ที่กรมควบคุมอวกาศ การเป็คู่หูนั้นแรกเริ่มล้วนเกิดจากภูมิหลังครอบครัวของทั้งสองคนตามที่แกนสมองสั่งการจัดการทั้งหมด ประสบการณ์ที่สั่งสมมา ลักษณะพิเศษของนิสัย และอื่นๆ ทั้งสองคนจะถูกจับคู่หลังจากได้รับการประเมินอย่างครอบคลุม เพื่อให้แน่ใจว่าคู่หูเข้ากันได้เป็อย่างดี สามารถเรียนรู้จุดแข็งของกันและกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แบบนี้จึงจะรับประกันได้ว่าภารกิจจะสำเร็จลุล่วงได้ในระดับสูงสุด
จวบจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่คู่หูแตกคอกัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเหตุการณ์คู่หูทรยศกัน หักหลังฆ่ากันเอง พวกเขาทั้งสนิทสนมกลมเกลียวเหมือนดั่งครอบครัว ไม่ก็ร่วมมือกันเป็อย่างดี ทำสิ่งใดก็สำเร็จลุล่วงน่าประทับใจ กลายเป็คู่ชีวิตที่มีความรักลึกซึ้งยาวนาน
การพึ่งพาซึ่งกันและกันดั่งชีวิต ในโลกที่ไม่คุ้นเคยเ่าั้เป็เวลากว่าสิบปีหรือกระทั่งเป็ร้อยกว่าปี คู่หูทุกคนถือว่าอีกฝ่ายมีความสำคัญอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ พวกเขาสามารถสละชีวิตเพื่ออีกฝ่ายได้โดยไม่สนใจสิ่งใด หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเผชิญหน้ากับอันตราย อีกฝ่ายจะเจ็บป่วยทางจิตขั้นรุนแรง จากนั้นอาการจะทรุดลงอย่างต่อเนื่อง หรือไม่ก็ฆ่าตัวตายตามไปด้วย
เช่นเดียวกับตู้เซียวในอดีตที่ทำลายจิติญญาทั้งหมดเพื่อคู่หูตนเองโดยไม่มีความลังเล คู่หูของเขาที่หายดีจากอาการาเ็สาหัส สภาพจิตใจย่ำแย่ หากไม่ใช่เพราะความโชคดีของแกนสมองสั่งการที่ตามหาดวงิญญาในอดีตชาติของตู้เซียวและดึงกลับมาได้สำเร็จทันเวลา เกรงว่าคู่หูของเขาคงไม่พ้นตายตามเขาไปในที่สุดแน่นอน
สภาพจิตใจที่รุนแรงเช่นนี้ ทำให้ตู้เซียวในปัจจุบันมีบางอย่างสับสนโดยไม่รู้จะทำอย่างไรดี เขาหลอมรวมความทรงจำของดวงิญญาในชาติภพนี้ได้อย่างสมบูรณ์ และมีความรู้สึกเป็ตายร่วมกันกับคู่หูของเขา ทว่าความทรงจำในอดีตชาติที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์เริ่มรบกวนเขาอีกครั้ง และทำให้เขาลังเลอยู่บ้าง
ในชาติที่แล้ว เขาไม่เคยมีความรัก อีกทั้งเมื่อเขามาที่นี่ในเวลาหมื่นปีหลังจากนั้น เขาก็ได้ค้นพบว่าหน่วยงานเก่ากับกรมควบคุมอวกาศแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในหน่วยรบพิเศษมีเ้าหน้าที่ปฏิบัติการเพศชายมากกว่าเพศหญิงสามถึงสี่เท่าตัว ด้วยเหตุนี้ ในฐานะที่เป็คู่หู พวกเขามักจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในโลกที่ไม่คุ้นเคย เพราะฉะนั้นส่วนมากจะเป็คู่หูที่เป็ชายกับชาย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันเช่นนี้ ทำให้เขาปรับตัวได้ยากลำบากชั่วขณะ
ตู้เซียวหลับตาค่อยๆ สงบสติอารมณ์ที่ปั่นป่วนรุนแรง พลางคลายกำปั้น
ในเวลานี้ เสียงกริ่งที่ประตูก็ดังขึ้น
แม่บ้านอัจฉริยะรายงานกับเขาว่า “คุณตู้ คุณเยี่ยนมาถึงแล้ว”
ตู้เซียวมองไปทางประตูด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงชัดเจนว่า “เชิญเข้ามา”
เมื่อประตูเปิดออก ชายหนุ่มท่าทางสุภาพอ่อนโยนราวกับหยกคนหนึ่งก็เดินเข้ามา
เขามีรูปร่างสูงใหญ่ หล่อเหลาสง่างาม ผิวสีข้าวสาลีเปล่งประกายชวนหลงใหล ดวงตาเฉี่ยวคมของเขาระยิบระยับราวกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ม่านตามีความสว่างไสวและเคลื่อนตัวอย่างงดงาม ให้ความรู้สึกลึกลับแปลกประหลาด ผมสีบลอนด์ สันจมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากรูปกระจับ ขับให้เขาดูสูงสง่าโดดเด่นสะดุดตา ยากที่จะลืมได้ลงั้แ่ครั้งแรกที่พบเห็น
เขาคือคู่หูของตู้เซียว มีชื่อว่าเยี่ยนหลี สารวัตรตำรวจแห่งกองปฏิบัติการหน่วยดาวเหนือขั้นสามของกรมควบคุมอวกาศ รหัสเรียกขานคือ ’เจ็ดพิฆาตหนึ่งสาม'
เขาอายุมากกว่าตู้เซียวสองปี ฉลาดปราดเปรื่อง เก่งกาจทั้งวิชาการและการต่อสู้ เป็อัจฉริยะในกลุ่มคนอัจฉริยะ เป็ยอดฝีมือในกลุ่มยอดฝีมือ เคยเป็คู่หูกับตู้เซียวมานานหลายปี ทั้งสองไม่เคยแบ่งเขาแบ่งเรา รักและเป็ห่วงอีกฝ่ายยิ่งกว่าชีวิตตนเอง วันนี้เห็นเขาที่ ‘ฟื้นจากความตาย’ รู้สึกได้ถึงคลื่นความผันผวนของจิติญญาที่คุ้นเคย เขารู้สึกตื่นเต้นสุดขีด ภายในใจปลาบปลื้ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกได้ถึงความขมขื่นที่ตีรวนอยู่ในใจ ภายในดวงตาเอ่อคลอเล็กน้อย
ชายหนุ่มผมดำและดวงตาสีดำขลับยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น ใบหน้าซีดขาวหลังเพิ่งฟื้นจากการาเ็สาหัสนั้นเรียบเนียนดุจหยก รูปลักษณ์งดงามราวกับภาพวาด สูงเพรียวหล่อเหลาคมสัน ท่าทางน่าเกรงขาม ภายในแววตามีทั้งความสุข ความโล่งอก และยังมีความสับสนกับความลังเลอยู่ในนั้นด้วย
เสียงเยี่ยนหลีแหบแห้งเล็กน้อย และพูดด้วยความระมัดระวัง “อาเซียว นายกลับมาแล้ว”
ตู้เซียวจ้องเขาด้วยสายตาลึกซึ้ง
แม้มีความทรงจำมากขึ้นอีกหนึ่งชาติภพ แต่จิติญญาของเขากลับไม่เปลี่ยนแปลง หลายวันที่ผ่านมา เขาได้แต่สงสัยอยู่ซ้ำๆ ไม่หยุด ทั้งตรวจสอบข้อมูล ค้นหาหลักฐาน ทว่าในเวลานี้ เมื่อเขาได้เห็นคนที่เดินเข้ามาจากนอกประตูก็มั่นใจได้ในทันทีว่า แกนสมองสั่งการไม่ได้โกหกเขา แม้เขาไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด แต่เขาก็สรุปได้ว่า ตู้เซียวในอีกหมื่นปีกับตนเองก่อนหน้านี้หมื่นปีก็คือคนคนเดียวกัน
เมื่อเห็นคนที่อยู่ตรงหน้า ความรู้สึกที่ฝังลึกอยู่ในสมอง จากก้นบึ้งหัวใจ สายเื เซลล์สมอง แม้กระทั่งเส้นผมทุกเส้นล้วนปรากฏขึ้นมาในทันที พรั่งพรูออกมาราวกับคลื่นสึนามิที่โหมกระหน่ำให้เขาจมลึกลงไป เขาสูดลมหายใจพูดว่า “อาหลี ผมกลับมาแล้ว”
เยี่ยนหลีได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยก็ควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไป เขาสาวเท้าไปข้างหน้ากอดตู้เซียวไว้แน่น เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนที่อยู่ในมิติเวลาว่างเปล่าและเผชิญกับการโจมตีอย่างกะทันหัน น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ทั้งยังตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย คนในอ้อมแขนผู้นี้ได้ผลักเขาออกไปด้วยแรงทั้งหมดที่มี จากนั้นก็ะเิตัวเองโดยไม่ลังเล พลังมหาศาลโอบล้อมศัตรู จากช่องว่างที่แตกออกพุ่งเข้าสู่ความว่างเปล่าที่ปั่นป่วน ใช้ชีวิตปกป้องเขาให้กลับมาอย่างปลอดภัย เขาเ็ปราวกับคมมีดกรีดแทงในใจ
ตอนที่เขาอยู่ในโรงพยาบาลและได้ยินว่าสมองสั่งการตามหาจิติญญาของตู้เซียวกลับมาจากมิติเวลาในอดีต ในใจก็รู้สึกกระสับกระส่ายอยู่ตลอด เขากลัวว่าจิติญญาที่ตามกลับมานี้จะไม่ใช่คนเดียวกับคู่หูคนเดิมของเขาอีกต่อไป กลัวที่จะเห็นสีหน้าไม่คุ้นเคยบนใบหน้าตู้เซียว กลัวว่าพวกเขาจะตกอยู่ในสภาพห่างเหิน ไม่ใช่เพื่อนร่วมรบและพี่น้องที่สนิทสนม และไม่ใช่คนคนนั้นที่เขารักอีกต่อไป
ในตอนนี้ เมื่อเห็นตู้เซียวปรากฏตัวตรงหน้าโดยไม่มีอะไรบุบสลาย และยืนยันว่าเขายังเป็คนคนนั้น ในที่สุดจิตใจของเยี่ยนหลีก็สงบลง
พวกเขาคือจิติญญาเดียวกัน แต่ว่าตู้เซียวคนก่อนมีชีวิตแค่หนึ่งชาติภพ และตู้เซียวคนนี้ได้ความทรงจำชาติภพนี้ไปทั้งหมด จึงกลายเป็คนคนนั้นโดยสมบูรณ์
เขาไม่ใช่นักปรัชญาจึงไม่ได้คิดถึงตรรกะเ่าั้ และยิ่งไม่ดึงดัน เขาทำได้เพียงกอดตู้เซียวอีกครั้งและพูดอย่างตื่นเต้นว่า “นายกลับมาแล้ว ดีจริงๆ ”
ตู้เซียวกอดเขากลับ ตบที่แผ่นหลังของเขาเบาๆ ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “นายก็เหมือนกัน ช่างดีจริงๆ ”
ร่างเดิมของตู้เซียวที่สละชีพหลังกลับมาจากการทำภารกิจสุดท้ายสำเร็จ ความทรงจำส่วนนั้นไม่ได้เก็บไว้ในแกนสมองสั่งการ ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ค่อยแน่ชัด และไม่มีความรู้สึกหวาดกลัวเหมือนเยี่ยนหลี ในชาติก่อนเขาก็สละชีพขณะปฏิบัติภารกิจเช่นกัน เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้รู้สึกว่าเป็เื่ใหญ่ ปฏิกิริยาตอบสนองจึงเรียบเฉยเป็อย่างยิ่ง
เยี่ยนหลีเข้าใจเป็อย่างดีจึงไม่ได้ดึงดัน เขาลากตู้เซียวไปนั่งในห้องเรือนกระจก จิบชาไปพลางพูดคุยกัน
แม้ิญญาเดิมได้กลับมาแล้ว และได้ความทรงจำทั้งหมดในชาตินี้อีกด้วย แต่อย่างไรเสียก็เป็การเดินทางมาจากหมื่นปีก่อน เยี่ยนหลีเป็กังวลว่าเขาจะปรับตัวไม่ได้ หรือมีอีกหลายเื่ที่ต้องทำความเข้าใจอีกมาก หรือมีความลังเลในความรู้สึกของพวกเขา พอได้รู้ว่าเขามาจากปี 2012 ระหว่างที่เยี่ยนหลีรักษาตัวในโรงพยาบาล เขาจึงได้รวบรวมข้อมูลการปกครอง เศรษฐกิจ กิจการทางทหาร วัฒนธรรม ศิลปะ กีฬา ความบันเทิง หรือแม้กระทั่งจำพวกข่าวซุบซิบที่ส่งผลกระทบเป็วงกว้างทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในยุคนั้นมาให้ ชายหนุ่มอ่านอย่างละเอียด ในฐานะที่เป็คู่หูและคนรัก เขาเป็กังวลยิ่งกว่าหากตู้เซียวที่มีความทรงจำในชาติก่อนจะไม่ยอมรับความรู้สึกนี้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้ปรึกษากับนักจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องในกรม และได้รับคำแนะนำที่เป็ประโยชน์มามากมาย
ทุกๆ ปีกรมควบคุมอวกาศมีหน่วยรบพิเศษที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ยอดฝีมือระดับสูงที่ตรงตามเงื่อนไขจะถูกแกนสมองสั่งการเรียกิญญาจากชาติภพก่อนกลับมา ทว่าอัตราความสำเร็จต่ำมาก ทุกศตวรรษมีไม่เกินสิบคน แต่ว่าเก็บเล็กผสมน้อยจนมีมากขึ้น และในตอนนี้มีข้อมูลไว้อ้างอิงจำนวนไม่น้อยแล้ว
แกนสมองสั่งการปฏิบัติตามมาตรการคุ้มครองความเป็ส่วนตัวของแต่ละบุคคลอย่างเคร่งครัด เพราะฉะนั้นการนำเสนอข้อมูลการเรียกิญญาชาติก่อนที่สำเร็จของเหล่าหน่วยรบพิเศษเ่าั้ให้กับเยี่ยนหลีจึงมีเงื่อนไขจำกัด หลักๆ ก็คือ พวกเขาจะช่วยเหลือคู่หูหลอมรวมเข้ากับยุคสมัยนี้ให้เร็วได้อย่างไร ให้คู่หูหาความรู้สึกในฐานะที่เป็หน่วยรบพิเศษได้อย่างไร จนในที่สุดก็จะได้เป็ยอดฝีมือระดับสูงที่โดดเด่นอีกครั้ง
เยี่ยนหลีได้รับแรงบันดาลใจมากมายและ้าลองดู
ร้อยปีที่ผ่านมา ตู้เซียวเป็หน่วยรบพิเศษเพียงคนเดียวจากหมื่นปีก่อนที่ประสบความสำเร็จในการ ’เรียกคืน’ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็ ’ฟอสซิลมีชีวิต’ ที่ล้ำค่า เ้าหน้าที่ระดับสูงของ TASA ให้ความสนใจเป็อย่างยิ่ง และได้มอบหมายภารกิจให้เยี่ยนหลีช่วยตู้เซียวหลอมรวมชีวิตให้เข้ากับยุคปัจจุบันโดยเร็วที่สุด โดยเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการให้เร็วที่สุด และเริ่มปฏิบัติภารกิจใหม่อีกครั้งโดยรวดเร็วที่สุด
เ้าหน้าที่ระดับสูงของ TASA และแกนสมองสั่งการยังดำเนินการสังเกตการณ์และวิเคราะห์ต่อไป ซึ่งแน่นอนว่ามันจะไม่เป็อันตรายต่อตู้เซียว การวิจัยประเภทนี้มีประโยชน์ต่อภาพรวมเป็อย่างมาก
สำหรับตู้เซียวแล้ว แม้มีความทรงจำที่สมบูรณ์ในมิติเวลานี้และพื้นที่ในสมองเขาทั้งหมด ทำให้เขาเหมือนคนที่เติบโตมาในยุคสมัยนี้ั้แ่กำเนิด ทว่าแท้จริงแล้ว ดวงิญญาหลักของเขามาจากหมื่นปีก่อน จึงทำให้เกิดความอยากรู้อยากเห็นเื่ราวหลายสิ่งหลายอย่างของที่นี่ ด้วยเหตุนี้เขาจึงชอบฟังเยี่ยนหลีแนะนำรายละเอียด จะพูดอะไรก็ได้ เขาล้วนชอบฟังทั้งสิ้น
“TASA ก่อตั้งมาเป็เวลากว่าเจ็ดพันปีแล้ว แต่คิดจะย้อนเวลากลับไปไม่ใช่เื่ง่ายขนาดนั้น เพราะฉะนั้นหนึ่งพันปีแรกจึงไม่มีความสำเร็จอันใด ในตอนนั้น TASA มีเ้าหน้าที่รวมกันไม่ถึงพันคน หน่วยรบพิเศษมีเพียงสิบกว่าคน ทุกปีหน่วยรบพิเศษถูกส่งออกไปปฏิบัติภารกิจไม่ถึงสิบคน อัตราความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจมีเพียงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ คนเกือบครึ่งไปแล้วไม่ได้กลับมา เกิดการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่” เยี่ยนหลีถอนหายใจ “แกนสมองสั่งการถูกพัฒนาทำให้สมบูรณ์แบบและอัปเกรดอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์จึงค่อยๆ ดีขึ้น จนกระทั่งผ่านไปสามพันปี งานของ TASA ดำเนินไปตามแผนและกลายเป็หน่วยงานที่สมบูรณ์แบบ ตอนนี้มีเ้าหน้าที่กว่าล้านคนทำงานให้กับ TASA แต่ว่าเ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษมีเพียงสามหมื่นคน ตำรวจฝึกหัดก็มีไม่ถึงแสนคน ทุกๆ ปีมีหน่วยรบพิเศษที่ออกปฏิบัติภารกิจเสียชีวิตและสูญหายกว่า 510 คน จากนั้นบรรจุตำรวจฝึกหัดเข้าไปทดแทน” พูดถึงตรงนี้เขาก็นึกกลัวเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวยื่นออกไปลูบไหล่ของตู้เซียวเบาๆ “โชคดีที่นายยังอยู่ ถ้านายไม่กลับมา ไม่ว่าอย่างไรฉันก็จะไม่รับคู่หูใหม่ และจะออกไปปฏิบัติภารกิจเพียงลำพังเท่านั้น… ” จนตัวตาย... เขาคิดในใจเงียบๆ โดยไม่ได้พูดให้จบ
ตู้เซียวจับมือที่อยู่บนไหล่มากุมไว้ในฝ่ามือโดยไม่ได้พูดอะไร เขาเข้าใจความรู้สึกของเยี่ยนหลี เขาจึงไม่ได้พูดโกหกเพื่อปลอบใจ และจะไม่พูดว่า ‘อย่าไปรนหาที่ตาย’ อะไรทำนองนั้น หากเปลี่ยนมุมมอง เยี่ยนหลีเป็คนที่โชคร้าย เขาคงรับคู่หูใหม่อีกครั้งได้ยากมากเช่นกัน
เมื่อมองไปที่ทิวทัศน์และแสงแดดอันงดงามนอกหน้าต่าง ตู้เซียวหรี่ตาลงเล็กน้อย ดวงตาดอกเหมยมีน้ำเอ่อคลอ งดงามเกินคำบรรยายทำให้เยี่ยนหลีหลงทางและตกอยู่ในภวังค์ นั่งเหม่อลอยอยู่นาน