นลินกลับมาถึงบ้านทวยเทพ ก็รีบไปหาแม่เพื่อบอกว่ามาถึงแล้ว แล้วเข้าห้องตัวเองและอาบนอน สักพักเวลาประมาณตีหนึ่ง ก็มีเสียงทะเลาะระหว่างพ่อเลี้ยงกับพี่ทศพลอีกแล้ว แต่ครั้งนี้มันรุนแรงกว่าทุกวัน
“นี่แกาเ็ขนาดนี้ ไปต่อยตีกับใคร ที่ไหนอีก ฉันบอกแกแล้วใช่มั้ย ไปสำมะเลเทเมาที่ไหนก็ได้ แต่ห้ามเป็อันธพาลไปต่อยตีใคร ทำไมแกไม่รักษาสัญญา ห๊า”
“คือ…ผม”
“แกไม่ต้องแก้ตัวอีกแล้วทศพล แกเก็บของออกไปจากบ้านฉันได้เลย ฉันหมดความอดทนกับแกแล้ว ไปเลยไป”
นิศนาเห็นว่าครั้งนี้มันรุนแรงเกินไป กำลังจะพูดปราม “คุณ….คะ”
“เื่นี้คุณห้ามยุ่งนิศนา มันเป็สัญญาลูกผู้ชาย แต่มันไม่ยอมรักษาสัญญานี้”
ทศพลกำลังจะเดินไป แต่แล้วก็มีเสียงของนลินพูดว่า “คุณพ่อคะ พี่ทศพลเขาไม่ได้ต่อยตีกับใครค่ะ พี่เขาเป็อาสาสมัครเก็บศพมูลนิธิ แต่ครั้งนี้ในระหว่างที่พี่เขากำลังไปเก็บศพอยู่ มีรถมอเตอร์ไซค์วิ่งเฉี่ยวพี่เขาค่ะ พี่ทศพลจึงได้รับาเ็อย่างที่เห็น นลินเห็นกับตาค่ะ”
“อะไรนะ นี่แกเป็อาสาสมัครมูลนิธิงั้นหรอ ทำไมแกไม่บอกฉัน ห๊า”
“ถ้าผมบอก แล้วพ่อจะเชื่อมั้ย”
นิศนาเห็นว่าพ่อลูกเริ่มเข้าใจกันแล้ว เลยว่า “เมื่อทั้งคู่เข้าใจกันดีแล้ว ก็อย่าหาเื่อื่นมาทะเลาะกันอีกเลยนะ ไปนอนเถอะทั้งคู่ ไป” “นลินก็ไปนอนด้วยนะลูก พรุ่งนี้มีเรียนบ่ายไม่ใช่หรอ”
******************************************************
เช้าวันรุ่งขึ้น ในมื้อเช้า วันนี้ดูแปลกไปกว่าทุกวัน ไม่มีเสียงทะเลาะระหว่างพ่อเลี้ยงกับนายทศพล แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่คุยกันดีๆ ต่างคนต่างก็เงียบใส่กัน อย่างไรก็ตามบรรยากาศที่เงียบก็คงดีกว่าบรรยากาศทะเลาะกันแน่นอน
พอถึงตอนเที่ยง
“เดี๋ยวฉันไปส่งที่มหา’ ลัย”
นลินใมากที่เห็นทศพล ด้วยความกลัวเธอจึงว่า “ไม่เป็ไร เดี๋ยวนลินไปเองก็ได้ค่ะ”
“ฉันมีเื่จะพูดด้วยน่ะ”
“นลินเลยจำใจต้องนั่งรถไปด้วย “มีอะไรหรอคะ”
“ขอบใจมากสำหรับเื่เมื่อคืน”
“อ๋อ ค่ะ”
“มีเื่แค่นี้แหละ ว่าแต่ให้จอดตรงไหน”
“ตรงที่จอดรถนั่นก็ได้ค่ะ”
สักพักเพื่อนในคณะก็โทรมาบอกว่าคาบเรียนวันนี้เลื่อนเป็วันมะรืน ทำให้นลินมาเรียนเก้อ
“เอ่อ พี่ทศพลคะ วันนี้ไม่มีเรียนแล้วค่ะ เดี๋ยวนลินจะขอกลับบ้านเลยค่ะ”
“เอาไงดีล่ะ ฉันมีธุระที่มูลนิธิด้วย ไปด้วยกันก่อนได้มั้ย แล้วค่อยกลับบ้านพร้อมกัน”
นลินเห็นว่าไหนๆ เธอก็ว่างแล้ว เลยตกลงไปมูลนิธิกับทศพลด้วย พอมาถึงมูลนิธิ นลินไม่รู้จะทำอะไร จึงนั่งดูรูปถ่ายศพรอ นลินเปิดอัลบั้มรูปมาถึงหน้าหนึ่ง นลินมองเห็นว่ารูปนี้มีหน้าตาเหมือนกับดวงิญญาที่ติดตามทศพลอยู่ เลยใช้ที่คั่นกระดาษคั่น เพื่อรอถามทศพลทีเดียวตอนเขาว่าง นลินสามารถหารูปของทั้งสามดวงิญญาที่ติดตามทศพล จนกระทั่งทศพลทำธุระเสร็จกำลังจะพานลินกลับบ้าน
“เอ่อ พี่ทศพลคะ พี่รู้จักพวกเขาทั้งสามคนมั้ยคะ”
“อืม ใช่ พี่เคยเก็บศพของพวกเขาน่ะ ทำไมหรอ”
“เหมือนนลินเคยเห็นหน้าพวกเขาค่ะ ว่าแต่พี่รู้จักพวกเขาเป็การส่วนตัวมั้ยคะ”
“ไม่นะ แถมพวกเขาต่างเป็ศพไร้ญาติเสียด้วย”
“น่าสงสารพวกเขานะคะ วันพรุ่งนี้ ่เช้านลินไม่มีเรียน พวกเราไปทำบุญให้กับพวกเขาดีมั้ยคะ”
“แล้วเธอกล้าไปกับพี่หรอ”
“ทำไมล่ะคะ พี่ก็ไม่ใช่ั์ไม่ใช่มารนี่คะ”
“ก็แต่ก่อน เห็นทั้งพี่และน้องไม่กล้าแม้กระทั่งสบตาพี่นี่”
“เื่มันผ่านไปแล้ว อย่ารื้อฟื้นเลยค่ะ เอาเป็ว่าพี่ตกลงนะคะ”
“อื้อ”
ในสมัยก่อนนลินยอมรับว่านลินกลัวทศพลมาก แต่แล้วพอมารู้ความจริงที่ทศพลเป็อาสาสมัคร ทำให้นลินมองทศพลในแง่ดีมากขึ้น และนลินก็รู้สึกสบายใจเมื่อได้อยู่กับทศพล ผิดกับธนกรที่รู้สึกอึดอัดเมื่ออยู่ด้วย และจากที่นลินได้เห็นดวงิญญาที่คอยติดตามทศพล ตอนนี้ประจักษ์แล้วว่าพวกเขาไม่ได้จะมาทำร้ายทศพล เพียงแต่พวกเขาเห็นทศพลเป็ที่พึ่ง พวกเขาไม่มีญาติที่ไหนและไม่มีใครคอยทำบุญอุทิศให้กับพวกเขา จึงคอยติดตามทศพลตลอดเพื่อขอส่วนบุญก็เท่านั้น
******************************************************
เช้าวันถัดมา ทศพลได้ขับรถพานลินมาวัดแห่งหนึ่ง พร้อมกับซื้อพวกเครื่องใช้ ผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ฯลฯ สำหรับถวายสังฆทาน พร้อมกับซื้อน้ำ นมและอาหารคาว ไปทำบุญที่วัด เมื่อถวายเรียบร้อย ทั้งสองก็กรวดน้ำอุทิศให้ดวงิญญาเ่าั้ และขอให้พวกเขาไปสู่สุคติ
นลินได้ทำก็รู้สึกสบายใจ อีกทั้งได้บอกพี่ทศพลว่าต่อไปให้หมั่นทำบุญอุทิศให้กับพวกเขาด้วย
“พี่ไม่คิดว่า นลินจะเป็คนธรรมะธัมโมอย่างนี้”
“ทำไปแล้วสบายใจก็ทำไปเถอะค่ะ”
“อื้อ งั้นพวกเรากลับบ้านกันเถอะ”
“นลินหิวแล้วไปกินข้าวกันเถอะนะคะ”
ทศพลแปลกใจมาก ว่าทำไมนลินถึงเลิกกลัวเขา และกล้าที่จะชวนเขาไปนั่นโน่นนี่ ทั้งคู่เลยได้ไปกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน
“นลินว่า พี่ทศพลไปโกนหนวดโกนเคราออกก็ดีนะคะ”
“มันเื่ของพี่”
“น่าพี่ทศพล หน้าตาก็สามารถเรียกลูกค้าได้ด้วยนะคะ อู่ซ่อมรถพี่จะได้เจริญๆ ไง”
“พี่จะไปโกนหนวดโกนเคราก็ต่อเมื่อนลินเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็สาวสวยเสียก่อน ไม่ทำตัวเฉิ่มแบบนี้”
นลินกำลังจะบอกว่ามันเื่ของฉันเหมือนกัน แต่แล้วก็ฉุกคิดได้ “ได้ค่ะ นลินจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่พี่ทศพลต้องสัญญานะคะว่าจะไปโกนหนวดโกนเคราออก”
“ได้พี่สัญญา ขอให้นลินทำจริงเถอะ”