่รู้จัก เขากับมารดาแยกตัวไปนาน เวลานั้นเขาเป็เด็กที่อายุน้อยที่สุดของตระกูลฉู่
“เสี่ยวเฟิง นี่คือลูกพี่ลูกน้องของเ้า” ประมุขตระกูลฉู่บอก
ฉู่จื่อเฟิงก้าวเท้าช้าลงเหยียดหยันว่า “อ้อ เ้าก็คือหลานชายอกตัญญูที่คิดจะยึดเรือนพักตกทอดจากบรรพบุรุษของตระกูลข้ารึ”
“ยึดเรือนพักตระกูลเ้าหรือ” มุมปากของฉู่อวี้มีรอยยิ้มบางเบาเบนสายตามองไปยังประมุขตระกูลฉู่ “เป็ดั่งที่เขากล่าวเช่นนั้นหรือ”
“เสี่ยวเฟิง เื่นี้ห้ามยกขึ้นมาพูดอีก!”
“ท่านพ่อ เขาสร้างหลุมศพที่นี่ หากทำลายฮวงจุ้ยของบ้านพวกเราเข้าจะทำเช่นไร”
ประมุขตระกูลฉู่กระแทกไม้เท้าลงบนพื้น “ไอ้คนไม่ได้เื่! อาสะใภ้สามของเ้าเป็คนของตระกูลฉู่เราทำไมนางจะฝังที่นี่ไม่ได้”
“อาสามตายไปก็ยี่สิบปีแล้ว จะมีอาสะใภ้สามที่ไหนกัน”
ประมุขตระกูลฉู่กวาดตามองฉู่อวี้และผู้ติดตามสิบกว่าคนของเขาเพื่อป้องกันความขัดแย้งจากบุญคุณความแค้นในอดีต เขารีบเปลี่ยนหัวข้อแล้วพูดว่า “ได้ยินว่าแม่นางเหมยกลับมาแล้วรึ”
ฉู่จื่อเฟิงพูดเื่นี้ขึ้นมาก็ยินดีเป็อย่างมาก“ใช่แล้วท่านพ่อ ท่านรีบเตรียมสินสอด พวกเราไปหน้าประตูเพื่อสู่ขอกันไม่เช่นนั้นอีกไม่กี่วันลุงเซียวก็จะหาคู่ให้เสี่ยวเหมยเอ๋อร์แล้ว”
“เช่นนั้นเ้ายังไม่สำรวมอีกรึ ท่าทางล่องลอยไม่จริงจัง แม่นางเหมยจะชอบเ้าได้หรือ”
ฉู่จื่อเฟิงหัวเราะเสียงดังพูดว่า“ได้ เพียงแค่ข้าสามารถแต่งอาเหมยได้ ต่อให้เขาเอาหลุมศพมาวางหน้าเตียงท่านข้าก็ไม่คัดค้าน”
ท่านประมุขโกรธจนเกร็งไม้เท้าตะคอกด่า “ไอ้คนไม่ได้เื่ !”
ท่านประมุขสั่งสอนบุตรชายเสร็จแล้วจึงพบว่าฉู่อวี้ได้จากไปแล้วแต่ฉู่อวี้ได้ทิ้งคนติดตามที่พกกระบี่สองคนให้คุ้มครองหลุมศพไว้ไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้ รวมถึงคนของตระกูลฉู่
ท่านรองตระกูลฉู่พูดเสียงกดต่ำว่า“พี่ใหญ่ เริ่มแรกเพราะท่านอยากได้บ้านของเ้าสามจึงไล่พวกเขาสองแม่ลูกออกไป ตอนนี้ทำไมถึงกลัวเ้าเด็กนั่นขึ้นมาล่ะ”
“ยี่สิบปีแล้ว เ้ารู้หรือว่าพวกเขาแม่ลูกมีชีวิตเช่นไร” ท่านประมุขเหล่มองหลุมศพ พูดกับท่านรองตระกูลฉู่ว่า “หยกที่อยู่บนนั้น หนึ่งก้อนก็พอให้เ้ามีกินไปครึ่งชีวิตแล้ว”
สองมือของท่านประมุขกุมไม้เท้าไว้มองไปยังทางที่ฉู่อวี้จากไป ชายในชุดขาวผู้นั้นเป็ฉู่อวี้จริง ผ่านไปยี่สิบปีเด็กน้อยวัยสามขวบในปีนั้นได้เติบใหญ่เป็ชายหนุ่มโตเต็มวัย ใครจะรู้ว่าตอนนี้เขามีชีวิตและฐานะเช่นไรกันแต่ดูจากหลุมศพที่ก่อด้วยก้อนหยกและคนติดตามเ่าั้แล้วฉู่อวี้ในปัจจุบันนั้นไม่ธรรมดา
ตนถอยให้หนึ่งก้าวยอมให้ฝังมารดาของเขาไว้ที่บ้านเกิด เพื่อลดความโกรธเกลียดที่อยู่ภายในใจของเขา ให้เขาละทิ้งบุญคุณความแค้นในปีนั้น
เหมยเซียวเหรินวางใจไม่ลงเื่อำเภอชิวสุ่ยกลับมาบ้านครั้งนี้เตรียมจะอยู่ไม่กี่วัน นอกจากมาเยี่ยมบิดาของนางแล้วยังมีเื่สำคัญอีกเื่ที่ต้องทำ นั่นคือการเติมคลังส่วนตัวของนางสงบแรงปะทะคลื่นลมของการ ‘สมคบคิดโจรูเา’ ในครั้งที่แล้ว
หอเหมยเป็ธุรกิจที่นางสร้างขึ้นมากับมือปีนั้นนางพึ่งพารายได้ของหอเหมยจึงทำให้มีโอกาสได้เป็ขุนนางได้ปลดเปลื้องโชคชะตาของสตรีทั่วไป
วันที่สองของการกลับบ้านเหมยเซียวเหรินไปตรวจบัญชีของนางที่หอเหมยตามลำพัง นับดูว่านางยังมีเงินอีกเท่าไหร่
นับั้แ่นางกลับบ้านมาก็มีผู้ทำตัวเป็ิญญาตามติด
ฉู่จื่อเฟิงมารอด้านนอกประตูั้แ่เช้ายามนางออกจากคฤหาสน์ตระกูลเซียวก็ตามเกี้ยวของนางมาตลอดทางรอกระทั่งนางลงจากเกี้ยวยังหน้าด้านหน้าทนไม่จากไปสักคืบ
เหมยเซียวเหรินไล่ไม่ได้ก็ไม่สนใจไยดี ฉู่จื่อเฟิงกลับไม่สนใจสักนิดที่นางมีสีหน้าเ็าใส่เพียงแต่แปลกใจว่าเหตุใด่นี้นางมักจะคลุมผ้าเสมอ ปิดบังใบหน้างดงามปานบุปผาเอาไว้มิดชิด
เดิมทีฉู่จื่อเฟิงตามเหมยเซียวเหรินอยู่ด้านหลังความสงสัยในใจทำให้เขาเร่งฝีเท้าขึ้นมาให้ทันเหมยเซียวเหริน ก้มตัวลงคิดอยากมองว่าแท้จริงแล้วนางกำลังซ่อนอะไร ผลลัพธ์คือเขาไม่เห็นใบหน้าของนางแต่กลับเห็นแววตาเ็าสายหนึ่ง
“เ้ากำลังมองอะไร” สีหน้าของเหมยเซียวเหรินมืดครึ้ม
ฉู่จื่อเฟิงขมวดคิ้ว“เสี่ยวเหมยเอ๋อร์ ทำไมเ้ามักจะปิดบังใบหน้าหรือ”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเ้ารึ”
“เสี่ยวเหมยเอ๋อร์ข้าบอกแล้วว่า เ้าคือสะใภ้ที่ยังไม่ได้แต่งของข้าเื่ทุกอย่างของเ้าล้วนเกี่ยวกับข้า”
เหมยเซียวเหรินหยุดฝีเท้าหมุนกายกลับมา“เช่นนั้นข้าจะบอกเ้านะ ตอนที่ข้าอยู่บ้านเกิดใบหน้าเสียโฉมโดยไม่ระวังตอนนี้อัปลักษณ์จนกลัวว่าจะทำให้เ้าใ”
ฉู่จื่อเฟิงปากอ้าตาค้างหลังจากใก็หัวเราะออกมา “ข้าไม่เชื่อ”
“ตามใจเ้าสิ!”
ฉู่จื่อเฟิงไม่เชื่อคำพูดของเหมยเซียวเหรินสำหรับสตรีแล้วใบหน้าสำคัญที่สุด จะมีสตรีที่เสียโฉมคนไหนกันที่จะออกมาเดินบนถนนเหมือนคนที่ไม่ได้เกิดเื่อะไรเขาลูบแผ่นอกแล้วพูดสาบานว่า “เสี่ยวเหมยเอ๋อร์สิ่งที่ข้าชอบก็คือตัวเ้า ไม่ใช่หน้าตาของเ้า ต่อให้เ้าเสียโฉมไปข้าก็ยังจะแต่งงานกับเ้า”
เหมยเซียวเหรินสูดลมหายใจลึกหากไม่ใช่เพราะตอนนี้นางเป็คุณหนูตระกูลเซียว หากไม่ใช่เพราะที่นี่คืออำเภออวิ๋นนางคิดอยากมอบคำพูดหนึ่งให้แก่ฉู่จื่อเฟิง ‘ไสหัวไปซะ!’
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/5d7b9cb0fc55049fdb4dfc1e85909306