ซ่งซิงเหลียนมองรอบๆ ศาลเ้าและศาลบรรพบุรุษที่มีต้นไม้การจำศีลในหน้าหนาว ต้นไม้ยืนต้นที่ไร้ใบสีเขียวอันสดใส ตัดกับภาพพื้นหลังสีขาวของหิมะที่เริ่มตกปรอยๆ สภาพอากาศแบบนี้สร้างความสวยงามปนความเศร้าเงียบเหงาให้กับบรรยากาศรายรอบ เธอมองอย่างงุนงงกับผู้ใหญ่บ้านที่ไม่รู้ว่าจะขอให้เธอช่วยอะไร
" ผู้ใหญ่บ้านจะให้ฉันช่วยทำอะไรหรือ "
ชายวัยกลางคนเก้ๆกังๆ เมื่อได้ยินคำถามของซ่งซิงเหลียนเขาก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเด็กหญิงตัวน้อยที่แสนพิเศษคนนี้สมบัติน้อยๆของหมู่บ้านเขาจะสามารถทำตามที่เขาขอได้ไหม ถ้าทำได้ก็คงจะดีแต่ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เป็ไรเพราะเธออายุยังน้อย อีกอย่างการมีความสามารถถึงขนาดนี้ก็ใช่ว่าอายุจะเป็ตัวกำหนดซะหน่อย
" ซิงซิงเธอเห็นต้นไม้พวกนั้นไหม ฉันก็คาดหวังว่าเธอจะสามารถทำให้มันกลับมามีชีวิตใน่หน้าหนาวหิมะตกแบบนี้ แต่ว่าพวกต้นเหมยพวกนี้น่ะเธอก็เห็นว่าในแต่ละปีหมู่บ้านของเรา มันบานช้ามากจริงๆ แต่ปีนี้ทางอำเภอจะเข้ามาช่วยจัดงานให้พวกเราฉันอยากให้หมู่บ้านของเราสวยงามขึ้นมีบรรยากาศความครึกครื้นอีกหน่อยทำให้ดอกเหมยพวกนี้บานทันเวลาไหม "
เขาเห็นนะว่า ่หลายปีนี้ที่บ้านของซ่งซิงเหลียนต้นไม้และดอกไม้พวกนั้นไม่เคยเหี่ยวเฉาตายเลยใน่ฤดูหนาวกลับกันตลอดทั้งปีต้นไม้ดอกไม้พวกนั้นก็ยังคงความสวยงามเหมือนเดิมเธอต้องมีพิธีพิเศษอะไรแน่ การที่ทำให้ดอกเหมยพวกนี้บานทันเวลาคงไม่ยากใช่ไหมเขาก็คาดหวังอยู่ลึกๆ
" เื่นี้เองหรือ " เธอก็คิดว่าจะให้ทำอะไรที่ยากกว่านี้ซะอีก
" ได้หรือ " ผู้ใหญ่บ้านมองตาปริบๆโดยไม่คาดคิดว่าเด็กหญิงตัวน้อยจะสามารถทำได้จริงๆถึงแม้ว่าเขาจะวางความหวังไว้ที่เธอไป 8 ส่วนแต่อีก 2 ส่วนนั้นก็เก็บความ ผิดหวังเอาไว้นิดหน่อย ป้องกันการเสียใจและแผนความคิดที่อาจผิดพลาด
" ฉันจัดการเองเอาให้บานทั้งหมู่บ้านหรือว่าบานเฉพาะบริเวณนี้ล่ะ "
" เออเื่นี้น่ะคือ..." เขาอ้ำอึ้งนิดหน่อยถ้าจะให้บานเฉพาะบริเวณนี้มันก็คงจะแปลกประหลาดสุดๆ " ให้บานทั้งหมู่บ้านได้ไหม ถ้าไม่ลำบากเกินไป " ยังไงเขาก็มีจิตสำนึกในการเกรงใจใช้แรงงานซ่งซิงเหลียนฟรีๆอยู่หรอกนะ
" ได้ๆๆ งานจะมีอาทิตย์หน้าใช่ไหมล่ะผู้ใหญ่บ้านคะฉันจะเริ่มเตรียมการ " แค่วางค่ายกลนิดๆหน่อยๆต้นเหมยหลายร้อยต้นพวกนี้ก็จะออกดอกบานสะพรั่งสวยงามแล้ว ซ่งซิงเหลียนมีเหตุผลในใจแล้ว ว่านี่คือการเรียนรู้งานของศิษย์ตัวน้อยงานแรก ของวิชาค่ายกลพื้นฐาน
สายตา กลมโตมองติดทั้งสามเ้าไก่เสี่ยวเฟยและเ้านกเสี่ยวฝานที่สวมเสื้อกั๊กบุนวมสีสันฉูดฉาดลวดลายสวยงามอยู่พวกมันวิ่งเล่นทั่วพื้นทะเลสาบที่หิมะเกาะจนเริ่มมีแผ่นน้ำแข็งเกาะบางๆ ส่วน เอียนหยาหลานยืนข้างๆเธอด้วยความสงบ ดูเป็ผู้เป็คนมากกว่าเ้าสองตัวศิษย์พี่นั่นอีก
" แล้วมีอะไรให้ฉันช่วยบ้างไหมล่ะ หรือ้าอะไร "
" เื่นี้ แค่ผู้ใหญ่บ้านอำนวยความสะดวกให้ฉันนิดหน่อย หรือทำเป็หูไปนาเอาตาไปไร่ก็พอ " เพราะของที่จะใช้นั้นล้วนอยู่มีหยุดล้วนมีอยู่ในหมู่บ้านและหุบเขาแล้ว
" งั้นหรือเอาล่ะฉันไม่รบกวนเธอแล้วเื่นี้ก็ฝากเธอแล้วกันนะจริงๆได้ยินมาว่า ครอบครัวลุงใหญ่กับอาสามของเธอจะมาด้วยนี่นา ให้ฉันจัดสถานที่หรือ ให้สิทธิพิเศษ VIP ไหมล่ะ เขาเอ่ยแซวอย่างขำขัน "
" ถ้าอย่างนั้นฉันขอเลยแล้วกัน " ซ่งซิงเหลียนมีความคิดที่จะหารายได้พิเศษพอดี่นี้ เอาเป็ว่าของตอบแทนที่ผู้ใหญ่บ้านจะให้ฉันฉันขอร้านเล็กๆไว้ให้พ่อขายของจากสวนก็แล้วกัน
" ซ่งหลี่พูดไว้แล้วฉันจะจัดการหาทำเลดีๆเอาไว้ให้เธอล่วงหน้าเลย " เื่แค่นี้อยู่ในขอบเขตอำนาจผู้ใหญ่บ้านอย่างเขาอยู่แล้ว
ตกเย็น ซ่งซิงเหลียนมองความครึกครื้นคึกคัก บรรยากาศของบ้านตัวเอง ที่มีกลิ่นอายความมงคลและความสุขญาติๆมารวมตัวกัน เป็บรรยากาศที่อบอุ่นแบบนี้เองเธอไม่ได้ััมานานหลายปี
" น้องสาว น้องสาวกลับมาแล้ว " เสี่ยวซานและเสี่ยวรั่ว เด็กชายที่อายุวัยเดียวกันกับเธอ วิ่งตรงเข้าหาเด็กหญิงหน้าตาน่ารักจนเขา หัวใจแทบละลาย ก็รู้อยู่หรอกว่าน้องสาวคนนี้หน้าตาดีจริงๆ แต่ว่านับวันยิ่งน่ารัก ทำเอาพวกเขาที่เป็พี่ชายหวงหน่อยๆแล้ว ไม่รู้ว่าที่โรงเรียนคงจะมีหนุ่มน้อยตามจีบเธอมากขนาดไหน
" โอ้เ้าหญิงน้อยของบ้านเราลุงใหญ่มาแล้วจ้า " ซ่งจินหลางที่ได้ยินว่าหลานสาวสุดที่รักมาจากข้างนอกแล้วก็วิ่งตรงตึกตึกจากห้องครัว ออกมาหาหลานสาว ที่ไม่ได้เจอหน้ากันมา 3 ปีด้วยความคิดถึง แต่มือของเขาที่กำลังจะโอบกอดเธอด้วยความรักนั้นกลับต้องชะงักลง
ชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาหล่อเหลา ในมือถือตะกร้าสานและข้าวของหลายอย่างทั้งของกินและของใช้เต็มมือยืนอยู่ด้านหลังสาวน้อยของเขา กลิ่นอายความสูงศักดิ์และความสง่างามถอดออกมาอย่างเข้มข้น
นี่เขาไม่ได้เจอหลานสาวมานานถึงกับมีหนุ่มหล่อติดตามแล้วหรือ มองด้วยท่าทางอย่างเห็นได้ชัดหลานสาวของเขาอายุเพิ่ง 10 ขวบ จะต้องถูกพรากจากแล้วหรือ
ซ่งหลี่ที่เดินตามพี่ชายออกจากครัวมาติดๆ เมื่อเห็นสายตาพี่ชายที่ปะทะกับเอียนหยาหลานก็รู้ได้ในทันทีว่าเขาคิดอะไรอยู่
" พี่ใหญ่ "
" สวัสดีครับผมเอียนหยาหลานเป็ศิษย์คนที่ 3 ของท่านอาจารย์น้อย " เขารีบแนะนำตัวเองเมื่อเห็นสายตาของซ่งจินหลางที่ดูเหมือนจะคิดไปไกลซะแล้ว ต้องรีบดึงความคิดของเขากลับมา เพราะไม่อย่างนั้นความวุ่นวายเกินจำเป็จะเกิดขึ้นแน่นอน
" ศิษย์คนที่ 3 ซ่งจินหลางทบทวนประโยคนี้ " ที่แท้แล้วซ่งหลี่ก็หมายถึงสิทธิ์คนที่สามเอียนหยาหลานนี่เองแต่ก็ไม่ได้บอกเขานี่นาว่าจะเป็ชายหนุ่มร่างสูงหล่อเหลาขนาดนี้ เขาก็นึกว่าเป็เด็กที่อายุไล่เรียงกับซ่งซิงเหลียนหรือไม่ก็เป็สัตว์ประเภทอื่น ที่ไม่ใช่ไก่และนกแบบเ้าเสี่ยวเฟยและเสี่ยวฝานที่เขารู้จัก
" ทำไมไม่บอกฉันล่ะเ้ารองฉันนึกว่าจะเป็ตัวอะไรสักอย่างซะอีก "
พี่ใหญ่ไม่ใช่ตัวแต่เป็ตน
ซ่งหลี่พูดไม่ออกไปชั่วขณะเขาก็ยังไม่ได้บอกสักหน่อยว่าเป็ตัวอะไรสักอย่าง เพราะเอียนหยาหลานไม่ใช่ตัวและไม่ใช่คนแต่จะให้พูดออกไปก็กลัวว่าทั้งพี่ใหญ่และเ้าสามกับครอบครัวจะ ช็อคสลบข้ามคืนเหมือนเขาและภรรยาเอาเป็ว่าให้ทั้งทุกคนสังเกตเอาเองก็แล้วกัน ปิดปากเงียบไม่พูดอะไรทางสายหน้าเป็สัญญาณให้ทุกคน
เื่พวกนี้ให้เขารู้เองจะดีกว่า
" ลุงใหญ่คิดถึงจังเลยค่ะอาสามฉันเองก็คิดถึงนะ " เธอแจกจ่ายความรักและความคิดถึงทุกคนรวมถึงพี่ชายทั้งสองที่ยืนยิ้มโง่ๆ อย่างไร้ความคิดสติปัญญาเมื่อเห็นเธอพวกเขาเป็อะไรทุกทีที่มาบ้านเธอจะมองเธออย่างนี้ทำเอาขนลุกขนพองไปหมด
" อ้าวๆๆซิงซิงกลับมาแล้ว รีบไปดูของฝากจากป้าสะใภ้กับอาสะใภ้เร็วเข้า มีของพวกเ้านกกับเ้าไก่ด้วยนะ " ซ่งหานที่เจอพยุงตัวอย่างแข็งขันรีบเดินมาลูบหัวด้วยหัวหลานสาวตัวน้อยด้วยความคิดถึง ส่งผ่านความรู้สึกผ่านอบอุ่นจากฝ่ามือของเขา ทว่าเมื่อเห็นสิ่งที่เขารอคอย นั่นก็คือ
นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย
เมื่อเห็น เ้าเสี่ยวฝานและเ้าเสี่ยวเฟย ที่ดูท่าทางตลกๆของมันจะทำเอาเขาพูดไม่ออก เ้าไก่และเ้านกที่รูปร่างและขนาดไม่เหมือนไก่และนกสวมเสื้อกั๊กกันหนาวสีสันสดใส ยืนมองเขาด้วยความงงงวยมันคงจำเขาไม่ได้ละมั้ง แต่ว่าเขาก็จำพวกมันไม่ได้เหมือนกัน
" ขนพวกแกหายไปไหนหมด "
ซ่งหานที่เคย video call แล้วเจอภาพพวกมันผ่านวิดีโอคอลบ่อยๆถึงกับงุนงง เขาชื่นชมเ้าไก่และเ้านกสองตัวนี้มากที่มีรูปร่างและขนสวยงามจนหน้าจดจำ เขาถึงขนาดปริ้นภาพในวิดีโอคอลตั้งเป็ภาพพื้นหลังเลยนะ มาครั้งนี้กะว่าจะชื่นชมพวกมันให้มากๆแต่นี่ทั้งไก่และนกกลายเป็สัตว์ไร้ขนซะอย่างงั้นมีเพียงหนังบางๆ กับหงอนไก่และเ้าเสี่ยวฝานมีเพียงหางที่มีขนเล็กน้อยพวกมัน
" ไปถูกฟ้าผ่ามาหรือนี่ ถึงได้ไหม้เกรียมขนาดนี้ "
เมื่อถูกทักถามอย่างนั้นเสี่ยวเฟยแล้วเสี่ยวฝาน ก้มหน้าลงพื้นมุดหน้าหนีด้วยความอับอาย ถึงแม้ว่าพวกมันจะไหม้เกรียมขนาดนั้นแต่ก็ดีขึ้นแล้วนะ ถ้าพวกเขามาก่อนหน้านั้นอีกสัก 4-5 วันคงจะนอนขำกลิ้งเหมือนป้าหงส์ไปแล้ว โชคดีที่อาจารย์ปรุงยาชนิดพิเศษทาผิวรักษาผิวที่ไหม้เกรียมเป็สีน้ำตาลของมันให้ดีขึ้น ไม่อย่างนั้นพวกมันไม่กล้าออกจากบ้านเลยจริงๆ
" อืมก็ถูกฟ้าผ่ามาจริงๆนั่นแหละ " ซีเถาขำขันอด
หัวเราะไม่ได้เมื่อนึกถึงภาพทั้งสี่ เมื่อ 5 วันที่แล้ว
" ฟ้าผ่า "