เสียงจิ้งหรีดร้องหาคู่ในตอนกลางคืนกับบรรยากาศความเย็นะเื ท่ามกลางสายฝนที่ร่วงลงมาจากท้องฟ้า กระทบกับต้นไม้ใบหญ้าดังเป็เหมือนเสียงเพลงที่ก้องกังวานอยู่บริเวณกลางหุบเขาแห่งนี้ แม้เป็เวลา่ 1 ทุ่ม แต่บริเวณรอบสองข้างทางก็มืดสนิท มีเพียงแสงสาดส่องมาจากซุ้มดินโบราณ ที่ให้ความสว่างอยู่บริเวณด้านใน และพอมองเห็นพื้นที่ห้องต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน
ภายในซุ้มจะประกอบด้วยห้องโถงที่อยู่บริเวณตรงกลาง กินพื้นที่ 2 ใน 4 ส่วนของซุ้ม ส่วนทางด้านซ้ายจะเป็ห้องประกอบพิธีกรรม ไว้จัดวางโต๊ะบูชา เครื่องเซ่น ้ามีหนังหน้ามนุษย์เก่า ๆ ที่มีอักขระ เลขยันต์แขวงติดไว้อยู่ บริเวณผนังห้องอีกฝั่งเป็ชั้นวางของ ที่เต็มไปด้วยขวดโหลดองของสัตว์มีพิษต่าง ๆ นานาชนิดทั้งงู ตะขาบ แมงป่อง แมงมุม และร่างมนุษย์ขนาดเล็ก ตั้งวางอยู่เรียงราย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ห้องด้านหลังเป็ส่วนห้องลับ มีป้ายและผ้ายันต์ผืนใหญ่ขนาดเกือบเท่าประตู ติดแจ้งเตือนเอาไว้ว่า ‘มนุษย์ห้ามเข้า’
แอ๊ด…เสียงเปิดประตูไม้ไผ่ดังขึ้นมาจากในซุ้มดินโบราณ พร้อมกับเสียงฝีเท้าเดินลงบนพื้นดินเบา ๆ ราวกับกลัวว่าคนที่นั่งสมาธิอยู่บนโซฟาโบราณจะลืมตาตื่นขึ้นมา
“หึ! มาแล้วหรอ งานสำเร็จตามเป้าหมายดี ใช่มั้ยคุณผู้หญิง” น้ำเสียงอันเยียบเย็นดังขึ้นจากบุรุษที่นั่งอยู่บนโซฟาไม้ตัวเก่า แต่ทรงคุณค่ามากสำหรับจอมขมังเวทย์ เพราะเป็ไม้ที่ผลิตจากต้นตะเคียนอายุกว่า 500 ร้อยปี และถูกแกะสลักเป็เศียรฤๅษี ที่ช่วยเพิ่มพลังความแกร่งกล้าของผู้ใช้เวทมนตร์คาถาโดยเฉพาะ
“พอใจอยู่ค่ะ แม้จะเกิดเหตุการณ์ ไม่คาดฝันอยู่บ้างก็ตามที” เสียงตะกุกตะกักค่อย ๆ ดังมาจากปากของนันท์ลินี สาววัยกลางคน ที่พร้อมไปด้วยเสน่ห์ ความสวยของผู้หญิงวัย 30 ต้น ๆ หนุ่มคนไหนได้เห็น เป็ต้องเหลียวมองจนคอเคล็ด กับท่าทีที่สงบเหมือนดอกบัว ยิ่งช่วยกระตุ้นอารมณ์ของผู้ชายเป็อย่างดี
“ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ใครจะรู้ว่านางนั้นจะฮึดสู้ในเฮือกสุดท้ายของชีวิต”
“แต่ก็ต้องขอบคุณมันด้วย เพราะข้าอาจได้สมุนรับใช้ดี ๆ มาเพิ่มอีกตัว” พูดจบพร้อมกับเสียงหัวเราะดังลั่นอย่างสะใจ ออกมาจากปากของจอมขมังเวทคนนี้
"แล้วดิฉันต้องทำอย่างไรต่อ เพราะมีข่าวจากวงในแจ้งว่าศพผู้หญิงคนนั้นหายไป โดยไม่ทราบสาเหตุ" นันท์ลินีพูดขึ้นด้วยความงุนงงว่าจู่ ๆ ศพจะหายไปเองได้อย่างไร
"ฮ๊าาาาาา!! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!” เสียงหัวเราะอันน่ากลัว ดังมาจากบุรุษจอมขมังเวทย์
“รับงานมาแล้ว ต้องทำให้ดีไม่ใช่หรอ บริการให้แบบวัน สต๊อป เซอร์วิสเลยนะ เงินก็ไม่คิดเพิ่ม แต่ฝากตามสืบให้หน่อยว่ามีผู้รู้วิชาคนไหน มาจุ้นจ้านเื่นี้บ้าง"
“ได้ค่ะ นี่คือเงินงวด 2 ตามที่ตกลงไว้ แต่เงินงวดสุดท้ายต้องรอดูผลงานก่อน เพราะตอนนี้ทุกอย่างยังคลุมเครือไปหมด และไม่รู้ว่าคดียืดเยื้อนานแค่ไหน”
“กังวลเื่ศพหรอ หึ หึ!! ทำยังไงพวกมัน ก็หาหลักฐานไม่เจอ คุณผู้หญิงอย่าได้กังวลใจไป” จอมขมังเวทย์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ในการทำงานของตำรวจ ที่ปิดคดีนี้ไม่ได้แน่นอน
“ท่านอาจารย์รู้ด้วยหรอว่าศพหายไปไหน แล้วดิฉันมั่นใจได้อย่างไรว่าตำรวจจะไม่เจอหลักฐานชิ้นนี้แน่ ๆ” นันท์ลินีถามด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ และสงสัยว่าสิ่งที่จอมขมังเวทย์พูดเป็เื่จริงหรือไม่
ปั้ง!! เสียงตบโต๊ะอย่างแรงดังขึ้นจากจอมขมังเวทย์ด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์เท่าไร ที่นันท์ลินี สงสัยถึงความสามารถของเขา เพราะั้แ่เริ่มศึกษาคัมภีร์พระเวท และสำเร็จวิชาจากสำนักถ้ำทอง ยังไม่เจอใครกล้าสงสัยในฝีมือของเขาเลย จึงมั่นใจมากว่าในโลกนี้ นอกจากอาจารย์ผู้เป็เ้าสำนักแล้ว ก็ไม่มีใครสู้คุณไสยกับเขาได้อีก
‘ถ้ามึงสอดรู้นัก เดี๋ยวกูจัดให้ มึงจะได้รู้ว่าความน่ากลัว ที่แท้จริงคืออะไร’ จอมขมังเวทย์พูดขึ้นมาในใจเมื่อได้เห็นท่าทางอวดดีของนันท์ลินี
จากนั้นจอมขมังเวทย์ ก็เริ่มพนมมือ ตั้งจิตบริกรรมคาถา” โอม ปลุก มหาปลุก กูจะปลุกพยนต์ จงออกมารับใช้กูบัดเดี๋ยวนี้” พอพูดจบแสงไฟในห้องก็ดับพรึบ พร้อมเสียงกรี๊ดดดด! อันน่าใออกมาจากปากของนันท์ลินี ร่างเล็ก ๆ ดูสั่นกลัวเหมือนัักับพลังงานบางอย่างที่สัญชาตญาณของมนุษย์ร้องบอกให้หนีไปจากห้อง
บรรยากาศในห้องเริ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากอากาศที่เย็นสบายกลายเป็เย็นะเืขึ้นทันที แม้ในห้องจะดูมืด แต่ยังเห็นได้ถึงแสงจันทร์ ที่สาดส่องจากบริเวณด้านนอก ให้พอมองออกว่ามีวัตถุ หรือใครบ้างที่อยู่ในห้องนี้ ซึ่งก่อนหน้ามีเพียงนันท์ลินีกับบุรุษจอมขมังเวทย์เท่านั้น แต่ตอนนี้กลับมีผู้หญิงผมยาวใส่ชุดสีขาวแต่ดูสกปรก เนื้อตัวซีดขาว เหมือนไม่มีเืหล่อเลี้ยงมานาน กับกลิ่นเหม็นคลุ้งอันน่าสะอิดสะเอียนโชยมาตามสายลม ยิ่งขับเน้นบรรยากาศให้น่ากลัวมากขึ้น
"ใคร!! ใครที่นั่งอยู่ตรงนั้น" นันท์ลินีพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทาอย่างเก็บอาการไม่อยู่ ที่จู่ ๆ ในห้องมีคนเพิ่มเข้ามา
เมื่อได้ยินเสียงสั่นกลัวของนันท์ลินี บุรุษจอมขมังเวทย์ก็ฉีกยิ้มกว้างด้วยความสะใจมาทันที พร้อมกับร่างผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขา เริ่มเงยหน้าขึ้นอย่างช้า ๆ ทำให้ผมสองข้างที่ปิดบังใบหน้าไว้ เปิดออกจนเห็นลักษณะหน้าได้ชัด เปลือกตาของร่างนั้นกระตุกอย่างฉับพลัน มองเห็นดวงตาที่ดำสนิท ิับนใบหน้าเหี่ยวย่นเหมือนคนแก่ทั่วไป แต่ถ้าเป็คนที่เคยรู้จักแล้วละก็ ดูออกทันทีเลยว่าร่างของผู้หญิงเป็ใคร ซึ่งไม่รู้ว่าเป็ความโชคดี หรือโชคร้ายกันแน่ที่นันท์ลินี จดจำผู้หญิงผมยาวคนนี้ได้
กรี๊ดดดดด! เสียงกรีดร้องดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนกของนันท์ลินี มือและเท้าสั่นเกรงด้วยความช็อก สองตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเกินที่มนุษย์คนใดจะรับไหว เพราะสิ่งที่เธอเห็นเต็มสองตา คือร่างของรองผู้อำนวยการวสุนันท์ ที่ตำรวจกำลังค้นหาอยู่นั่นเอง แต่ที่ทำให้เธอใมากยิ่งกว่าก็คือ ในหน้านั้นหันมามองและแสยะยิ้มออกมา เหมือนคนที่มีชีวิตอยู่ไม่มีผิด พร้อมกับเสียงหัวเราะอันน่าสยดสยองดังมาจากปากที่ปิดอยู่ของร่าง ทำให้เธอล้มหงายหลัง นอนสลบเมือกไปกับพื้นห้องเลยทันที